เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 : ล่าหมูป่า, ทักษะการแกะรอย (เชี่ยวชาญ)​

บทที่ 7 : ล่าหมูป่า, ทักษะการแกะรอย (เชี่ยวชาญ)​

บทที่ 7 : ล่าหมูป่า, ทักษะการแกะรอย (เชี่ยวชาญ)​


บทที่ 7 : ล่าหมูป่า, ทักษะการแกะรอย (เชี่ยวชาญ)​

โดยพื้นฐานแล้ว เขตภูเขาชั้นที่สองจะเป็นเหล่านายพรานรุ่นเก๋าที่ชอบรวมกลุ่มกันไปล่า

ด้านหนึ่งก็เพราะเรื่องอันตราย พวกเขา​จะได้คอยดูแลกันและกันได้

ส่วนอีกด้าน หากล่าสัตว์ใหญ่ได้สักตัวสองตัว มันก็ย่อมมีน้ำหนักร่วมร้อยกิโล ก็ต้องมีคนช่วยกันแบกลงมาอยู่ดี

นานวันเข้า ก็เลยรวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆ

เเละถ้าอยากเข้าร่วมกลุ่มนี้ ทางที่ดีควรมีคนรู้จักอยู่ด้วย

ไม่งั้นถ้าไปเจอคนเห็นแก่ได้ในป่าลึก, หวังว่าคงไม่ถึงกับหาศพไม่เจอกันนะ

…..

“เจ้าจะไปเขตภูเขาชั้นที่สองงั้นเหรอ?” จ้าวฉวนถามอย่าง​ตกตะลึง​

“เจ้าหนูซานซือ เจ้าเพิ่งเริ่มล่าสัตว์ได้กี่วันกันเชียว?...ทำไมถึงรีบเสี่ยง​ขนาดนี้”

“ภาษีบ้านข้าปีนี้ยังไม่ได้จ่ายนี่ครับ” เฉินซานซือตอบอย่างตรงไปตรงมา

“นอกจากเขตภูเขาชั้นที่สองแล้ว จะมีที่ไหนที่ข้าจะสามารถ​หาเงินสามตำลึงได้ภายในเวลาสั้นๆอีกเล่า?”

“เฮ้อ” ได้ยินดังนั้น จ้าวฉวนก็อดถอนหายใจไม่ได้

ยุคนี้ การปกครองเเบบกดขี่ราษฎรช่างโหดร้ายยิ่งนัก เขาจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า

“เอาเถอะ แต่ข้าขอพูดให้ชัดเจนก่อนนะ ถ้าเจ้ากลับมาแบบมือเปล่า อย่ามาโทษข้าล่ะ”

“แน่นอนครับ ลุงจ้าวไม่ต้องห่วง” เฉินซานซือพยักหน้า

ระหว่างทางขึ้นเขา จ้าวฉวนก็เริ่มอธิบายข้อควรระวังอย่างละเอียด​

“ป่าลึกมีของดีเยอะก็จริง แต่สิ่งที่อันตรายถึงชีวิตก็มีเยอะเช่นกัน ถ้าเจอเสือโคร่งหรือหมีดำ ก็รีบวิ่งหนีให้ไวที่สุดเลยนะ”

“แล้วก็มีอีกเรื่องที่สำคัญที่สุด ต้อง ‘หลีกเลี่ยงเหล่าคนชุดหรูหรา’”

“หลีกเลี่ยงเหล่าคนชุดหรูหราหรือครับ?” เฉินซานซือถามอย่างสงสัย

“ใช่” จ้าวฉวนอธิบายด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“คนที่ใส่ชุดหรูหรามาล่าสัตว์ในป่า ไม่เป็นอาจารย์จากสำนักยุทธ ก็เป็นคุณชายจากตระกูลร่ำรวย พวกเราไปยุ่งด้วยไม่ได้หรอก”

“เคยมีนายพรานไปแย่งชิงเหยื่อกับพวกเขา​เหล่านั้น​ จนถึงขั้นเอาชีวิตไปทิ้งก็มีนะ”

“เพราะงั้น ที่ผ่านมา พื้นที่หากินของพวกเราก็เลยอยู่แค่ทางใต้ของเขตภูเขาชั้นที่สอง แทบไม่มีใครกล้าไปทางเหนือของภูเขา​หรอก เจ้าจำเอาไว้ก็แล้วกัน”

“สุดท้าย ถ้าเจ้าล่าสัตว์ใหญ่ได้ตัวนึงแต่แบกไม่ไหว ก็ยิงธนูสัญญาณนี้ขึ้นไปบนฟ้า…นายพรานที่อยู่แถวนั้นแล้วไม่ได้อะไรจะเข้าไปช่วยแบกลงมา แน่นอนว่าเจ้าก็ต้องให้ค่าจ้างตามสมควรด้วยนะ”

“ที่ต้องบอกก็มีเท่านี้ ยังไงก็ระวังตัวให้ดี แม้แต่คนบ้านเดียวกันก็อาจจะหักหลังเจ้าได้”

เขาหยิบลูกธนูสัญญาณออกมาจากซองแล้วยื่นให้

ลูกธนูสัญญาณก็เหมือนกับลูกธนูส่งเสียงนั่นแหละ เพียงแต่หัวลูกธนูไม่ได้ทำจากเหล็ก แต่ทำจากไม้ ตรงกลางเป็นรูกลวง พอยิงออกไปจะเกิดเสียงดังมาก แต่ไม่มีอานุภาพทำร้ายใครได้

“ขอบคุณมากครับลุงจ้าว” เฉินซานซือกล่าวด้วยความจริงใจ ไข่เค็มไม่กี่ฟอง แลกกับคำแนะนำเหล่านี้ก็ถือว่าคุ้มค่าเกินพอแล้ว

ระหว่างที่คุยกัน ทั้งสองก็มาถึงเชิงเขาของเขตภูเขาชั้นที่แล้ว

ที่นี่…เพื่อหลีกเลี่ยงการแย่งชิงเหยื่อ นายพรานส่วนใหญ่มักจะแยกย้ายกันไป เว้นแต่จะนัดกันไว้ก่อนแล้วว่าจะร่วมมือกันล่าสัตว์ร้าย

เขตภูเขาชั้นที่นั้นทั้งลึกและรกทึบ ทันทีที่เฉินซานซือก้าวเข้าไปในป่า เขาก็พบมูลสัตว์ที่ซ่อนอยู่ในดิน รอยเท้าใต้พุ่มไม้ และร่องรอยอื่นๆอีกมากมายภายในรัศมีสิบก้าว

“แม้แต่สุนัขล่าสัตว์บางตัวยังทำแบบข้าไม่ได้เลย!”

“ถึงข้าจะไม่มีสุนัขล่าสัตว์ แต่ข้าก็เก่งกว่าสุนัขล่าสัตว์เสียอีก!” (ชมตัวเองเก่งกว่าหมา -​_-)​

“และนี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น!”

เขาเริ่มต้นโหมดการล่าอย่างเต็มที่ แบกธนูวิ่งไปในป่า ไม่ปล่อยร่องรอยใดๆให้หลุดรอดสายตา

ในเขตภูเขาชั้นที่สองถึงจะมีสัตว์เยอะก็จริง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นสัตว์เล็กๆอย่างกระต่ายกับไก่ป่า สัตว์ใหญ่ก็หายากพอกันกับชั้นเเรก แถมยังมีปัญหาภัยแล้งและการล่าสัตว์มากเกินไปติดต่อกันหลายปี ทำให้นายพรานในเขตภูเขาชั้นที่สองแทบจะหาเลี้ยงชีพตัวเองไม่ได้ การกลับลงเขาแบบมือเปล่าจึงกลายเป็นเรื่องปกติ

ตามที่ลุงจ้าวบอก สถานที่ที่มีสัตว์เยอะจริงๆคือทางเหนือของภูเขา แต่ที่นั่นเป็นเขตสำหรับคนชั้นสูง คนจนที่ไม่มีวิทยายุทธ์ติดตัว ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปหรอก

“ขนาดล่าสัตว์ยังต้องแบ่งชนชั้นอีกเหรอเนี่ย?” เฉินซานซือบ่นพึมพำ​

เเต่เขาก็ไม่ได้รีบร้อนล่าสัตว์มากนัก ด้วยฝีมือในตอนนี้ สัตว์เล็กๆอย่างกระต่ายน่ะจะล่าเมื่อไหร่ก็ได้ ทางที่ดีควรหาสัตว์ที่ใหญ่กว่านี้ อย่างน้อยต้องกวางสักตัวก็ยังดี

เขาจดจ่ออยู่กับการแกะรอยอย่างเต็มที่ ไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกเหนื่อย เขากลับรู้สึกว่าโลกรอบตัวเริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง

และแล้ว

หลังจากผ่านจุดสำคัญ​ แผงค่าสถานะของเขาก็ปรากฏขึ้นราวกับระลอกคลื่นน้ำอีกครั้ง

[ทักษะการแกะรอย (เชี่ยวชาญ)]

[ความคืบหน้า: 0/500]

[ผลของทักษะ: สายตาที่น่าอัศจรรย์​, ฝีเท้าเบาราวกับนกนางแอ่น​]

…..

หลังจากสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แปลกประหลาด เฉินซานซือก็รู้สึกว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาก้าวกระโดดไปอีกขั้น

ตอนนี้เขาสามารถมองเห็นแม้กระทั่งขนสัตว์ของสัตว์ต่างๆ ที่ร่วงอยู่บนพื้นได้อย่างชัดเจน!

สัตว์ป่าบางชนิดจะจงใจซ่อนมูลของมันเอาไว้ แต่มันไม่มีทางซ่อนขนที่ร่วงโดยไม่ตั้งใจได้หรอก!

ยิ่งไปกว่านั้น ความสามารถในการสังเกตไม่ได้ใช้ได้แค่ตอนล่าสัตว์เท่านั้น การยิงธนูก็จำเป็นต้องมีสายตาที่ดีเยี่ยมด้วยเช่นกัน

เป้าขนาดเท่าฝ่ามือ มองจากระยะแปดสิบเมตรก็เป็นแค่จุดดำๆเล็กนิดเดียว แต่ถ้าเขามองเห็นสิ่งที่เล็กกว่านั้นได้…เขาก็จะสามารถ​ยิงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

ทักษะเหล่านี้ต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

“เมื่อรวมกับความสามารถ ‘จำได้ทุกอย่างที่เห็น’ ที่ได้จากทักษะ​การอ่านหนังสือ…ข้าก็เหมือนกับได้เปิดใช้ ‘วังแห่งความทรงจำ’ ของเชอร์ล็อก โฮล์มส์เลย เพียงแต่มันเป็นเวอร์ชั่นสำหรับล่าสัตว์เท่านั้น” เฉิน​ซาน​ซือ​พึมพำ​ด้วย​รอยยิ้ม​

จากนั้น​เขาก็ก้มลงหยิบขนสีดำเส้นหนึ่งขึ้นมาจากพุ่มไม้ใต้เท้า

‘ขนเส้นนี้ยาวประมาณครึ่งนิ้ว ค่อนข้างแข็ง และยังไม่มีร่องรอยผุพัง แสดงว่าเจ้าของมันเพิ่งจะผ่านมาแถวนี้ไม่นานมานี้เอง’

แทบจะทุกๆ สิบกว่าก้าวก็จะเจอขนแบบเดียวกัน หลังจากเดินไปได้ประมาณร้อยก้าว เขาก็เริ่มเห็นรอยเท้าชัดเจนขึ้น…จึงเริ่มแกะรอยตามไป

เส้นทางบนภูเขาที่ขรุขระและซับซ้อน เฉินซานซือกลับเดินได้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็วผิดปกติ แถมยังแทบไม่มีเสียงใดๆออกมา เบาราวกับนกนางแอ่น​จริงๆ

‘แบบนี้…มันนับเป็นวิชาตัวเบาได้รึเปล่านะ?’

‘หืม…มีเสียงข้างหน้า!’

เขาลดฝีเท้าลง แล้วค่อยๆเดินไปยังทิศทางที่มีเสียง

ณ ด้านนอกป่าไผ่

หมูป่าร่างกำยำสีดำสนิทตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา นอกจากนี้​ด้านหลังของมันยังมีลูกหมูอีกห้าตัว

ตอนนี้​มันกำลังใช้จมูกขุดดินหาอาหารอยู่ด้านหน้า ส่วนลูกหมูก็ส่งเสียงฮึดฮัดเดินตามหลังมา

นี่เป็น​ครอบครัวหมูป่าที่ดูมีความสุข โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีภัยคุกคามเข้ามาใกล้

“รวยแล้ว!”

“แม่หมูตัวนี้น่าจะหนักอย่างน้อยร้อยห้าสิบกิโล ส่วนลูกหมูยิ่งมีค่ามากกว่า​อีก!”

เฉินซานซือรู้สึกเหมือนเห็นเงินก้อนโตกำลังกวักมือเรียกเขา เขาพยายามระงับความตื่นเต้น แล้วค่อยๆย่องเข้าไปใกล้หมูป่า

ถึงเขาจะยิงธนูได้ไกลก็จริง แต่ยิ่งใกล้ธนูก็ยิ่งมีพลังทำลายมากขึ้น​ โดยเฉพาะกับสัตว์หนังหนาอย่างหมูป่า ถ้ายิงจากระยะไกลเกินไป ถึงโดนก็อาจจะไม่ตายก็ได้

เขาค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ จนกระทั่งเหลือระยะห่างจากหมูป่าเพียงแค่ยี่สิบก้าว เฉินซานซือจึงหยุดลงที่เนินเขา

หลังจาก​นั้น​เขาก็ดึงธนูยาวออกจากด้านหลังอย่างเบามือ ใส่ลูกธนูเขี้ยวหมาป่าอันใหม่เอี่ยม ตอนนี้ธนูสี่เเรงในมือของเขารู้สึกเบาหวิว แทบไม่ต้องออกแรงก็ดึงจนสุดได้ เหมือนกับว่าถ้าออกแรงอีกนิดเดียวมันจะขาดเลยด้วยซ้ำ

เฉิน​ซาน​ซือ​สุดลมหายใจ​เข้า ทันใดนั้น​เขาก็ปล่อยลูกธนูออกไป

ลูกธนู​พุ่งไปราวกับสายฟ้า!

เปรี้ยงงงง!!!

ฉึกกกก!!!

“อู๊ด—————”

เนื่องจากเป็นการโจมตีจากด้านหลัง ลูกธนูจึงพุ่งเข้าไปที่สะโพกของหมูป่าโดยตรง ทำให้มันส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด

เเต่อาจเป็นเพราะคันธนูเบาเกินไป หัวลูกธนูจึงฝังเข้าไปในเนื้อเพียงแค่สามนิ้วเท่านั้น

เจ้าหมูป่าไม่ได้วิ่งหนี แต่มันกลับคลุ้มคลั่งจนไม่สนใจเลือดที่ไหลออกมา เเล้วพุ่งเข้าใส่เฉินซานซือทันที

หมูป่าเองก็เป็นสัตว์ร้ายชนิดหนึ่ง ถ้าคนธรรมดาถูกมันพุ่งชนเข้า ถึงไม่ตายก็ต้องนอนเป็นผักไปเป็นเดือน!

ณ เวลานี้…เฉินซานซือยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง

เเละไม่กี่วินาที ลูกธนูดอกที่สองก็ถูกยิงออกไปแล้ว

ฉึก!!!

“อู๊ดๆๆๆ”

หมูป่าโดนลูกธนูอีกดอก มันชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้หยุด เพียงแต่ชะลอความเร็วลงเล็กน้อยเท่านั้น

ฉึกกกกก!!!!

เเต่ลูกธนูดอกที่สามก็ตามมาติดๆ เเละพุ่งทะลุหัวของมันในทันที

ในที่สุด หมูป่าก็ล้มลงเเล้วสิ้นใจตาย

ลูกหมูทั้งห้าตัวที่อยู่ข้างๆ ตกใจกลัวจนวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง

สภาพภูมิประเทศโดยรอบนั้นซับซ้อน ขนาดตัวของลูกหมูก็เล็ก ถ้าเป็นนายพรานทั่วไป อย่างน้อยก็ต้องมีหลุดรอดไปสักสองตัว…แต่ฝีมือยิงธนูของเฉินซานซือนั้นไม่ธรรมดา

“วิ้ว วิ้ว วิ้ว วิ้ว”

ในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ลูกหมูทั้งห้าตัวก็ถูกลูกธนูปักทะลุเเละตายสนิท

พร้อมกัน​นั้น​ ลูกธนูในซองของเฉินซานซือก็หมดพอดี

…………………..

จบบทที่ บทที่ 7 : ล่าหมูป่า, ทักษะการแกะรอย (เชี่ยวชาญ)​

คัดลอกลิงก์แล้ว