เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

LG-ตอนที่ 26 สมบัติล้ำค่าที่สามารถนำไปรักษามารดาได้

LG-ตอนที่ 26 สมบัติล้ำค่าที่สามารถนำไปรักษามารดาได้

LG-ตอนที่ 26 สมบัติล้ำค่าที่สามารถนำไปรักษามารดาได้


ไม่นานนัก จ้าวเฟิงก็ค่อย ๆ กล่าวขึ้นอย่างช้า ๆ

“ท่านหมอเฉิน มันก็อาจเป็นอย่างที่ท่านว่า แต่ข้ายังคงปรารถนาจะกลับบ้านโดยเร็วที่สุด เพื่อทำหน้าที่กตัญญูต่อมารดาได้ในทันที การรับใช้ใครเล่าจะสำคัญไปกว่าการทำหน้าที่ของลูกที่ดี  สำหรับมารดาของข้า การที่ข้าอยู่ในกองทัพมีแต่จะทำให้ท่านหวาดวิตกไม่รู้จบ ส่วนข้าก็อดเป็นห่วงท่านแม่ไม่ได้”

เหตุผลสำคัญที่จ้าวเฟิงไม่ทุ่มเทเอาแต่การแสวงหาบรรดาศักดิ์และตำแหน่งคือหัวใจของเขาที่ยังผูกติดอยู่กับบ้านเสมอ นี่แหละเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตอนแรกเขาถูกจัดให้ไปประจำการในกองทัพหลันเถียน

หมอทหารเฉินมองจ้าวเฟิงด้วยแววตาแสดงความไม่อาจสรรหาคำใดมาอธิบายได้

เพราะตั้งแต่โบราณกาล ความกตัญญูคือธรรมเนียมประจำชาติของจีน แม้ในยุคศึกแย่งชิงดินแดน ณ ปัจจุบัน ก่อนที่แคว้นต่าง ๆ จะถูกรวมเป็นหนึ่งโดยแคว้นฉิน ความกตัญญูก็ยังคงถูกยกย่องมาอย่างยาวนาน

“เจ้ากับน้องสาวเป็นฝาแฝดกันใช่หรือไม่?” หมอทหารเฉินถาม

“ใช่” จ้าวเฟิงพยักหน้า “ก็เพราะเราเป็นฝาแฝด ท่านแม่จึงเกือบเอาชีวิตไม่รอดเมื่อตอนคลอดพวกเรา”

“การคลอดเช่นนี้จะทำให้ร่างกายต้องทรุดหนักอย่างเลี่ยงไม่ได้และทำให้ ฟื้นฟูให้หายขาดได้ยาก เพียงแต่ข้ารู้จักโอสถปาฏิหาริย์ชนิดหนึ่งที่ไม่เพียงแต่รักษาให้หายขาด ซ้ำยังยืดอายุขัยได้อีกด้วย” หมอทหารเฉินพูดขึ้นอย่างไม่คาดคิด

ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น จ้าวเฟิงก็สนใจขึ้นมาในทันที

เขาเกิดใหม่มาในโลกนี้ได้สิบห้าปี และได้ความทรงจำของอดีตกลับคืนตั้งแต่อายุสิบขวบ ดังนั้นเขาจึงยึดถือมารดาเป็นญาติคนสนิทที่สำคัญที่สุด

เมื่อต้องเห็นนางมีร่างกายอ่อนแอในวัยเด็ก เห็นนางทนทุกข์ในฤดูหนาว มันทำให้ใจของเขารู้สึกเจ็บปวด

มารดาของเขาเองก็มีความรู้เรื่องโอสถ แต่สภาพร่างกายเช่นนี้ก็มิใช่รักษาได้ง่าย ๆ ทว่าลึก ๆ ในใจ จ้าวเฟิงยังคงยึดมั่นในความหวังว่าจะมีหนทางรักษานางให้หายได้

“โอสถปาฏิหาริย์นั้นคืออะไร และมันอยู่ที่ไหน?” จ้าวเฟิงถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

“มันมีชื่อว่า โสมโลหิตพันปี” หมอทหารเฉินตอบ

“ไม่รู้ว่าเจ้าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนหรือไม่?” เขาถามพร้อมด้วยรอยยิ้ม

“ไม่เคยเลย” จ้าวเฟิงส่ายหน้า

แต่หวังเยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เหลือบมองหมอทหารเฉินด้วยแววตาประหลาด ก่อนที่จะนิ่งเงียบไปในทันที

“โสมโลหิตพันปีถูกเก็บไว้ในคลังหลวงของแคว้นฉินและมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก” หมอทหารเฉินกล่าว

เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวเฟิงหันมามองหมอทหารเฉินพร้อมน้ำเสียงครุ่นคิด

“ท่านหมอเฉิน ท่านพูดอย่างนี้ก็เหมือนกับบอกข้าให้ตัดใจเพราะทำอะไรไม่ได้นั่นแหละ ของสิ่งนั้นมันเก็บในคลังหลวงของแคว้นฉิน — หรือท่านจะให้ข้าไปขโมยมันหรืออย่างไร?”

แม้ความคิดนั้นจะดูบ้าบิ่น แต่แนวคิดนั้นเริ่มฝังรากในใจเขาอยู่ดี

การรักษาความปลอดภัยของวังหลวงนั้นย่อมต้องเข้มงวด

แต่ถ้าในอนาคตข้าสามารถเพิ่มค่าสถานะทุกอย่างให้เกินสองพันได้ แม้แต่คนในวังหลวงนั่นก็ยังยากที่จะหยุดยั้งข้าได้

นอกจากนี้เขาก็มีวิธีมากมายในการเพิ่มค่าสถานะอย่างรวดเร็ว เพราะนอกจากการขนศพแล้ว การฆ่าศัตรูก็เพิ่มค่าสถานะได้เช่นกัน ตราบใดที่เขาทวีความแข็งแกร่งขึ้น ย่อมมีโอกาสที่จะได้ครอบครองโสมนั้น

ในเวลานั้น หมอทหารเฉินยิ้มออกมาในทันที

“คิดจะลอบเข้าไปขโมยของจากคลังหลวง? ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะกล้าคิดเช่นนั้น เพียงแต่ทางนั้นก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ วังหลวงมีการป้องกันอย่างเข้มแข็งที่นั่นมีทหารองค์รักษ์คอยเฝ้าระวังมากกว่าหมื่นนาย ต่อให้เจ้าบุกไปได้ และ มุ่งหน้าไปถึงคลังหลวง หากไม่มีกุญแจ เจ้าก็ไม่สามารถเปิดคลังหลวงที่ทำจากเหล็กทองแดงชั้นยอดได้อยู่ดี”

“เพียงแต่ ใช่ว่าจะไม่มีมีวิธีอื่นนอกจากนี้…”

จ้าวเฟิงเงี่ยหูฟัง

“ท่านหมอเฉินหมายถึงอะไร?”

“เรื่องนี้ง่ายมาก เจ้าก็แค่สร้างคุณงามความดีเพิ่มให้แก่แคว้นฉินและฝ่าบาท ด้วยการสังหารศัตรูเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้เจ้าถือว่ามีแต้มต่อที่ทำให้ฝ่าบาททรงรู้จักเจ้า เพราะการสังหาร เป่าหยวน ที่เป็นแม่ทัพใหญ่ของแคว้นฮั่น ก็ได้สร้างชื่อเสียงให้เจ้ามิใช่น้อย”

“หากในอนาคตเจ้าสามารถสร้างผลงานที่น่าตื่นตะลึงเช่นนี้ได้อีก การร้องขอโสมโลหิตพันปี เป็นของรางวัล ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริง”

จ้าวเฟิงเข้าใจทันที

“แต่ ท่านหมอเฉิน ไม่ใช่ว่าท่านก็แค่อยากให้ข้ายอมรับการโยกย้ายไปโดยสมัครใจก็เท่านั้นเองหรอกเหรอ?” เขายิ้มบาง ๆ

“เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว ถึงอย่างไรเจ้าก็ยังเป็นเด็ก และ นิสัยเช่นนี้ของเจ้า ข้าบอกเลยว่ามันไม่ใช่นิสัยที่ดีในยุคนี้  เพราะแค่พลั้งพลาดเพียงเสี้ยวลมหายใจก็อาจทำให้เจ้าเสียชีวิตได้”

“ถึงแม้ข้าจะรู้จักเจ้าได้เพียงไม่กี่วัน แต่ข้าก็นับถือเจ้าเป็นดั่งน้องชาย และข้าก็ไม่ได้พูดเล่น โสมโลหิตพันปีเป็นสมบัติอันล้ำค่าของแคว้นฉิน แต่ฝ่าบาททรงเป็นสุภาพบุรุษที่มีคุณธรรมสูง หากวันหนึ่งเจ้าได้สร้างผลงานจนมีบรรดาศักดิ์ที่สูงขึ้น แล้วพระองค์ทรงทราบว่าแม่ของเจ้ายังต้องการโสมนี้เพื่อนำไปรักษา พระองค์ย่อมไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน” หมอทหารเฉินกล่าวให้กำลังใจ

“แน่นอนว่าข้ารู้ว่า ฝ่าบาทของเรานั้นเป็นโอรสสวรรค์ที่มีคุณธรรมสูง” จ้าวเฟิงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ในยุคนี้ พระปัญญาของกษัตริย์ฉินอาจถูกเข้าใจและถูกจำกัดเพียงแค่ขุนนางที่เป็นข้าราชบริพาร

แต่ในกาลต่อมา ชื่อเสียงของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้จะดังกึกก้องไปชั่วนิรันดร์ ดังนั้นใครเล่าจะกล้าพูดว่าเขาไร้ความสามารถ?

“โสมนี้สามารถมอบความหวังในการรักษามารดา และแก้หน้าที่กตัญญูของเจ้าได้ ทว่าประเด็นหลักที่ข้าจะพูดคือ”

หมอทหารเฉินเอ่ยเสียงจริงจัง

“ถ้าฝ่าบาททรงออกพระราชโองการให้โยกย้ายเจ้าไปยังกองทัพหลัก สิ่งนี้ก็ไม่มีใครสามารถช่วยได้ เพราะการขัดราชโองการ ก็เปรียบเสมือนกบฏที่เกี่ยวพันถึงโทษประหารทั้งตระกูล ดังนั้นภายใต้อำนาจของกษัตริย์ ผู้ใต้ปกครองล้วนต้องเชื่อฟัง ไม่มีใครสามารถฝ่าฝืนได้ ถึงแม้ว่าเจ้าอยากจะปฏิเสธ แต่เจ้าก็ไม่สามารถขัดพระทัยของฝ่าบาทได้”

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคารพต่อกษัตริย์และราชบัลลังก์

นี่คือยุคที่ กษัตริย์เรืองอำนาจ และ คนธรรมดาก็เปรียบเสมือนมดใต้ฝ่าเท้า

จ้าวเฟิงพยักหน้าอย่างเยือกเย็นต่อคำพูดของหมอทหารเฉิน ในฐานะผู้ที่เกิดใหม่ที่รู้ประวัติศาสตร์หลายพันปี เขาไม่หวั่นไหวกับอำนาจของกษัตริย์อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ อำนาจความแข็งแกร่งของเขา ก็ช่วยให้เขามีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป

อำนาจราชันนั้นยากที่จะหยั่งถึง มีคำกล่าวที่ว่า…

‘หากราชันพิโรธ ก็สามารถทำให้ศพปรากฏทอดยาวไปไกลหลายพันลี้ได้’

— คำกล่าวนี้มิใช่เพียงคำพร่ำ แต่เป็นความจริงที่ยากจะปฏิเสธ

“ท่านหมอเฉิน ข้าจะจดจำคำแนะนำของท่านไว้ในใจ” จ้าวเฟิงกล่าวยิ้ม “และข้าตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวแล้วว่าจะต้องได้โสมโลหิตพันปีมาให้ได้”

เป็นอย่างเช่นที่หมอทหารเฉินกล่าว หากฝ่าบาททรงออกราชการให้โยกย้าย เขาก็คงไม่อาจขัดคำสั่งได้

สำหรับการหนีทหาร? พวกเขาจะถูกลดขั้นให้กลายเป็นทาสและทำงานหนักจนตาย

ส่วนการหลบหนีไปต่างแคว้น? แล้วแม่กับน้องสาวของเขาล่ะ?

จ้าวเฟิงเล็งเห็นสถานการณ์อย่างชัดเจน ในเมื่อไม่สามารถขัดคำสั่งได้ ก็มีแต่จำเป็นจะต้องเชื่อฟัง ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องโสมโลหิตพันปีคือสิ่งที่เขาปรารถนาจริง ๆ มันเป็นสมบัติอันล้ำค่าของแคว้นฉิน

ดังนั้นการได้รับมันมารักษามารดาของเขาคือความปราถนาสูงสุดของเขา

“ดีแล้วที่เจ้าคล้อยตาม” หมอทหารเฉินยิ้มอย่างโล่งอก “ข้าก็กลัวว่าเจ้าจะทำตัวดื้อรั้นกว่านี้เสียอีก”

หวังเยียนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ถอนหายใจเงียบ ๆ ด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าจ้าวเฟิงยอมรับอย่างช่วยไม่ได้

“ทว่า ตราบใดที่คำสั่งโยกย้ายยังไม่ลงมา ข้าขออยู่กับท่านก่อนสักระยะนึงได้หรือไม่ท่านหมอเฉิน” จ้าวเฟิงกล่าวยิ้ม

“ข้ายินดีเป็นอย่างมาก!” หมอทหารเฉินหัวเราะลั่น

“ก่อนคำสั่งจะมาถึงก็น่าจะเป็นเดือน ดังนั้นเจ้าก็นอนรักษาตัวที่นี่สักหนึ่งเดือน ถ้าเกินสองเดือน ก็อยู่ที่นี่ไปเลยสองเดือน”

“ตกลง” จ้าวเฟิงตอบอย่างพอใจ

เขาตั้งตารอที่จะรักษาและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในค่ายทหารรักษาอาการบาดเจ็บ มากกว่าการไปลุยบนสมรภูมิรบ เพราะที่นี่นอกจากจะสามารถช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว เขายังได้รับแต้มบุญ ซึ่งทำให้เขารู้สึกมีความสุขอย่างมาก

“ขอบคุณท่านแม่ทัพที่มาส่งข่าว” หมอทหารเฉินกล่าวหันไปยิ้มให้กับหวังเยียน “ข้ากับจ้าวเฟิงยังต้องรักษาผู้บาดเจ็บต่อไป นอกจากนี้ กลิ่นคาวโลหิตในค่ายก็รุนแรงเกินต้าน ข้าว่าท่านกลับไปพักก่อนเถิด”

จบบทที่ LG-ตอนที่ 26 สมบัติล้ำค่าที่สามารถนำไปรักษามารดาได้

คัดลอกลิงก์แล้ว