- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 21 : วิธีการหายใจเเบบเฮ่าหราน
บทที่ 21 : วิธีการหายใจเเบบเฮ่าหราน
บทที่ 21 : วิธีการหายใจเเบบเฮ่าหราน
บทที่ 21 : วิธีการหายใจเเบบเฮ่าหราน
“ไอ้อ้วนหวัง?!”
นายร้อยหลิวและนายร้อยเซียหันกลับไปมอง
หวังจื๋อไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เฉินซานซือ
ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มแย้มราวกับคนใจดี ยื่นมือไปพยุงเฉินซานซือที่กำลังคุกเข่าอยู่ขึ้นมา
“ไอ้สกุลหวัง”
นายร้อยหลิวชี้นิ้วไปที่จมูกของหวังจื๋อ เเล้วตะคอกว่า
“เจ้าน่ะ พูดเองชัดๆเลยว่าดูถูกพรสวรรค์ของเด็กนี่!”
“ใช่!” นายร้อยเซียเสริม
“ข้าว่าเจ้านั่นแหละหน้าไม่อายที่สุด!”
“โอ๊ยๆๆสองท่านพูดผิดแล้ว เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับพรสวรรค์สักหน่อย”
หวังจื๋อส่ายหน้าพลางพูดว่า
“ข้าหวังจื๋อน่ะ ให้ความสำคัญกับสัจจะและความชอบธรรมมากที่สุด เมื่อข้ารับเงินมาแล้วก็ต้องสอนเขาให้เต็มที่สิจริงไหม?”
“ดีดี ดีจริงๆ!” นายร้อยหลิวโกรธจนกัดฟันกรอด
ทันใดนั้นมือของเขาก็ขยับไปจับด้ามดาบโดยไม่รู้ตัว
“ไอ้อ้วนบ้า เจ้าก็จะมาแย่งกับข้าอีกคนเหรอ?”
“ซานซือเจ้าต้องคิดให้ดีๆนะ ไอ้อ้วนนี่ยิ่งกว่าผีเห็นแก่เงินอีก ส่วนข้าจะสอนใหัเจ้าฟรีๆ ไม่คิดเงินสักอีแปะเลย”
“ไปกับข้า!”
หวังจื๋อไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง เขาลากเฉินซานซือวิ่งไปทันที
ไม่กี่อึดใจ ทั้งสองคนก็หายวับไปกับตา
“ไอ้อ้วนสารเลว! ข้ามี่เซิ่งจะไม่คบค้าสมาคมกับเจ้าอีกต่อไป!”
นายร้อยเซียและนายร้อยหลิวได้แต่สบถด่าฝุ่นที่ตลบอบอวลอยู่ ก่อนจะเดินจากไปอย่างจำใจ
…….
ณ เวลานี้ เฉินซานซือยังงงๆอยู่บ้าง
จากที่ไม่มีใครสนใจ กลับกลายเป็นที่ต้องการตัว
ดูท่าแล้ว คนที่อยู่เบื้องหลังที่คิดร้ายกับเขา คงไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้านักหรอก
ไม่งั้น เขาคงไม่มีโอกาสได้พลิกสถานการณ์แบบนี้
ส่วนเรื่องจะเลือกให้นายร้อยคนไหนสอน...
นั่นเขามีสิทธิ์เลือกด้วยเหรอ?
นายร้อยหวังมีพลังมหาศาล ลากแขนเขาเเทบจะขาดอยู่เเล้ว
ทั้งสองวิ่งมาจนถึงหน้าเต็นท์ จึงหยุดลง
นายร้อยหวังปล่อยมือแล้วพูดว่า
“เจ้าหินน้อย เข้าไปข้างในกับข้า”
และขณะที่เฉินซานซือกำลังก้าวเข้าไปในเต็นท์...หวังจื๋อก็หันกลับมาอย่างรวดเร็ว เเล้วยกมือขึ้นมาจับที่ไหล่ของเขา
เฉินซานซือพยายามจะหลบ แต่มือข้างนั้นเหมือนภูเขาห้าด้ามที่หนักอึ้งและไม่สามารถหลบพ้น
มือกดลงบนไหล่ของเขาอย่างแรง จนกระดูกแทบแตก
หวังจื๋อลูบคลำไปทั่วร่างกายของเขา จนพอใจแล้วจึงพยักหน้า
“แขนแข็งแรงดุจวานร เอวเล็กบอบบาง และที่สำคัญที่สุดคือ กระดูกแข็งแรงมาก…ถือว่ามีพื้นฐานที่ดี”
“การฝึกยุทธน่ะ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือพรสวรรค์, รองลงมาก็คือกระดูก”
หวังจื๋อเดินไปนั่งลงที่โต๊ะอย่างโอ่อ่า แล้วอธิบายต่อ
“เรื่องพรสวรรค์น่ะ ไม่ต้องให้ข้าอธิบายหรอกนะ?
“ส่วนกระดูก คนฝึกยุทธต้องทนทานต่อความเจ็บปวดได้ กระดูกจึงต้องแข็งแรง…นอกจากนั้น กระดูกแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป
“ยกตัวอย่างเช่นพลธนูส่วนใหญ่ต้องตัวสูงเเละแขนยาวถึงจะง้างธนูได้เต็มที่ ดังนั้นพรสวรรค์ ด้านการยิงธนูของเจ้าจึงถือว่าไม่เลวเลย
“แขนแข็งแรงดุจวานร เอวเล็กบอบบางบวกกับ กระดูกที่แข็งแรง แบบนี้ถือว่าเป็นกระดูกชั้นยอดเลยล่ะ!”
“ขอบคุณนายร้อยหวัง สำหรับคำชี้แนะขอรับ” เฉินซานซือพยักหน้ารับ
“เจ้าคงโกรธข้าอยู่ใช่ไหม?” ดวงตาเล็กๆของหวังจื๋อเป็นประกาย
“คงคิดว่าข้ารับเงินแล้วทำไมไม่ยอมสอนเจ้า”
“ข้าไม่กล้าคิดแบบบนั้นหรอกขอรับ” เฉินซานซือ ตอบอย่างตรงไปตรงมา
“ไม่กล้า ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มี”
“เอาเถอะ อย่าคิดมากเลย นายร้อยหลิวกับนายร้อยเซียน่ะ…ให้เจ้าแบบนี้ไม่ได้หรอก”
หวังจื๋อพูดพลางหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้ววางลงบนโต๊ะอย่างแรง
บนหน้าปกหนังสือ เขียนว่า “วิชาหอกพื้นฐานสำหรับทหาร” ซึ่งเป็นคำที่เฉินซานซือคุ้นเคย
เเละเมื่อเห็นสายตาสงสัยของเฉินซานซือ เขาก็หยิบหนังสือ “วิชาหอกพื้นฐานสำหรับทหาร” อีกเล่มออกมา
“ลองเทียบดูสิว่าเนื้อหาของหนังสือสองเล่มนี้ต่างกันอย่างไร”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉินซานซือก็ทำตามทันที
หนังสือทั้งสองเล่ม ต่างก็มีเนื้อหาของวิชาหอกพื้นฐานสำหรับทหารที่ครบถ้วน ซึ่งมันประกอบด้วย ท่ายืน, วิชาหอก และวิธีการหายใจ
จากตัวหนังสือ เขาได้รู้ถึงความสำคัญของวิธีการหายใจ
ถ้าไม่มีวิธีการหายใจ ถึงจะฝืนฝึกต่อไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็อาจจะฝึกวิชาหอกได้ครบก็จริง แต่ก็ไม่สามารถมีทางสร้างพลังปราณและเลือดได้อย่างแน่นอน
เนื้อหาในหนังสือสองเล่มนี้ ในส่วนของท่ายืนและวิชาหอกนั้นเหมือนกันทุกประการ
แต่วิธีการหายใจ กลับมีหลายจุดที่แตกต่างกัน
วิธีการหายใจแบบแรก นั้นเน้นการช่วยเหลือ เป็นหลัก
เนื่องจากท่ายืนและวิชาหอกสร้างความเสียหาย ให้กับร่างกายอย่างมาก จึงต้องใช้วิธีการหายใจแบบพิเศษเพื่อลดความเจ็บปวดในระหว่างการฝึกและช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกขึ้นเล็กน้อย
ส่วนแบบที่สองเรียกว่า “วิธีการหายใจเเบบเฮ่าหราน”
วิธีการหายใจแบบนี้นั้น ไม่ได้ช่วยปกป้องร่างกายเลย และก็ไม่ได้เร็วไปกว่าแบบแรกด้วย
แต่ในหนังสือบอกว่า พลังปราณและเลือดที่จะได้จากการฝึกแบบนี้จะดีกว่าแบบแรก
ส่วนจะดีกว่าอย่างไร เขาก็ไม่รู้
หวังจื๋อกินถั่วลิสงไปพลาง แล้วอธิบายไปพลาง
“วิธีการหายใจที่ข้าให้เจ้าไปน่ะ พลังปราณและเลือดที่ได้จะแข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และ ทนทานกว่าเหมือนกับข้า”
“ส่วนวิธีการหายใจอีกแบบ ถึงจะเร็วกว่าแต่ก็ไม่แข็งแกร่งและไม่ทนทาน เหมือนกับพวกนายร้อยเซียนั่นแหละ”
“อธิบายแบบนี้ เจ้าน่าจะเข้าใจนะ? เเต่ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวพอเจ้าฝึกจนมีพลังปราณและเลือดแล้วก็จะเข้าใจเอง”
“ขอนายร้อยหวังช่วยอธิบายให้กระจ่างด้วย ทำไมวิทยายุทธบทเดียวกันถึงมีวิธีการหายใจที่ แตกต่างกันถึงสองแบบ” เฉินซานซือถามอย่างสงสัย
“ก็เป็นแบบย่อส่วนไงล่ะ”
“วิธีการหายใจเเบบเฮ่าหรานน่ะดีกว่าก็จริง แต่ ไม่ใช่ว่าใครๆก็ฝึกได้ ถ้ากระดูกไม่แข็งแรงพอ มีสิทธิ์พิการได้เลยนะ และถ้าพรสวรรค์ไม่ดีพอ ก็จะทำให้การฝึกช้าลงเป็นอย่างมาก แถมการฝึกแบบนี้ยังเปลืองเงินอีกต่างหาก ปกติแล้วจะมีสอนเฉพาะในกองทัพแปดเหล่าเท่านั้น”
“ข้อดีข้อเสียน่ะ ข้าบอกเจ้าไปหมดแล้ว…จะเลือกแบบไหนก็แล้วแต่เจ้าเลย”
วิทยายุทธของกองทัพแปดเหล่างั้นเหรอ?
เฉินซานซือมองหวังจื๋อสลับกับมองวิทยายุทธอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อ
“เจ้าทำหน้าแบบนั้น…ไม่เชื่อข้ารึไง?” หวังจื๋อเบิกตากว้าง
“ถึงแม้ ตอนนี้ข้าจะเป็นแค่นายร้อย แต่เมื่อก่อนข้าก็เคยได้เป็นทหารในกองทัพแปดเหล่าเชียวนะ!”
“นายร้อยหวังคิดมากไปแล้ว ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”
หลังจากแก้ตัวเสร็จ เฉินซานซือก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
“ข้าจะฝึกวิธีการหายใจเเบบเฮ่าหราน”
“ดีมากเจ้าหนู ข้าว่าแล้วว่าข้าดูคนไม่ผิด”
หวังจื๋อปัดเศษถั่วลิสงที่มือทิ้ง แล้วเรียกลูกน้องให้ไปเอาหอกปลายบัวเหล็กมาจากข้างนอก แล้สอนเฉินซานซือด้วยตัวเอง
“ท่ายืน การถือหอก การหายใจ ทั้งสามสิ่งต้องเป็นหนึ่งเดียว”
“สูดหายใจเข้าลึกๆ เวลากลั้นหายใจอย่ากลั้นที่ปอดตรงๆ เจ้าต้องจินตนาการว่าลมหายใจนี้ คือ ‘พลัง’ ที่เก็บไว้ในร่างกาย และทุกครั้งที่
ออกท่าก็ใช้ ‘พลัง’ นี้ควบคู่ ไปด้วย”
“ไม่ใช่แบบนี้ แบบนี้มันการหายใจธรรมดา, เจ้าคิดว่าทำไมวิธีเเบบเฮ่าหรานถึงต่างจากแบบอื่น ล่ะ?
“เจ้าต้องใช้ ‘พลัง’ นี้กระตุ้นจุดชีพจร!
“ถูกแล้ว ถูกแล้ว แบบนี้แหละ!”
“ซี๊——”
เฉินซานซือจำภาพประกอบวิธีการหายใจในหนังสือ ประกอบกับคำอธิบายของนายร้อยหวัง
เขาลองฝึกไม่กี่ครั้งก็เข้าใจวิธีใช้วิธีการหายใจเเบบเฮ่าหรานที่ถูกต้องได้
ทันใดนั้นทุกท่วงท่าของเขาก็เริ่มมี ‘ลมปราณ’ ที่แปลงเป็น ‘พลัง’ เพื่อกระตุ้นจุดชีพจรและกระดูกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ทันใดนั้น ความเจ็บปวดจากท่ายืนและวิชาหอก ก็ซ้อนทับกัน จนตอนนี้กลับกลายเป็นเจ็บกว่าเดิมสามเท่า
ความเจ็บปวดทำให้เฉินซานซือแทบจะอาเจียนออกมา
แต่ในขณะเดียวกัน หน้าจอสถานะก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาอีกครั้ง
…
[วิทยายุทธ: วิชาหอกพื้นฐานสำหรับทหาร (ยังไม่เริ่มฝึก)]
[ความคืบหน้า: (8/100)]
[ผลของวิชา: ยังไม่มี]
…
“ฮึบ ฮึบ——”
หลังจากฝืนฝึกไม่กี่วินาที เฉินซานซือก็หมดแรง จนเกือบล้มลง
“พอแล้ว” หวังจื๋อสั่งให้หยุด
“วันนี้พอแค่นี้ ถึงแม้ร่างกายจะแข็งแกร่งแค่ไหนมันก็มาถึงขีดจำกัดแล้ว อย่าฝืนจนบาดเจ็บเลย”
“จำไว้ว่าหลังจากนี้จงให้ความสำคัญเรื่องอาหาร, ทุกวันต้องกินเนื้ออย่างน้อยห้าจิน เนื้อสัตว์ป่าก็ดี เนื้อสัตว์ร้ายยิ่งดี และเนื้ออสูรน่ะดีที่สุด
“เมื่อไหร่ที่เจ้าฝึกวิชาหอกพื้นฐานสำหรับทหาร จนเริ่มเชี่ยวชาญ ก็ถือว่าเข้าสู่ขอบเขตการฝึกพลังปราณและเลือดและกลายเป็นผู้ฝึกยุทธอย่างเต็มตัว!”
“เมื่อถึงตอนนั้น ข้าจะช่วยแนะนำเจ้าให้กับผู้พันเอง”
“แล้วเกี่ยวกับสำนักยุทธเทียนหยวนน่ะ เจ้ามีเรื่องอะไรกับเหลียงจ้าน?”
“สำนักยุทธเทียนหยวนงั้นเหรอ?”
เฉินซานซือเข้าใจขึ้นมาทันที ก่อนจะตอบอย่างรวดเร็วว่า
“ข้ากับตระกูลเหลียงไม่มีเรื่องบาดหมางอะไรกัน”
“อ้อ งั้นเหรอ?”
หวังจื๋อดูประหลาดใจเล็กน้อย เขาจับคางตัวเองเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไปพักผ่อนเถอะ”
………………………