เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

LG-ตอนที่ 25 พลังที่สามารถนำพาทุกสิ่งมาได้

LG-ตอนที่ 25 พลังที่สามารถนำพาทุกสิ่งมาได้

LG-ตอนที่ 25 พลังที่สามารถนำพาทุกสิ่งมาได้


「สองวันต่อมา!」

ในค่ายทหารรักษาอาการบาดเจ็บประจำเมืองหยาง

จ้าวเฟิงในชุดทหารยืนอยู่เคียงข้างหมอทหารเฉิน หัวหน้าหมอทหารแห่งค่ายหลันเถียน

ซึ่งในขณะนั้น หมอทหารเฉินกำลังใช้เข็มกับด้ายเย็บปิดบาดแผลของทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

เมื่อการเย็บแผลเสร็จสิ้น จ้าวเฟิงก็รีบโรยโอสถลงบนบาดแผล จากนั้นก็พันผ้าอย่างรวดเร็ว

“รักษาผู้บาดเจ็บหนึ่งนาย ได้รับแต้มบุญ 1 แต้ม” ข้อความปรากฏขึ้นบนแผงสถานะ

“ท่านเฉิน ตอนนี้ท่านเรียนรู้เคล็ดวิชาเย็บปิดบาดแผลจนชำนาญแล้ว ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของท่านที่จะถ่ายทอดให้กับหมอในกองทัพคนอื่น ๆ เพื่อให้ทหารฉินมีโอกาสรอดชีวิตมากยิ่งขึ้น” จ้าวเฟิงกล่าวยิ้มทันที

“ฮ่า ๆ” หมอทหารเฉินหัวเราะเบา ๆ “เพราะเจ้าสอนข้าได้ดี และเจ้าเองก็มีพรสวรรค์แท้จริง เทคนิคการรักษาบาดแผลของเจ้าเอง ก็ดูชำนาญขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าทึ่ง”

การที่ตนเองเรียนรู้เคล็ดลับการเย็บปิดบาดแผลอย่างสมบูรณ์ มันทำให้หมอทหารเฉินปลาบปลื้มอย่างยิ่ง

ไม่นาน จ้าวเฟิงก็ถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม

“ท่านเฉิน แล้วเรื่องที่ข้าขอสมัครเข้าเป็นหมอทหารในค่ายรักษา คืบหน้าอย่างไรบ้าง?”

หลังจากสังหารเป่าหยวนและฆ่าทหารฮั่นไปจำนวนมาก ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล

อีกทั้งหลังศึกนั้น จ้าวเฟิงมั่นใจว่าตนเองจะต้องถูกผู้บังคับบัญชาระดับสูงจับตามองอย่างแน่นอน เพราะการที่เขาทำลายล้างข้าศึกมากมายเป็นเรื่องที่คนทั้งค่ายไม่มีทางมองข้ามได้

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังฆ่าแม่ทัพใหญ่ของแคว้นฮั่นได้ด้วยตนเอง สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ย่อมกลายเป็นความดีความชอบที่มหาศาล

เพราะเช่นนั้น เมื่อได้ยินว่าหมอทหารเฉินอยากจะดึงเขาเข้าค่ายรักษา จ้าวเฟิงจึงดีใจอย่างยิ่ง

ค่ายรักษาคือที่หากินแต้มบุญ โดยแทบไม่ต้องออกไปเสี่ยงชีวิต มันเป็นงานที่ดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ!

สองวันที่ผ่านมา จ้าวเฟิงไม่ได้กลับไปพักในค่ายเดิม เขาตามหมอทหารเฉินมาที่เมืองหยางเพื่อช่วยรักษาทหารบาดเจ็บตลอดเวลา

และตอนนี้แต้มบุญของเขาก็พุ่งถึง 115 แล้ว เมื่อเทียบกับการไล่เก็บค่าสถานะในสนามรบ จ้าวเฟิงกลับรู้สึกว่าแต้มบุญนี้ช่างล้ำค่ายิ่งกว่ามาก

“ยังไม่มีข่าวตอบกลับมาเลย แต่เรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหาแน่” หมอทหารเฉินกล่าวอย่างมั่นใจ “ข้าไม่เคยขออะไรจากท่านแม่ทัพหวังเจี้ยนเลยสักครั้ง ดังนั้นเขาไม่น่าจะปฏิเสธคำขอของข้าได้”

ขณะที่พวกเขากำลังพูดกันนั้น หวังเยียนก็เดินเข้ามาในค่ายทหารรักษาอาการบาดเจ็บอย่างสำรวม

“เห็นหรือไม่? ข่าวต้องมาถึงแล้วแน่” หมอทหารเฉินรีบยิ้มทันทีเมื่อเห็นนาง

ขอให้ข้าได้อยู่ในค่ายรักษาเถิด… จ้าวเฟิงคิดด้วยความหวัง

หวังเยียนเดินเข้ามาใกล้ แล้วกล่าวด้วยท่าทีนอบน้อม “หมอทหารเฉิน นี่คือคำสั่งจากค่ายบัญชาการของท่านแม่ทัพใหญ่” ก่อนจะยื่นแผ่นไผ่ให้ทั้งสองมือ

“ขอบใจมาก” หมอทหารเฉินรับไว้ด้วยความยินดี แต่เมื่ออ่านไปเพียงครู่เดียว รอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อย ๆ เลือนหายไป

“มีเรื่องอะไรงั้นหรือ?” จ้าวเฟิงถามทันที

“หวังเจี้ยน… ปฏิเสธไม่รับเจ้าเข้าค่ายรักษา เขาบอกว่าเจ้ามีภารกิจที่สำคัญยิ่งกว่า และได้ถวายฎีกาขอให้ฝ่าบาททรงอนุญาติ โอนเจ้าเข้าสังกัดกองทัพเจี้ยนแล้ว” หมอทหารเฉินกล่าวด้วย สีหน้าที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

จ้าวเฟิงกลับไม่แสดงอาการประหลาดใจ เขาคิดไว้แล้วว่าคงหนีไม่พ้น

ดังนั้น หวังเจี้ยนถึงขั้นถวายฎีกากราบทูลฝ่าบาทเพื่อโยกข้าเข้ากองทัพหลักเชียวหรือ…

ข้ากลายเป็นที่จับตามองของฮ่องเต้ฉินเข้าแล้วสินะ หากฝ่าบาทมีพระราชโองการมา ข้าก็คงปฏิเสธไม่ได้

“หวังเจี้ยนผู้นั้น!” หมอทหารเฉินบ่นเสียงดัง “ตอนที่เขาเชิญข้ามาที่ค่ายหลันเถียน เขาอ้อนวอนแทบตายเพื่อให้ข้าตอบตกลง แต่พอข้าขออะไรกลับสักอย่าง เขากลับไม่ยอม! ไม่ได้ ข้าจะต้องไปพบเขาด้วยตนเอง!”

หวังเยียนหัวเราะเบาๆ ก่อนพูดเรียบ ๆ

“หมอทหารเฉิน ท่านคงยังไม่รู้คุณค่าที่แท้จริงของจ้าวเฟิงกระมัง?”

“เขาก็เป็นเพียงทหารจากค่ายหลันเถียน นอกจากฝีมือทางการแพทย์แล้ว เขายังจะมีอะไรพิเศษอยู่อีกหรือ?” หมอทหารเฉินถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง เพราะเขาไม่รู้เลยว่าศึกครั้งก่อนเกิดอะไรขึ้นบ้าง

หวังเยียนจึงกล่าวยิ้มบางๆ

“หากวันนั้นจ้าวเฟิงไม่บุกฝ่ากองทัพฮั่นและนำพาค่ายหลันเถียนบุกโต้กลับราวกับม้าศึก พวกเราทั้งหมดคงถูกบดขยี้ และทำให้ เส้นทางลำเลียงถูกตัดขาด และที่สำคัญ—เป่าหยวน เองก็ต้องมาตายภายใต้คมกระบี่ของเขา”

“บุรุษกล้าเยี่ยงนี้… ท่านแม่ทัพใหญ่จะปล่อยให้ไปเป็นหมอทหารเฉยๆได้อย่างไร?”

หมอทหารเฉินหันมามองจ้าวเฟิงด้วยสายตาแปลกประหลาด

“เป็นเรื่องจริงงั้นรึ?”

“ขอรับ” จ้าวเฟิงพยักหน้า ก่อนกล่าวด้วยความสิ้นหวังเล็กน้อย “แต่ข้าอยากอยู่ในค่ายรักษาจริง ๆ นะ!”

“ไป! ใสหัวไปให้พ้น!” หมอทหารเฉินเอ็ดเสียงดัง แต่ไม่ใช่ด้วยความโกรธจริง

“เจ้าไม่รู้หรือว่าฮ่องเต้ฉินให้ความสำคัญต่อผู้กล้าหาญเพียงใด? หากฝ่าบาทรู้ว่าเจ้าฆ่าแม่ทัพใหญ่ของแคว้นฮั่นลงได้ ถึงแม้ว่า หวังเจี้ยนอยากจะดึงตัวเจ้าไปเป็นหมอทหาร ก็คงทำไม่ได้ เพราะแม้จะมีศักดิ์เป็นแม่ทัพใหญ่ ก็คงไม่พ้นการถูกกล่าวตำหนิ”

“ถ้าข้าย้ายไปอยู่กองทัพหลัก แล้วข้าจะได้ปลดประจำการภายในสองปีงั้นหรือ?” จ้าวเฟิงถามด้วยเสียงเศร้า

หวังเยียนตอบอย่างสงบ

“ทหารปลายแถวปกติจะต้องเกณฑ์ทหาร 2 ปี ส่วนทหารฝีมือดีหรือทหารกล้าจะต้องประจำการห้าปี แล้วจึงจะเลื่อนบรรดาศักดิ์ให้ 1 ขั้น หากแต่พิการแล้ว ก็จะถูกปลดประจำการ แล้วมอบตำแหน่งราชการในบ้านเกิดให้ เพียงแต่หากได้รับแต่งตั้งเป็นนายกองพันหรือแม่ทัพ จะปลดประจำการได้จะต้องถึงวัยเกษียณตัวเองเท่านั้น และจะได้รับตำแหน่งในราชสำนัก”

ได้ฟังเช่นนั้น จ้าวเฟิงก็มีแววผิดหวังอย่างชัดเจน

หมอทหารเฉินส่ายหน้า พลางพูดจริงจัง

“จ้าวเฟิง เจ้าไม่เข้าใจหรือว่าการถูกโยกไปยังกองทัพหลักนั้นเป็นเกียรติยศที่ทหารค่ายหลันเถียนทั้งชีวิตก็อาจไม่มีโอกาสได้สัมผัส?”

“ที่นั่นมันไม่ใช่แค่ตำแหน่ง แต่เบี้ยหวัดของเจ้าจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า อีกทั้งความดีความชอบของเจ้าในครั้งนี้ หากเป็นไปตามระบบปูนบำเหน็จของกองทัพฉิน เจ้าจะได้เลื่อนยศหลายขั้น และจะได้รับบรรดาศักดิ์ที่แท้จริงในราชสำนัก!”

ได้ยินเช่นนั้น จ้าวเฟิงจึงกล่าวอย่างเปิดใจ

“เมื่อมารดาข้าคลอดข้ากับน้องสาว สุขภาพของนางก็อ่อนแอมาตลอด ตอนนี้ นางเจ็บป่วยเรื้อรัง ข้าจึงอยากกลับไปดูแลนางให้เร็วที่สุด… ดังนั้นความปราถนาของข้า ข้าจะต้องมีชีวิตรอดกลับไป!”

หมอทหารเฉินได้ยินดังนั้น สีหน้าก็อ่อนลง พร้อมแววตาชื่นชมปนลึกซึ้ง

“เจ้านี่นะ เจ้านี่นับเป็นบุรุษที่แท้จริง—มีทั้งความกตัญญูและมีคุณธรรม”

“แต่ให้ข้าบอกต่อเจ้าเรื่องหนึ่งเถิด” เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขึ้นเล็กน้อย “เจ้าจะกลับไปดูแลมารดาด้วยตนเองเพื่ออะไร? เจ้ารู้หรือไม่ว่าเมื่อมีอำนาจแล้ว เจ้าสามารถมองหาคนดูแลนางได้ดีกว่าที่เจ้าทำด้วยตนเองเป็นสิบเท่า?”

จ้าวเฟิงเลิกคิ้ว “ท่านหมายความว่าอย่างไร?”

หมอทหารเฉินหัวเราะเสียงดัง

“โอ้ย เจ้าช่างไม่รู้อะไรจริง ๆ! ด้วยความดีความชอบของเจ้าในครานี้ ฝ่าบาทจะต้องพระราชทานรางวัลใหญ่แน่นอน”

“ไม่ใช่แค่เพียงเพราะเจ้าโค่นทหารฮั่นมากมาย หรือฆ่าแม่ทัพใหญ่ เพียงเท่านั้น แต่ข้าเองก็ได้รายงานเรื่องเคล็ดวิชาเย็บปิดบาดแผล และความสามารถทางด้านการแพทย์ของเจ้าไปด้วย!

“ด้วยความดีความชอบเหล่านี้ เจ้านอกจากจะได้เลื่อนบรรดาศักดิ์แล้ว ยังจะได้รับพระราชทานที่ดิน ได้ข้ารับใช้ และได้ทรัพย์สินตามบรรดาศักดิ์ขุนนางแห่งแคว้นฉิน!”

จ้าวเฟิงชะงักอย่างประหลาดใจ

หมอทหารเฉินตบบ่าของเขา พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“จำไว้นะ จ้าวเฟิง—เมื่อเป็นชายชาติทหาร ต้องสร้างชื่อเสียง ต้องมีความดีความชอบ ไม่ใช่เพื่อตนเองเท่านั้น แต่เพื่อวงศ์ตระกูล และผู้สืบสายโลหิตในอนาคต”

“เมื่อมีอำนาจ… เจ้าจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ”

“และเจ้า—ก็มีคุณสมบัติครบทุกประการที่จะไขว่คว้าพวกมันได้ทั้งหมด”

จบบทที่ LG-ตอนที่ 25 พลังที่สามารถนำพาทุกสิ่งมาได้

คัดลอกลิงก์แล้ว