เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

LG-ตอนที่ 27 ความตกตะลึงของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้!

LG-ตอนที่ 27 ความตกตะลึงของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้!

LG-ตอนที่ 27 ความตกตะลึงของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้!


หวังเยียนไม่ได้พูดอะไร แค่จ้องมองไปยังจ้าวเฟิง

“แน่นอนว่าข้าวของของเจ้าที่อยู่ในค่ายหลันเถียนก็ไม่ได้ย้ายไปไหน อีกอย่างข้าได้จัดที่พักให้เจ้าที่ค่ายหลักเรียบร้อยแล้ว” หวังเยียนกล่าวช้า ๆ “นอกจากนี้ แม่ทัพหลี่เถิง ต้องการพบเจ้าในคืนนี้ ดังนั้นข้าจะส่งคนไปรายงานเมื่อถึงเวลา”

“ทำไมท่านแม่ทัพหลี่เถิงถึงอยากพบข้าน้อย?” จ้าวเฟิงถาม

“เจ้าจะได้รู้เองเมื่อได้พบเขา” หวังเยียนตอบ

“ก็ได้” จ้าวเฟิงพยักหน้า แล้วไม่ได้ถามต่อ

“ข้าขอตัวก่อน” หวังเยียนมองจ้าวเฟิงเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อตระหนักว่าเขาไม่มีอะไรจะพูดเพิ่มเติม นางก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

แต่ก็ยังหันตัวจากไป ทว่าเมื่อมาถึงปากทางค่ายทหารรักษาอาการบาดเจ็บ นางก็หยุดยืนอีกครั้ง

“ก็จริงที่ข้าสมัครเข้ากองทัพก็เพื่อพิสูจน์ตัวเอง แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมข้าถึงต้องการพิสูจน์ตนเอง? เจ้าคิดว่าข้าอยากจะทำเช่นนี้จริงๆงั้นเหรอ?”

นางกล่าวพูด ก่อนจะจากไปด้วยความขุ่นข้องใจที่อัดอั้นมานาน

จ้าวเฟิงคิดในใจอย่างงุนงง — ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าต้องการพิสูจน์ตัวเองด้วยเหตุผลอะไร? แล้วทำไมจึงต้องพาลมาโกรธข้าด้วย?

พวกเขาเพิ่งพบกันครั้งเดียว แต่เขากลับได้ยินความขมขื่นนั้นอย่างชัดเจน

ใกล้ ๆ กัน หมอทหารเฉินมองหวังเยียนที่หันหลังไปด้วยรอยยิ้ม แล้วพลางหันมาสบตาจ้าวเฟิง

“เด็กหนอเด็ก” หมอทหารเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง “เจ้าช่างมีโชควาสนากับเหล่าสตรีจริง ๆ”

“ท่านหมายความว่าอย่างไร ‘มีโชคกับสตรี’?”

จ้าวเฟิงถามด้วยความสงสัย

“ข้ารู้จักหญิงสาวคนนั้น พื้นเพของนางไม่ธรรมดาเลย หากนางมีใจให้เจ้า นั่นแปลว่าอนาคตของเจ้าจะต้องสดใสอย่างแน่นอน” หมอทหารเฉินกล่าวหยอกล้อ

“จะเป็นไปได้ยังไงเล่าท่านหมอเฉิน ข้ารู้จักนางแทบจะนับครั้งได้ด้วยซ้ำ แล้วจะมาพูดว่านาง ‘ชอบ’ ข้าได้อย่างไร” จ้าวเฟิงตอบอย่างขุ่นเคืองใจเล็กน้อย

“ข้าได้ยินว่ามีคนช่วยชีวิตนางท่ามกลางความโกลาหลของการสู้รบ แต่ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร พอถึงตอนนี้ข้าก็พอจะเข้าใจแล้วว่า เป็นเจ้านี่เองเจ้าน้องชาย การช่วยชีวิตผู้อื่นเช่นนั้นถือเป็นบุญคุณครั้งใหญ่ มันนับเป็นพรจากสวรรค์—ดังนั้นนี่จะไม่เรียกว่าชะตานำพาได้อีกงั้นหรือ?” หมอทหารเฉินยิ้ม

จ้าวเฟิงเหลือบมองเขาเบา ๆ ก่อนจะหันไปดูแลผู้บาดเจ็บต่อ

หมอทหารเฉินยืนมองแล้วยิ้มในใจ —

ใครจะคาดคิดว่า ผู้ที่เป็นธิดาของหวังเจี้ยนกลับมาหมายปองคนธรรมดาเช่นนี้

บุตรสาวของหวังเจี้ยนตอนนี้อายุยังไม่มากนัก และตามธรรมเนียมอาจมีการจับคู่เพื่อประโยชน์ทางการเมือง แม้แต่ข้าเองยังคิดว่าฝ่าบาทอาจจะต้องการหมั้นหมายหวังเยียนกับผู้ใดผู้หนึ่งเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ทางการเมือง นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้นางมาสมัครทหารเพื่อเปลี่ยนชะตาชีวิตของตนเอง

เสียนหยาง!」

ในท้องพระโรงบนบัลลังก์จักรพรรดิ ฮ่องเต้ฉิน ทรงนั่งประทับอยู่ และบรรยากาศภายในก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด

“กล้าแสดงความโลภและโจมตีอย่างหุนหันพลันแล่น! อีกทั้งยังละทิ้งหน้าที่เฝ้าระวังเมืองหยางก่อนที่จะตรวจค้นทั่วเมืองทั้งหมด แล้ว หันไปไล่ล่าศัตรูแทน นี่ทำให้ เป่าหยวน มีโอกาสซุกซ่อนทหารในมือเกือบหมื่นนาย และ ทำให้เขามีโอกาสที่จะลอบโจมตีทัพฉินจนทำให้สูญเสียเส้นทางลำเลียงได้”

จากบนพระที่นั่ง สิ่งที่ออกจากปากของฮ่องเต้ฉินคือความโกรธแค้น

“หลี่เถิง ช่างทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนัก”

“ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ!” ขุนนางทั้งฝั่งบุ๊นและบู๊ ต่างยกป้ายในมือขึ้นพร้อมร้องตะโกน

การลอบโจมตีของเป่าหยวนจากภายในเมืองหยางเกือบจะทำให้แผนการทำลายแคว้นฮั่นต้องหยุดชะงัก หรือกระทั่งอาจประสบความล้มเหลวทั้งหมด

“ฝ่าบาท โปรดวางพระทัย” อวี๋เหลียวก้าวออกมาพูดดัง ๆ “แม้เป่าหยวนจะลอบโจมตีได้สำเร็จ แต่ไพร่พลของเขาก็มีจำกัด และที่ สำคัญยิ่งกว่านั้น เขายังจะต้องเผชิญหน้ากับแม่ทัพใหญ่หวังเจี้ยน ถึงแม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จในการลอบโจมตี ก็คงยังไม่ถึงขั้นทำให้แผนการพิชิตแคว้นฮั่นจำต้องหยุดชะงักได้”

ฮ่องเต้ฉินพยักสีหน้าเย็นชาขึ้น

“ข้าหวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น! สำหรับการสูญเสียในครั้งนี้ โทษทั้งหมดย่อมตกอยู่กับ หลี่เถิง เราจะจดจำความล้มเหลวของเขาในครั้งนี้ไว้ก่อน แล้วค่อยพิจารณาบทลงโทษในภายหลัง”

สงครามกำลังมาถึงช่วงสำคัญ — มันคือช่วงสำคัญในการพิชิตแคว้นฮั่น ดังนั้น ฮ่องเต้ฉิน ก็ไม่ได้โง่พอที่จะเปลี่ยนผู้นำกลางคันในระหว่างการรบ

ทันใดนั้น เสียงตะโกนก็ดังมาจากนอกท้องพระโรง

“รายงาน!”

สายตาของขุนนางทั้งหมดหันไปยังประตู อย่างสงสัย ขณะที่ผู้ส่งสารที่ถือธงคำสั่งรีบวิ่งเข้ามาในท้องพระโรงพร้อมกับหีบที่ผูกหิ้วอยู่ด้านหลัง

“รายงานด่วนจากแม่ทัพใหญ่ มีสาร์นด่วนถึงฝ่าบาท” ผู้ส่งสารกราบถวายบังคมแล้วรีบหยิบกระบอกไม้ไผ่ออกมา

ฮ่องเต้ฉิน เหลียวมอง สิ่งนี้ทำให้ผู้ช่วยจ้าวเกา ก้าวลงมาข้างล่างแล้วรีบคว้ากระบอกไม้ไผ่นั้นไปอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเขาก็กลับขึ้นไปยืนหน้าแท่นพระที่นั่งและคุกเข่าลงพร้อมยื่นรายงาน

“ฝ่าบาทเชิญ พ่ะย่ะค่ะ” จ้าวเกา ยื่นรายงานในทันที

ฮ่องเต้ฉิน รับรายงานมาด้วยสีหน้าที่ไม่แสดงอาการ แต่ทันทีที่อ่านข้อความข้างใน จู่ ๆ แววตาของเขาก็ดูประหลาด แล้วรอยยิ้มก็ค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าเดิมที่ซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เป่าหยวน หนอ เป่าหยวน! เจ้าคงไม่คิดว่าแผนของตัวเองจะล้มเหลวกระมัง” ฮ่องเต้ฉินหัวเราะอย่างดีใจ

ได้ยินเช่นนี้ บรรยากาศอึมครึมในท้องพระโรงก็คลายลงทันที

ขุนนางทั้งหลายต่างแลกเปลี่ยนสายตากัน — พวกเขาล้วนเข้าใจว่ารายงานนั้นต้องเป็นข่าวดีจากหวังเจี้ยนอย่างแน่นอน

“ฝ่าบาท — แม่ทัพใหญ่หวัง สามารถกำจัด เป่าหยวน ได้แล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?” หลี่ซื่อ ก้าวออกมาถามอย่างตะกุกตะกัก

“ไม่เพียงแต่กำจัดได้” ฮ่องเต้ฉินประกาศพร้อมหัวเราะยินดี “ตอนนี้ เป่าหยวน ตายแล้ว หลังจากนี้ ฮั่นจะไม่มีแม่ทัพใหญ่ผู้ชำนาญการศึกที่จะหยุดยั้งกองทัพแคว้นฉินได้อีก”

การบุกเบิกแคว้นแรกนี้มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อ ฮ่องเต้ฉิน  เพราะความพ่ายแพ้ในศึกแรกเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ — นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการไล่ตามเกียรติยศของหลี่เถิงจึงทำให้เขารู้สึกโกรธ

“ขอแสดงความยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท! การล่มสลายของแคว้นฮั่นอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว!” ขุนนางทั้งหลายส่งเสียงร้องร่วมกัน

“เป็นอย่างที่คิด ฝีมือการบัญชาการทัพของแม่ทัพใหญ่หวังนั้นยอดเยี่ยมกว่า เป่าหยวน ยิ่งนัก” อวี๋เหลียวกล่าวยิ้ม “แม้แต้ยุทธวิธีที่เสี่ยงของเป่าหยวนก็ยังไม่อาจสู้พละกำลังอันเกรียงไกรของกองทัพฉินได้”

“เจ้าคิดผิดแล้ว อวี๋ชิง” ฮ่องเต้ฉิน สวนกลับพร้อมรอยยิ้มและแววตาแปลกประหลาด

“ชัยชนะครั้งนี้มิได้เกิดขึ้นโดยหวังเจี้ยน”

“ถ้าแม่ทัพใหญ่หวังไม่ได้ฆ่าเป่าหยวน แล้วเป็นใครกัน? หรือว่า แม่ทัพหลี่เถิง หันหลังกลับมาสกัดกั้นได้ทัน?” อวี๋เหลียวรีบถาม

“ข้าเชื่อว่ารายงานนี้จะต้องทำให้พวกเจ้าทุกคนประหลาดใจอย่างแน่นอน” ฮ่องเต้ฉินกล่าว พลางยื่นกระบอกไม้ไผ่ให้จ้าวเกา “อ่านให้พวกเขาฟัง”

จ้าวเการับกระบอกไม้ไผ่มา และ หันหน้ามองขุนนางในราชสำนัก แล้วอ่านเสียงแหบแห้งให้ผู้คนฟัง

“ขุนนางผู้นี้มีเรื่องจะกราบทูลฝ่าบาท — กระหม่อม หวังเจี้ยน ต้องการกราบทูล ในการศึกที่เมืองหยาง ด้วยเพราะ หลี่เถิง มุ่งหวังแสวงหาแต่ผลประโยชน์จนไม่ทันระวัง และ ไม่ยอมทิ้งกำลังพลที่เพียงพอต่อการคุ้มกันเมืองหยางเอาไว้จนทำให้ เป่าหยวน มีโอกาสซุกซ่อนกำลังพลในเมืองหยางและทำลายเส้นทางลำเลียงของเรา”

“จากการลอบโจมตีของเป่าหยวน ทำให้ค่ายหลันเถียนของเราซึ่งมีกำลังพลนับหมื่นนายได้รับความสูญเสียกว่า 9,300 นาย”

“แต่ในขณะที่เผชิญหน้ากับวิกฤติ ทหารของค่ายหลันเถียนคนหนึ่งก็ลุกขึ้นมาต่อสู้ เขานำทหารของตนตั้งกำลังต่อต้านศัตรู จนสามารถรวบรวมทหารที่แตกทัพให้กลับคืนสู่สนามรบได้”

“ด้วยกองกำลังที่มีไม่ถึงห้าพันนาย กองทัพของค่ายหลันเถียนกลับสามารถยับยั้งทหารผู้ช่ำชองของแคว้นฮั่นเกือบ เจ็ดพันนายได้ พวกเขาสามารถต้านทานได้จนกองทัพทหารม้าของทัพเจี้ยนที่ประจำการอยู่ในเมืองมาสนับสนุนได้ทัน หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็รวมตัวกันจึงสามารถกำจัดศัตรูได้สำเร็จ”

“ในการรบครั้งนี้ คนจากกองทัพค่ายหลันเถียนล้วนสู้ตายด้วยความกล้าหาญอย่างยิ่ง! แม้ไม่ใช่ทหารเอกแนวหน้า แต่พวกเขาก็แสดงให้เห็นถึงเกียรติยศและความกล้าที่สมกับเป็นทหารของแคว้นฉิน นี่ถือเป็นวีรชนที่มีความกล้าหาญอย่างมาก”

“และกุญแจของการตอบโต้กลับของกองทัพค่ายหลันเถียนก็คือบุรุษผู้นึง...”

จบบทที่ LG-ตอนที่ 27 ความตกตะลึงของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้!

คัดลอกลิงก์แล้ว