- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 5 : โดนบีบบังคับ
บทที่ 5 : โดนบีบบังคับ
บทที่ 5 : โดนบีบบังคับ
บทที่ 5 : โดนบีบบังคับ
เบื้องหน้าประตูบ้าน คือ ขุนนางสองคน
คนหนึ่งถือสมุดบันทึก อีกคนหนึ่งถือแส้ยาว
เจ้าพนักงานเก็บภาษี
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าพวกเขามาทำอะไร
เฉินซานซือเริ่มพูดทักทาย​ด้วยท่าทีสุภาพ
“ท่านเจ้าหน้าที่ทั้งสอง โปรดให้เวลาข้าอีกครึ่งเดือนเถิด ภาษีจะต้องส่งได้ครบถ้วนแน่นอน!”
ตามกฎของปีที่แล้ว กำหนดเส้นตายการจ่ายภาษีน่าจะเหลือเวลาอีกประมาณยี่สิบวัน
ถ้าเขาพยายามหน่อย การรวบรวมเงินสามตำลึงก็น่าจะไม่ยากมากนัก​
แต่เจ้าพนักงานกลับแค่นเสียงเยาะ
“บัดนี้พวกป่าเถื่อน​ทางเหนือรุกรานไม่หยุดหย่อน ทางใต้ก็มีโจรชุกชุม ราชวงศ์ต้าเซิ่งต้องการความร่วมมือจากพวกเจ้า จะให้รอนานขนาดนั้นได้อย่าง​ๆร?”
“ท่านหมายความว่า?”
“เจ็ดวัน!” เจ้าพนักงานยื่นนิ้วสามนิ้วออกมา
“ภายในเจ็ดวัน ไม่ว่าใครก็ตาม หากจ่ายเงินภาษีไม่ได้ จะถูกส่งไปขุดคลองที่เมืองเฮ่อโจว!”
พูดจบ ขุนนางทั้งสองก็หันหลังกลับไป
พวกเขา​เคาะประตูบ้านหลังถัดไปที่ยังไม่ได้จ่ายภาษีราวกับแจ้งข่าวร้าย หากเจอใครมีกิริยามารยาทไม่ดีก็จะฟาดแส้ลงไปทีสองที
…..
“ทำไมภาษีถึงถูกเร่งรัดเร็วนัก?”
“คงเกี่ยวกับสงครามกระมัง”
หมู่บ้านเยียนเปียน อำเภอผอหยางที่เฉินซานซืออาศัยอยู่นั้นตั้งอยู่บริเวณชายแดนทางเหนือของราชวงศ์ต้าเซิ่ง ถัดไปทางเหนือคือป้อมปราการและกำแพงเมือง ส่วนนอกกำแพงก็คือดินแดนของชนเผ่าป่าเถื่อน
สิบปีมานี้ ชนเผ่าป่าเถื่อนรุกรานบ่อยขึ้นเรื่อยๆ…บางครั้งก็มีทหารม้าป่าเถื่อนกลุ่มเล็กๆบุกเข้ามาปล้นสะดมทั้งหมู่บ้าน ก่อนจะจากไปอย่างลอยนวล
จนกระทั่งสามปีก่อน ราชสำนักส่งกองกำลังทหารชั้นยอดมาประจำการ สถานการณ์จึงเริ่มสงบลง แต่การปะทะกันเล็กๆน้อยๆบริเวณกำแพงเมืองก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เเละไม่ใช่แค่ทางเหนือเท่านั้น ทางใต้ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน
ถึงแม้เฉินซานซือจะไม่ได้รับข่าวสารมากนัก แต่เขาก็พอรู้ว่าทางใต้มีกบฏผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ถึงแม้จะถูกปราบปรามลงได้ทุกครั้ง แต่ก็มีคนใหม่ๆ ลุกขึ้นมาต่อต้านอยู่เสมอ
“เจ็ดวัน!”
“เร่งรัดขนาดนี้แล้วจะได้อะไร ชาวบ้านจะเสกเงินกับเสบียงออกมาได้รึไง?”
ในฐานะคนยุคใหม่ที่มีความรู้พื้นฐานทางประวัติศาสตร์ เขารู้ดีว่านี่คือช่วงปลายราชวงศ์ ความวุ่นวายกำลังจะมาเยือน และชีวิตของชาวบ้านจะยิ่งลำบากมากขึ้นเรื่อย​ๆ
“พี่ซานซือ เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?” กู้ซินหลันในบ้านถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไรหรอก”
เฉินซานซือไม่อยากให้นางต้องกังวลไปด้วย เขาจึงแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฝึกยิงธนู ทานอาหารเช้า แล้วนำเสบียงกับธนูออกจากบ้านเหมือนเช่นเคย
ในเมื่อเขามาอยู่ในยุคสมัยที่วุ่นวายเช่นนี้ เขาก็ต้องทำตามกฎและหาทางเอาตัวรอด
การหาเงินสามตำลึงภายในเจ็ดวันไม่ใช่เรื่องง่าย…เฉินซานซือเริ่มรู้สึกกดดันไม่น้อย
เเละไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็ต่างพากันคร่ำครวญ
ขณะที่เขากำลังจะเดินออกจากหมู่บ้าน เขาก็เห็นร่างคุ้นเคยสองสามร่าง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยและคิดจะเดินเลี่ยงไป
“เจ้าหนูซานซือ”
ฉินสงพาพรรคพวกอันธพาลสองคนเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังเขา
“เจ้าหลบหน้าข้าทำไม?”
เฉินซานซือเดาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการจะเอาเปรียบเขาในยามวิกฤต
เขาจึงพูดตอบอย่างตรงไปตรงมา “พี่ฉิน ถ้ายังเป็นเรื่องเดิมๆ ก็ไม่ต้องพูดแล้ว”
“หืมมม…เจ้าลืมที่เจ้าพนักงานเก็บภาษีพูดไปแล้วรึ?”
“หากรวบรวมเงินไม่ได้ จะถูกจับไปขุดคลอง” ฉินสงแสร้งทำเป็นห่วงใย
“ใครก็ตามที่โดนเรื่องนี้ ข้ายังไม่เคยได้ยินว่ามีใครรอดกลับมา งั้นพี่เสียสละหน่อยแล้วกัน เจ้ายกเมียเก็บของเจ้าให้ข้า ข้าจะจ่ายภาษีแทนเจ้า…เป็นไง? ข้อเสนอ​ดีใช่ใหม​”
“ถ้าถูกจับไปขุดคลองจริงๆ ข้าก็จะยอมรับชะตากรรม ไม่ต้องลำบากพี่ฉินหรอก”
เฉินซานซือพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเดินจากไป
หลังจากทักษะการยิงธนูเข้าสู่ขั้นต้นเ เขาก็รู้สึกมั่นใจในพละกำลังของตนเองมากขึ้น​ คำพูดก็หนักแน่นขึ้นไม่น้อย
เพียงแต่ยังไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากันตรงๆ
นั่นเพราะ ข้อเเรกฉินสงมีสมุนอันธพาลมากมาย
ข้อสอง ไอ้สารเลวนี้ยังมีน้องชายที่ฝึกวิทยายุทธ เเถมได้ยินมาว่าเก่งกาจ​มาก ไม่ควรไปยุ่งกับมันด้วยประการทั้งปวง​
ฉินสงไม่ได้ขวางทาง เพียงแต่ทำหน้าบึ้งแล้วปล่อยให้เขาเดินจากไป
“พี่ใหญ่ ข้าว่านะ เราไปแย่งคนมาเลยดีกว่าใหม..จะยอมเสียเงินให้มันทำไม?” อันธพาลคนหนึ่งบ่นพึมพำ
“ไอ้โง่!” ฉินสงตบหัวอีกฝ่าย
“แกคิดว่าราชวงศ์ต้าเซิ่งไม่มีกฎหมายรึไง?”
การฉุดคร่าผู้หญิงเคยเกิดขึ้นบ่อยครั้งในอดีต แต่หลังจากที่เจ้าเมืองคนใหม่ของเมืองเหลียงโจวเข้ารับตำแหน่ง ก็ไม่มีใครกล้าทำแบบนั้นอีก
“แล้วพี่จะทำยังไงล่ะ?” อันธพาลคนนั้นถาม
“พี่ใหญ่ยังรอใช้ผู้หญิงคนนั้นเอาไปมอบเป็นของขวัญให้น้องรองอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
“ใจเย็นๆหน่อยสิ แกคิดว่ามันจะหาเงินสามตำลึงได้เร็วขนาดนั้นเชียว?”
“ถึงตอนนั้น มันก็ถูกจับไปขุดคลอง เราไม่ต้องเสียเงินสักแดง!” ฉินสงแค่นเสียงเยาะอย่างดูถูก
……
อีก​ด้าน​
“เจ็ดวัน สามตำลึง”
“ดูเหมือนว่าข้าต้องล่าสัตว์ใหญ่ให้ได้แล้ว”
“หลังจากจัดการเรื่องภาษีแล้ว ค่อยคิดหาวิธีจัดการกับไอ้ฉิน”
เฉินซานซือมาถึงเขาหู่โถวแต่เช้า สัตว์ใหญ่ส่วนมากมักจะออกมาหากินตอนใกล้ค่ำ เขาจึงไม่รีบร้อนหาพื้นที่โล่งๆเเล้วฝึกยิงธนูไปพลางๆ
ตอนนี้เขายิงธนูได้อย่างคล่องแคล่ว รู้สึกเหมือนมือกับธนูเป็นหนึ่งเดียวกัน
ภายในระยะสี่สิบก้าว เขาไม่มีทางยิงพลาด, แม้แต่ในระยะห้าสิบก้าวยังมีความแม่นยำถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์
เพียงแต่มันจะเปลืองลูกธนูไปหน่อย
“ฉึก!”
ลูกธนูอีกดอกปักเข้ากลางเป้า แต่ตัวลูกธนูก็หักไปด้วย
เฉินซานซือรู้สึกเสียดายไม่น้อย…ลูกธนูอันหนึ่งถ้าซื้อใหม่ ราคาอย่างน้อยก็สิบอีแปะ!
แต่ลูกธนูก็เป็นของสิ้นเปลืองอยู่แล้ว ยิ่งเขาใช้แต่ลูกธนูเก่าๆ การที่มันจะสึกหรอก็เป็นเรื่องปกติ
….
[ทักษะ: การยิงธนู (ขั้นต้น)]
[ความคืบหน้า: (128/200)]
[ผลของทักษะ: สามารถใช้ธนูหกแรง (36 กก.) ได้, ภายในระยะสี่สิบก้าว ยิงไม่พลาดเป้า]
….
“พรุ่งนี้ถ้าพยายามอีกหน่อย ก็น่าจะไปถึงขั้นต่อไปได้”
เฉินซานซือกินขนมปังแห้งรองท้อง แล้วก็เริ่มทำงาน
ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคมถึงขีดสุด​ พยายาม​ไม่มองข้ามร่องรอยใดๆ
ไม่นานเขาก็พบมูลสัตว์และเจอกระต่ายป่าตัวหนึ่งอยู่ใกล้ๆพุ่มไม้
ฟ้าวววว!!!
ฉึกกก!!!
ลูกธนูพุ่งทะลุหัวใจของกระต่ายอย่างแม่นยำ แล้วเขาก็นำมันใส่ย่าม
“ไม่มีสัตว์ที่ใหญ่กว่านี้หน่อยรึไง?”
แน่นอนว่าเฉินซานซือยังไม่พอใจแค่นี้
เเต่ถึงแม้ว่าเขาจะมีทักษะการแกะรอย แต่ตลอดช่วงบ่ายก็ยังไม่พบร่องรอยของสัตว์ใหญ่ จนกระทั่งตะวันตกดิน เขาก็พบขนนกที่บริเวณเชิงเขา และเจอกับไก่ป่าตัวหนึ่ง
ลูกธนูพุ่งออกไปราวกับสายฟ้า!
ลูกธนูทะลุร่างไก่ป่า แรงเฉื่อยทำให้ร่างของมันปลิวไปปักติดกับต้นไม้ข้างๆ
“หนักประมาณสี่ปอนด์”
“เนื้อไก่ป่าอร่อย ราคาเป็นรองแค่เนื้อหมู ตัวนี้ขายได้ประมาณเจ็ดสิบอีแปะ”
“แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี”
ตอนนี้เฉินซานซือมั่นใจแล้วว่า บริเวณรอบนอกของเขาหู่โถวไม่มีสัตว์ใหญ่
เพราะเขามีทักษะการแกะรอย ไม่ว่าจะเป็นเบาะแสใดๆเขาก็ไม่มีทางพลาด
การที่เขาหาไม่เจอ ก็แปลว่ามันไม่มีจริงๆ
….
[ทักษะการแกะรอย (ขั้นต้น)]
[ความคืบหน้า: 101/200]
[ผลของทักษะ: สังเกตการณ์อย่างละเอียด ก้าวเดินอย่างเเผ่วเบา]
“ทักษะการแกะรอยก็ใกล้จะถึงขั้นต่อไปแล้ว”
“บางทีข้าควรลองเข้าไปในป่าลึกดูบ้าง”
ยิ่งลึกเข้าไป สัตว์ป่ายิ่งมีมากขึ้น แต่อันตรายก็มากขึ้นเช่นกัน
ปกติแล้วจะมีแต่นายพรานที่มากประสบการณ์เท่านั้นที่จะกล้าเข้าไป ยกตัวอย่าง​เช่น…ลุงจ้าว พรานยอดฝีมือ​ในหมู่บ้าน
ตั้งแต่เขตภูเขาชั้นที่สองเป็นต้นไป จะเริ่มมีหมูป่า เสือ และหมี…ทุกปีมีนายพรานจำนวนไม่น้อยที่เสียชีวิตในป่าลึก
ก่อนหน้านี้ เฉินซานซือยังใหม่กับการล่าสัตว์ เพื่อความปลอดภัย เขาจึงไม่กล้าเข้าไปในป่าลึก แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นเเล้ว
เเละในเมื่อทักษะการยิงธนูของเขากำลังจะเข้าสู่ขั้นต่อไป มันก็อาจจะทำให้​เขาจะเอาชนะสัตว์ใหญ่​ได้
“กลับไปเตรียมตัวให้ดีก่อน”
“ถ้าพร้อม…พรุ่งนี้ค่อยไปสำรวจเขตภูเขาชั้นที่สอง!”
……………………