- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 7 : ล่าหมูป่า, ทักษะการแกะรอย (เชี่ยวชาญ)
บทที่ 7 : ล่าหมูป่า, ทักษะการแกะรอย (เชี่ยวชาญ)
บทที่ 7 : ล่าหมูป่า, ทักษะการแกะรอย (เชี่ยวชาญ)​
บทที่ 7 : ล่าหมูป่า, ทักษะการแกะรอย (เชี่ยวชาญ)​
โดยพื้นฐานแล้ว เขตภูเขาชั้นที่สองจะเป็นเหล่านายพรานรุ่นเก๋าที่ชอบรวมกลุ่มกันไปล่า
ด้านหนึ่งก็เพราะเรื่องอันตราย พวกเขา​จะได้คอยดูแลกันและกันได้
ส่วนอีกด้าน หากล่าสัตว์ใหญ่ได้สักตัวสองตัว มันก็ย่อมมีน้ำหนักร่วมร้อยกิโล ก็ต้องมีคนช่วยกันแบกลงมาอยู่ดี
นานวันเข้า ก็เลยรวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆ
เเละถ้าอยากเข้าร่วมกลุ่มนี้ ทางที่ดีควรมีคนรู้จักอยู่ด้วย
ไม่งั้นถ้าไปเจอคนเห็นแก่ได้ในป่าลึก, หวังว่าคงไม่ถึงกับหาศพไม่เจอกันนะ
…..
“เจ้าจะไปเขตภูเขาชั้นที่สองงั้นเหรอ?” จ้าวฉวนถามอย่าง​ตกตะลึง​
“เจ้าหนูซานซือ เจ้าเพิ่งเริ่มล่าสัตว์ได้กี่วันกันเชียว?...ทำไมถึงรีบเสี่ยง​ขนาดนี้”
“ภาษีบ้านข้าปีนี้ยังไม่ได้จ่ายนี่ครับ” เฉินซานซือตอบอย่างตรงไปตรงมา
“นอกจากเขตภูเขาชั้นที่สองแล้ว จะมีที่ไหนที่ข้าจะสามารถ​หาเงินสามตำลึงได้ภายในเวลาสั้นๆอีกเล่า?”
“เฮ้อ” ได้ยินดังนั้น จ้าวฉวนก็อดถอนหายใจไม่ได้
ยุคนี้ การปกครองเเบบกดขี่ราษฎรช่างโหดร้ายยิ่งนัก เขาจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
“เอาเถอะ แต่ข้าขอพูดให้ชัดเจนก่อนนะ ถ้าเจ้ากลับมาแบบมือเปล่า อย่ามาโทษข้าล่ะ”
“แน่นอนครับ ลุงจ้าวไม่ต้องห่วง” เฉินซานซือพยักหน้า
ระหว่างทางขึ้นเขา จ้าวฉวนก็เริ่มอธิบายข้อควรระวังอย่างละเอียด​
“ป่าลึกมีของดีเยอะก็จริง แต่สิ่งที่อันตรายถึงชีวิตก็มีเยอะเช่นกัน ถ้าเจอเสือโคร่งหรือหมีดำ ก็รีบวิ่งหนีให้ไวที่สุดเลยนะ”
“แล้วก็มีอีกเรื่องที่สำคัญที่สุด ต้อง ‘หลีกเลี่ยงเหล่าคนชุดหรูหรา’”
“หลีกเลี่ยงเหล่าคนชุดหรูหราหรือครับ?” เฉินซานซือถามอย่างสงสัย
“ใช่” จ้าวฉวนอธิบายด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“คนที่ใส่ชุดหรูหรามาล่าสัตว์ในป่า ไม่เป็นอาจารย์จากสำนักยุทธ ก็เป็นคุณชายจากตระกูลร่ำรวย พวกเราไปยุ่งด้วยไม่ได้หรอก”
“เคยมีนายพรานไปแย่งชิงเหยื่อกับพวกเขา​เหล่านั้น​ จนถึงขั้นเอาชีวิตไปทิ้งก็มีนะ”
“เพราะงั้น ที่ผ่านมา พื้นที่หากินของพวกเราก็เลยอยู่แค่ทางใต้ของเขตภูเขาชั้นที่สอง แทบไม่มีใครกล้าไปทางเหนือของภูเขา​หรอก เจ้าจำเอาไว้ก็แล้วกัน”
“สุดท้าย ถ้าเจ้าล่าสัตว์ใหญ่ได้ตัวนึงแต่แบกไม่ไหว ก็ยิงธนูสัญญาณนี้ขึ้นไปบนฟ้า…นายพรานที่อยู่แถวนั้นแล้วไม่ได้อะไรจะเข้าไปช่วยแบกลงมา แน่นอนว่าเจ้าก็ต้องให้ค่าจ้างตามสมควรด้วยนะ”
“ที่ต้องบอกก็มีเท่านี้ ยังไงก็ระวังตัวให้ดี แม้แต่คนบ้านเดียวกันก็อาจจะหักหลังเจ้าได้”
เขาหยิบลูกธนูสัญญาณออกมาจากซองแล้วยื่นให้
ลูกธนูสัญญาณก็เหมือนกับลูกธนูส่งเสียงนั่นแหละ เพียงแต่หัวลูกธนูไม่ได้ทำจากเหล็ก แต่ทำจากไม้ ตรงกลางเป็นรูกลวง พอยิงออกไปจะเกิดเสียงดังมาก แต่ไม่มีอานุภาพทำร้ายใครได้
“ขอบคุณมากครับลุงจ้าว” เฉินซานซือกล่าวด้วยความจริงใจ ไข่เค็มไม่กี่ฟอง แลกกับคำแนะนำเหล่านี้ก็ถือว่าคุ้มค่าเกินพอแล้ว
ระหว่างที่คุยกัน ทั้งสองก็มาถึงเชิงเขาของเขตภูเขาชั้นที่แล้ว
ที่นี่…เพื่อหลีกเลี่ยงการแย่งชิงเหยื่อ นายพรานส่วนใหญ่มักจะแยกย้ายกันไป เว้นแต่จะนัดกันไว้ก่อนแล้วว่าจะร่วมมือกันล่าสัตว์ร้าย
เขตภูเขาชั้นที่นั้นทั้งลึกและรกทึบ ทันทีที่เฉินซานซือก้าวเข้าไปในป่า เขาก็พบมูลสัตว์ที่ซ่อนอยู่ในดิน รอยเท้าใต้พุ่มไม้ และร่องรอยอื่นๆอีกมากมายภายในรัศมีสิบก้าว
“แม้แต่สุนัขล่าสัตว์บางตัวยังทำแบบข้าไม่ได้เลย!”
“ถึงข้าจะไม่มีสุนัขล่าสัตว์ แต่ข้าก็เก่งกว่าสุนัขล่าสัตว์เสียอีก!” (ชมตัวเองเก่งกว่าหมา -​_-)​
“และนี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น!”
เขาเริ่มต้นโหมดการล่าอย่างเต็มที่ แบกธนูวิ่งไปในป่า ไม่ปล่อยร่องรอยใดๆให้หลุดรอดสายตา
ในเขตภูเขาชั้นที่สองถึงจะมีสัตว์เยอะก็จริง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นสัตว์เล็กๆอย่างกระต่ายกับไก่ป่า สัตว์ใหญ่ก็หายากพอกันกับชั้นเเรก แถมยังมีปัญหาภัยแล้งและการล่าสัตว์มากเกินไปติดต่อกันหลายปี ทำให้นายพรานในเขตภูเขาชั้นที่สองแทบจะหาเลี้ยงชีพตัวเองไม่ได้ การกลับลงเขาแบบมือเปล่าจึงกลายเป็นเรื่องปกติ
ตามที่ลุงจ้าวบอก สถานที่ที่มีสัตว์เยอะจริงๆคือทางเหนือของภูเขา แต่ที่นั่นเป็นเขตสำหรับคนชั้นสูง คนจนที่ไม่มีวิทยายุทธ์ติดตัว ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปหรอก
“ขนาดล่าสัตว์ยังต้องแบ่งชนชั้นอีกเหรอเนี่ย?” เฉินซานซือบ่นพึมพำ​
เเต่เขาก็ไม่ได้รีบร้อนล่าสัตว์มากนัก ด้วยฝีมือในตอนนี้ สัตว์เล็กๆอย่างกระต่ายน่ะจะล่าเมื่อไหร่ก็ได้ ทางที่ดีควรหาสัตว์ที่ใหญ่กว่านี้ อย่างน้อยต้องกวางสักตัวก็ยังดี
เขาจดจ่ออยู่กับการแกะรอยอย่างเต็มที่ ไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกเหนื่อย เขากลับรู้สึกว่าโลกรอบตัวเริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง
และแล้ว
หลังจากผ่านจุดสำคัญ​ แผงค่าสถานะของเขาก็ปรากฏขึ้นราวกับระลอกคลื่นน้ำอีกครั้ง
[ทักษะการแกะรอย (เชี่ยวชาญ)]
[ความคืบหน้า: 0/500]
[ผลของทักษะ: สายตาที่น่าอัศจรรย์​, ฝีเท้าเบาราวกับนกนางแอ่น​]
…..
หลังจากสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แปลกประหลาด เฉินซานซือก็รู้สึกว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาก้าวกระโดดไปอีกขั้น
ตอนนี้เขาสามารถมองเห็นแม้กระทั่งขนสัตว์ของสัตว์ต่างๆ ที่ร่วงอยู่บนพื้นได้อย่างชัดเจน!
สัตว์ป่าบางชนิดจะจงใจซ่อนมูลของมันเอาไว้ แต่มันไม่มีทางซ่อนขนที่ร่วงโดยไม่ตั้งใจได้หรอก!
ยิ่งไปกว่านั้น ความสามารถในการสังเกตไม่ได้ใช้ได้แค่ตอนล่าสัตว์เท่านั้น การยิงธนูก็จำเป็นต้องมีสายตาที่ดีเยี่ยมด้วยเช่นกัน
เป้าขนาดเท่าฝ่ามือ มองจากระยะแปดสิบเมตรก็เป็นแค่จุดดำๆเล็กนิดเดียว แต่ถ้าเขามองเห็นสิ่งที่เล็กกว่านั้นได้…เขาก็จะสามารถ​ยิงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
ทักษะเหล่านี้ต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน
“เมื่อรวมกับความสามารถ ‘จำได้ทุกอย่างที่เห็น’ ที่ได้จากทักษะ​การอ่านหนังสือ…ข้าก็เหมือนกับได้เปิดใช้ ‘วังแห่งความทรงจำ’ ของเชอร์ล็อก โฮล์มส์เลย เพียงแต่มันเป็นเวอร์ชั่นสำหรับล่าสัตว์เท่านั้น” เฉิน​ซาน​ซือ​พึมพำ​ด้วย​รอยยิ้ม​
จากนั้น​เขาก็ก้มลงหยิบขนสีดำเส้นหนึ่งขึ้นมาจากพุ่มไม้ใต้เท้า
‘ขนเส้นนี้ยาวประมาณครึ่งนิ้ว ค่อนข้างแข็ง และยังไม่มีร่องรอยผุพัง แสดงว่าเจ้าของมันเพิ่งจะผ่านมาแถวนี้ไม่นานมานี้เอง’
แทบจะทุกๆ สิบกว่าก้าวก็จะเจอขนแบบเดียวกัน หลังจากเดินไปได้ประมาณร้อยก้าว เขาก็เริ่มเห็นรอยเท้าชัดเจนขึ้น…จึงเริ่มแกะรอยตามไป
เส้นทางบนภูเขาที่ขรุขระและซับซ้อน เฉินซานซือกลับเดินได้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็วผิดปกติ แถมยังแทบไม่มีเสียงใดๆออกมา เบาราวกับนกนางแอ่น​จริงๆ
‘แบบนี้…มันนับเป็นวิชาตัวเบาได้รึเปล่านะ?’
‘หืม…มีเสียงข้างหน้า!’
เขาลดฝีเท้าลง แล้วค่อยๆเดินไปยังทิศทางที่มีเสียง
ณ ด้านนอกป่าไผ่
หมูป่าร่างกำยำสีดำสนิทตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา นอกจากนี้​ด้านหลังของมันยังมีลูกหมูอีกห้าตัว
ตอนนี้​มันกำลังใช้จมูกขุดดินหาอาหารอยู่ด้านหน้า ส่วนลูกหมูก็ส่งเสียงฮึดฮัดเดินตามหลังมา
นี่เป็น​ครอบครัวหมูป่าที่ดูมีความสุข โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีภัยคุกคามเข้ามาใกล้
“รวยแล้ว!”
“แม่หมูตัวนี้น่าจะหนักอย่างน้อยร้อยห้าสิบกิโล ส่วนลูกหมูยิ่งมีค่ามากกว่า​อีก!”
เฉินซานซือรู้สึกเหมือนเห็นเงินก้อนโตกำลังกวักมือเรียกเขา เขาพยายามระงับความตื่นเต้น แล้วค่อยๆย่องเข้าไปใกล้หมูป่า
ถึงเขาจะยิงธนูได้ไกลก็จริง แต่ยิ่งใกล้ธนูก็ยิ่งมีพลังทำลายมากขึ้น​ โดยเฉพาะกับสัตว์หนังหนาอย่างหมูป่า ถ้ายิงจากระยะไกลเกินไป ถึงโดนก็อาจจะไม่ตายก็ได้
เขาค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ จนกระทั่งเหลือระยะห่างจากหมูป่าเพียงแค่ยี่สิบก้าว เฉินซานซือจึงหยุดลงที่เนินเขา
หลังจาก​นั้น​เขาก็ดึงธนูยาวออกจากด้านหลังอย่างเบามือ ใส่ลูกธนูเขี้ยวหมาป่าอันใหม่เอี่ยม ตอนนี้ธนูสี่เเรงในมือของเขารู้สึกเบาหวิว แทบไม่ต้องออกแรงก็ดึงจนสุดได้ เหมือนกับว่าถ้าออกแรงอีกนิดเดียวมันจะขาดเลยด้วยซ้ำ
เฉิน​ซาน​ซือ​สุดลมหายใจ​เข้า ทันใดนั้น​เขาก็ปล่อยลูกธนูออกไป
ลูกธนู​พุ่งไปราวกับสายฟ้า!
เปรี้ยงงงง!!!
ฉึกกกก!!!
“อู๊ด—————”
เนื่องจากเป็นการโจมตีจากด้านหลัง ลูกธนูจึงพุ่งเข้าไปที่สะโพกของหมูป่าโดยตรง ทำให้มันส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด
เเต่อาจเป็นเพราะคันธนูเบาเกินไป หัวลูกธนูจึงฝังเข้าไปในเนื้อเพียงแค่สามนิ้วเท่านั้น
เจ้าหมูป่าไม่ได้วิ่งหนี แต่มันกลับคลุ้มคลั่งจนไม่สนใจเลือดที่ไหลออกมา เเล้วพุ่งเข้าใส่เฉินซานซือทันที
หมูป่าเองก็เป็นสัตว์ร้ายชนิดหนึ่ง ถ้าคนธรรมดาถูกมันพุ่งชนเข้า ถึงไม่ตายก็ต้องนอนเป็นผักไปเป็นเดือน!
ณ เวลานี้…เฉินซานซือยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง
เเละไม่กี่วินาที ลูกธนูดอกที่สองก็ถูกยิงออกไปแล้ว
ฉึก!!!
“อู๊ดๆๆๆ”
หมูป่าโดนลูกธนูอีกดอก มันชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้หยุด เพียงแต่ชะลอความเร็วลงเล็กน้อยเท่านั้น
ฉึกกกกก!!!!
เเต่ลูกธนูดอกที่สามก็ตามมาติดๆ เเละพุ่งทะลุหัวของมันในทันที
ในที่สุด หมูป่าก็ล้มลงเเล้วสิ้นใจตาย
ลูกหมูทั้งห้าตัวที่อยู่ข้างๆ ตกใจกลัวจนวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง
สภาพภูมิประเทศโดยรอบนั้นซับซ้อน ขนาดตัวของลูกหมูก็เล็ก ถ้าเป็นนายพรานทั่วไป อย่างน้อยก็ต้องมีหลุดรอดไปสักสองตัว…แต่ฝีมือยิงธนูของเฉินซานซือนั้นไม่ธรรมดา
“วิ้ว วิ้ว วิ้ว วิ้ว”
ในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ลูกหมูทั้งห้าตัวก็ถูกลูกธนูปักทะลุเเละตายสนิท
พร้อมกัน​นั้น​ ลูกธนูในซองของเฉินซานซือก็หมดพอดี
…………………..