- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 20 : ยอดอัจฉริยะ!
บทที่ 20 : ยอดอัจฉริยะ!
บทที่​ 20 : ยอดอัจฉริยะ!
บทที่​ 20 : ยอดอัจฉริยะ!
ทันใดนั้น​ ความรู้สึกคุ้นเคยก็กลับมาอีกครั้ง
และครั้งนี้ มันรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ
เฉินซานซือยืนอยู่ตรงนั้น รู้สึกได้เลยว่าทักษะยิงธนูของเขากำลังพัฒนาขึ้น​อย่างรวดเร็ว
จากเจ็ดสิบก้าว แปดสิบก้าว สุดท้ายก็ยิงเข้าเป้าหมายร้อยก้าว!
เป้าหมายขนาดเท่าใบหลิวที่ระยะร้อยก้าว…สำหรับคนทั่วไปนั้นแทบจะมองไม่เห็นด้วยซ้ำ
แต่เขากลับยิงเข้าเป้าได้ทุกดอก แถมยังยิงได้สามดอกในเวลาชั่วพริบตาเดียว!
ยี่สิบชั่วพริบตาเท่ากับหนึ่งวินาที
สามชั่วพริบตาก็น่าจะประมาณหนึ่งวินาที
ตั้งแต่หยิบลูกธนู เล็งไปจนถึงยิง ใช้เวลาเพียงหนึ่งวินาที
แม้แต่พลซุ่มยิงระดับท็อปของโลกยุคก่อนก็ยังต้องใช้เวลาเล็งถึงสองวินาที!
เเละนอกจากทักษะยิงธนูที่พัฒนาขึ้นแล้ว สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนยิ่งกว่าคือร่างกาย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ร่างกายของเขาตอนนี้​กำลังเติบโตและเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
เเม้เเต่โครงกระดูกก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ตอนนี้​เข้ากับการใช้ธนูมากขึ้นจนถึงขีดสุด
พลธนู
สำหรับพลธนู ยิ่งแขนยาวเท่าไหร่ ก็ยิ่งเหมาะกับการโก่งธนูมากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้น แขนของเขาก็จึงแข็งแรงและยาวขึ้นจนเหมือนกับวานร
ส่วนหลังและเอวเป็นตัวกำหนดขีดจำกัดของการโก่งธนู
ดังนั้น กระดูกหลังของเขาก็แข็งแกร่งขึ้น เอวก็เล็กและทรงพลัง
แขนแข็งแรงดุจวานร เอวเล็กบอบบาง โครงกระดูกมหัศจรรย์!
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกฉีดยาซุปเปอร์​โซลเยอร์
ความเหนื่อยล้าของเฉินซานซือก็หายไป ร่างกาย​กลับมามีกำลังวังชาอีกครั้ง
เขาลืมตาขึ้น, ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เป็นเวลากลางคืนแล้ว
สนามยิงธนูที่กว้างใหญ่ว่างเปล่า มีเพียงพระจันทร์กลมโตที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า
เฉินซานซือกินเสบียงที่เหลือจากตอนกลางวันเล็กน้อย จากนั้นก็ไปที่ลานฝึก หยิบหอกปลายบัวขึ้นมา แล้วฝึกท่าหอกพื้นฐานสามสิบหกกระบวนท่าอย่างช้าๆ
การฝึกท่ายืนร่วมกับท่าหอกทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าและกล้ามเนื้อปวดเมื่อยอย่างรุนแรง
มันทำให้เขาสั่นไปทั้งตัว เขาเกือบกัดฟันจนแตก แต่ก็ยังฝึกต่อไปไม่หยุด
ก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาฝึกท่าหอก เขาก็เหมือนเครื่องจักรเก่าๆที่ขึ้นสนิม, แม้จะยังทำงานได้ แต่ทุกครั้งที่ขยับก็ต้องใช้แรงมากและเสียเวลามาก
อย่างไร​ก็ตาม, ตอนนี้ทักษะการยิงธนูของเขามาถึงระดับความสำเร็จ​เล็กน้อย ร่างกายของเขาจึงเปลี่ยนไป แขนแข็งแรงดุจวานร เอวเล็กบอบบาง เหมือนกับเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ให้สุดยอด​เครื่องจักร
ดังนั้น เมื่อเครื่องจักรเริ่มทำงานอีกครั้ง แม้จะยังหนักอยู่ แต่ก็เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วขึ้นหลายเท่า
ท่าหอกกระบวนท่าที่สี่ สำเร็จ!
ท่าหอกกระบวนท่าที่ห้า สำเร็จ!
ท่าหอกกระบวนท่าที่หก...
เขาสามารถ​ฝึกต่อไปได้เรื่อยๆ
เเต่เมื่อไม่มีวิธีการหายใจมาช่วยลดผลข้างเคียง หลายครั้งที่เฉินซานสรู้สึกเหมือนปอดจะระเบิด คอแห้งผากเหมือนมีเลือดติดอยู่…เเละทุกครั้งที่เป็นแบบนี้ แสดงว่าร่างกายของเขามาถึงขีดจำกัดแล้ว
หลังจาก​นั้นเขาก็จะราดน้ำเย็นลงบนตัว พักสักครู่ แล้วฝึกต่อ
เฉินซานซือจับด้ามหอกที่ทำจากไม้ขี้ผึ้ง รู้สึกคุ้นเคยกับหอกปลายบัวมากขึ้นเรื่อยๆ เเละการเคลื่อนไหวก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ
กระบวนท่าที่สิบ!
กระบวนท่าที่สิบเอ็ด!
ฝึกฝน​ต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน​!
…..
กาลเวลาเปลี่ยนผัน ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์สลับกันขึ้นลง
ภายในค่ายทหาร เริ่มมีทหารทยอยมารายงานตัว จึงทำให้บรรยากาศคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ
ซูเหวินไฉเดินออกมาจากเต็นท์ บิดขี้เกียจไปทั่วท้องฟ้า
“เวลาที่ดีที่สุดของวันอยู่ที่ตอนเช้า!”
เเต่ขณะที่​เขากำลังอ่านหนังสืออยู่เขาก็ได้ยินเสียง "เฮ้ย!" ดังมาแต่ไกล, เเถมเป็นเสียงที่แหบแห้งราวกับตะโกน
ซูเหวินไฉรู้สึกรำคาญจึงเดินตามเสียงไป แล้วก็ได้เห็นภาพน่าตกตะลึง​ตรงหน้า
พระอาทิตย์ขึ้น แสงอาทิตย์สีแดงสาดส่องไปทั่วท้องฟ้า
บนลานฝึก มีเด็กหนุ่มถอดเสื้ออยู่คนหนึ่ง
เด็กหนุ่มรูปร่างไม่ใหญ่ แต่กลับมีกล้ามเนื้อที่สวยงาม แข็งแรง และกระชับ
โครงร่างกว้างด้านบนและแคบด้านล่าง มองจากระยะไกลเหมือนรูปสามเหลี่ยมกลับหัว
แต่ทว่า...
ตอนนี้ เด็กหนุ่มกลับมีลำตัวสีแดงก่ำ ตาแดงก่ำ มือถือหอกปลายบัว เหมือนหมาป่าหิวโซที่กำลังคลั่ง
"เจ้าหินน้อย, เจ้าฝึกทั้งคืนเลยรึ? บ้าไปแล้วรึไง?"
ซูเหวินไฉรีบวิ่งกลับไปลากจูถงออกมา
พวกเขามาใหม่ยังไม่มีบ้านอยู่ จึงนอนในเต็นท์รวม
"พี่จู ไปห้ามมันเร็วเข้า เดี๋ยวก็เกิดเรื่องหรอก!"
จูถงตามมาถึงลานฝึก เเละเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขาก็ตกตะลึงเช่นกัน
นี่มันไม่ใช่แค่จะเกิดเรื่อง
แต่มัน...กำลังจะสำเร็จ!
เขามองการเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่ม…เเละมันเขารู้ว่ามันคือท่าหอกพื้นฐานกระบวนท่าสุดท้าย!
…..
อีก​ด้าน​หนึ่ง​
นอกค่ายทหาร เสียงโลหะกระทบกันและเสียงฝีเท้าที่วุ่นวายดังขึ้นพร้อมๆ กัน
ทหารที่ออกไปเมื่อวาน ได้กลับค่ายมาพร้อมกับรอยคล้ำใต้ตา
แต่นายร้อยหลายคนที่เดินนำหน้ากลับดูสดใสร่าเริงอย่างมาก
"สาวๆ ที่เพิ่งมาใหม่ที่หอนางโลมชุนหม่านโหลวนี่ยอดเยี่ยมจริงๆ"
"ใช่ๆ นุ่มนิ่ม น่ารักน่าชังมาก"
"ไอ้อ้วนหวัง ต่อไปพวกเราก็เป็นพวกเดียวกันแล้ว ดูแลกันด้วยล่ะ"
"ฮ่าๆๆ แน่นอน แน่นอนอยู่แล้ว"
"พวกเจ้า ช่วงนี้อยู่นิ่งๆหน่อยก็ดีนะ"
นายร้อยหลิวดูเหนื่อยล้าไม่เหมือนคนอื่น เขาเหมือนไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่​นัก
"ตอนนี้​ท่านผู้พันโกรธมาก เขาสั่งให้พวกเราต้องหามือสังหารให้เจอภายในสิบวัน…เเละคราวนี้ ท่านเอาจริง"
"นายร้อยหลิว เจ้ามันจริงจังเกินไปเเล้ว"
นายร้อยเซียพูดว่า "ฝีมือของไอ้มือสังหาร​นั่นไม่ธรรมดา พวกเราที่ได้เงินเดือนแค่นี้ จะเอาชีวิตไปเสี่ยงทำไม?"
"ถูกต้อง ใครจะไปรู้ว่าทำไมท่านผู้พันถึงรีบร้อนขนาดนั้น ไอ้มือสังหาร​นั่นอาจจะหนีไปนานแล้วก็ได้"
เเต้ทันใดนั้นหวังจื๋อก็หยุดเดินกระทัน​หัน​
“นั่นเสียงอะไรน่ะ?”
ริมลานฝึก มีคนมุงดูกันเต็มไปหมด ต่างยื่นคอแย่งกันมองเข้าไปข้างใน
“อะไรกัน ปกติตอนฝึกไม่เห็นพวกเจ้าขยันกันขนาดนี้…มามุงอะไรกันออกไปให้พ้น!”
หวังจื๋อเตะคนออกไปสองสามคน ให้หลีกทางเพื่อให้เขามองเห็นด้านใน
ทันใดนั้น​เขาก็มองเห็นพู่สีแดงที่กำลังสะบัด หอกปลายบัวในมือเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังฟาดฟันไม่หยุด มันทำให้เกิดลมพัดกระโชก ฝุ่นตลบ
เเละเเน่นอนว่ามันคือท่าหอกพื้นฐานสามสิบหกกระบวนท่า…เเถมยังเป็นกระบวนท่าที่ครบถ้วนและลื่นไหล!
“ปัง!”
บนลานฝึก หอกปลายบัวพุ่งเร็วเหมือนสายฟ้าฟาด แทงทะลุหุ่นฟาง จนฟางกระจายไปทั่ว
ฉากฟางกระจาย​นี้เหมือนเลือดของศัตรูที่กระเซ็นขึ้นไปบนท้องฟ้า
…..
ณ เวลานี้​ เฉินซานซือได้ใช้พลังงานจนหมดสิ้น
เขาไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้อีกต่อไป​ จึงปักหอกลงพื้นแล้วคุกเข่าลง พร้อมหายใจหอบและมีกลิ่นคาวเลือด
“สำเร็จ!”
แม้จะไม่มีวิธีการหายใจ เขาก็สามารถ​ฝึกท่าหอกพื้นฐานจนสำเร็จได้
ไม่ว่าต่อไปจะได้เป็นทหารองครักษ์หรือไม่ อย่างน้อยก็ได้เป็นทหารราบแล้วอย่างเเน่นอน
...
“หืมมมม...”
นายร้อยหลิวมากฉากนี้ตาค้าง ทันใดนั้น​เขาก็เอื้อมมือไปตบบ่าคนข้างหน้า
“พี่มี่ มัน...เมื่อวานมันยังฝึกยิงธนูอยู่เลยนี่?”
นายร้อยเซียเอาก็เผลอทำไม้จิ้มฟันตกเช่นกัน​
“ใช่ ใช่ เมื่อวานตอนที่พวกเราออกไป มันก็ยังฝึกยิงธนูอยู่เลย”
“นั่นก็แปลว่า มันเริ่มฝึกหอกตอนกลางคืน แล้วเช้านี้ก็ฝึกฝนจนคล่องแคล่ว​แล้ว”
เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, นายร้อยหลิวก็กลืนก้อนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ค...คืนเดียว ฝึกท่าหอกได้คล่องขนาดนี้เลยเหรอ?”
ฝึกได้ภายในคืนเดียว!
นี่มันอะไรกัน?
เเละที่สำคัญที่สุด…ไอ้เด็กนี่มันไม่มีวิธีการหายใจ!
ถ้าไม่มีวิธีการหายใจ ไม่เพียงแต่จะทำให้การฝึกช้าลง แต่ความเจ็บปวดก็ไม่ต่างจากการถูกทรมานในคุก!
ต้องมีพรสวรรค์และความมุ่งมั่นขนาดไหน ถึงจะทำแบบนี้ได้?
แล้วถ้ามันมีวิธีการหายใจ มันจะฝึกได้เร็วแค่ไหน?
ครึ่งคืน? หรือสองสามชั่วโมง? หรือเร็วกว่านั้น...?
ไม่ได้การ ไอ้เด็กนี่ต้องอยู่ที่นี่ต่อ!
ไม่ว่ามันจะไปทำอะไรให้สำนักยุทธเทียนหยวนไม่พอใจ ข้าจะช่วยมันเอง
“พี่มี่ เจ้ามันหน้าไม่อาย!”
เมื่อนายร้อยหลิวรู้สึกตัว เขาก็หันไปเห็นนายร้อยเซียกำลังเดินเข้าไปหาเฉินซานซือ
เขาจึงรีบวิ่งไปคว้าแขนอีกฝ่ายไว้
“พวกเจ้าห้ามแย่งข้า”
“ปล่อย! ข้าไม่เคยตกลงอะไรกับเจ้าทั้งนั้น!”
นายร้อยเซียพยายามดิ้นให้หลุด
“ไอ้โง่ อัจฉริยะแบบนี้มาอยู่กับเจ้าก็เสียของเปล่าๆ!”
“เจ้าว่าข้าเหรอ? ถ้าเจ้าไม่ได้รับช่วงต่อจากพ่อเจ้า เจ้าก็คงไม่ได้เป็นแม้แต่หัวหน้าหมวดหรอก!”
“ฮึ่ม!…งั้นมาลองกันหน่อยไหม?”
“มาเลย!”
เหล่าทหารมองหน้ากัน เมื่อวานพวกเขาได้ยินมาว่าไอ้เด็กนี่ไปสร้างความแค้นอะไรกับใครไว้…คงอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน
เเต่ทำไมตอนนี้ พวกเขา​ถึงเห็นนายร้อยทั้งสองคนแย่งตัวกันเด็กนี้จนแทบจะตีกันตาย?
เเต่เรื่องราวก็มักจะเป็นแบบนี้
ถ้าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์​ธรรมดา พวกเขาก็อาจจะรู้สึกเสียดาย แต่ก็คงไม่ใช้เส้นสายเพื่อช่วยเหลือเขา
แต่ถ้ามองเป็นพรสวรรค์​ชั้นยอดเเบบนี้…ใช้เส้นสายนิดหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
เเต่ในขณะที่นายร้อยหลิวและนายร้อยเซียกำลังโต้เถียงกันอยู่นั้น…มันก็มีเสียงเจ้าเล่ห์ดังเเทรกเข้ามา
"เจ้าหินน้อย พวกเราตกลงกันแล้วว่าข้าจะสอนเจ้าในอีกสองวัน”
“มาเถอะ วันนี้ก็เป็นวันที่สองแล้ว”
…………………