เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 : โดนบีบบังคับ

บทที่ 5 : โดนบีบบังคับ

บทที่ 5 : โดนบีบบังคับ


บทที่ 5 : โดนบีบบังคับ

เบื้องหน้าประตูบ้าน คือ ขุนนางสองคน

คนหนึ่งถือสมุดบันทึก อีกคนหนึ่งถือแส้ยาว

เจ้าพนักงานเก็บภาษี

ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าพวกเขามาทำอะไร

เฉินซานซือเริ่มพูดทักทาย​ด้วยท่าทีสุภาพ

“ท่านเจ้าหน้าที่ทั้งสอง โปรดให้เวลาข้าอีกครึ่งเดือนเถิด ภาษีจะต้องส่งได้ครบถ้วนแน่นอน!”

ตามกฎของปีที่แล้ว กำหนดเส้นตายการจ่ายภาษีน่าจะเหลือเวลาอีกประมาณยี่สิบวัน

ถ้าเขาพยายามหน่อย การรวบรวมเงินสามตำลึงก็น่าจะไม่ยากมากนัก​

แต่เจ้าพนักงานกลับแค่นเสียงเยาะ

“บัดนี้พวกป่าเถื่อน​ทางเหนือรุกรานไม่หยุดหย่อน ทางใต้ก็มีโจรชุกชุม ราชวงศ์ต้าเซิ่งต้องการความร่วมมือจากพวกเจ้า จะให้รอนานขนาดนั้นได้อย่าง​ๆร?”

“ท่านหมายความว่า?”

“เจ็ดวัน!” เจ้าพนักงานยื่นนิ้วสามนิ้วออกมา

“ภายในเจ็ดวัน ไม่ว่าใครก็ตาม หากจ่ายเงินภาษีไม่ได้ จะถูกส่งไปขุดคลองที่เมืองเฮ่อโจว!”

พูดจบ ขุนนางทั้งสองก็หันหลังกลับไป

พวกเขา​เคาะประตูบ้านหลังถัดไปที่ยังไม่ได้จ่ายภาษีราวกับแจ้งข่าวร้าย หากเจอใครมีกิริยามารยาทไม่ดีก็จะฟาดแส้ลงไปทีสองที

…..

“ทำไมภาษีถึงถูกเร่งรัดเร็วนัก?”

“คงเกี่ยวกับสงครามกระมัง”

หมู่บ้านเยียนเปียน อำเภอผอหยางที่เฉินซานซืออาศัยอยู่นั้นตั้งอยู่บริเวณชายแดนทางเหนือของราชวงศ์ต้าเซิ่ง ถัดไปทางเหนือคือป้อมปราการและกำแพงเมือง ส่วนนอกกำแพงก็คือดินแดนของชนเผ่าป่าเถื่อน

สิบปีมานี้ ชนเผ่าป่าเถื่อนรุกรานบ่อยขึ้นเรื่อยๆ…บางครั้งก็มีทหารม้าป่าเถื่อนกลุ่มเล็กๆบุกเข้ามาปล้นสะดมทั้งหมู่บ้าน ก่อนจะจากไปอย่างลอยนวล

จนกระทั่งสามปีก่อน ราชสำนักส่งกองกำลังทหารชั้นยอดมาประจำการ สถานการณ์จึงเริ่มสงบลง แต่การปะทะกันเล็กๆน้อยๆบริเวณกำแพงเมืองก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เเละไม่ใช่แค่ทางเหนือเท่านั้น ทางใต้ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน

ถึงแม้เฉินซานซือจะไม่ได้รับข่าวสารมากนัก แต่เขาก็พอรู้ว่าทางใต้มีกบฏผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ถึงแม้จะถูกปราบปรามลงได้ทุกครั้ง แต่ก็มีคนใหม่ๆ ลุกขึ้นมาต่อต้านอยู่เสมอ

“เจ็ดวัน!”

“เร่งรัดขนาดนี้แล้วจะได้อะไร ชาวบ้านจะเสกเงินกับเสบียงออกมาได้รึไง?”

ในฐานะคนยุคใหม่ที่มีความรู้พื้นฐานทางประวัติศาสตร์ เขารู้ดีว่านี่คือช่วงปลายราชวงศ์ ความวุ่นวายกำลังจะมาเยือน และชีวิตของชาวบ้านจะยิ่งลำบากมากขึ้นเรื่อย​ๆ

“พี่ซานซือ เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?” กู้ซินหลันในบ้านถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่มีอะไรหรอก”

เฉินซานซือไม่อยากให้นางต้องกังวลไปด้วย เขาจึงแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฝึกยิงธนู ทานอาหารเช้า แล้วนำเสบียงกับธนูออกจากบ้านเหมือนเช่นเคย

ในเมื่อเขามาอยู่ในยุคสมัยที่วุ่นวายเช่นนี้ เขาก็ต้องทำตามกฎและหาทางเอาตัวรอด

การหาเงินสามตำลึงภายในเจ็ดวันไม่ใช่เรื่องง่าย…เฉินซานซือเริ่มรู้สึกกดดันไม่น้อย

เเละไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็ต่างพากันคร่ำครวญ

ขณะที่เขากำลังจะเดินออกจากหมู่บ้าน เขาก็เห็นร่างคุ้นเคยสองสามร่าง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยและคิดจะเดินเลี่ยงไป

“เจ้าหนูซานซือ”

ฉินสงพาพรรคพวกอันธพาลสองคนเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังเขา

“เจ้าหลบหน้าข้าทำไม?”

เฉินซานซือเดาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการจะเอาเปรียบเขาในยามวิกฤต

เขาจึงพูดตอบอย่างตรงไปตรงมา “พี่ฉิน ถ้ายังเป็นเรื่องเดิมๆ ก็ไม่ต้องพูดแล้ว”

“หืมมม…เจ้าลืมที่เจ้าพนักงานเก็บภาษีพูดไปแล้วรึ?”

“หากรวบรวมเงินไม่ได้ จะถูกจับไปขุดคลอง” ฉินสงแสร้งทำเป็นห่วงใย

“ใครก็ตามที่โดนเรื่องนี้ ข้ายังไม่เคยได้ยินว่ามีใครรอดกลับมา งั้นพี่เสียสละหน่อยแล้วกัน เจ้ายกเมียเก็บของเจ้าให้ข้า ข้าจะจ่ายภาษีแทนเจ้า…เป็นไง? ข้อเสนอ​ดีใช่ใหม​”

“ถ้าถูกจับไปขุดคลองจริงๆ ข้าก็จะยอมรับชะตากรรม ไม่ต้องลำบากพี่ฉินหรอก”

เฉินซานซือพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเดินจากไป

หลังจากทักษะการยิงธนูเข้าสู่ขั้นต้นเ เขาก็รู้สึกมั่นใจในพละกำลังของตนเองมากขึ้น​ คำพูดก็หนักแน่นขึ้นไม่น้อย

เพียงแต่ยังไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากันตรงๆ

นั่นเพราะ ข้อเเรกฉินสงมีสมุนอันธพาลมากมาย

ข้อสอง ไอ้สารเลวนี้ยังมีน้องชายที่ฝึกวิทยายุทธ เเถมได้ยินมาว่าเก่งกาจ​มาก ไม่ควรไปยุ่งกับมันด้วยประการทั้งปวง​

ฉินสงไม่ได้ขวางทาง เพียงแต่ทำหน้าบึ้งแล้วปล่อยให้เขาเดินจากไป

“พี่ใหญ่ ข้าว่านะ เราไปแย่งคนมาเลยดีกว่าใหม..จะยอมเสียเงินให้มันทำไม?” อันธพาลคนหนึ่งบ่นพึมพำ

“ไอ้โง่!” ฉินสงตบหัวอีกฝ่าย

“แกคิดว่าราชวงศ์ต้าเซิ่งไม่มีกฎหมายรึไง?”

การฉุดคร่าผู้หญิงเคยเกิดขึ้นบ่อยครั้งในอดีต แต่หลังจากที่เจ้าเมืองคนใหม่ของเมืองเหลียงโจวเข้ารับตำแหน่ง ก็ไม่มีใครกล้าทำแบบนั้นอีก

“แล้วพี่จะทำยังไงล่ะ?” อันธพาลคนนั้นถาม

“พี่ใหญ่ยังรอใช้ผู้หญิงคนนั้นเอาไปมอบเป็นของขวัญให้น้องรองอยู่ไม่ใช่เหรอ?”

“ใจเย็นๆหน่อยสิ แกคิดว่ามันจะหาเงินสามตำลึงได้เร็วขนาดนั้นเชียว?”

“ถึงตอนนั้น มันก็ถูกจับไปขุดคลอง เราไม่ต้องเสียเงินสักแดง!” ฉินสงแค่นเสียงเยาะอย่างดูถูก

……

อีก​ด้าน​

“เจ็ดวัน สามตำลึง”

“ดูเหมือนว่าข้าต้องล่าสัตว์ใหญ่ให้ได้แล้ว”

“หลังจากจัดการเรื่องภาษีแล้ว ค่อยคิดหาวิธีจัดการกับไอ้ฉิน”

เฉินซานซือมาถึงเขาหู่โถวแต่เช้า สัตว์ใหญ่ส่วนมากมักจะออกมาหากินตอนใกล้ค่ำ เขาจึงไม่รีบร้อนหาพื้นที่โล่งๆเเล้วฝึกยิงธนูไปพลางๆ

ตอนนี้เขายิงธนูได้อย่างคล่องแคล่ว รู้สึกเหมือนมือกับธนูเป็นหนึ่งเดียวกัน

ภายในระยะสี่สิบก้าว เขาไม่มีทางยิงพลาด, แม้แต่ในระยะห้าสิบก้าวยังมีความแม่นยำถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์

เพียงแต่มันจะเปลืองลูกธนูไปหน่อย

“ฉึก!”

ลูกธนูอีกดอกปักเข้ากลางเป้า แต่ตัวลูกธนูก็หักไปด้วย

เฉินซานซือรู้สึกเสียดายไม่น้อย…ลูกธนูอันหนึ่งถ้าซื้อใหม่ ราคาอย่างน้อยก็สิบอีแปะ!

แต่ลูกธนูก็เป็นของสิ้นเปลืองอยู่แล้ว ยิ่งเขาใช้แต่ลูกธนูเก่าๆ การที่มันจะสึกหรอก็เป็นเรื่องปกติ

….

[ทักษะ: การยิงธนู (ขั้นต้น)]

[ความคืบหน้า: (128/200)]

[ผลของทักษะ: สามารถใช้ธนูหกแรง (36 กก.) ได้, ภายในระยะสี่สิบก้าว ยิงไม่พลาดเป้า]

….

“พรุ่งนี้ถ้าพยายามอีกหน่อย ก็น่าจะไปถึงขั้นต่อไปได้”

เฉินซานซือกินขนมปังแห้งรองท้อง แล้วก็เริ่มทำงาน

ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคมถึงขีดสุด​ พยายาม​ไม่มองข้ามร่องรอยใดๆ

ไม่นานเขาก็พบมูลสัตว์และเจอกระต่ายป่าตัวหนึ่งอยู่ใกล้ๆพุ่มไม้

ฟ้าวววว!!!

ฉึกกก!!!

ลูกธนูพุ่งทะลุหัวใจของกระต่ายอย่างแม่นยำ แล้วเขาก็นำมันใส่ย่าม

“ไม่มีสัตว์ที่ใหญ่กว่านี้หน่อยรึไง?”

แน่นอนว่าเฉินซานซือยังไม่พอใจแค่นี้

เเต่ถึงแม้ว่าเขาจะมีทักษะการแกะรอย แต่ตลอดช่วงบ่ายก็ยังไม่พบร่องรอยของสัตว์ใหญ่ จนกระทั่งตะวันตกดิน เขาก็พบขนนกที่บริเวณเชิงเขา และเจอกับไก่ป่าตัวหนึ่ง

ลูกธนูพุ่งออกไปราวกับสายฟ้า!

ลูกธนูทะลุร่างไก่ป่า แรงเฉื่อยทำให้ร่างของมันปลิวไปปักติดกับต้นไม้ข้างๆ

“หนักประมาณสี่ปอนด์”

“เนื้อไก่ป่าอร่อย ราคาเป็นรองแค่เนื้อหมู ตัวนี้ขายได้ประมาณเจ็ดสิบอีแปะ”

“แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี”

ตอนนี้เฉินซานซือมั่นใจแล้วว่า บริเวณรอบนอกของเขาหู่โถวไม่มีสัตว์ใหญ่

เพราะเขามีทักษะการแกะรอย ไม่ว่าจะเป็นเบาะแสใดๆเขาก็ไม่มีทางพลาด

การที่เขาหาไม่เจอ ก็แปลว่ามันไม่มีจริงๆ

….

[ทักษะการแกะรอย (ขั้นต้น)]

[ความคืบหน้า: 101/200]

[ผลของทักษะ: สังเกตการณ์อย่างละเอียด ก้าวเดินอย่างเเผ่วเบา]

“ทักษะการแกะรอยก็ใกล้จะถึงขั้นต่อไปแล้ว”

“บางทีข้าควรลองเข้าไปในป่าลึกดูบ้าง”

ยิ่งลึกเข้าไป สัตว์ป่ายิ่งมีมากขึ้น แต่อันตรายก็มากขึ้นเช่นกัน

ปกติแล้วจะมีแต่นายพรานที่มากประสบการณ์เท่านั้นที่จะกล้าเข้าไป ยกตัวอย่าง​เช่น…ลุงจ้าว พรานยอดฝีมือ​ในหมู่บ้าน

ตั้งแต่เขตภูเขาชั้นที่สองเป็นต้นไป จะเริ่มมีหมูป่า เสือ และหมี…ทุกปีมีนายพรานจำนวนไม่น้อยที่เสียชีวิตในป่าลึก

ก่อนหน้านี้ เฉินซานซือยังใหม่กับการล่าสัตว์ เพื่อความปลอดภัย เขาจึงไม่กล้าเข้าไปในป่าลึก แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นเเล้ว

เเละในเมื่อทักษะการยิงธนูของเขากำลังจะเข้าสู่ขั้นต่อไป มันก็อาจจะทำให้​เขาจะเอาชนะสัตว์ใหญ่​ได้

“กลับไปเตรียมตัวให้ดีก่อน”

“ถ้าพร้อม…พรุ่งนี้ค่อยไปสำรวจเขตภูเขาชั้นที่สอง!”

……………………

จบบทที่ บทที่ 5 : โดนบีบบังคับ

คัดลอกลิงก์แล้ว