เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 ทะลวงผ่านอีกครั้ง

ตอนที่ 24 ทะลวงผ่านอีกครั้ง

ตอนที่ 24 ทะลวงผ่านอีกครั้ง


หวีด!

แสงสีแดงพุ่งผ่านท้องฟ้ามืด ผ่านประตู เข้าตัวจั๋วฝาน

เขาพ่นลมหายใจ ลืมตาขึ้นด้วยความยินดี โชคดี ทารกโลหิตหลบหนีได้เร็ว ไม่งั้นคงโดนตาแก่หัวล้านทำลาย

เขาไม่คิดฝันว่าจะพบคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ในตระกูลไช่ แม้เขาจะไม่รู้ระดับการบ่มเพาะของอีกฝ่าย เขาก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้ด้อยไปกว่าหลงจิ่ว

และเมื่อทารกโลหิตถูกทำลาย เพราะการเชื่อมต่อของจั๋วฝานกับมัน มันคงเป็นหายนะสำหรับเขาด้วย ต่อให้หัวใจเขาระเบิด เขาก็จะไม่ตายตราบเท่าที่ทาสโลหิตยังมีชีวิต เพราะวินาทีที่เขาผูกมัดกับทารกโลหิต มันจะกลายเป็นหัวใจเขา

“ข้าต้องฝึกให้หนักขึ้นเพื่อพัฒนาพลังข้า”

ประสบการณ์อันกว้างขวางบอกเขาว่าอันตรายกำลังเกิด ตอนนี้ มันเหมือนโหยวหมิงกู่กับศาลาเฉียนหลงกำลังเงียบ แต่ภูเขาลมดำอาจเป็นชนวนให้เกิดหายนะโดยมีตระกูลลั่วอยู่ตรงกลาง

ชะตากรรมของเขาขึ้นอยู่กับการเพิ่มพลังทารกโลหิตให้เป็นระดับหลอมกระดูก นี่คือทางเดียวที่จะมั่นใจได้ว่าเขาจะต้านทานยอดฝีมืออย่างหลงจิ่วได้

จั๋วฝานหลับตา กลั่นปราณและแก่นโลหิตที่ทารกโลหิตรวบรวม

วินาทีต่อมา แสงสีแดงก็ส่องจากหน้าอกเขาขณะที่พลังงานสีแดงไหลผ่านเส้นเลือดไปยังหัวใจเขา เมื่อพลังรวมกันในหน้าอก มันก็เริ่มรักษา การเต้นหัวใจที่อ่อนแรงของเขาเริ่มเต้นแรงขึ้น

ในเวลาแค่ชั่วโมงเดียว หน้าอกเขาหายดี ไม่เหลือแม้แต่รอยแผลเป็น ถ้าไม่มีใครเห็นว่าหัวใจของเขาระเบิด พวกเขาคงไม่เชื่อเหตุการณ์นี้

เขากลั่นปราณที่ทารกโลหิตรวบรวมมาต่อไป เปลี่ยนเป็นพลังปราณสีดำ ส่วนหนึ่งไหลเข้าตันเถียนเขา อีกส่วนไหลกลับไปหาทารกโลหิต

ผู้เชี่ยวชาญกลั่นปราณไม่น้อยกว่า 50 คนโดนกลั่นและผลักดันจั๋วฝานให้ผ่านกลั่นลมปราณขั้นสามและเกือบเข้าสู่ขั้นสี่

บูม! จั๋วฝานกับทารกโลหิตทะลวงผ่านขั้นสี่พร้อมกัน

จั๋วฝานมีความสุข มันง่ายมากที่จะเพิ่มพลัง มันต้องใช้เวลาแค่สิบวันเท่านั้น

แต่เมื่อเขาอยากเลื่อนเป็นขั้นห้า เขาพบว่าปราณที่ทารกโลหิตเก็บมาหมดไปแล้ว

เขาอยากพัฒนาต่อ แต่นี่ก็น่าพึงพอใจแล้ว

เขามองออกนอกหน้าต่างที่ท้องฟ้าแจ่มใสและเดินออกไปเพื่อยืดเส้น ตอนนี้ที่ภูเขาลมดำกำลังมา เขาต้องหาที่ปลอดภัยให้ตระกูลลั่วหลบ

จั๋วฝานเปิดประตูไปห้องเขาแต่ก่อนจะได้ก้าวเท้า เสียงก็ดังขึ้น บางสิ่งตกลงมาที่เท้าเขา เขามองดู เห็นลั่วหยุนชางกำลังลุกขึ้นอย่างเขินอาย

“เจ้าทำอะไร?”จั๋วฝานขมวดคิ้ว

เขาทุ่มความสนใจกับการควบคุมทารกโลหิตตลอดคืนและจากนั้นก็บ่มเพาะ เขาไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดด้านนอกห้องเลย

[บัดซบ!ข้าประมาทขนาดนี้ได้อย่างไร?ถ้ามันเป็นศัตรู ข้าคงตายไปแล้ว]

เมื่อเห็นเขาดูโกรธ ลั่วหยุนชางก็ขอโทษ“ข้ากังวลว่าบาดแผลของเจ้าจะแย่ลงและจึงมารอด้านนอก ตอนนี้ที่เจ้าไม่เป็นไรแล้ว ข้าก็จะไป”

“หยุดก่อน นี่เจ้ายืนเฝ้าข้าทั้งคืนเลยหรือ?”จั๋วฝานตกใจ

ลั่วหยุนชางหน้าแดง รีบหมุนตัวหนีด้วยความเร่งรีบ

หัวหน้าผางโผล่หัวออกมาพอดี เห็นจั๋วฝานปลอดภัย และส่งเสียงตะโกนลั่น“น้องชายจั๋ว เจ้าหายดีแล้ว บาดแผลของเจ้าทำให้พวกเรากลัวมาก คุณหนูยืนเฝ้าหน้าประตูเจ้าตลอด เอ๊ะ นางไปไหนแล้ว?”

“ไปแล้ว”

จั๋วฝานลูบจมูก พูดอย่างใจเย็น แต่ความอบอุ่นกลับเพิ่มขึ้นในหัวใจ

[เจ้ามารหัวใจบัดซบ!]

จั๋วฝานสาปแช่ง จักรพรรดิปีศาจผู้รุ่งโรจน์จะเกิดความรู้สึกกับผู้หญิงสามัญชนได้ไง?

[นี่ต้องเป็นฝีมือของมารหัวใจแน่]

“ใช่แล้ว เฒ่าผาง เจ้ามาได้ทันเวลาพอดี ไปศาลาเฉียนหลงกับข้าหน่อย”

“แล้วคุณหนูกับ…”

“สบายใจได้ หลังเหตุการณ์เมื่อวาน คงไม่มีใครกล้าแตะต้องเรา ถ้าพวกมันไม่กลัวว่าจะยั่วโมโหศาลาเฉียนหลง..”

หัวหน้าผางคิดสักพักและชูนิ้วให้จั๋วฝาน ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความเคารพ เขาไม่เข้าใจแผนของจั๋วฝาน แต่ก็ชัดเจนว่าจั๋วฝานทำให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าศาลาเฉียนหลงหนุนหลังตระกูลลั่ว

“พ่อบ้านจั๋ว ตอนนี้ข้าเชื่อมั่นอย่างเต็มที่แล้ว ถ้าตระกูลลั่วไม่มีเจ้าเป็นพ่อบ้าน เราคงถึงฆาตไปแล้ว มันนับเป็นการเสียเปล่าจริงๆที่ปล่อยให้เจ้าไปกวาดสวนหลังบ้านในตอนนั้น”

จั๋วฝานหัวเราะ ตบไหล่หัวหน้าผางพลางส่ายหัว

[คนคนนั้นไม่ใช่ข้า..]

15 นาทีต่อมา ทั้งคู่ก็มาถึงประตูศาลาเฉียนหลง ผู้คุมด้านหน้าเป็นคนเดิม แต่ครั้งนี้ ทั้งคู่กลับแสดงความเคารพ

“เชิญ ท่านแขกผู้มีเกียรติ”

“ว่าไงนะ เจ้าไม่ต้องไปรายงานก่อนหรือ?”จั๋วฝานเยาะเย้ย

หลังหัวเราะโง่ๆ ผู้คุมก็รู้ว่าจั๋วฝานยังไม่พอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้และขอโทษ“มันเป็นเราที่อวดดี ไม่รู้จักความยิ่งใหญ่ของท่าน ท่านทำการค้าหินปราณล้านก้อน เราไม่มีสิทธิ์ขวางแขกอย่างท่าน”

“เหอะ!”จั๋วฝานแค่นเสียงจากนั้นก็พาหัวหน้าผางเข้าด้านใน ทิ้งผู้คุมที่ยังก้มหัวประจบเขา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่พอใจ แต่ก็ยังสวมรอยยิ้มจอมปลอมบนหน้า

ทั้งสองวิ่งไปหาหลงขุ่ย ครั้งนี้ นางขาดความเคารพ แต่กลับแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวขณะเดินหนี

“อืม เราไปทำให้นางไม่พอใจตอนไหน?”หัวหน้าผางงุนงง

จั๋วฝานยิ้ม

“คุณหนูหลงขุ่ย นี่คือวิธีที่ศาลาเฉียนหลงปฏิบัติต่อแขกงั้นหรือ?”

“ฮึ่ม พวกเจ้านะหรือแขก?”นางเลิกคิ้ว จ้องเขา“เจ้าไม่สมควรเป็นแขกเมื่อเจ้ากำลังหลอกใช้เรา!”

จั๋วฝานลูบคาง ยิ้มและพึมพำ“ยังเป็นแค่เด็กสาว และใสซื่อ”

เสียงของจั๋วฝานแผ่วเบา แต่ก็มากพอไปถึงหูของหลงขุ่ย นางได้รับการปฏิบัติราวกับอัญมณีของตระกูลมาตลอด ไม่เคยได้รับคำดูถูกเช่นนี้ โดยเฉพาะจากคนที่อายุพอๆกับนาง

“จั๋วฝาน เจ้าเรียกใครว่าเด็ก?”

“เจ้าไง!”จั๋วฝานยิ้ม“ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจหรืออะไรก็ตามระหว่างเจ็ดตระกูลใหญ่ ทุกอย่างต้องถูกนำมาพิจารณาตอนมองผลกำไร แต่เจ้ากลับโกรธแค่เพราะโดนใช้ในแผนคนอื่น เจ้าอยู่รอดมานานขนาดนี้ได้ไง?เทียบกับเจ้า หลงเจี๋ยยังโตกว่า เขารู้ว่าข้าใช้เข้าและแค่เดินหนีไปแทน จากที่ข้ามอบ การยอมรับว่าแพ้ก็เป็นพลังแบบหนึ่ง อย่างน้อยครั้งต่อไปที่ข้าวางแผนใช้งานเขาก็คงไม่ง่ายขนาดนั้น”

นี่คือครั้งแรกที่หลงขุ่ยได้ยินข้อโต้แย้งแบบนี้และตกตะลึง

นางมาจากบ้านใหญ่ของตระกูลและอยู่ในความดูแลของหลงจิ่ว ผู้อาวุโสในบ้านใหญ่พูดถึงพรสวรรค์ของนางอย่างมากแต่ก็ยังไม่มอบความรับผิดชอบอันหนักอึ้งให้นาง เมื่อนางมาถึงที่นี่ หลงจิ่วก็พูดเหมือนกัน พรสวรรค์นางไม่น้อยไปกว่าหลงเจี๋ยแต่หลงจิ่วไม่วางใจให้นางรับผิดชอบ

นางไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้มันดูเหมือนนางจะเริ่มเข้าใจแล้ว…

“ความรัก ความเกลียดชัง ความใกล้ชิดและการแก้แค้นจะไม่ช่วยเจ้า มีแค่ผลประโยชน์เท่านั้น”จั๋วฝานเห็นดวงตาสับสนของนางแล้วหัวเราะเบาๆ“เรามาระบายความคับข้องใจส่วนตัวของเราและคุยเรื่องธุรกิจกันดีกว่า มันยังเป็นที่ที่พรสวรรค์เจ้าได้ฉายแสง”

หลงขุ่ยคิดและพยักหน้า

แต่จากนั้นเสียงกระแอมก็ดังขึ้น พร้อมด้วยเสียงมีอายุ“คุณชายจั๋ว มาคุยกัน”

ทั้งสามหันไปเห็นหลงจิ่วเดินมาพร้อมหลงเจี๋ย แต่หลงเจี๋ยไม่สามารถปกปิดควาามตกใจได้ขณะจ้องมองจั๋วฝาน

เมื่อวาน เขาเห็นหัวใจของจั๋วฝานระเบิดแต่ตอนนี้ เขากลับเดินเหินได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลมหายใจของเขายังสม่ำเสมอมาก

[เขาหายดีในคืนเดียว?ได้ไง?]

“ปู่จิ่ว ท่านจะไม่ให้โอกาสผู้เยาว์เลยหรือ?”จั๋วฝานพูดโดยไม่สนใจท่าทีของหลงเจี๋ย

หลงจิ่วส่ายหัวพร้อมหัวเราะ“ฮ่าๆๆ แค่จากการคุยกับเจ้า ข้าก็จบด้วยการถูกใช้ แต่เจ้ายังกล้ามาที่นี่ ถ้าข้ารู้ธาตุแท้ของเจ้าแต่แรก ข้าคงยึดถือเจ้าเป็นสัตว์ประหลาดพันปีที่หลบภัยในตระกูลลั่ว”

[บ้าจริง!นั่นใกล้เคียงมาก!]

จั๋วฝานฝืนหัวเราะ“ท่านใจดีเกินไป ปู่จิ่ว ข้าจะไปเทียบกับท่านได้ยังไง?”

“พอแล้ว!”หลงจิ่วเปลี่ยนน้ำเสียง“ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่?”

“ข้ากำลังมองหาบ้านพักที่ปลอดภัยให้ตระกูลลั่วอาศัย ปุ่จิ่วรู้สถานที่ดีๆหรือไม่?”

หลงจิ่วลูบเครา“ทำไมข้าถึงควรช่วยเจ้า?”

“ง่ายมาก ศาลาเฉียนหลงเป็นหนี้เรา!แถม..”จั๋วฝานหัวเราะอย่างร้ายกาจ“มันจะช่วยให้พวกท่านจับตาดูเราได้ง่ายขึ้น”

ดวงตาของหลงจิ่วหรี่ลงขณะที่หัวใจของเขาสั่นสะท้านด้วยความตกใจ

[เด็กเวรนี่มองขาดไปหมด นับตั้งแต่ฆ่าโหยวเฉวียนเมื่อวาน ศาลาเฉียนหลงก็ตั้งรับ ความสัมพันธ์ของเรากับโหยวหมิงกู่ตึงเครียดมาก การต่อสู้อาจแตกหักได้ทุกเมื่อ]

และตระกูลลั่วก็คือตัวแปรเพราะพวกเขามีสายสัมพันธ์กับศาลาเฉียนหลง ไม่มีใครกล้ายุ่งกับมัน แต่มันยังช่วยให้ตระกูลลั่วทำตามใจชอบ การเคลื่อนไหวผิดๆอาจกระตุ้นให้เกิดสงครามระหว่างตระกูลได้

นี่ทำให้หลงจิ่ววางกำลังสอดส่องตระกูลลั่ว แต่จั๋วฝานกลับมองออก นี่ทำให้หลงจิ่วรู้สึกหวาดหวั่น

[เจ้าเด็กเวรนี่มีแผนอะไร?]

เขาไม่คิดเลยว่าผู้บ่มเพาะที่มีประสบการณ์นับร้อยปีอย่างเขาจะโดนเด็กคนหนึ่งปั่นหัว และเขาก็ยังไม่เข้าใจภาพรวมทั้งหมดอีก ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประทับใจเลย…

จบบทที่ ตอนที่ 24 ทะลวงผ่านอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว