เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 : ใช้ลูกธนูรับลูกธนู

บทที่ 23 : ใช้ลูกธนูรับลูกธนู

บทที่ 23 : ใช้ลูกธนูรับลูกธนู


บทที่ 23 : ใช้ลูกธนูรับลูกธนู

เมื่อเห็นเฉิน​ซาน​ซือ​ทำเเบบนั้น, จ้าวเฉียวและจวงอี้ก็รีบเก็บธนู

ส่วนเฉินซานซือก็ไม่ได้​รีบร้อน เริ่มตั้งท่าฝึกหอกควบคู่กับวิธีการหายใจ ใช้หอกปลายบัวเหล็กแทงไปที่หมี ใช้แรงต้านของมันมาฝึกฝนเหมือนกับการต่อสู้จริง

เเต่ต้องยอมรับเลยว่าพลังของหมีนั้นน่าตกใจมาก…แม้จะบาดเจ็บสาหัส พลังการตบของมันก็ยังหนักกว่าพันจิน การพุ่งชนยิ่งหนักกว่าหลายพันจิน

ถึงแม้พละกำลังของเฉินซานซือจะเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากฝึกยุทธ แต่เมื่อปะทะกันตรงๆ เขาก็ยังถูกแรงมหาศาลกระแทกจนถอยหลังหลายก้าว แถมท่าหอกยังใช้พละกำลังมากขึ้นอีกขั้นหนึ่ง…ทำให้เขาเหงื่อท่วมตัวในเวลาไม่นาน

แต่ในขณะเดียวกัน ความชำนาญของทักษะก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน​

หลังจาก​นั้น​ไม่นาน

เมื่อร่างกายของหมีเต็มไปด้วยบาดแผล การโจมตีของมันก็ช้าลงจนไม่ต้องหลบ เมื่อเห็นว่ามันกำลังจะตายเพราะเสียเลือดมาก…เฉินซานซือจึงแทงหอกทะลุลูกตา ทะลุออกทางหลังสมอง จบชีวิตมันลงทันที​

“โครม——”

ร่างใหญ่โตของมันล้มลง ขาดใจตายในที่สุด

[วิทยายุทธ: ท่าหอกพื้นฐานสำหรับทหาร (ยังไม่เริ่มฝึก)]

[ความคืบหน้า: (47/100)]

[ผลของวิชา: ยังไม่มี]

แค่แป๊บเดียว ความคืบหน้าก็เพิ่มขึ้นเกือบสิบจุด แสดงว่าได้ผลดีมาก

แต่น่าเสียดายที่เขาคงไม่ได้เจอเป้าหมายเคลื่อนที่แบบนี้บ่อยๆ

“ฮู่——”

เฉินซานซือปักหอกลงพื้น หายใจเข้าลึกๆเพื่อปรับสภาพร่างกาย

ไม่นานนัก อู๋ต๋าก็เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าตกตะลึง

แม้ว่าหมีจะเสียเลือดมากจนเคลื่อนไหวช้าลง แต่คนธรรมดาก็ไม่มีทางสู้มันได้อย่างแน่นอน

นี่คือความแตกต่างระหว่างผู้ฝึกยุทธกับคนทั่วไปสินะ?

โดยเฉพาะจ้าวเฉียว ที่ไม่คิดว่าเด็กที่เมื่อไม่นานมานี้ยังมาขอให้เขาพาไปที่เทือกเขาซานฉง จะเก่งกว่าพวกเขามากขนาดนี้ภายในเวลาแค่ครึ่งเดือน

“ลุงจ้าว อู๋ต๋า…ช่วยหาไม้แข็งแรงๆมาทำแคร่หามหน่อย พวกเราต้องร่วมมือกันแบกหมีกลับไป” เฉินซานซือเอ่ย

จ้าวเฉียวและคนอื่นๆไม่ได้ขยับตัว พวกเขามองมาที่เฉินซานซือด้วยสีหน้าลำบากใจ

“ซาน...ซานซือ”

สุดท้ายจ้าวเฉียวก็เป็นคนพูดขึ้น

“พวกเรา... ขอส่วนแบ่งสักครึ่งส่วนได้ไหม?”

การล่าสัตว์ร่วมกัน กำไรที่ได้ก็ต้องแบ่งกัน

แต่พวกเขา...แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย!

ตั้งแต่แรก ก็เป็นเฉินซานซือที่ตามรอยหมีเจอ…แล้วยังช่วยชีวิตพวกเขาอีก

ถ้าวันนี้ไม่มีเฉินซานซือ พวกเขาคงบาดเจ็บสาหัส หรือไม่ก็ตายไปแล้ว

ในทางกลับกัน แม้พวกเขาจะไม่อยู่ เฉินซานซือก็สามารถฆ่าหมีได้อยู่ดีด้วยความเร็วและธนูหนักของเขา

แต่ช่วงนี้พวกเขาเพิ่งจ่ายภาษีไปจนหมดตัว แถมวันนี้ยังเสียเหยื่อล่อไปอีก ถ้ากลับไปมือเปล่าก็...

แน่นอนว่าถ้าเฉินซานซือไม่ให้ พวกเขาก็คงทำอะไรไม่ได้

ในขณะที่ทุกคนกำลังรอคำตอบอย่างกังวล เด็กหนุ่มผู้ถือหอกภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นก็ยิ้มกว้าง

“ลุงจ้าวพูดอะไรกันครับ ครึ่งส่วนมันน้อยไป อย่างน้อยคนละสองส่วนสิ!”

“หา?”

“ไม่ๆๆๆ ไม่ต้องๆ”

จ้าวเฉียวและคนอื่นๆแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

พวกเขาจะเอาเยอะขนาดนั้นได้ยังไง

ถึงจะให้ พวกเขาก็ไม่กล้ารับหรอก!

หลังจากปฏิเสธกันไปมาอยู่นาน จ้าวเฉียวและจวงอี้ก็ยังยืนยันว่าจะเอาแค่ครึ่งส่วน ส่วนอู๋ต๋ากะว่าจะขอหนึ่งส่วน แต่พอโดนจ้าวเฉียวจ้องเขม็งใส่ก็เปลี่ยนใจขอครึ่งส่วนเหมือนกัน

สุดท้าย เฉินซานซือก็ไม่ได้ฝืน

เขารู้ว่าพวกเขาก็เกรงใจ คนที่ทำงานมากกว่าก็ควรจะได้มากกว่าเป็นเรื่องธรรมดา

อีกอย่าง หมีหนักตั้งเจ็ดร้อยจินแล้วยังมีตีนหมีและส่วนอื่นๆที่ราคาแพงอีก อย่างน้อยก็คงขายได้ห้าสิบตำลึง ครึ่งส่วนก็สองตำลึงกว่า

คิดแล้วก็เหมือนกับได้กระต่ายยี่สิบกว่าตัว ถือว่าไม่ได้เสียเที่ยว

เฉินซานซือเองก็ไม่ได้เสียดาย เพราะตอนแรกเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะจัดการกับหมีตัวนี้ได้คนเดียวรึเปล่า เลยชวนคนอื่นมาด้วยเพื่อความปลอดภัย

ในเมื่อเลือกแบบนี้แล้ว ก็อย่าไปเสียใจทีหลัง

อย่างมากก็แค่รู้ขีดจำกัดของตัวเอง คราวหลังก็ออกมาล่าคนเดียวก็ได้

“พี่ซานซือ ต่อไปนี้พี่เป็นไอดอลของผมเลย!” อู๋ต๋ายิ้มจนเห็นแผลเป็นบนหน้า

จากนั้นทุกคนก็รีบไปตัดไม้มาทำแคร่ มัดเชือกให้แน่นหนา แล้วช่วยกันแบกหมีตัวใหญ่กลับบ้าน

เเต่ตอนที่เดินผ่านลำธารเล็กๆในหุบเขา, สุนัขล่าสัตว์ก็เห่า “โฮ่งๆๆ” ไปทางฝั่งตรงข้าม

เมื่อมองไป พวกเขาก็เห็นชายหนุ่มสองคนในชุดคลุมยาว กำลังมองหมีบนบ่าพวกเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ

เฉินซานซือจำพวกเขาได้ทันที

ครึ่งเดือนก่อน พวกนี้แหละที่กลั่นเเกล้งให้ชุ่นไปขุดคลอง!

หลังจากเรื่องนั้นเกิดขึ้น เขาก็แอบสืบเรื่องของคนพวกนี้

คนหนึ่งชื่อหลี่ฮ่าว อีกคนชื่อจางเชา เป็นคนของสำนักยุทธไท่เล่ย แต่เป็นแค่ศิษย์รับใช้ ต่ำกว่าศิษย์สายนอกเสียอีก

ฝึกมาหลายปีก็ยังไม่ได้เรียนวิธีการหายใจ ไม่ได้ฝึกพลังปราณและเลือด

เขาไม่คิดว่าเลยว่าจะได้เจอพวกมันอีก

“โฮ่งๆๆ”

เหมือนกับว่าสัมผัสได้ถึงความอาฆาต สุนัขล่าสัตว์ก็ยิ่งเห่าดังมากขึ้น

“เจ้าดำ อย่าเห่า!”

จวงอี้รีบเอามือปิดปากสุนัข

“อย่าไปยุ่งกับพวกนั้น”

“กลัวอะไร เราก็ไม่ได้ไปล่าในเขตของพวกมันสักหน่อย…”

อู๋ต๋ายังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งง้างธนูยิงออกมา

“สัตว์เดรัจฉาน กล้าเห่าใส่ข้ารึ?!”

ปากบอกว่าจะยิงสุนัข แต่ลูกธนูกลับพุ่งตรงมาที่คน

ลูกธนูใบหลิว พุ่งตรงมาที่จวงอี้ด้วยความเร็วสูง

ระยะห่างแค่สี่สิบห้าสิบก้าว ธนูสี่แรงก็เพียงพอที่จะฆ่าคนธรรมดาได้สบายๆ!

ดวงตาของจวงอี้เบิกกว้าง มองเห็นลูกธนูใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ตอนนี้ขาของเขาสั่นจนแทบจะยืนไม่อยู่

เเต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ลูกธนูเขี้ยวหมาป่าก็พุ่งมาจากด้านข้าง ตัดลูกธนูใบหลิวขาดครึ่งอย่างแม่นยำ!

ใช้ลูกธนูรับลูกธนู!

“อะไรน่ะ?!” จางเชาตาแทบถลน

ในเวลาสั้นๆแบบนี้ กลับยิงเป้าหมายที่กำลังเคลื่อนที่แถมยังเล็กขนาดนั้น

มัน...เป็นไปได้ยังไง?!

“ธนูหนักสองศิลาของทหารประจำการ?”

หลี่ฮ่าวหน้าซีด “เเก...เป็นแก?!”

พวกเขาทั้งสองจำเฉินซานซือได้

“ไอ้บ้านี่มาเป็นทหารได้ไง?”

“รีบหนีเร็ว!”

หลี่ฮ่าวและจางเชาสบตากัน แล้วรีบวิ่งหนีไปโดยไม่พูดอะไรอีก

วิ่งไปไกลแล้วถึงได้ตะโกนกลับมาว่า “ฝากไว้ก่อนเถอะ!”

“พวกขี้ขลาด”

ตอนนี้เฉินซานซือไม่กลัวพวกมันแล้ว

เพราะยังไงพวกมันก็กระจอกกว่าฉินเฟิง

เเละตั้งแต่พวกมันยิงธนู จนถึงตอนที่โดนเฉินซานซือขู่จนหนีไป ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาแค่ไม่กี่วินาที

อู๋ต๋าและคนอื่นๆ จึงถึงกับงงว่าเกิดอะไรขึ้น

“พี่เฉิน…” จวงอี้เสียงยังสั่น

“พี่ช่วยชีวิตผมไว้ ผม… ผม…”

เขาพูดตะกุกตะกัก ไม่รู้จะขอบคุณยังไง

“ไม่เป็นไร” เฉินซานซือพูดอย่างใจเย็น

“ถ้าข้าไม่สวนกลับ พวกมันก็ต้องยิงข้าด้วยอยู่ดี”

ศิษย์รับใช้ของสำนักยุทธ ยังกล้ารังแกคนอื่นซึ่งๆหน้าแบบนี้อีก

ดูท่า เขาต้องได้ตำแหน่งขุนนางให้ได้!

ถ้ามีตำแหน่งขุนนางคุ้มหัว ลูกธนูเมื่อกี้ก็คงไม่ใช่แค่สกัดธนูของอีกฝ่าย แต่มันจะเป็นลูกธนูที่ปลิดชีพ!

“ลงเขากันเถอะ”

จากนั้น ทุกคนก็แบกหมีกลับบ้านอย่างโล่งอก

…..

ในเมืองตอนนี้ยังคงปิดประตูเมืองอยู่

ไม่รู้ว่าพวกคนเถื่อนซ่อนอยู่ที่ไหน ยังไม่มีใครหาเจอเลย

เเละมันเหมือนที่เฉินซานซือคาดไว้, หมีขายได้ทั้งหมดห้าสิบเอ็ดตำลึง

คนอื่นๆได้คนละสองตำลึงห้าสิบกว่าอีแปะ

เฉินซานซือเก็บหัวใจหมีไว้ มูลค่าประมาณยี่สิบตำลึง เก็บเนื้อไว้สามสิบจิน สุดท้ายก็ได้เงินมาอีกยี่สิบตำลึง

“น่าจะพอใช้ไปสักพัก”

เฉินซานซือห่อหัวใจหมีด้วยใบบัว เเล้วรีบกลับบ้านทันที

หัวใจหมีเป็นยาบำรุงชั้นยอด น่าจะช่วยเรื่องพลังปราณและเลือดที่ขาดไปได้เยอะมาก

…………………………

จบบทที่ บทที่ 23 : ใช้ลูกธนูรับลูกธนู

คัดลอกลิงก์แล้ว