เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 สมคบคิด

ตอนที่ 23 สมคบคิด

ตอนที่ 23 สมคบคิด


“ไสหัวออกไป!’

ในคืนเงียบสงัด จั๋วฝานพยายามอย่างหนักที่จะขับเลือดออกจากหน้าอก ขณะนั่งบนเตียง ลั่วหยุนชางอยากช่วยเขาแต่จั๋วฝานกลับผลักไล่ไสส่งนาง

แม้จะชนะโหยวเฉวียน ชัยชนะของเขาก็ไม่ได้หอมหวาน

ถ้าไม่ใช่เพราะเขาลอบโจมตี การต่อสู้คงเป็นฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติสำหรับผู้บ่มเพาะปีศาจ แต่เขากลับรู้สึกถึงความไร้อำนาจอย่างสุดซึ้งจากการต่อสู้วันนี้

แม้พวกเขาจะห่างกันสี่ขั้น เขาก็เชื่อว่าตัวเองคือจักรพรรดิปีศาจ ผู้แม้แต่เด็กก็ยังต้องฉี่ราดเมื่อได้ยินชื่อ

แต่ความจริงกลับแสดงว่าไม่เพียงเขาจะไม่ชนะ แต่เขายังเสียเปรียบในการต่อสู้ เขาต้องอาศัยอุบายล่อให้ศาลาเฉียนหลงออกมา และฆ่าศัตรูทีเผลอ ขณะหาทางออกให้ตระกูลลั่ว

ทุกอย่างเป็นไปตามแผน แต่มันยังไม่ทิ้งรสชาติดีไว้ในปาก

“อ่อนแอเกินไป..”

เพื่อกำจัดปัญหาของพวกเขากับตระกูลไช่และตระกูลซุน พวกเขาจึงยุ่งกับความขัดแย้งของเจ็ดตระกูลใหญ่ มันเป็นการแลกเปลี่ยนยาพิษตัวหนึ่งเป็นอีกตัว ตอนนี้ทุกอย่างเงียบ แต่ไม่ช้าพวกเขาต้องเจอกับท่อนฮุคของบทเพลง

แต่ ด้วยพลังของเขา เขายังปกป้องตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับตระกูลลั่ว

“ข้าต้องรีบแข็งแกร่งขึ้น!”

จั๋วฝานกัดฟัน แสดงท่าทางแปลกๆขณะที่ดวงตาของเขาเปล่งแสงสีแดงน่าขนลุก

ตอนนี้ ไช่เซียวถิงกำลังนั่งสมาธิในห้อง แต่จู่ๆก็พลันปวดท้องจนใบหน้าบิดเบี้ยว เม็ดเหงื่อไหลหยดบนหน้าผากของเขา และไม่ช้าเขาก็หมดสติ

แสงสีเลือดพุ่งออกจากหน้าท้องเขา และทารกขนาดเท่าฝ่ามือก็โผล่ออกมา

มันคือทารกโลหิตของจั๋วฝาน

ขณะที่เขาอยู่ในคฤหาสน์ไช่ จั๋วฝานได้แทรกทารกโลหิตไปในตัวไช่เซียวถิง เพื่อควบคุมไช่หรง เพราะการเคลื่อนไหวของเขาเร็วเกินไป จึงไม่มีใครเห็น และภายใต้การคุกคามชีวิตของลูกชาย ไช่หรงจึงปล่อยตระกูลลั่วไป

ต้องขอบคุณทารกโลหิตในตัวไช่เซียวถิง จั๋วฝานถึงจับตาดูเรื่องราวได้ เขาจำได้รับคำเตือนล่วงหน้าถึงแผนการใดที่อาจเกิด

แต่ตอนนี้ การสอดแนมตระกูลไช่หมดคุณค่าแล้ว

ทารกโลหิตเห็นไช่เซียวถิงหมดสติและส่งเสียงหัวเราะเยาะของจั๋วฝาน“ฮึ่ม ข้าจะไม่เอาชีวิตเจ้าเพื่อให้เจ้าได้เห็นถึงการล่มสลายของตระกูลไช่”

จากนั้นทารกโลหิตก็เปลี่ยนเป็นแสงสีแดง บินออกไป

ในสวนมืดมิด ผู้คุ้มกันตระกูลไช่กำลังลาดตระเวน แต่แสงสีแดงก็พลันบินเข้าตัวเขา เขาไม่สามารถเปล่งเสียงได้ขณะที่ร่างกายสั่นกระตุก ไม่ช้าเขาก็หดตัวและลมเบาบางก็สลายเขาเป็นฝุ่น ทิ้งแสงสีแดงไว้เบื้องหลัง

ด้วยลักษณะนี้ ผู้คุ้มกันกว่าสามสิบคนจึงหายตัวไปจากตระกูลไช่

ในโรงเตี๊ยม จั๋วฝานได้ส่งทารกโลหิตไปหาเหยื่อรายต่อไปต่อ

เขากับทารกโลหิตเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อทารกโลหิตเข้าตัวผู้บ่มเพาะ เขาจะใช้เคล็ดปีศาจแปลงกายเพื่อดูดซับแก่นเลือดกับปราณของคนมาไว้ใช้กลั่นทีหลัง

เขาไม่วางแผนใช้ทารกโลหิตเร็วขนาดนี้ แต่เขาต้องรักษาหัวใจเขา ดังนั้นเขาจึงใช้มันลดจำนวนคนของตระกูลไช่ไปเลยทีเดียว

ทารกโลหิตไปถึงระดับกลั่นปราณอยา่งรวดเร็วและแแม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญหลอมกระดูกก็ยังสู้กับมันได้ลำบาก สำหรับศัตรูระดับกลั่นปราณ ทุกคนจะโดนมันฆ่าในชั่วพริบตา

ถ้าจั๋วฝานมีทารกโลหิตตอนสู้กับโหยวเฉวียน เขาคงชนะได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแผนร้าย

เขาถอนหายใจขณะคิดว่าทารกโลหิตกับเคล็ดปีศาจแปลงกายนั้นเป็นอะไรที่ลงตัวกันอย่างมาก

การเลี้ยงดูทารกโลหิตยากมาก และแม้กระทั่งปรมาจารย์ปีศาจโลหิตก็ยังเลี้ยงมันได้ถึงแค่ระดับนักบุญ แต่ต้องขอบคุณเคล็ดปีศาจแปลงกาย จั๋วฝานจึงเลี้ยงมันถึงระดับกลั่นปราณได้ภายในเวลาแค่สิบวัน

เขาทำมันช่วงก่อนหน้านี้ วันแรกเขาใช้เพื่อมัดทารกโลหิต ที่เหลือคือมอบแก่นโลหิตให้มัน เนื่องจากทารกโลหิตมาถึงระดับดังกล่าว มันจึงถึงเวลารวบรวมแก่นโลหิต

และในตระกูลอย่างตระกูลไช่ ผู้เชี่ยวชาญหลอมกระดูกหายาก จั๋วฝานจึงไม่กลัวว่าทารกโลหิตจะโดนทำร้าย นี่ทำให้เขาสามารถดูดผู้คุ้มกันห้าสิบคนได้จนแห้ง

แต่ขณะที่เขากำลังวางแผนจะกำจัดคนอื่นต่อ พลังงานน่าขนลุกก็ดึงดูดความสนใจเขา

“ผู้บ่มเพาะปีศาจ?”

จั๋วฝานตกใจ ชักนำทารกโลหิตไปยังแหล่งพลังนั้น

มันเข้าใกล้ห้องเล็กๆ ที่มีแค่แสงไฟอ่อนๆ มีผู้บ่มเพาะกลั่นลมปราณขั้นสูงสุด 20 คนยืนเฝ้าอยู่

มันกระตุ้นความอยากรู้ของจั๋วฝานและบังคับทารกโลหิตไปตรงหน้าต่าง สำหรับผู้คุ้มกันเหล่านั้น พวกเขาไม่สามารถตรวจพบทารกโลหิตได้เลย ไม่ต้องพูดว่าจะเห็นมัน

มีผู้อาวุโสสามคนนั่งในที่นั่งรับแขกกับที่นั่งหลัก

คนในที่นั่งหลักคือไช่หรง ที่นั่งทางซ้ายเขาโดนจับจองด้วยชายชราหัวล้านดวงตาขุ่นมัวและแผ่กลิ่นอายพิศดาร

จั๋วฝานมองออกแต่แวบแรกว่ามันคือผู้บ่มเพาะปีศาจ

ชายชราทางขวาของไช่หรงสวมชุดขุนนาง มีร่องรอยปราณปีศาจรั่วไหลจากเขา มันแสดงให้เห็นว่าเขาอยู่ระหว่างการเปลี่ยนไปใช้เคล็ดบ่มเพาะปีศาจ

แต่ไช่หรงกับชายชราแต่งตัวสูงศักดิ์กลับแสดงความเคารพอย่างมากต่อผู้บ่มเพาะปีศาจหัวล้าน

[หรือว่า..]

จั่วฝานรู้สึกว่าเขาดันมาพบอะไรบางอย่างตอนผู้นำตระกูลไช่ประสานมือตรงหน้าชายชราหัวล้าน“ผู้อาวุโสเจี้ยน ลมอะไรกันที่หอบท่านกับผู้นำตระกูลซุนให้มาหาข้าถึงที่?”

ดวงตาขุ่นมัวนั้นจ้องไช่หรงจนกระทั่งเขาตัวสั่น จากนั้นผู้อาวุโสเจี้ยนถึงยิ้ม“ข้าแน่ใจว่าเจ้าคงรู้ วันนี้ศิษย์จากโหยวหมิงกู่ของข้าโดนฆ่าตายโดยศาลาเฉียนหลง”

“อืม มันเป็นฝีมือตระกูลลั่วไม่ใช่หรือครับ?”ไช่หรงหัวเราะแห้ง

“เจ้าคิดว่าตระกูลลั่วจะกล้าหรือไง?”ผู้อาวุโสเจี้ยนหัวเราะ ดวงตาขุ่นมัวของเขาทอประกาย“ความบาดหมางระหว่างโหยวหมิงกู่กับศาลาเฉียนหลงติดอยู่ในทางตัน ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครกล้าลงมือก่อนและทำลายสมดุลของเจ็ดตระกูลใหญ่ แต่ศาลาเฉียนหลงกลับใช้ตระกูลลั่วมาฆ่าศิษย์ของข้า พวกมันมีเป้าหมายอะไร?”

สิ่งนี้ทำให้จั๋วฝานหัวเราะเบาๆ

ตามคาด เจ็ดตระกูลใหญ่นี้ได้รับการปฏิบัติเหมือนราชามาหลายปีจนพวกเขาไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้าท้าทายอำนาจพวกเขา มันเพราะความหยิ่งผยองดังกล่าวที่ทำให้พวกเขาเชื่อว่าศาลาเฉียนหลงเป็นคนวางแผนแทนที่จะมองตามความเป็นจริง

ศาลาเฉียนหลงก็ไม่ต่างกัน เต็มใจรับความอยุติธรรมนี้แทนที่จะแสดงความอ่อนแอ

“เอ่อ งั้นท่านมาหาข้าเพราะ..”ไช่หรงลังเล

“ฮ่าๆ ไม่มีอะไรมาก แค่ช่วยเราสอดแนมศาลาเฉียนหลง ทำความเข้าใจเจตนาอีกฝ่าย มันดูเหมือนเหตุการณ์นี้จะกระตุ้นให้เกิดสงครามระหว่างตระกูล”

“เอ่อ..ผู้อาวุโสเจี้ยน นั่นคือศาลาเฉียนหลง ตระกูลไช่ของข้าไม่สามารถตอแยด้วยได้”ไช่หรงตื่นตระหนก

เขาคิด[ทำไมพวกเจ้าเจ็ดตระกูลใหญ่ถึงลากตระกูลเล็กๆของข้ามายุ่งด้วย?]

ผู้อาวุโสเจี้ยนส่ายหัว“ผู้นำตระกูลไช่ อย่าเข้าใจผิด ไม่จำเป็นที่ตระกูลเจ้าต้องเผชิญหน้ากับศาลาเฉียนหลง แค่ทดสอบพวกมัน นั่นคือการจัดการกับตระกูลลั่วและคอยดูท่าทีของศาลาเฉียนหลง”

“ว่าไงนะ ตระกูลลั่ว?”

ไช่หรงตกใจมาก

ไม่มีใครในเมืองเนตรสายลมที่ไม่รู้การต่อสู้ระหว่างโหยวเฉวียนและจั๋วฝาน ที่ตระกูลลั่วได้รับการหนุนหลังโดยศาลาเฉียนหลง

[แต่เจ้าก็ยังขอให้ข้าให้ยุ่งกับตระกูลลั่ว นั่นไม่เท่ากับการตอแยศาลาเฉียนหลงหรืออย่างไร?]

ไช่หรงมองผู้นำตระกูลซุน และเห็นแค่รอยยิ้มมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น

[บัดซบ!ในเมื่อเจ้าสนิทกับโหยวหมิงกู่ ทำไมเจ้าไม่ไปยุ่งกับตระกูลลั่วเอง?ลูกสาวเจ้าเป็นคนสร้างเรื่องไม่ใช่หรือไง?แต่ตอนนี้เจ้าเห็นตระกูลลั่วอยู่กับศาลาเฉียนหลง เจ้าถึงไม่กล้าขยับตัวสักนิด!]

ไช่หรงรู้สึกคันมือคันเท้ามาก แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธโหยวหมิงกู่“เห้อ ข้าจะพูดตามจริง ข้าเกลียดเจ้าเด็กจั๋วฝานมาก เขามาตระกูลข้าหลายวันก่อน มาสร้างปัญหา ข้าไม่รู้ว่าเขาใช้ลูกไม้สกปรกอะไร แต่เขาทำให้ลูกชายข้ากระอักเลือดไปหลายวันและเรายังไม่รู้วิธีรักษา ถ้าข้าไปหาเขา เขาคงใช้ลูกไม้เดียวกันเพื่อพรากชีวิตของลูกชายข้า…”

อุฟ…

ก่อนไช่หรงจะพูดจบ จั๋วฝานก็แทบกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่

เขาทิ้งทารกโลหิตไว้ในตัวไช่เซียวถิงเืพ่อสั่งสอนบทเรียนให้ตระกูลไช่ แต่ไม่เคยคิดใช้มันอีกหลังจากนั้น เขาไม่คิดว่าผู้นำตระกูลจะใช้ข้ออ้างแบบนี้มาหลบหนีสถานการณ์

แม้กระทั่งผู้อาวุโสเจี้ยนก็ไม่เชื่อในคำพูดของไช่หรงและใบหน้าก็เริ่มตึง

เมื่อเห็น ไช่หรงก็รีบเสนอทางเลือก”ผู้อาวุโสเจี้ยน ผู้นำตระกูลซุนคือคนที่เหมาะกับงานนี้สุด แถมยังสนิทกับโหยวหมิงกู่ การปล่อยให้เขารับหน้าที่นี้จะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง’

“เห้ย ไช่หรง เจ้าพูดอะไรออกมา?”

ผู้นำตระกูลไช่กระโดดตัวโหยง ตระกูลลั่วน่าปวดหัวมากและพวกเขาไม่รู้ด้วยว่าความสัมพันธ์ของมันกับศาลาเฉียนหลงแน่นแฟ้นแค่ไหน ถ้าเขาไปยุ่งกับตระกูลลั่ว เขาคงพังพินาศ

แม้ตระกูลซุนกับโหยวหมิงกู่จะเกี่ยวข้องกัน แต่พวกเขาก็ไม่ใช่หนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่ การไปหาเรื่องศาลาเฉียนหลงไม่ใช่ทางเลือกที่ดี มันไม่รู้ว่าโหยวหมิงกู่จะยื่นคอมาช่วยเหลือตระกูลซุนหรือไม่

การไปหาตระกูลลั่วเท่ากับการฆ่าตัวตตาย

เมื่อเห็นทั้งสองตระกูลแย่งกันประกาศความภักดี หลีกเลี่ยงหน้าที่ตนเองในช่วงเวลาสำคัญ ผู้อาวุโสเจี้ยนก็ตะคอก“พอได้แล้ว เจ้าพวกไร้ประโยชน์ ข้าไม่ต้องการพวกเจ้า ข้าจะหาคนอื่นมาทำงานเอง”

“นอกจากนี้ไช่หรง เจ้านำวิชายุทธ์ระดับจิตวิญญาณ ลูกเตะสลายลมมาด้วยหรือไม่?”

“เชิญตรวจสอบมัน ผู้อาวุโสเจี้ยน”ไช่หรงรีบยื่นแท่งหยก แต่ดวงตายังแสดงความไม่เต็มใจ“ผู้อาวุโสเจี้ยน นี่คือวิชายุทธ์ระดับจิตวิญญาณหนึ่งเดียวของบรรพบุรุษที่สืบทอดลงมาในตระกูลไช่ของข้า”

“หึ ข้าไม่เอาเปรียบเจ้าหรอก”ผู้อาวุโสเจี้ยนโยนแท่งหยกให้เขา“นี่คือวิชายุทธ์ระดับจิตวิญญาณ ดัชนีเพลิง ขั้นสูงกว่าเจ้า”

ไช่หรงยินดี แสดงความขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า จั๋วฝานที่อยู่ด้านนอกรู้สึกงงงวย[โหยวหมิงกู่กลับแลกวิชายุทธ์จิตวิญญาณขั้นกลางกับขั้นต่ำ?]

“ผู้อาวุโสเจี้ยน ท่านหาคนที่จัดการกับตระกูลลั่วได้แล้วหรือยัง?ถ้าท่านไม่ว่าอะไร ข้าขอบังอาจถาม”

โดยไม่สนใจวิชายุทธ์ที่โหยวหมิงกู่มอบให้ไช่หรง ผู้นำตระกูลซุนถาม ไช่หรงจึงแคะหูเพื่อฟัง

ดวงตาของผู้อาวุโสเจี้ยนฉายแววดูถูก“พวกฝูงสุนัข กลัวว่าจะมีคนมาแทนที่พวกเจ้าหรือไง?ฮึ่ม ไม่ต้องห่วง คนคนนั้นมาจากโหยวหมิงกู่”

“โหยวหมิงกู่เริ่มดำเนินแผนแล้ว?ทำไม..”ผู้นำตระกูลซุนกับไช่หรงไม่สนใจคำพูดดูถูกของผู้อาวุโสเจี้ยนและแปลกใจ

ด้วยแสงแปลกๆในดวงตาเขา ผู้อาวุโสเจี้ยนพูดขึ้น“เขาเป็นสายที่เราวางไว้ในภูเขาลมดำมานานแล้ว..”

“ภูเขาลมดำ!”

จั๋วฝานตกใจจนหัวใจเต้นผิดจังหวะและการควบคุมพลังงานก็ไม่เสถียร

“นั่นใคร?”

ผู้อาวุโสเจี้ยนสะบัดหัว สะบัดฝ่ามือออกไป ประตูถูกระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เห็นทารกโลหิตเปลี่ยนเป็นลำแสงสีแดงและบินหนีไป

ผู้อาวุโสเจี้ยนรีบกระโจนออกไปด้านนอก

“เร็วมาก!”

จั่วฝากตกใจ แต่โชคยังอยู่ข้างเขา เขาแสยะยิ้ม กระตุ้นให้ทารกโลหิตเข้าตัวใครสักคน

“เลือดเดือด!”

ผู้คุ้มกันพองตัวจนระเบิด โดยไม่มีเวลาหลบ คนอื่นข้างเขาต่างตาย

ร่างของจั๋วฝานโดนขัดขวางด้วยแรงระเบิด ช่วยให้ทารกโลหิตหลบหนีได้

ไช่หรงกับผู้นำตระกูลซุนเห็นฉากนี้และตกใจกลัว“นั่นคืออะไร?”

ผู้อาวุโสเจี้ยนส่ายหัว แต่ใบหน้ากลับดำมืด“ข้าไม่รู้ แต่มันต้องเป็นของผู้บ่มเพาะปีศาจ..”

จบบทที่ ตอนที่ 23 สมคบคิด

คัดลอกลิงก์แล้ว