เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 : สังหาร!

บทที่ 9 : สังหาร!

บทที่ 9 : สังหาร!


บทที่ 9 : สังหาร!

บนโต๊ะอาหาร ซินห​ลัน​ดูสดใสร่าเริงอย่างเห็นได้ชัด

นางคีบเนื้อกระต่ายใส่จานตัวเองถึงสองครั้ง ซึ่งปกติแล้วนางไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน

จ่ายภาษีครบ แถมยังกำจัดอันธพาลได้…ใครๆก็ต้องดีใจเป็นธรรมดา

“พี่ซานซือ”

นางมองสามีของตัวเองด้วยความชื่นชม

“ไอ้ฉินสงมันคงได้ยินเรื่องความสามารถของพี่แน่ๆ มันเลยไม่กล้ามาหาเรื่องเราแล้ว พี่นี่เก่งกาจจริงๆ”

แม้แต่หมูป่ายังยิงตายได้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมปกตินางถึงมักจะรู้สึกว่าพี่ซานซือแข็งแรงมาก

หลังอาหารเย็น กู้ซินหลันนั่งรอเฉินซานซือข้างเตียงตามปกติ แต่เขากลับไม่เข้ามาในห้องเสียที ซึ่งนี่ผิดวิสัยเล็กน้อย​

นางจึงเปิดม่านขึ้น ก็เห็นเฉินซานซือนั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้แสงเทียนอย่างตั้งใจ

“วันนี้ไม่พักผ่อนเร็วหน่อยเหรอคะ”

กู้ซินหลันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเชื่อฟัง ไม่รบกวนเขา และเข้านอนไปก่อน

….

[ทักษะ: การอ่าน (ขั้นต้น)]

[ความคืบหน้า: (120/300)]

[ผลของทักษะ: กระปรี้กระเปร่า, จำได้ทุกอย่างที่เห็น]

เฉินซานซือปิดหนังสือเบาๆ หลังจากยืนยันว่าซินห​ลัน​หลับสนิทแล้ว เขาก็เหน็บมีดทำครัวไว้ที่เอว แบกธนูยาวไว้ด้านหลัง แล้วค่อยๆย่องออกจากบ้าน…หายเข้าไปในความมืดมิด​

……

ณ ซ่องโคมแดง

“คุณชาย คืนนี้นอนที่นี่เลยสิ กลับทำไมกัน”

“ยุ่งน่า! ข้ามีธุระ”

ฉินสงผลักหญิงโคมแดงที่กำลังรั้งเขาออก จากนั้น​ก็เดินโซเซออกจากซ่อง

ค่านอนค้างคืนแพงกว่าไม่นอนสามเท่า เขาไม่โง่หรอก

เงินทองที่บ้านต้องเก็บไว้ใช้จ่ายอย่างประหยัด แถมยังต้องเก็บไว้ให้ของขวัญน้องชายอีก

เขาไม่มีพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ต้องขายขนมเลี้ยงน้องชายมาจนโต พอเริ่มมีเงินเก็บ ก็ส่งน้องชายไปเรียนที่สำนักเทียนหยวน ซึ่งเป็นสำนักยุทธ์ที่ดีที่สุดในเมืองผอหยาง

แต่การฝึกยุทธมันสิ้นเปลืองจริงๆ

ค่าสมัคร ค่าไหว้ครู ค่าต่างๆนาๆยิ่งไม่ต้องพูดถึง นอกจากนี้​ถ้าอยากได้วิชาที่แท้จริงก็ต้องจ่ายอีกเยอะ

พวกอาจารย์แก่ๆในสำนักยุทธ์ในเมือง ส่วนใหญ่จะถ่ายทอดวิชาให้ลูกชายตัวเองหรือนักเรียนคนโปรดเท่านั้น คนนอกไม่มีทางได้เรียนวิชาชั้นยอดหรอก

เเละน้องชายเขาเองก็เหมือนกัน

ฝึกมาตั้งสามปี ก็ยังไม่ได้เรียนวิชาที่สมบูรณ์

แต่โชคดีที่น้องชายเขาสนิทกับลูกชายเจ้าสำนัก ไอ้เด็กนั่นมันเป็นพวกเจ้าชู้…ถ้าหาสาวสวยๆไปให้มันได้เยอะๆ บางทีอาจจะพอมีหวังได้เรียนวิชาที่สมบู​รณ์ก็ได้

“ว่าแต่ว่า…ยัยกู้ซินหลันนั่นสวยจริงๆ”

“หน้าตางามขนาดนั้น ไม่เหมือนคนบ้านนอกเลยสักนิด”

“เสียดาย…น่าเสียดายจริงๆ!”

พอคิดถึงเรื่องนี้ ฉินสงก็รู้สึกเจ็บใจ…นอกจากนี้​ เขาต้องมาขอโทษไอ้เฉินซานซือนั่นอีก

แต่นี่เป็นแค่เรื่องชั่วคราวเท่านั้น

พอน้องชายเขามีเวลาว่างเมื่อไหร่ นายพรานกระจอกๆเเบบมันจะไปสู้ได้ยังไง?

ต่อให้เก่งกาจแค่ไหน ก็สู้คนที่ฝึกยุทธไม่ได้หรอก?

ถึงตอนนั้น แค่หาวิธีให้น้องชายไปฆ่าไอ้เฉินซานซือบนเขาก็พอ จากนั้น​เมียมันก็จะตกเป็นของเขา!

“ฮ่าๆๆ!”

พอคิดถึงสะโพกผายๆของยัยนั่น ฉินสงก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

“วู้ววววว…”

ทันใดนั้น​ลมเย็นก็พัดผ่านมา ทำให้เขาสร่างเมาไปกว่าครึ่ง

เมื่อมองไปรอบๆ เขาก็พบว่าเขาเดินออกมาจากเมืองโดยไม่รู้ตัว รอบข้างมืดสนิท มีเสียงกาขันเป็นระยะ ทำให้ยามค่ำคืนดูเงียบสงัดยิ่งกว่าเดิม

“เฮอะ ข้าเริ่มขี้กลัว​มากขึ้นทุกวันแล้วสิ!”

ไม่รู้ทำไม วันนี้ฉินสงรู้สึกขนลุกตลอดเวลา เหมือนมีใครเดินตามเขาอยู่ข้างหลัง

เขาหัวเราะเยาะตัวเอง แล้วกำลังจะกลับบ้าน เเต่ทันใดนั้นก็มีลมพัดมาจากข้างหลังอีกครั้ง

ลมนี้แหลมคม รุนแรง พุ่งตรงไปที่ท้ายทอยของเขา ราวกับความเย็นยะเยือกที่แทรกเข้าไปถึงกระดูก

“ลม” นี้พุ่งทะลุจากท้ายทอยทะลุออกมาที่กระหม่อม ดูภายนอกเหมือนกับว่ามีเขาขึ้นที่หน้าผากของฉินสง

จากนั้น​ฉินสงก็ล้มลงไปเเน่นิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนอีกตลอดไป

……

“ยังไม่สาสมเลยเเฮะ!”

เฉินซานซือเดินออกมาจากป่าข้างทาง แล้วเดินเข้ามาดูศพ

ปกติพวกที่ฝึกยุทธ์จะต่อสู้กันด้วยดาบ กระบี่ หรือไม่ก็ใช้วิชาตัวเบา

แต่เขาแค่ยิงธนูออกไปจากระยะไกล ทุกอย่างก็จบลง แม้แต่มีดทำครัวก็ยังไม่ได้ใช้เลย กระบวนการทั้งหมดมันรวดเร็วเกินไป…ทำให้ไอ้ฉินสงมันตายง่ายเกินไป

“ช่างเถอะ ใครใช้ให้ข้าใจดีล่ะ”

เฉินซานซือค้นตัวศพ พบเงินประมาณสามตำลึง

“แค่นี้เองเหรอ?”

“ไอ้สารเลวนี่มันรังแกชาวบ้านทุกปี มันน่าจะต้องมีเงินอย่างน้อยๆก็หลายสิบตำลึงสิ เเต่เงินของมันหายไปไหนหมด?”

“หรือว่าน้องชายมันฝึกยุทธ…เลยใช้เงินเปลืองมาก?”

หลังจากเก็บเงินเรียบร้อยแล้ว เขาก็เริ่มคิดว่าจะจัดการกับศพยังไง

ศพมีรอยลูกศรอยู่ ย่อมไม่สามารถทิ้งไว้ที่นี่ได้แน่ๆ

นายพรานแถวนี้มีไม่กี่คนหรอก

เเถมถ้าตัดหัวออก เลือดก็อาจจะเปรอะไปทั่วตัวของเขา…ยิ่งจัดการยากเข้าไปอีก

“โยนทิ้งบนเขานี่แหละ!”

เฉินซานซือตัดสินใจ​เเล้วแบกศพขึ้นบ่า

ด้วยผลของทักษะ “เท้าเบาราวกับนกนางแอ่น” การแบกศพก็ไม่ได้ทำให้ความเร็วของเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย

เพียงชั่วโมงเดียว เขาก็มาถึงเขตภูเขาชั้นที่สอง โยนศพทิ้งในป่ารกที่ไม่มีใครรู้จัก แล้วกลับไปที่บ้านในหมู่บ้านเยียนเปียนก่อนฟ้าสาง

เมื่อเข้าบ้านเเล้วเห็นกู้ซินห​ลัน​ที่กำลังหลับสนิท เฉินซานซือถอนหายใจยาว

“อย่างน้อยข้าก็กำจัดภัยอันตรายให้ชาวบ้านได้แล้ว”

“แต่ไม่รู้ว่าน้องชายมันจะมาหาเรื่องข้ารึเปล่า”

“ยังไง…ข้าก็ต้องเริ่มฝึกยุทธให้เร็วที่สุด”

การกระทำ​ก่อนหน้า เขาไม่เสียใจเลยสักนิด

ด้วยนิสัยของฉินสง การขอโทษเป็นแค่เรื่องชั่วคราว ต่อไปถ้าน้องชายมันมีอำนาจเมื่อไหร่ มันต้องมาเอาคืนแน่

ถ้าจะมัวแต่นั่งกระวนกระวายใจ…ถ้าอย่างนั้น​ลงมือก่อนเลยจะดีกว่า

……

เช้าวันรุ่งขึ้น ไก่ขันปลุกผู้คน

เฉินซานซือตื่นแต่เช้าเพื่อฝึกยิงธนูเหมือนเช่นเคย

เเต่หลังจากที่ทักษะ​ยิงธนูกลายเป็น​ระ​ดับเชี่ยวชาญแล้ว ความเร็วในการเพิ่มความชำนาญก็ลดลงอย่างมาก

เเละนั่นเพราะคันธนูเบาเกินไป

ตอนนี้เขาสามารถใช้คันธนูศิลาหนักร้อยห้าสิบกิโลได้แล้ว คันธนูสี่แรงจึงไม่ได้ช่วยฝึกฝนอะไรเขาเลย

“ธนูหนักหายากจริงๆ”

“แม้แต่สำนักยุทธก็ไม่กล้าเก็บไว้ มิฉะนั้นจะถูกมองว่าเป็นกบฏ”

“เเถมนอกจากธนูหนักแล้ว ข้าก็ต้องเริ่มฝึกยุทธได้แล้ว”

เฉินซานซือกำลังคิดถึงแผนการในอนาคต…ขณะเดียวกันกู้ซินหลันก็เรียกเขากินข้าวเช้าพอดี

“ม็องง ม็องง ม็องง——” (เสียงเคาะฆ้อง)

ทันใดนั้นเอง มันก็มีเสียงเคาะฆ้องและเสียงตะโกนดังมาจากในหมู่บ้าน

ทางการ!

หัวใจของเฉินซานซือเต้นแรง แต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว

“ไม่น่าจะใช่เรื่องของฉินสง มันเพิ่งตายเมื่อคืนเอง”

“เเละมันไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดต้องลั่นฆ้อง คงเป็นเรื่องอื่นมากกว่า​”

และก็เป็นอย่างที่เขาคิด

เจ้าหน้าที่จากศาลเมืองตะโกนเรียกชาวบ้านทั้งหมดออกมา แล้วประกาศเรื่องสำคัญ

ตอนนี้​มีนักรบจากชนเผ่า​ป่าเถื่อน​ ลอบเข้ามาในเมืองผอหยางและลอบสังหารนายอำเภอ

ทางการจึงมาเพื่อตามหาตัวมือสังหาร

หลังจากรวมตัวชาวบ้านทั้งหมดแล้ว พวกเขาก็เริ่มตรวจค้นทีละบ้าน ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะจากไป

“นายอำเภอโดนฆ่า”

“ข้าจำได้ว่านายอำเภอคนนี้เพิ่งย้ายมาไม่ถึงสองปี ดูเหมือนว่าการเป็นขุนนางก็ไม่ใช่​เรื่องง่ายเลยนะ” กู้ซินหลันพูดเบาๆ

“อืม”

เฉินซานซือมองดูเจ้าหน้าที่ที่ค่อยๆ หายลับไป เเล้วรู้สึกแปลกๆ

นักรบจากชนเผ่า​ป่าเถื่อน​ฆ่านายอำเภอทำไม?

คนที่รับผิดชอบป้องกันชายแดนคือกองทัพ ไม่ใช่ศาลเมือง ถ้าพวกมันอยากจะบุกเข้ามาเล่นงาน…พวกมันก็ควรจะฆ่าพวกทหารฝีมือดีไม่ใช่เหรอ?

“ช่างเถอะ”

“มันไม่ใช่เรื่องของข้า”

เฉินซานซือส่ายหัว รู้สึกว่าบ้านเมืองเริ่มวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ เเละมันก็ยิ่งกระตุ้นให้เขาต้องรีบหาเงิน

ต้องมีเงินมากๆ ถึงจะมีกำลังป้องกันตัวเองในยุคสมัยที่วุ่นวายนี้

หลังจากกินข้าวเสร็จ เขาก็แบกธนูขึ้นเขาไปล่าสัตว์

…………………..

จบบทที่ บทที่ 9 : สังหาร!

คัดลอกลิงก์แล้ว