- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 26 : พี่ชายของเจ้าให้ข้ามาพาเจ้าไปพบเขา!
บทที่ 26 : พี่ชายของเจ้าให้ข้ามาพาเจ้าไปพบเขา!
บทที่ 26 : พี่ชายของเจ้าให้ข้ามาพาเจ้าไปพบเขา!
บทที่ 26 : พี่ชายของเจ้าให้ข้ามาพาเจ้าไปพบเขา!
ฉินเฟิงทนไม่ไหวอีกต่อไปเเล้ว
เมื่อเร็วๆนี้เขาได้รับโอกาสให้เป็นศิษย์แท้จริง แถมยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรองเจ้าสำนักเหลียงจ่าน
เเละหลังจากรู้ว่าเฉินซานซือเข้าร่วมกองทัพ เขาก็ขอร้องให้เหลียงจ่านช่วยเหลือ หาทางเตะเฉินซานซือออกจากกองทัพ เพื่อที่เขาจะได้ลงมือสังหาร​เฉิน​ซาน​ซือ​ได้
แต่ต่อมาเฉินซานซือก็ตกไปอยู่ใต้อาณัติของหวังจื๋อ…ฉินเฟิงจึงขอให้เหลียงจ่านเชิญนายร้อยหวังมาร่วมงานเลี้ยง
นายร้อยหวังขึ้นชื่อเรื่องความโลภและความเจ้าชู้ ทุกครั้งที่เชิญมาก็มา เรียกได้ว่ามาตามนัดทุกครั้ง
ตอนแรกคิดว่าเรื่องจะง่าย แต่ปรากฏว่าจนถึงตอนนี้ต้องเลี้ยงดูถึงสามวันติด
กลางวันก็เลี้ยงอาหารอย่างดีที่ภัตตาคารปาเป่าโหลว กลางคืนก็มีสาวงามคอยปรนนิบัติที่หอนางโลมชุนหม่านโหลว
สามวัน เสียเงินไปกว่ายี่สิบตำลึงเเล้ว
เเละฉินเฟิงก็ไม่กล้าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยขนาดนั้น…เพราะเงินทั้งหมดเป็นของเหลียงจ่าน
ปล่อย​ให้เป็นแบบนี้ไม่ไหวเเล้ว
ยังไงวันนี้ ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง…ฉินเฟิงจึงตัดสินใจพูดความจริงออกมา
เเต่ทันทีที่เอ่ยชื่อเฉินซานซือ บรรยากาศในห้องก็เงียบลงทันที​
หวังจื๋อไม่ได้ตอบอีกฝ่าย เขาจิบเหล้าอย่างเชื่องช้า จากนั้นผลักหญิงสาวสองข้างออกเเล้วลุกขึ้นยืน
เขาเดินไปหาฉินเฟิงทีละก้าว มุมปากยิ้ม แต่กลับไม่รู้สึกถึงรอยยิ้มนั้นเลย
“แซ่เฉินเหรอ…เหมือนจะมีคนแบบนี้อยู่ใต้อาณัติข้านะ
“ว่ามาสิ พวกเจ้ามีเรื่องบาดหมางอะไรกัน?”
นายร้อยหวังที่เมื่อครู่ยังดูสำมะเลเทเมา ตอนนี้กลับทำให้ฉินเฟิงรู้สึกกดดันอย่างมาก
เขาจึงตอบโดยไม่รู้ตัวว่า
“นายท่าน พี่ชายของข้าหายตัวไป ข้าสงสัยว่า…”
“สงสัย?” หวังจื๋อเบิกตาข้างขวา เเล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้
“หมายความว่า…เจ้าไม่มีหลักฐาน?”
“ไม่…ไม่มีขอรับ” ฉินเฟิงยอมรับ
แต่ในหมู่บ้านเล็กๆแถวนั้น คนที่พี่ชายของเขาไปมีเรื่องด้วย ก็มีแค่เฉินซานซือเท่านั้นที่มีความสามารถทำแบบนี้ได้
ทันใดนั้นสีหน้าของหวังจื๋อก็เปลี่ยนไป พร้อมหัวเราะใส่เหลียงจ่าน
“คุณชายเหลียง ดูศิษย์ของท่านสิ ช่างชอบพูดตลกติดตลกจริงๆ…พี่ชายหายตัวไปก็มาปรักปรำคนอื่น นี่มันเรื่องอะไรกัน”
“นายร้อยหวัง ข้าน้อยไม่ได้พูดเล่น เขา…” ฉินเฟิงพูดได้ครึ่งเดียวก็หยุด
ตอนนี้ เขาจะพูดอะไรได้?
จะบอกว่าพี่ชายของเขาคิดจะแย่งภรรยาคนอื่นก่อนเหรอ?
เมื่อหาทางไม่เจอ เขาก็หันไปมองเหลียงจ่านด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ
แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจ เเละพูดตามน้ำไปกับหวังจื๋อ
“นายร้อยหวังพูดถูก ข้าก็คิดว่าอาจจะเป็นการเข้าใจผิดกันก็ได้”
“คุณชาย…” ฉินเฟิงยังอยากจะเถียง แต่เหลียงจ่านส่งสายตาให้เขาหุบปาก
“นายร้อยหวัง” เหลียงจ่านพูดต่อ
“เรื่องนี้จบแค่นี้เถอะ เรามาดื่มกันต่อดีกว่า เดี๋ยวข้าจะเรียกนางคณิกาชั้นยอดมาให้”
“ไม่ต้องแล้ว” หวังจื๋อโบกมือ
“ช่วงนี้ข้ากำลังร่วมมือกับสำนักยุทธของพวกเจ้าเพื่อตามล่ามือสังหาร เเละตอนนี้ก็พอรู้ที่ซ่อนของมัน ข้าคงต้องไปแล้ว”
“ไม่งั้นผู้พันคงไม่พอใจแน่ ไว้คราวหน้าค่อยว่ากันใหม่”
“เอ่อ…เรื่องพี่ชายของเจ้า ข้าว่าแปดในสิบคงเป็นฝีมือของพวกมือสังหาร”
เขาตบไหล่ฉินเฟิงสองครั้ง “รอข้าจับได้พวกมือสังหารได้ จะเค้นเอาที่อยู่พี่ชายของเจ้าออกมาให้”
สองฝ่ามือนี้แทบทำให้ฉินเฟิงกระอักเลือด
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบโต้ หวังจื๋อก็คว้าดาบแล้วเดินออกไป
ฉินเฟิงไม่สนใจความเจ็บปวดที่ไหล่รีบเอ่ยถามทันที
“คุณชาย…นายร้อยหวังหมายความว่ายังไง?”
“เจ้ายังต้องถามอีกเหรอ?” รอยยิ้มบนใบหน้าของเหลียงจ่านจางหายไป
“มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาบอกให้เราอย่าไปยุ่งกับเจ้าเด็กนั่น บ้าชะมัด! นายอ้วนหวังนี่ขึ้นชื่อเรื่องเจ้าเล่ห์ ทำไมถึงยอมปกป้องคนอื่นได้?”
“คุณชาย แล้วข้าควรทำยังไง?”
เหลียงจ่านกางพัดแล้วโบกเบาๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ถึงนายอ้วนหวังจะเป็นแค่นายร้อยระดับหก แต่เบื้องหลังของเขาก็ไม่ธรรมดา”
“เขาออกมาจากกองทหารแปดทัพ แถมมีข่าวลือว่าเคยคุยกับผู้บัญชาการซุนโดยตรง ถึงแม้จะถูกย้ายมาประจำการที่นี่ ก็น่าจะยังรู้จักขุนนางระดับสูงอยู่บ้าง”
“แม้แต่ข้าก็ต้องสุภาพกับเขา”
“ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปหาเรื่องเขาดีกว่า”
“เพราะฉะนั้น…เรื่องนี้ให้จบแค่นี้เถอะ”
“จบแค่นี้?” ฉินเฟิงขมวดคิ้ว เสียงของเขาดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“คุณชาย!”
“บอกให้จบก็จบสิ ฟังไม่รู้เรื่องรึไง!” เหลียงจ่านกระแทกพัดลงบนโต๊ะ ตวาดขึ้นอย่างมีอารมณ์
“ข้าเสียเงินไปตั้งหลายสิบตำลึงเพื่อเจ้า ยังไม่พอใจอีกเหรอ?”
“…”
ฉินเฟิงก้มหน้า ไม่กล้าพูดอะไรอีก
ตอนนี้เขาได้แต่กำหมัดแน่น
“เฮอะๆ” เหลียงจ่านเปลี่ยนเป็นเสียงอ่อนโยน เเล้วปลอบใจฉินเฟิง
“เอาเถอะฉินเฟิง ข้ารู้ว่าเจ้ารักพี่ชายของเจ้ามาก แต่ถ้าหวังจื๋อปกป้องมัน พวกเราทำอะไรไม่ได้”
“มีคำกล่าวที่ว่า ‘ลูกผู้ชาย แก้แค้นสิบปียังไม่สาย….การแก้แค้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา”
“หลังจากเรื่องมือสังหารครั้งที่แล้ว ท่านพ่อก็รับเจ้าเป็นศิษย์โดยตรงแล้ว แค่ตั้งใจฝึกฝน…ในอนาคตก็ย่อมสามารถล้างแค้นได้”
ฉินเฟิงเงียบ ไม่ได้ตอบอะไร
“เอาล่ะ มานั่งเล่นด้วยกันเถอะ” เหลียงจ่านมองออกไปนอกหน้าต่าง
“หลังจากนี้จะมีการปิดเมือง เเละผู้พันจะลงมือด้วยตัวเอง เขาวางแผนจะจับมือสังหารให้ได้...เจ้าก็อย่าออกไปข้างนอกเลย”
“ขอบคุณในความหวังดีของคุณชาย แต่ข้ายังมีเรื่องคั่งค้างอยู่ในใจ ไม่กล้าสนุกสนานต่อ”
ฉินเฟิงรู้ว่าต่อให้พูดอะไรไป อีกฝ่ายก็คงไม่ช่วยเหลืออีกแล้ว เขาจึงขอตัวกลับ
….
ใกล้จะถึงเวลาทุ่มตรง ท้องฟ้าเริ่มมืดลง
ตลอดทางกลับ จิตใจของฉินเฟิงว้าวุ่นไม่สงบ
จะปล่อยมันไปแบบนี้จริงๆเหรอ?
หรือจะทำตามที่เหลียงจ่านบอก ตั้งใจฝึกยุทธ แล้วค่อยแก้แค้นในภายหลัง?
ไม่ได้เด็ดขาด!
นายร้อยหวังปกป้องเฉินซานซือขนาดนี้ แสดงว่าพรสวรรค์ของไอ้เด็กนั่นคงไม่ธรรมดา
ยิ่งช้า เขายิ่งเสียเปรียบ
ที่สำคัญที่สุด หากไม่แก้แค้น…เขาจะมีสมาธิฝึกฝนต่อได้อย่างไร
ตอนเขาสามขวบ พ่อแม่ของเขาก็จากไปแล้ว
พี่ชายฉินสงขายขนมปังเลี้ยงเขามาจนโต ต่อมาชีวิตยากลำบาก จึงต้องหันไปทำธุรกิจเงินกู้นอกระบบและค้าทาส
แต่พี่ชายของเขา…เป็นคนดี!
ตอนนี้พี่ชายหายตัวไป ไม่รู้เป็นหรือตาย
สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ ก็คือสร้อยทองที่พี่ชายให้ไว้ตอนเขาอายุสิบขวบ
เดี๋ยวนะ…สร้อยทองล่ะ?!
ฉินเฟิงคลำที่คอ สร้อยทองของเขาหายไปทั้งๆที่ใส่ติดตัวตลอด ทำไม…
หวังจื๋อ!
เขานึกถึงตอนที่หวังจื๋อตบไหล่เขา
ฮึ่ม…เเบบนี้มันรังแกกันเกินไปแล้ว!
“เฉินซานซือ ทั้งหมดเป็นเพราะเเก!” ฉินเฟิงโกรธจนตัวสั่น
ไม่มีใครช่วย เขาก็จะแก้แค้นเอง!
ด้วยพลังปราณและเลือดระดับเชี่ยวชาญ การฆ่ามือใหม่หัดฝึกยุทธคงเป็นเรื่องง่ายๆ
ส่วนเรื่องหลังจากนั้น เขาได้แต่ภาวนาว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น
หลังจากฉินเฟิงตัดสินใจ เขาก็รีบผ่านการตรวจสอบก่อนเมืองจะปิด ออกจากเมืองเเล้วมุ่งหน้าไปที่บ้านของเขาในหมู่บ้านเหยียนเปียน
ภายในบ้านที่ว่างเปล่า ไม่มีเสียงพี่ชายดื่มเหล้าและเล่นไพ่อีกแล้ว…ซึ่งมันยิ่งทำให้เขาโกรธแค้น
ฉินเฟิงค้นหาเสื้อผ้าสีดำมาสวมใส่ ปิดบังใบหน้าด้วยผ้าสีดำ
เขานั่งลงบนเก้าอี้ ถือดาบเเล้วหลับตาลง
รอให้ดึกสงัดก่อน จากนั้นเขาจะออกไปฆ่าคน
……
“ก๊า…”
เที่ยงคืน
เสียงกาเริ่มขัน
ฉินเฟิงลืมตาขึ้น ดวงตาแดงก่ำ
เขากำลังจะถือดาบออกไป เเต่มันก็มีเสียงลึกลับดังมาจากนอกบ้านเสียก่อน
“ฉินเฟิง”
“พี่ชายของเจ้าให้ข้ามาพาเจ้าไปพบเขา!”
……………………….