เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

LG-ตอนที่ 69 เปิดหีบสมบัติ,นางจ้าวและบุตรสาว

LG-ตอนที่ 69 เปิดหีบสมบัติ,นางจ้าวและบุตรสาว

LG-ตอนที่ 69 เปิดหีบสมบัติ,นางจ้าวและบุตรสาว


"หีบสมบัติระดับที่หนึ่งสี่กล่อง"

และข้ายังไม่ได้กดรับแต้มสถานะที่ทหารผู้กล้าของข้าเก็บรวบรวมมาจากการฝังศพในวันนี้เลย หวังว่าโชคของข้าจะพุ่งทะยานนะ จ้าวเฟิงคิด

จากนั้นเขาก็ดำเนินการกดรับแต้มสถานะจากศพที่ทหารของเขาฝัง

"กดรับแต้มสถานะที่เก็บได้" เขาออกคำสั่ง

แผงควบคุมแสดงข้อความแจ้งเตือนทันที

"ทหารของท่านฝังศพ 6,790 ศพ ได้รับแต้มแต้มสถานะรวม 679 แต้ม"

"เก็บได้ความแข็งแกร่ง 168 แต้ม"

"เก็บได้ความเร็ว 139 แต้ม"

"เก็บได้ความทนทาน 96 แต้ม"

"เก็บได้จิตวิญญาณ 88 แต้ม"

"เก็บได้อายุขัย 188 วัน"

แผงควบคุมแสดงรายการแต้มสถานะที่รวบรวมได้อย่างละเอียด

ยอดเยี่ยม ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น เพียงแค่รอบนี้ก็ต่ออายุขัยข้าไปได้ครึ่งปีแล้ว ช่างเป็นกำไรที่มหาศาลจริง ๆ ดูเหมือนว่า ความแข็งแกร่งในอนาคตของข้าจะอยู่ที่จำนวนคนเหล่านี้แล้ว

ข้าสงสัยว่าพลังของตราประทับผนึกแห่งโชคชะตา จะเปลี่ยนไปหรือไม่ มันคงจะดีถ้ามันเปลี่ยนจากการเก็บจากศพที่ฝัง เป็นการเก็บจากศพศัตรูที่ถูกฆ่าแทน จ้าวเฟิงครุ่นคิดเงียบ ๆ

ในขณะนั้น แผงควบคุมก็แสดงข้อความแจ้งเตือนอีกอัน

"จากการดำเนินตามกระแสธารอันยิ่งใหญ่และจับกุมฮ่องเต้แคว้นฮั่น โฮสต์ได้รับโชคชะตาและได้รับรางวัลหีบสมบัติระดับที่สอง หนึ่งกล่อง"

เมื่อเห็นดังนี้ ดวงตาที่งัวเงียเล็กน้อยของจ้าวเฟิงก็เบิกกว้างขึ้นทันที

หีบสมบัติระดับที่สอง! นี่เป็นหีบสมบัติกล่องแรกเลยที่เขาได้รับ แม้แต่ของที่มีค่าน้อยที่สุดจากหีบนี้ก็ยังคงเป็นสมบัติล้ำค่า  เพราะงั้นสิ่งนี้มันทำให้เขารู้สึกมีความสุขมากมาย

หีบสมบัติระดับที่สองนี้เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับจ้าวเฟิง

แม้ว่าเขาจะเคยคิดชั่ววูบว่าจะฆ่าฮ่องเต้แคว้นฮั่นหลังจากจับกุมได้ แต่เขาก็ยับยั้งชั่งใจ โดยตระหนักว่าการเก็บฮ่องเต้เอาไว้ มีค่ามากกว่าและจะนำผลประโยชน์ที่สำคัญกว่ามาให้เขา

อีกอย่าง การฆ่าฮ่องเต้ล้วนไม่เคยเป็นเรื่องดี

โชคชะตาของประมุขนั้นแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงมีหีบสมบัติระดับที่สองเป็นรางวัล

ยังมีฮ่องเต้ศัตรูอีกห้าพระองค์ในดินแดนเสิ่นโจว ข้าหวังว่าสักวันหนึ่งข้าจะจับกุมพวกเขาได้ด้วยมือของข้าเอง เพราะถึงอย่างไรโชคชะตาของพวกเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าฮ่องเต้แคว้นฮั่นเสียอีก

เมื่อมองดูรางวัล จ้าวเฟิงก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น

"หีบสมบัติระดับที่หนึ่งสี่กล่อง หีบสมบัติระดับที่สองหนึ่งกล่อง"

"ขอสวรรค์ประทานของดี ๆ ให้ข้าด้วยเถิด" จ้าวเฟิงภาวนา

จากนั้นเขาก็ออกคำสั่ง

"เปิดหีบสมบัติทั้งหมด"

"กำลังเปิดหีบสมบัติระดับที่หนึ่ง... ได้รับ [ทองคำ 1,000 ตำลึง]"

"กำลังเปิดหีบสมบัติระดับที่หนึ่ง... ได้รับ [วิชาแพทย์ขั้นกลาง]"

"กำลังเปิดหีบสมบัติระดับที่หนึ่ง... ได้รับ [แผนที่เสิ่นโจว]"

"กำลังเปิดหีบสมบัติระดับที่หนึ่ง... ได้รับเทคนิคการต่อสู้ระดับลึกลับขั้นต่ำ: [วิชากระบี่วายุ]"

"กำลังเปิดหีบสมบัติระดับที่สอง... ได้รับเทคนิคการต่อสู้ระดับปฐพีขั้นต่ำ: [กระบี่บินร้อยก้าว]"

ข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นบนแผงควบคุมเกือบจะพร้อมกันขณะที่หีบสมบัติทั้งห้าเปิดออก

สายตาของจ้าวเฟิงข้ามรางวัลสามอย่างแรกไป หยุดอยู่ที่วิชาการต่อสู้สองวิชาที่เขาเพิ่งสุ่มได้

วิชาการต่อสู้สองวิชา และหนึ่งในนั้นเป็นระดับปฐพี! โชคของข้าในครั้งนี้ ดีจริง ๆ เขาคิดด้วยความยินดี

แต้มสถานะของจ้าวเฟิงตอนนี้เหนือกว่าคนธรรมดามากแล้ว ด้วยร่างกายที่ได้รับการเสริมแกร่ง เขาสามารถกวาดล้างสนามรบได้อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ด้วยการเพิ่มวิชาการต่อสู้ เขาสามารถปลดปล่อยพลังของเขาได้มากยิ่งขึ้น

"เรียนรู้ [วิชากระบี่วายุ] เรียนรู้ [กระบี่บินร้อยก้าว]"

วงแหวนแสงร่วงหล่นลงมา และความรู้ของวิชาการต่อสู้ที่ลึกลับอย่างเหลือเชื่อสองวิชาก็ถูกถ่ายทอดเข้าสู่ทะเลแห่งจิตสำนึกของจ้าวเฟิงโดยตรง

「 หมู่บ้านอัน 」

ยามรุ่งสาง หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีซีดจาง แบกตะกร้าสมุนไพร กำลังเดินช้า ๆ ไปทางหมู่บ้าน ตามเส้นทาง ที่มี ชาวบ้านแบกจอบไว้บนไหล่กำลังมุ่งหน้าไปที่ทุ่งนา

"หนูอิง เพิ่งกลับจากเก็บสมุนไพรงั้นหรือ?"

"เจ้าค่ะ ท่านลุงหลี่ ตอนแสงอาทิตย์สาดส่องยามเช้า ไม่เพียงแต่จะเป็นช่วงเวลาเก็บสมุนไพรที่ดีที่สุด แต่ข้ายังเก็บน้ำค้างยามเช้าที่สดใหม่ได้ด้วย"

"ฮ่าฮ่า ข้าเป็นแค่ชาวบ้านตาดำ ๆ ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้หรอก แต่หนูอิง วิชาแพทย์ของเจ้านี่ได้แม่มาเต็ม ๆ เลยนะ! ยาที่เจ้าให้ข้าทาขาช่วยได้มากเลย"

"ท่านลุงหลี่ ขาของท่านยังต้องพอกยาต่อเนื่องเพื่อให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้นและรักษาให้หายขาด ดังนั้นอย่าลืมแวะมาที่บ้านข้าเพื่อพอกยาหลังจากทำงานที่นาเสร็จนะเจ้าคะ"

"ไม่ต้องห่วง ข้าจะจำไว้" ชาวบ้านวัยกลางคนยืนคุยกับหญิงสาว ดูพอใจมาก

หญิงสาวแบกตะกร้าสมุนไพร ผมของนางเกล้าเป็นมวยเรียบง่าย นางสวมกระโปรงสีแดงซีด แต่เครื่องแต่งกายที่เรียบง่ายไม่อาจลดทอนความงามวัยแรกแย้มของนางได้

ในทางกลับกัน นางแผ่เสน่ห์ที่สง่างามของสาวชาวบ้านที่เรียบง่ายออกมา ซึ่งเป็นดั่งอัญมณีที่ยังไม่ได้รับการเจียระไน

ขณะที่หญิงสาวเดินทีละก้าวเข้าไปในหมู่บ้าน ชาวบ้านตามทางก็ทักทายนางคนแล้วคนเล่า

"นังหนูอิง เพิ่งกลับจากเก็บสมุนไพรหรือ?"

"ชาสมุนไพรที่ข้าได้จากเจ้าคราวที่แล้วหอมมาก เดี๋ยวข้าต้องขอเพิ่มอีกเร็ว ๆ นี้แหละ"

"หนูอิง ข้าเอาผ้าและน้ำมันที่เจ้าฝากซื้อมาจากตัวเมืองแล้วนะ เดี๋ยวข้าเอาไปให้ที่บ้านหลังจากกลับจากทำนา..."

หญิงสาวทักทายชาวบ้านแต่ละคนตามลำดับ จากสีหน้าที่เป็นธรรมชาติของนาง เห็นได้ชัดว่านี่เป็นกิจวัตรประจำวัน

ไม่นานนัก นางก็มาถึงลานบ้านแห่งหนึ่ง เปิดประตูอย่างคุ้นเคยและเดินเข้าไป

ในลานบ้านมีไก่และเป็ดไม่กี่ตัว พวกมันส่งเสียงร้องจิ๊บ ๆ ก้าบ ๆ ไม่หยุดหย่อนตามแบบฉบับชนบท

ในลาน มีสตรีที่ออกเรือนแล้วผมเกล้ามวยกำลังถือกระด้ง โปรยอาหารไก่

"ท่านแม่" เด็กสาวร้องเรียกทันทีที่กลับมาถึง "ข้ากลับมาแล้ว"

หญิงผู้นั้นหันมา รอยยิ้มประดับที่ริมฝีปาก

นางดูเหมือนจะมีอายุราวสามสิบปี ในยุคนี้ เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะแต่งงานตอนอายุสิบสองหรือสิบสาม และมีลูกหลายคนเมื่ออายุสามสิบ ใบหน้าของหญิงผู้นั้นไร้สีเลือด มีเพียงความซีดเซียวจากอาการป่วย แม้เครื่องหน้าของนางจะงดงาม แต่มันก็ถูกบดบังด้วยความเจ็บป่วย ทำให้นางมีรูปลักษณ์ที่ดูเปราะบางและดูซูบเซียวซึ่งคล้ายลักษณะของหญิงงามที่ดูอาภัพ

"อิงเอ๋อร์ เจ้าไม่ได้เข้าไปยังส่วนลึกในภูเขาใช่ไหม?" หญิงผู้นั้นถามทันทีด้วยความเป็นห่วง

"แม่อนุญาติให้เจ้าไปเก็บสมุนไพรได้แค่ชายป่าเท่านั้น อย่าได้เข้าไปลึกโดยไม่มีคนไปด้วย มันคงจะอันตรายมากถ้าเจ้าเจอสัตว์ป่าเข้า"

"ท่านแม่ วางใจเถอะเจ้าค่ะ" เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงระอาเล็กน้อย "ข้าเก็บสมุนไพรแค่ชายป่าเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปลึกในภูเขาหรอก"

ทุกวันที่นางออกไปและทุกวันที่นางกลับมา แม่ของนางจะพูดคำเตือนเดิมซ้ำ ๆ จน นางรู้สึกจนปัญญาเล็กน้อยกับเรื่องนี้

"เชื่อฟังแม่เถอะ เรายังไม่ได้ข่าวคราวจากพี่ชายเจ้าเลย และแม่ก็กังวลจริง ๆ" หญิงผู้นั้นกล่าว ใบหน้าของนางหมองคล้ำด้วยความเศร้า

"ท่านแม่" เด็กสาวกล่าวปลอบโยน "ข้าเรียนรู้วิชาแพทย์มาจากท่าน ท่านเองก็น่าจะรู้ว่าความโศกเศร้าสามารถนำไปสู่ความเจ็บป่วยได้ ดังนั้นได้โปรดอย่าคิดมากเลย พี่ชายต้องปลอดภัยดี"

จากตรงนี้ เห็นได้ชัดว่าสองคนนี้คือญาติสนิทที่สุดของจ้าวเฟิง: มารดาของเขา นางจ้าว และน้องสาวของเขา จ้าวอิง

"แต่เขาถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร... แม่กลัวเหลือเกิน" นางจ้าวกล่าวต่อ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล

"เราไม่ได้ขอให้หัวหน้าหมู่บ้านช่วยสืบข่าวเมื่อไม่กี่วันก่อนหรือ? เราน่าจะได้ข่าวเร็ว ๆ นี้แหละ" จ้าวอิงปลอบโยนนางต่อ

"ท่านแม่ อย่าห่วงเลย พี่ชายต้องไม่เป็นไร"

นางจ้าวพยักหน้า ลูกชายของนางถูกเกณฑ์ไปเกือบสิบเดือนแล้ว นอกจากความกังวลแล้ว สิ่งเดียวที่นางทำได้คือการสวดภาวนา

ในขณะนั้นเอง ชายชราคนหนึ่งก็เริ่มเดินช้า ๆ ตรงมาหานางจ้าวและลูกสาวของนาง...

จบบทที่ LG-ตอนที่ 69 เปิดหีบสมบัติ,นางจ้าวและบุตรสาว

คัดลอกลิงก์แล้ว