- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 3: ทักษะการยิงธนูขั้นต้น, ทักษะการแกะรอย
บทที่ 3: ทักษะการยิงธนูขั้นต้น, ทักษะการแกะรอย
บทที่ 3: ทักษะการยิงธนูขั้นต้น, ทักษะ​การแกะรอย
บทที่ 3: ทักษะการยิงธนูขั้นต้น, ทักษะ​การเเกะรอย
วันรุ่งขึ้น
เสียงไก่ขันดังปลุกยามเช้า ท่ามกลางสายหมอกบางเบา
เฉินซานซือตื่นขึ้นมาพร้อมกับกู้ซินหลันที่ยังคงหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขน ราวกับก้อนหยกอุ่นๆ
กู้ซินหลันที่แก้มแดงระเรื่อยังคงกอดแขนเขาแน่น แทบจะฝังรอยนิ้วมือลงบนผิวหนังของเขา
ในสังคมศักดินาแบบนี้ ผู้หญิงตัวเล็กๆที่ไม่มีใครพึ่งพิง อาจถูกขายเป็นทาสได้ทุกเมื่อ การที่นางจะรู้สึกไม่ปลอดภัยก็ย่อมเป็นเรื่องปกติ
เฉินซานซือพยายามดึงแขนตัวเองออกมาอย่างระมัดระวัง, ในเมื่อเขารับนางมาเป็นภรรยาแล้ว เขาก็ต้องรับผิดชอบชีวิตนางให้ดี
เเต่จะว่าไปแล้ว ถึงแม้กู้ซินหลันจะดูบอบบาง แต่นางก็… เอ่อ… มีเสน่ห์เหลือล้น ไม่รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมคิดอะไรอยู่ ถึงไม่รู้จักเห็นค่าของนาง
ผู้หญิงแบบนี้ ถ้าอยู่ที่โลกเดิมของเขา คงต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่าสองล้านถึงจะได้แต่งงานด้วย!
เฉินซานซือลุกจากเตียงอย่างเงียบเชียบ หยิบธนูกับลูกธนูที่แขวนไว้บนผนัง แล้วเดินออกไปที่ลานกว้างหน้าบ้าน
“ฮู่…”
เขาหายใจเข้าลึกๆหลายครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะเล็งธนูไปที่ต้นหลิวต้นหนึ่งแล้วเริ่มฝึกยิงธนูอย่างตั้งใจ
หลังจากพักผ่อนมาทั้งคืน หรือจะเรียกว่าครึ่งคืนก็ได้ ตอนนี้เขารู้สึกสดชื่นและมีแรงขึ้นมาก ความแม่นยำในการยิงธนูก็ดีขึ้นด้วย
ภายในระยะยี่สิบก้าว เขาสามารถยิงถูกเป้าหมายได้ครึ่งต่อครึ่ง
เเต่เพื่อไม่ให้ลูกธนูสึกหรอมากเกินไป เขาจึงใช้ลูกธนูเพียงดอกเดียวในการฝึกซ้อม เเต่ถึงอย่างนั้น เมื่อฝึกซ้อมเสร็จหนึ่งรอบ ลูกธนูก็ดูทรุดโทรมไปมาก
…..
ภายในบ้าน
กู้ซินหลันแอบมองเฉินซานซือที่กำลังเหงื่อท่วมตัวผ่านช่องหน้าต่างกระดาษ ตอนนี้นางรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด
“พี่ซานซือเอาจริง… เขาตั้งใจจะล่าสัตว์และใช้ชีวิตอยู่กับข้าจริงๆ”
แต่ไม่นานนางก็เริ่มรู้สึกเป็นห่วง
“เเต่เมื่อคืนก็เล่นด้วยกันตั้งนาน พี่ซานซือก็ยังตื่นมาฝึกยิงธนูแต่เช้าอีก ถ้าเหนื่อยจนเป็นลมล้มไปจะทำยังไง…”
หลังจาก​คิดได้เเบบนี้​ กู้ซินหลันก็พยุงตัวไปก่อไฟทำอาหารอย่างยากลำบาก
…
“สำเร็จแล้ว!”
เฉินซานซือยิงธนูออกไปอีกดอกหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
[ทักษะ: การยิงธนู (ขั้นต้น)]
[ความคืบหน้า: (0/200)]
[ผลของทักษะ: สามารถใช้ธนูหกแรง (36 กก.) ได้, ภายในระยะสี่สิบก้าว ยิงไม่พลาดเป้า]
ทันใดนั้น​ มันราวกับมีพลังบางอย่างไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา ทำให้เขารู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และทักษะการยิงธนูของเขาก็ก้าวไปสู่อีกขั้นหนึ่ง
ทักษะการยิงธนูขั้นต้น!
เฉินซานซือจ้องมองการเปลี่ยนแปลงบนแผงสถานะ
ธนูหกแรง เเถมภายในระยะสี่สิบก้าวยิงไม่พลาดเป้า
ในราชวงศ์ต้าเซิ่ง หนึ่งแรงเท่ากับสิบสองจิน ดังนั้นธนูหกแรงจึงเท่ากับเจ็ดสิบสองจิน(36 กก.)​!
เท่าที่เขารู้ พลธนูที่ประจำการอยู่บนกำแพงเมืองก็ใช้ธนูหกแรงเช่นกัน
นั่นหมายความว่า ตอนนี้ฝีมือการยิงธนูของเขาเทียบเท่ากับพลธนูทั่วไปแล้ว
ต้องรู้ว่าในกองทัพโบราณ พลธนูถือเป็นทหารชั้นยอด!
ส่วนประโยคที่ว่า “ภายในระยะสี่สิบก้าว ยิงไม่พลาดเป้า”
หนึ่งก้าวในราชวงศ์ต้าเซิ่ง หมายถึงการก้าวเท้าซ้ายและขวาอย่างละครั้ง ซึ่งเท่ากับประมาณหนึ่งเมตรสี่สิบเซนติเมตร ดังนั้นสี่สิบก้าวจึงเท่ากับประมาณห้าสิบกว่าเมตร
อย่าดูถูกระยะทางแค่นี้เชียว
ในสนามรบจริง พลธนูทั่วไปจะมีระยะยิงหวังผลอยู่ที่ประมาณร้อยกว่าก้าว แต่นั่นเป็นการยิงแบบยกขึ้นสูงและยิงเป็นกลุ่ม ไม่ใช่การเล็งยิงแบบปกติ
ในการทดสอบปกติ ก็จะมีการวัดความแม่นยำในระยะสี่สิบถึงห้าสิบก้าวเช่นกัน
ในการแข่งขันยิงธนูที่เฉินซานซือเคยดูในโลกก่อน เป้าหมายมักจะอยู่ห่างออกไปประมาณเจ็ดสิบเมตร และนั่นยังเป็นธนูแบบสมัยใหม่อีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เขายิงไม่พลาดเป้าภายในระยะสี่สิบก้าว, ไม่ใช่ว่าเขาจะยิงไม่ถูกเป้าในระยะเจ็ดสิบเมตร เพียงแต่เขาไม่สามารถรับประกันความแม่นยำในระดับนั้นได้
สรุปจากข้อมูลบนแผงสถานะ ตอนนี้ฝีมือการยิงธนูของเขาอยู่ในระดับที่สามารถสอบเข้าเป็นพลธนูได้แล้ว
หลังจาก​คิดได้​เเบบนี้ เฉินซานซือก็แทบอดใจรอไม่ไหวที่จะลอง
เขายกธนูขึ้นเล็งอีกครั้ง ท่วงท่าคล่องแคล่วราวกับมือโปรที่ฝึกฝนมาหลายปี
ธนูสี่แรงที่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนยังรู้สึกหนักอึ้ง ตอนนี้กลับรู้สึกเบาราวกับขนนก…ทักษะการยิงธนูที่เพิ่มขึ้น ยังส่งผลให้พละกำลังของเขาดีขึ้นอย่างมาก!
เขาตั้งสติ แล้วลองยิงธนูออกไปหลายดอก เเน่นอนว่าความแม่นยำเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ภายในระยะสี่สิบก้าว เขาสามารถยิงเข้าเป้าได้ทุกดอก แม้แต่ในระยะหกสิบก้าว ความแม่นยำก็ยังไม่เลว
เยี่ยม!
ด้วยฝีมือระดับนี้ ถ้าเจอสัตว์ป่าอีกครั้ง เขาจะต้องยิงถูกแน่ๆ!
เเละที่สำคัญที่สุดคือ นี่เป็นแค่ทักษะขั้นต้นเท่านั้น
เฉินซานซือแทบไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าทักษะการยิงธนูของเขาก้าวหน้าไปถึงขั้นกลางหรือขั้นสูง มันจะเป็นอย่างไร
“พี่ซานซือ กินข้าวได้แล้ว~”
ทันใดนั้น​ เสียงหวานใสก็ดังมาจากในบ้าน
เฉินซานซือจึงเก็บธนูแล้วเดินเข้าบ้าน
เพียงแค่คืนเดียว กู้ซินหลันก็ดูเปลี่ยนไปราวกับคนละคน นางมีเสน่ห์บางอย่างที่อธิบายไม่ถูก ยิ่งเมื่อรวมกับดวงตาเรียวสวยคู่นั้นแล้ว ยิ่งทำให้นางดูน่ามองยิ่งขึ้น
บนโต๊ะอาหาร มีข้าวสองชาม
ชามหนึ่งเป็นข้าวสวยกับซาลาเปา ส่วนอีกชามเป็นข้าวต้มเพียงครึ่งชาม
เงินหนึ่งเหรียญเงินที่ซื้ออาหารมา คงใช้ได้ไม่กี่วัน เเละเห็นได้ชัดว่ากู้ซินหลันยังคงไม่ยอมกินอิ่ม
เฉินซานซือไม่ได้เกรงใจ เขาฝึกยิงธนูมาเหนื่อยๆ แถมเดี๋ยวก็ต้องขึ้นเขาไปล่าสัตว์อีก เขาจึงต้องการพลังงานมาก
หลังจากแบ่งซาลาเปาให้กู้ซินหลันครึ่งชิ้น เขาก็กินที่เหลือทั้งหมด, เมื่อกินอิ่มแล้ว เขาก็สะพายธนูออกจากบ้าน
“พี่ซานซือระวังตัวด้วยนะ ถึงแม้จะล่าสัตว์ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เก็บผักป่ากับฟืนกลับมาก็พอเเล้ว” กู้ซินหลันไม่เชื่อว่าสามีของนางจะล่าสัตว์ได้หลังจากเพิ่งเริ่มฝึกยิงธนู นางจึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเขามากกว่า
เเละตราบใดที่พวกเขาร่วมกันฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ ต่อให้เฉินซานซือจะต้องกลับไปเรียนหนังสืออีกครั้ง นางก็ยินดีที่จะทำงานหนักเพื่อส่งเสียเขา
เฉินซานซือพยักหน้า​รับ, เมื่อเขาเดินออกจากบ้าน ท้องฟ้าก็สว่างแล้ว
ชาวบ้านเริ่มออกไปทำงาน หลายคนมองเขาด้วยความแปลกใจที่เห็นเขาสะพายธนู
“อ้าว ซานซือ นี่จะขึ้นเขาไปล่าสัตว์เหรอ?”
“ไหวรึเปล่านั่น~”
“เห็นไหมล่ะ ข้าบอกแล้วว่าหมอนี่เรียนไม่เอาไหน!”
“ไปไกลๆเลยไอ้หัวหอก อย่างน้อยเขาก็ยังล่าสัตว์เป็น แล้วแกทำอะไรเป็นบ้าง?”
“ซานซือ อยากให้ลุงจ้าวพาไปด้วยไหม?”
“ระวังตัวด้วยนะ ครอบครัวของนายฝากความหวังไว้ที่นายคนเดียว”
ชาวบ้านบางคนพูดจาถากถาง แต่เนื่องจากพ่อของเจ้าของร่างเดิมเป็นคนมีน้ำใจ คนส่วนใหญ่จึงค่อนข้างใจดี
เฉินซานซือทักทายทุกคน แต่ก็ไม่ได้ชะลอฝีเท้า เขารีบเดินไปยังเขาหู่โถวอย่างรวดเร็ว​
หลังจากที่ทักษะการยิงธนูของเขาพัฒนาขึ้น พละกำลังของเขาก็เพิ่มขึ้นมาก, เดิมทีการเดินไปถึงเชิงเขาหู่โถวต้องใช้เวลาสองชั่วโมง แต่วันนี้กลับใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงครึ่ง
เฉินซานซือเดินตามเส้นทางเล็กๆที่ผู้คนสร้างขึ้นจนกระทั่งถึงกลางเขา, จากนั้นก็เริ่มมองหาร่องรอยของสัตว์ป่า
อย่างไรก็ตาม หลังจากเดินหาอยู่พักใหญ่เขาก็เจอแต่แมลงตัวเล็กๆกับนกกระจอก…ไม่พบสัตว์อื่นเลย
ตามปกติแล้ว นายพรานที่เก่งกาจต้องมีสุนัขล่าเนื้อและกับดักช่วย แต่เขาจนเกินไป เขาจึงมีเพียงธนูและลูกธนูเท่านั้น
ไม่ได้ เขาต้องล่าสัตว์ให้ได้ ไม่งั้นอาหารที่บ้านคงหมดในไม่ช้า
เฉินซานซือหลับตาลง พยายามนึกถึงคำสอนของพ่อในวัยเด็ก
ยกตัวอย่าง​เช่น การดูมูลสัตว์เพื่อคาดเดาชนิดของสัตว์ป่าที่อยู่บริเวณใกล้เคียง, สัตว์ชนิดใดชอบอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบใด, นิสัยของสัตว์ต่างๆและวิธีการเคลื่อนไหวในป่าโดยไม่ทำให้สัตว์ป่าตื่นตกใจ
[ทักษะการแกะรอย (ยังไม่เริ่มต้น)]
[ความคืบหน้า: 3/100]
[ผลของทักษะ: ยังไม่มี]
….
หา?
เฉินซานซือมองตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าด้วยความงุนงง
“แบบนี้ก็ได้เหรอ?”
“หรือว่าตราบใดที่เป็นทักษะ ข้าก็สามารถพัฒนามันได้?”
“ดี ดีมาก! ดูเหมือนว่าข้าจะเกิดมาเพื่อเป็นนายพราน!”
เขาเก็บความดีใจที่พบว่าตัวเองมีพรสวรรค์มากกว่าที่คิด แล้วเริ่มมองหาร่องรอยของสัตว์ป่าอย่างละเอียดมากขึ้น
เขาใช้เวลาในการค้นหาเกือบครึ่งวัน, เเละเมื่อเฉินซานซือหยุดพัก ความชำนาญของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกขั้น
[ทักษะการแกะรอย (ขั้นต้น)]
[ความคืบหน้า: 0/200]
[ผลของทักษะ: สังเกตการณ์อย่างละเอียด ก้าวเดินอย่างเเผ่วเบา]
….
ทันใดนั้น​ ประสาทสัมผัสของเฉินซานซือก็เฉียบคมขึ้น
เขาสามารถแยกแยะที่มาของเสียงนกร้องในป่าได้อย่างง่ายดาย สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของแมลงและมดตัวเล็กๆบนพื้น เขารู้สึกราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในกำมือ
เขาลุกขึ้นและเริ่มค้นหาอีกครั้ง คราวนี้เขาพบมูลสัตว์ใกล้กับพุ่มไม้, มูลสัตว์มีลักษณะกลม สีดำ มีขนาดเท่าเมล็ดถั่ว นอกจากนี้​บนพื้นดินที่อ่อนนุ่มยังมีรอยเท้ารูปวงรี
กระต่ายป่า!
“มูลสัตว์ยังสดอยู่ มันน่าจะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่!”
เฉินซานซือเดินตามรอยเท้าไป เเละด้วยทักษะการแกะรอย การย่างก้าว​ของเขาแทบจะไม่มีเสียงเลย
เเละเมื่อเขาเดินเข้าไปในป่าสักพัก​ เขาก็เห็นกระต่ายป่าตัวอ้วนสีเทากำลังแทะเล็มหญ้าอยู่ไม่ไกล โดยที่มันไม่รู้ตัวเลยว่ามีอันตรายอยู่ใกล้ๆ
“กระต่ายตัวอ้วน!”
เฉินซานซือจ้องมองเหมือนเหยี่ยว เขายกธนูขึ้นเล็งอย่างรวดเร็ว สามนิ้วเกี่ยวสายธนูแน่น ธนูโค้งงอเหมือนหมาป่าที่กำลังหิวโหยเตรียมตะครุบเหยื่อ
“ฟุ่บบบบ——”
เสียงธนูแหวกอากาศดังขึ้น
ภายในระยะสี่สิบก้าว ไม่มีทางยิงไม่พลาดเป้า!
ฉึกกกก!!!
ในพริบตา ลูกธนูก็พุ่งทะลุร่างของกระต่ายป่า
เเละมันคือเหยื่อตัวแรกในชีวิตของเขา!
………………..