เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 : ลูกธนูเขี้ยวหมาป่า, ทักษะการยิงธนู (เชี่ยวชาญ)

บทที่ 6 : ลูกธนูเขี้ยวหมาป่า, ทักษะการยิงธนู (เชี่ยวชาญ)

บทที่ 6 : ลูกธนูเขี้ยวหมาป่า, ทักษะการยิงธนู (เชี่ยวชาญ)


บทที่ 6 : ลูกธนูเขี้ยวหมาป่า, ทักษะการยิงธนู (เชี่ยวชาญ)

หลังจากตัดสินใจได้แล้ว เฉินซานซือก็เริ่มทำความสะอาดสถานที่ทันที​

เเต่น่าเสียดาย​ ตอนที่เขาดึงลูกธนูออกจากตัวไก่ป่า เขาออกแรงมากเกินไปจนทำให้ก้านธนูหัก

“คุณภาพของลูกธนูมือสองนี่แย่จริงๆ!”

เฉินซานซือส่ายหัว เก็บหัวลูกธนู แล้วถือไก่ป่าลงจากเขา

หลังจากล่าสัตว์มาทั้งวัน ท้องเขาก็เริ่มร้องโครกคราก…แต่ก็ยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวรอบข้างได้ตลอดเวลา

“คงเป็นผลของ [สดชื่นแจ่มใส] สินะ”

“ดูเหมือนว่าต่อไปนี้ตอนกลางคืนต้องหาเวลาอ่านหนังสือบ้าง, มัวแต่คิดถึงเรื่องสนุกๆกับซินหลันไม่ได้เเล้วสิ”

“ฝึกยิงธนู ล่าสัตว์ อ่านหนังสือ…ข้าจะต้องเป็นคนที่ขยันหมั่นเพียร ถึงจะประสบความสำเร็จ​”

วันนี้ยังไม่มืดมาก ตอนที่เดินผ่านหมู่บ้านเหยียนเปียน ชาวบ้านหลายคนเห็นเฉินซานซือถือไก่ป่าไว้ข้างหนึ่งและกระต่ายป่าไว้อีกข้างหนึ่ง

เรียกว่ากลับบ้านแบบได้ผลลัพท์​เต็มๆ

“เจ้าหนูนี่เก่งนี่หว่า!”

“ซานซือเก่งจริงๆ เพิ่งเริ่มล่าสัตว์ก็หาของได้ทุกวัน”

“ชิ! ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นหรอก”

“ไอ้หัวล้าน อิจฉาเขาละสิ ทนไม่ได้ที่เห็นคนอื่นได้ดี”

“ข้าอิจฉาอะไร แค่นี้ยังไม่พอจ่ายภาษีเลย!”

“จริงด้วย”

พอพูดถึงเรื่องภาษี ทุกคนก็พากันบ่นเป็นเสียงเดียวกัน

ภาษีสุดโหด​ปีนี้ทำให้เงินเก็บทั้งปีของใครหลายคนถูกขูดรีดไปจนหมด

……

“พี่ซานซือ…ข้ากำลังหาพี่อยู่เลย!”

“ชุ่น?”

เฉินซานซือมองเด็กหนุ่มผิวคล้ำวิ่งเข้ามาหาเขา

“มีอะไรเหรอ ชุ่น?”

“พี่…ให้ข้าช่วยไหม?”

เรื่องการเก็บภาษีล่วงหน้าดังไปทั่ว วันนี้หลังจากจางชุ่นขายปลาเสร็จ, เขาก็รีบมาถามไถ่ทันที

“เจ้า…ไม่ต้องไปฝึกวิทยายุทธเหรอ?”

เฉินซานซือเริ่มลังเล

การหาเงินสามตำลึงภายในเจ็ดวัน ไม่มีใครมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

ถ้าหากยืมเงินมาก่อนได้ก็คงจะดี, เอาไว้หาเงินได้แล้วค่อยคืนให้สองเท่าพร้อมขอบคุณอย่างงามๆ

“การฝึกวิทยายุทธไม่รีบขนาดนั้น การจ่ายภาษีสำคัญกว่า”

จางชุ่นเกาหัว พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงซื่อๆ

“พี่ กลับบ้านพร้อมข้าเถอะ ที่บ้านข้ามีเงิน”

เงินตั้งสามตำลึง…สำหรับชาวบ้านทั่วไป นี่เป็นเงินจำนวนมหาศาล

เฉินซานซือจึงรู้สึกซาบซึ้งใจกับน้องชายคนนี้อย่างมาก

“เอาแบบดอกเบี้ยร้อยละสามสิบเก้าแล้วกันนะ ข้าไม่สามารถเอาเงินเจ้ามาใช้ฟรีๆได้”

“พี่พูดแบบนี้ได้ยังไง”

“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่พี่เคยสอนข้าอ่านหนังสือ จำได้ไหม ตอนเด็กๆที่เราไปเล่นน้ำในแม่น้ำ ถ้าพี่ไม่ช่วยดึงข้าขึ้นมา ข้าคงจมน้ำตายไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้หรอก!”

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่การที่ใครสักคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในยามยากลำบาก ก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก

“พี่ รอข้าแป๊บนะ ข้ากลับไปเอาเงินที่บ้านก่อน!”

ชุ่นไม่รอให้ปฏิเสธ เขาหันหลันเเล้ว​วิ่งกลับบ้านทันที

ในเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดดอกเบี้ย เฉินซานซือก็เกรงใจที่จะรับเงินมาใช้ฟรีๆ

เขารีบถือไก่ป่าและกระต่ายป่าเดินตามไป ตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญขอบคุณ

บ้านของทั้งสองคนอยู่ไม่ไกลกันมาก เดินประมาณสิบนาทีก็ถึง เเละตอนนี้​ประตูบ้านของชุ่นไม่ได้ปิด

เฉินซานซือกำลังจะเข้าไปทักทาย เเต่เขาก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันลอยมาตามลมเสียก่อน

“สามตำลึง แกบ้าไปแล้วรึไง?”

“แม่ นั่นพี่ซานซือนะ ตอนเด็กๆเขาเคยช่วยชีวิตข้าไว้!”

“ช่วยชีวิตไว้แล้วไง บ้านเราก็ตอบแทนเขาไปแล้วนี่ ตอนที่เขาป่วย ไม่ใช่บ้านเราหรือที่ออกค่ารักษาให้?”

“แม่…”

“พวกเราทำงานหนักแทบตายมาหลายปี พยายาม​เก็บเงินขนาดนี้ก็เพื่อให้เจ้าได้เข้าสำนักยุทธ กลายเป็นผู้ฝึก​ยุทธผู้สูงส่ง”

“อย่างน้อย เจ้าก็นึกถึงพ่อเจ้าบ้างสิ พ่อเจ้าขาพิการมาครึ่งปี ยังไม่ยอมเสียเงินไปรักษาเลย เเต่เจ้ากลับจะเอาเงินสามตำลึงไปให้คนอื่น?”

“…”

เฉินซานซือหยุดเดิน วางไก่ป่าลง แล้วเดินจากไปเงียบๆ

การช่วยเหลือเป็นเรื่องของน้ำใจ ดังนั้น​การไม่ช่วยจึงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร!

เขาไม่ได้รู้สึกโกรธเคือง เเต่กลับรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของชุ่นยิ่งกว่าเดิม

ไม่ใช่ว่าทุกคนจะร่ำรวย ชีวิตของใครๆก็ลำบาก…เขาต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้!

ณ เวลานี้ เฉินซานซือยิ่งตั้งมั่นที่จะไปที่เขตภูเขาชั้นที่สอง

เขารีบไปที่ร้านอาหารปาเป่าในเมืองก่อนที่ฟ้าจะมืด

กระต่ายป่าน้ำหนักพอๆกับตัวก่อนหน้า ขายได้เจ็ดสิบเอ็ดอีแปะ

หลังจากรับเงินแล้ว เขาไม่ได้รีบกลับบ้าน แต่ไปที่ตลาดเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเข้าไปในเขตภูเขาชั้นที่สองในวันพรุ่งนี้

“โอ้ เจ้าหนูซานซือ มาอีกแล้วเหรอ?” ลุงซูทักทายอย่างอบอุ่น

“ลุงซู ข้าอยากซื้อลูกธนูสักหน่อย”

ลูกธนูใบหลิวที่เฉินซานซือมีอยู่นั้น ใช้ยิงกระต่ายกับไก่ป่าได้ แต่ถ้าเจอสัตว์ใหญ่ที่มีหนังหนา พลังทำลายของมันคงจะไม่พอ

“อยากได้แบบไหน ลุงมีหมด”

มองไปรอบๆ มีลูกธนูวางขายอยู่เจ็ดแปดแบบ คุณภาพก็ดูดีมาก บางอันดูเหมือนไม่ใช่ของที่ร้านตีเหล็กทั่วไปจะทำได้ น่าจะเป็นของทางการทหาร

นอกเมืองผอหยางไม่ไกลมีค่ายทหารตั้งอยู่ การที่มียุทโธปกรณ์หมุนเวียนในตลาดเเบบนี้​จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ยิ่งไปกว่านั้น ลุงซูยังเคยเป็นทหารเก่า ลูกชายก็รับช่วงต่อ แถมยังได้เป็นนายสิบ การที่เขามีช่องทางขายยุทโธปกรณ์ทั่วไปจึงเป็นเรื่องปกติ

สายตาของเฉินซานซือกวาดมองไปทั่วแผง

ลูกธนูส่วนใหญ่ทำจากไม้ไผ่ ปลายหางติดขนนก ความแตกต่างหลักๆ อยู่ที่หัวลูกธนู

หัวลูกธนูเเตกต่างกัน การใช้งานก็เเตกต่างกัน

มีแบบที่เน้นพลังทะลุทะลวง แบบที่สร้างบาดแผลฉกรรจ์ แบบที่ใช้ยิงม้า แบบที่ใช้ในน้ำ และแบบที่ใช้ส่งสัญญาณ มีหลากหลายประเภท

ในที่สุดเขาก็เลือกหัวลูกธนูแบบพิเศษ

ลูกธนูเขี้ยวหมาป่า

ตามชื่อเลย หัวลูกศรมีลักษณะเหมือนเขี้ยวหมาป่า มีสองปีกและสามง่าม

เมื่อลูกธนูแบบนี้ปักเข้าไป ง่ามทั้งสองข้างจะเกาะติดแน่นในเนื้อ ถ้าจะดึงออกก็จะต้องดึงเอาเนื้อหนังออกมาด้วย…ถ้าไม่ดึงออก ง่ามก็จะบดทำลายเนื้อเยื่อต่อไป ไม่ว่าจะใช้ล่าสัตว์หรือล่าคน พลังทำลายของมันก็มีประสิทธิภาพอย่าง​มาก

ลุงซูพูดเเนะนำ​ทันที​ว่า “ลูกธนูเขี้ยวหมาป่านี่ของดีมากนะ ปกติขายคนอื่นยี่สิบสามอีแปะต่ออัน เเต่ข้าจะขายเจ้าแค่ยี่สิบอีเเปะก็พอ”

“ลดอีกไม่ได้เเล้วเหรอลุง?”

“ถ้าลดอีกข้าก็ขาดทุนแล้ว”

เฉินซานซือกัดฟัน จากนั้น​เขาก็ซื้อมาห้าอัน

เขารู้ดีว่าการลงทุนเป็นสิ่งจำเป็น ถ้าอยากได้ของดีก็ต้องยอมจ่าย

เเละถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากจะซื้อคันธนูที่แข็งแรงกว่านี้ด้วย

เพราะพลังทำลายของคันธนูส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับแรงดึงและน้ำหนัก

เขาแอบมองไปรอบๆ ธนูที่แข็งแรงที่สุดในร้านก็คันธนูแค่สี่แรง ไม่มีที่แรงกว่านี้แล้ว

มีเเค่คันธนูแรงสูงเท่านั้นที่จะสามารถ​เจาะเกราะได้…ดูเหมือนว่าการขายยุทโธปกรณ์ก็มีขีดจำกัด

จ่ายเงิน รับของ

หัวลูกศรสองอันที่เสียหายไปก่อนหน้านี้ หักลบได้สิบเอ็ดอีแปะ สุดท้ายเขาจ่ายไปแปดสิบเก้าอีแปะ

“วันนี้ทำงานฟรี แถมยังขาดทุนอีก!”

เฉินซานซือเก็บลูกธนู​เขี้ยวหมาป่าใส่ย่าม แล้วรีบกลับบ้าน

ระหว่างทางกลับบ้าน, เฉินซานซือเจอฉินสงและลูกสมุนอีกครั้ง พวกมันดักรออยู่ที่ทางผ่านหน้าบ้านเขา มองมาที่เขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

เห็นได้ชัดว่าต้องการข่มขู่เขา

“ตามหลอกหลอนไม่เลิก หลบก็หลบไม่พ้นแล้ว”

“จ่ายภาษีไปก่อนแล้วค่อยหาวิธีจัดการพวกมั​นทีหลังละกัน”

เฉินซานซือเลือกที่จะไม่สนใจพวกมัน เเล้วเดินกลับบ้านไป

“พี่ใหญ่ มันอวดดีนี่หว่า!”

“ให้ข้าไปสั่งสอนมันสักหน่อยไหม?”

ลูกน้องอันธพาลพูดด้วยสีหน้าแสยะยิ้ม

“สั่งสอนมัน?”

ฉินสงชี้ไปที่ธนูที่เฉินซานซือสะพายอยู่ด้านหลัง เเล้วถามว่า

“รู้ไหมนั่นคืออะไร?”

“ธนูไงลูกพี่”

“ธนูสี่แรง ยิงแกทะลุกระดูกเเกได้เลยนะ! คิดว่าสู้มันไหวเหรอ?”

ฉินสงรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย

ตอนแรกเขาคิดว่าเฉินซานซือเป็นแค่บัญฑิต การขึ้นเขาไปล่าสัตว์ก็แค่เสี่ยงดวงเท่านั้น

แต่พอเขสไปสืบดู ถึงรู้ว่าไอ้หมอนี่ล่าสัตว์ได้ติดต่อกันสองวันเเล้ว, นี่แสดงให้เห็น​ว่ามันมีฝีมือจริงๆไม่ใช่เล่นๆ

พวกพรานในหมู่บ้านไม่ใช่พวกที่น่าไปยุ่งด้วยเท่าไหร่​

ก่อนหน้านี้ก็แค่รังแกที่มันเป็นบัณฑิต แถมพ่อก็ตายไปแล้ว

อย่างไร​ก็ตาม, ในยุคนี้ มีแรงอย่างเดียวมันไม่พอ มันต้องมีเงินด้วย

กระต่ายกับไก่ป่าขายไม่ได้ราคาเท่าไหร่หรอก, อีกสองวันถ้ามันหาเงินสามตำลึงไม่ได้ ยังไงก็ต้องมาง้อเขาอยู่ดี…หึๆ

……

ยามค่ำคืน

เฉินซานซือลุกจากเตียงอย่างแผ่วเบา

ส่วนกู้ซินหลันนั้นเหนื่อยจนหลับไปแล้ว

“ข้ายังเด็กเเละรุนเเรงมากเกินไป”

เฉินซานซือรู้สึกผิดเล็กน้อย สงสัย​คงต้องกลับมาอ่านหนังสือเพื่อสงบจิตสงบใจ​

เเละนอกจากการอ่านหนังสือแล้ว การฝึกยิงธนูก็ห้ามละเลเด็ดขาด​

ก่อนขึ้นเขารอบนี้ เขาควรจะพัฒนาทักษะการยิงธนูไปอีกขั้นก่อน

คิดได้​ดังนั้น​เขาก็นำธนูออกมา ไปที่ลานโล่งหลังบ้าน เเละเริ่มฝึกยิงธนูภายใต้แสงจันทร์

ลูกธนูใบหลิวพุ่งออกไปทีละดอก เเละความเชี่ยวชาญก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เขาฝึกจนถึงดึกดื่น เฉินซานซือจึงตัดสินใจ​กลับไปนอน

เเละเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พอได้ยินเสียงไก่ขัน เขาก็รีบลุกขึ้นมาฝึกยิงธนูต่อ

“ฟิ้ว——”

ลูกธนูอีกดอกพุ่งออกไป ยิงนกกระจอกที่บินมาหาอาหารแต่เช้าจนตกลงมาจากกิ่งไม้

ในขณะเดียวกัน แผงสถานะก็เปลี่ยนไปในที่สุด​

[ทักษะ: การยิงธนู (เชี่ยวชาญ)]​

[ความคืบหน้า: (0/500)]​

[ผลของทักษะ​: ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น, เป็นนักธนูโดยธรรมชาติ, สามารถใช้ธนูศิลาได้อย่างคล่องแคล่ว, ในระยะเจ็ดสิบก้าว สามารถ​ยิงธนู​สามดอกภายในเวลาสะบัด​นิ้วหนึ่งครั้งเเละไม่พลาดเป้า]​

….

ทันทีที่แผงสถานะอัพเกรด ไม่เพียงแต่พละกำลังและทักษะการยิงธนูของเฉินซานซือจะเพิ่มขึ้นอย่างมากเท่านั้น, แต่กล้ามเนื้อและกระดูกของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ด้วยร่างกายเช่นนี้ ถึงแม้เขาจะไม่เคยฝึกวิทยายุทธมาก่อน เขาก็สามารถดึงธนูหนักหนึ่งศิลาได้อย่างง่ายดาย และยิงธนูเข้าเป้าขนาดเท่าฝ่ามือได้อย่างแม่นยำในระยะแปดสิบเมตร

หนึ่งศิลาในราชวงศ์ต้าเซิ่ง เท่ากับประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลกรัม

ธนูน้ำหนักขนาดนี้ ปกติแล้วจะมีแต่ผู้ฝึกยุทธเท่านั้นที่สามารถ​ใช้ได้

เป้าขนาดเท่าฝ่ามือ มองจากระยะแปดสิบเมตร ก็เล็กเท่าจุดดำๆเท่านั้น

ส่วนคำว่า "สะบัดนิ้วหนึ่งครั้ง"

ในพระไตรปิฎกเคยบันทึกไว้ว่า: การสบัดนิ้วยี่สิบครั้งเป็นเวลาหนึ่งลายู, ยี่สิบลายูเป็นเวลาหนึ่งขณะ, หนึ่งวันหนึ่งคืนมีสามสิบขณะ

ตามคำกล่าวนี้ "สะบัดนิ้วหนึ่งครั้ง" จึงคิดเป็นเวลาประมาณเจ็ดวินาที

ยิงธนู​สามดอกด้วยการสะบัดนิ้วหนึ่งครั้ง…นั่นหมายความว่า ตั้งแต่การง้างธนู หยิบลูกธนู ใส่ลูกธนู จนถึงการยิง ใช้เวลาประมาณสองวินาทีต่อการยิงหนึ่งครั้ง

ธนูน้ำหนัก​หนึ่งศิลา แปดสิบเมตร สองวินาทีต่อหนึ่งดอก

แยกกันดูแล้วอาจจะไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่เมื่อนำมารวมกัน มันช่างน่า​สะพรึงกลัว​มากจริงๆ

เฉินซานซือรู้สึกดีใจอย่างมาก, ทักษะ​การยิงธนู​ระดับเชี่ยวชาญไม่เพียงแต่พัฒนาทักษะ แต่ยังเสริมสร้างร่างกายให้เขาอีกด้วย

เขารู้สึกว่ากระดูกของเขาแข็งแกร่งขึ้น แขนและนิ้วก็ยาวขึ้น

“ไม่รู้ว่าร่างกายแบบนี้จะมีประโยชน์ต่อการฝึกวิทยายุทธในอนาคตรึเปล่า”

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้​เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าเขาจะสามารถ​ล่าสัตว์ใหญ่ได้ภายในหกวัน

“พี่ซานซือ ทานข้าวได้แล้วค่ะ”

ทันใดนั้น​ เสียงหวานใสก็ทำให้เฉินซานซือได้สติ

เขารีบทานข้าวเช้า แล้วนำไข่เค็มที่เหลืออยู่ที่บ้านทั้งหมดติดตัวไป พร้อมกับข้าวฟ่างอีกครึ่งถุง

“จะเอาไปทำอะไรเหรอคะ?” กู้ซินหลันรู้สึกสงสัย

ไข่เค็มพอเข้าใจ แต่ข้าวฟ่างดิบๆมันกินไม่ได้…เเล้วจะเอาไปทำอะไรบนเขา?

“เอาไปเป็นของขวัญ”

เฉินซานซือตอบสั้นๆ แล้วก็จะออกจากบ้านไป

“พี่ซานซือ ช่วงนี้ระวังตัวด้วยนะคะ” กู้ซินหลันพูดด้วยสีหน้ากังวล

“เมื่อวานตอนที่ข้ากลับมา ข้าเห็นพวกไอ้ฉินมันวนเวียนอยู่แถวบ้านเรา ข้ากลัวว่า…”

“ข้ารู้”

“ไม่ต้องห่วงนะซินหลัน มีข้าอยู่​พวกมันไม่มีทางทำอะไรเจ้าได้” เฉินซานซือพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

กู้ซินหลันรู้สึกหน้าร้อนผ่าว

เเต่พอพี่ซานซือพูดแบบนี้ นางก็รู้สึกไม่กลัวขึ้นมาจริงๆ

…………………

จบบทที่ บทที่ 6 : ลูกธนูเขี้ยวหมาป่า, ทักษะการยิงธนู (เชี่ยวชาญ)

คัดลอกลิงก์แล้ว