เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 : วิธีการหายใจ

บทที่ 17 : วิธีการหายใจ

บทที่ 17 : วิธีการหายใจ


บทที่ 17 : วิธีการหายใจ

ในบ้านอันเเสนอบอุ่น​ กู้ซินหลันกำลังนั่งเย็บเสื้อผ้าอยู่ที่โต๊ะ

พอเห็นสามีกลับมา นางก็วางงานในมือลงทันทีแล้วรีบออกมาต้อนรับ

“ข้าหิวแล้ว”

ทันทีที่เฉินซานซือพูดจบ กู้ซิน​หลันก็รีบเข้าครัวไปเตรียมอาหาร

ส่วนเฉิน​ซาน​ซือ​ก็นั่งลง แล้วเปิดหนังสือที่ได้มาจากซูเหวินไฉขึ้นมาอ่าน

ชื่อหนังสือคือ “ตำนานต้าเซิ่ง” เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญต่างๆตั้งแต่เริ่มก่อตั้งราชวงศ์ต้าเซิ่ง

ก่อนราชวงศ์ต้าเซิ่ง เป็นยุคที่วุ่นวายคล้ายกับยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร

จักรพรรดิไท่จู่ จ้าวเซี่ย เดิมทีเป็นเพียงทาส แต่กลับสามารถฝ่าฟันขึ้นมาได้ในยุคสงคราม และรวมแผ่นดินที่แตกแยกมานานกว่าร้อยปีให้เป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง

ที่น่าสนใจคือ…จ้าวเซี่ยยังเป็นยอดฝีมือด้านดาบอีกด้วย

มีตำนานเล่าว่า เขาเคยใช้ดาบสังหารคนจากระยะสิบลี้ และเคยบุกฝ่ากองทัพสองพันสามร้อยนายเพียงลำพัง

“แบบนี้มันเกินขอบเขตของวิทยายุทธไปแล้วมั้ง?”

เฉินซานซือรีบพลิกหน้าต่อไป

ปรากฏว่า จักรพรรดิไท่จู่คือตำนานของวิทยายุทธจริงๆ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครที่มีพลังฝีมือระดับนั้นอีกเลย

สามร้อยปีต่อมา จักรพรรดิทุกพระองค์ต่างก็พยายามฝึกฝนวิทยายุทธให้ถึงระดับเดียวกับจักรพรรดิไท่จู่ แต่ก็ไม่มีใครทำสำเร็จ

จนกระทั่งจักรพรรดิหลงชิ่งขึ้นครองราชย์ พระองค์ก็หันไปสนใจการบำเพ็ญเพียรแทน

สนใจถึงขนาดยอมแบ่งที่ดินของประเทศหนึ่งในสิบส่วนเพื่อปลูกพืชวิเศษ เพื่อถวายแด่เซียน

“หรือว่าจักรพรรดิหลงชิ่งได้พบกับเซียนจริงๆ?”

“ถ้าไม่ใช่แบบนั้น พระองค์ก็คงไม่โง่ขนาดยอมเสียภาษีหนึ่งในสิบส่วนเพื่อไปถวายเซียนหรอก?”

“เเต่…พระองค์ถวายแด่เซียน แต่ให้ประชาชนเป็นคนจ่าย”

…..

[ทักษะ: การอ่าน (ระดับเชี่ยวชาญ)]

[ความคืบหน้า: (18/800)]

[ผลของทักษะ: ความเข้าใจ​เปิดโล่ง, กระปรี้กระเปร่า, จำได้ทุกอย่างที่เห็น]

เฉินซานซืออ่านไปก็รู้สึกโมโห จึงปิดหนังสือลง พอดีกับที่อาหารเสร็จพอดี

ข้าวสวยครึ่งถัง เนื้อผัด ไข่เค็ม และซุปปลาอีกหนึ่งถ้วย

เขาจัดการอาหารทั้งหมดจนหมดเกลี้ยง

จากนั้น​เฉินซานซือก็ไม่รอให้เสียเวลา พอฟื้นแรงได้บ้าง เขาก็รีบออกมาข้างนอกทันที

“คืนนี้ต้องฝึกท่ายืนให้ครบทั้งหมดให้ได้!”

…..

ยามค่ำคืนในชนบทที่พระจันทร์เต็มดวง

ในบ้านเก่าๆนี้มีร่างสองร่าง

ร่างหนึ่งอยู่ข้างนอก แข็งแรงและสง่างาม กำลังฝึกวิทยายุทธอย่างตั้งใจใต้แสงจันทร์สีขาวนวล

ส่วนอีกร่างหนึ่งอยู่ในบ้าน รูปร่างงดงาม กำลังเย็บปักถักร้อยใต้แสงเทียนที่สั่นไหว

“ฮู่…”

“ท่ายืนสามสิบหกท่า สำเร็จ​แล้ว!”

หลังจากฝึกท่ายืนครบทุกท่า เฉินซานซือก็ล้มลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า

เมื่อฝึกท่ายืนเสร็จแล้ว พรุ่งนี้เขาจะเริ่มฝึกฝนท่าหอก และวิธีการหายใจ…ยังไงก็ห้ามลืมเด็ดขาด

หลังจากกินอาหารมื้อดึกที่เตรียมไว้แล้ว เขาก็พักผ่อนเล็กน้อย แล้วเตรียมตัวฝึกยิงธนูต่อ

เเต่เมื่อกู้ซินหลันเดินตามออกมาเเล้วเห็นฉาก​นี้​ ดวงตาของนางก็เบิกกว้างด้วยความเป็นห่วง

“ฝึกหนักขนาดนี้…ท่านจะเอาชีวิตไปทิ้งรึไง?”

“ไม่ต้องห่วงหรอก การฝึกยิงธนูไม่เหนื่อยเท่าฝึกวิทยายุทธ ข้ารู้ลิมิตตัวเอง”

เฉินซานซือพูดพลางยกธนูยาวขึ้น แต่กลับถูกมือบางคว้าไว้

“ไม่ให้ฝึกแล้ว! ท่านไม่สงสารตัวเอง เเต่ข้ายังสงสารอยู่นะ บ้านเราก็ไม่ได้อดอยากอะไร จะขยันไปถึงไหนกัน? ไป เข้าบ้านนอนกันเถอะ”

วันรุ่งขึ้น

แสงอาทิตย์อ่อนๆ ส่องผ่านม่านหมอก

เฉินซานซือตื่นแต่เช้าเพื่อฝึกยิงธนู

[ทักษะ: การยิงธนู (เชี่ยวชาญ)]

[ความคืบหน้า: (350/500)]

ถึงแม้การดึงธนูสองศิลาจะค่อนข้างยาก แต่ก็ทำให้ทักษะพัฒนาเร็วขึ้นมาก

เหงื่อที่ไหลรินไม่เสียเปล่า…เฉินซานซือรู้สึกพอใจมาก

เมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้ว เขาก็เก็บของเตรียมตัวออกไป ก่อนออกจากบ้าน เขาก็หยิบเงินแปดตำลึงออกมาจากกล่องด้วย

“แพงชะมัด!”

หลังจากหักค่าใช้จ่ายในช่วงนี้ รวมถึงค่าผ้าสำหรับตัดเสื้อผ้าแล้ว เงินในมือเขาก็เหลือเพียงสิบสองตำลึง…คราวนี้แทบจะหมดตัวเลยทีเดียว

“หลังจากเรื่องนี้จบ คงต้องกลับไปล่าสัตว์ต่อ ห้ามทิ้งวิชาหาเลี้ยงชีพเด็ดขาด”

เมื่อหยิบเงินเรียบร้อยแล้ว เฉินซานซือก็เปลี่ยนเป็นชุดเกราะ แล้วออกเดินทางไปยังค่ายทหาร

ทันทีที่ออกจากบ้าน เขาก็ถูกเรียกไว้

…เป็นจ้าวเฉียวและหวูต๋า ที่วิ่งตามเขามา

“อาเฉียว…พวกท่านมีอะไรรึ?”

“พวกเรามีเรื่องจะปรึกษาเจ้าหน่อย!”

จ้าวเฉียวมองชุดเกราะของเขา แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร คงจะได้ยินเรื่องนี้มาบ้างแล้ว

“ใช่” หวูต๋ารับช่วงต่อ

“พี่ซานซือ พี่รู้จักหมีดำที่เขาหู่โถวไหม?”

เฉินซานซือพยักหน้าเล็กน้อย

เขาเคยได้ยินว่ามีหมีดำอยู่ที่เขาหู่โถว และทุกๆ ปีก็มักจะมีนายพรานถูกมันทำร้าย

“ไอ้เดรัจฉานนั่น มันฆ่าคนอีกแล้ว!” จ้าวเฉียวพูดด้วยความโกรธแค้น

“ซานหวี่จากหมู่บ้านสือข้างๆ เมื่อหลายวันก่อนมันขึ้นเขาไป แล้วก็หายไปเลย จนกระทั่งเมื่อคืนวาน พ่อของมันถึงได้เจอศพ มันถูกหมีดำกินจนเหลือแต่หัว!”

“แล้วช่วงนี้ก็ไม่มีสัตว์อะไรให้ล่าด้วย พวกเราเลยปรึกษากันว่าจะลองจัดการหมีดำตัวนั้นดู เผื่อจะได้เงินมาใช้ช่วงหน้าหนาว แต่พวกเราคงทำกันเองไม่ได้ เจ้าต้องมาช่วยด้วย แล้วก็ตกลงกันว่า ใครออกแรงมากก็ได้ส่วนแบ่งมาก”

“ล่าหมี…”

เฉินซานซือไม่ได้ตอบตกลงทันที

ดูเหมือนว่านายพรานแถวนี้คงจะจนตรอกกันหมดแล้ว ถึงขนาดคิดจะล่าหมีดำ

ธนูของนายพราน​มันเอาไม่อยู่หรอก, ส่วนเขามีธนูหนักอยู่ก็จริง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย

“เอาไว้อีกสักสองวันแล้วกัน” เฉินซานซือตอบตกลงไว้ก่อน

หลังจากคุยเรื่องเวลากับพวกเขาคร่าวๆ แล้วก็แยกย้ายกันไป

…..

พอเฉิน​ซาน​ซือ​มาถึงค่ายทหาร เขาก็เห็นจูถงกำลังบ่นพึมพำอยู่

“บัดซบเอ๊ย! ตั้งแปดตำลึง มันคิดจะปล้นกันรึไง?!”

กองกำลังรักษาการณ์ชายแดนมันช่างฉ้อราษฎร์บังหลวงเสียจริง, อยากฝึกวิทยายุทธก็ต้องจ่ายเงินก่อน เเบบนี้ไม่รู้ว่ากองทัพ​พลาดคนมีพรสวรรค์ไปมากเท่าไหร่เเล้ว!

“แค่นี้ยังไม่เท่าไหร่หรอก” ซูเหวินไฉพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“รู้ไหมว่าทำไมพวกเราถึงแค่ถูกส่งมาที่ค่ายทหาร แทนที่จะถูกส่งตัวไปใช้แรงงานที่แดนไกล?”

“นั่นเพราะช่วงนี้ทางการกำลังตรวจสอบเรื่องทหารเกณฑ์ พวกมันเลยต้องหาคนมาเพิ่มจำนวน เเละ​ถ้าไม่ฉวยโอกาสรีดไถเงินตอนนี้ พวกมันคงรู้สึกเสียดายแย่”

“ไอ้หนูซานซือ!”

หลังจากที่สนิทกันมากขึ้น จูถงก็เรียกเขาอย่างสนิทสนม เเล้วพูดด้วยความหวังดีว่า

“เจ้าอยากเรียนวิธีการหายใจไหม? ข้าจะสอนให้!”

“บอกเลยนะ หลังจากได้เรียนวิธีการหายใจแล้ว การฝึกท่ายืนจะไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แถมยังฝึกได้เร็วขึ้นด้วย”

“พี่จู พี่บ้าไปเเล้วรึ?!”ซูเหวินไฉรีบดึงจูถงไว้

“ข้าซาบซึ้งในน้ำใจของพี่จูมาก แต่ข้าไม่เป็นไรหรอก” เฉินซานซือส่ายหัว

จูถงนี่ซื่อจริงๆ ถ้าปล่อยให้คนข้างล่างสอนกันเองได้ แล้วพวกเบื้องบนจะหาเงินได้ยังไง?

เฉิน​ซาน​ซือ​มองไปรอบๆ

ตอนนี้​มีคนเรียนวิธีการหายใจแล้วประมาณห้าหกคน

เขาไม่ได้คิดจะประหยัดเงิน หลังจากถามรายละเอียดแล้ว เขาก็ถือเงินไปหานายร้อยหลิวที่สำนักงาน

นายร้อยหลิวมองเขา แล้วถามชื่อ ก่อนจะปฏิเสธทันทีว่า “ไม่ว่าง”

“นายร้อยเจิ้ง ช่วย…”

“ข้าต้องสอนคนอื่นอยู่”

“นายร้อยจาง…”

“ไม่สอน”

“นายร้อยสง…”

“ข้าไม่รู้”

“…”

เฉินซานซือไปหาหลายนายร้อยแล้ว แต่ไม่มีใครยอมสอนเขาเลย

ทั้งๆที่ราคาค่าสอนก็เท่ากัน!

เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงลองเสี่ยงดูอีกครั้ง โดยเดินเข้าไปในเต็นท์

ตอนนี้​ นายร้อยหวังที่เมื่อวานสอนท่าหอก กำลังนอนกินถั่วลิสงอยู่บนเก้าอี้

เฉินซานซือประสานมือคารวะ

“คารวะนายร้อยหวัง”

นายร้อยหวังเหลือบมองเขา ครู่หนึ่งก็ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง

“ว่าไง อยากเรียนวิธีการหายใจงั้นเหรอ?”

“ขอรับ!”

“ขอรบกวนนายร้อยวังด้วย!” เฉินซานซือพูดด้วยความเคารพ

“ได้ๆ ไม่มีปัญหา”

นายร้อยวังคายเปลือกถั่วออกจากปากแล้วยื่นมือออกมา

“เอามานี่”

ง่ายดายขนาดนี้เลยเหรอ?

เฉินซานซือกำลังจะถอดใจแล้ว ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้

หรือว่าพวกนายร้อยนี่ตกลงกันไว้แล้ว แบ่งคนเรียนกันคนละเท่าๆกัน?

เเต่มันก็ยังแปลกๆอยู่​ดี…

แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าเขาอยากเรียนวิธีการหายใจก็ต้องจ่ายเงินเท่านั้น​

เขาส่งเงินแปดตำลึงให้อย่างนอบน้อม แล้วยืนรออย่างเงียบๆ

“เจ้ายืนเฉยๆ ทำไมล่ะ?”

นายร้อยวังเก็บเงินเข้ากระเป๋าอย่างไม่เกรงใจ แล้วโบกมือไล่เขา

“ท่านผู้ยิ่งใหญ่ นี่…”

“วันนี้ข้าเหนื่อยแล้ว ไว้ค่อยสอนในอีกสองวันหลังจากนี้”

คำพูด​นี้ทำให้หัวใจของเฉินซานซือเต้นแรงทันที​

…………………..

จบบทที่ บทที่ 17 : วิธีการหายใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว