เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 ปรมาจารย์ค่ายกล

ตอนที่ 25 ปรมาจารย์ค่ายกล

ตอนที่ 25 ปรมาจารย์ค่ายกล


เมื่อเห็นว่าตาแก่ลังเล จั๋วฝานก็ยิ้ม“เดาว่าข้าคงต้องยอมขาดทุนและให้ข้อมูลกับท่าน”

“ฮึ่ม อะไรที่เจ้ารู้ ศาลาเฉียนหลงจะไม่รู้ได้อย่างไร?”หลงขุ่ยเชิดหน้าด้วยความดูถูก

จั๋วฝานยิ้ม“ข้าได้ยินว่าศาลาเฉียนหลงมีอำนาจไร้ขอบเขต แต่แมวก็มีทางของแมว หนูก็มีทางของหนู สิ่งที่ข้ารู้ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะรู้”

หลงขุ่ยยิ้มอย่างไม่เชื่อ หลงเจี๋ยส่ายหัว แต่หลงจิ่วกลับจับจ้องจั๋วฝาน

หลงจิ่วไม่สนใจใครอื่น แต่กลับเป็นกังวลต่อจั๋วฝาน ผู้ทำให้พวกเขาตกใจมามาก เขาเริ่มให้ความสำคัญกับชายหนุ่มตรงหน้า

“ว่ามา!’

จั๋วฝานแสยะยิ้ม“ท่านรู้หรือไม่ว่าคนของโหยวหมิงกู่มาถึงที่นี่แล้ว?”

“ว่าไงนะ?”

หลงจิ่วตะโกนด้วยความตกใจ

ตั้งแต่ก่อตั้งจักรวรรดิ อาณาเขตของเจ็ดตระกูลใหญ่ก็ชัดเจน เมืองเนตรสายลมคือถิ่นขศาลาเฉียนหลง ไม่มีตระกูลใดได้รับอนุญาตให้ตั้งสาขาที่นี่ ไม่งั้นจะต้องเกิดสงคราม

แน่นอน ศิษยืพวกเขาคือข้อยกเว้น มันสามารถเห็นได้จากการที่ศาลาเฉียนหลงเมินเฉยการมาของโหยวเฉวียน แต่ทว่า นี่ไม่รวมถึงผู้อาวุโส

จั๋วฝานรู้เรื่องนี้จากลั่วหยุนชางและก็ไปตรวจสอบมา ตามคาด จากสีหน้า พวกเขาไม่รู้ว่าชายชราหัวล้านได้มาถึงที่นี่แล้ว

“เป็นไปไม่ได้ เราสอดส่องทั่วเมืองเนตรฟ้า ไม่มีใครสามารถเล็ดรอดสายตาเราไปได้”หลงเจี๋ยส่ายหัว

“ฮึ่ม อย่าไปฟังเขา เขาแค่อยากขู่ให้เรากลัว”หลงขุ่ยจ้องจั๋วฝาน

หลงจิ่วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด“เจ้ามีหลักฐานอะไร?”

จั๋วฝานยิ้ม“ไม่มี”

“งั้นมันก็แค่ลมปาก”หลงขุ่ยพูดอย่างไม่พอใจ

จั๋วฝานหัวเราะ“แต่รูปลักษณ์ของเขาคือชายชราหัวล้าน โดยมีไช่หรงกับผู้นำตระกูลซุนเรียกเขาว่าผู้อาวุโสเจี้ยน!”

“นกแร้ง เจี้ยนฝาน?”

ตาข้างเดียวของหลงจิ่วระเบิดพลังออกมา มันรุนแรงจนไม่มีใครรอบตัวเขาสามารถหายใจได้ และต้องก้าวถอยหลังหลบออกไป

หลังจากนั้นสักพักเขาถึงสงบสติลง

จั๋วฝานกุมหัวใจอย่างสั่นเทา พลังของหลงจิ่วเต็มไปด้วยจิตสังหารรุนแรงจนเขายังตกใจ

“ปู่จิ่ว ท่านเคยเจอกับตาแก่นั่นงั้นเหรอ?”จั๋วฝานหยั่งเชิง

“ไม่ใช่แค่เคยเจอ...แต่ตาแก่นั่นคือคนที่ทำลายตาเทพของลุงจิ่ว”หลงเจี๋ยอธิบาย

จั๋วฝานยินดี[ข้ากลัวว่าเจ้าจะไม่มีเรื่องบาดหมาง แต่ตอนนี้พวกเจ้ากลับเป็นถึงศัตรูคู่อาฆาตกัน ช่างเหมาะสมเสียจริง]

“ลุงจิ่ว ใจเย็นๆ!”จั๋วฝานเปลี่ยนไปใช้น้ำเสียงแสดงความเห็นใจปลอมๆ

ดวงตาของหลงจิ่วทอประกายเย็นชา“เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าพูดถึงรูปลักษณ์เขา ข้าก็จะเชื่อเจ้า เจ้าสามารถไปบ้านพักห่างจากที่นี่ร้อยหลาได้”

“ขอบคุณ ปู่จิ่ว!”จั๋วฝานประสานมือแล้วเดินไปกับหัวหน้าผาง

แต่หลังเดินไปไม่กี่ก้าว หลงจิ่วก็พูดเสียงเย็น“เจ้าหนู ตาแก่นั่นอยู่ไหน?”

จั๋วฝานหยุดเท้า“ตระกูลไช่ แต่ตอนนี้เขาน่าจะอยู่ในตระกูลซุนซะมากกว่า”

“เข้าใจแล้ว!”หลงจิ่วพยักหน้า กระดูกในหมัดของเขาส่งเสียงปริแตก เมื่อจั๋วฝานหายไปจากสายตา เขาก็พูด“อาเจี๋ย รายงานมันกับตระกูลให้พวกเขาส่งผู้อาวุโสมาเพิ่ม ข้าจะไม่ปล่อยให้เจี้ยนฝานออกจากที่แห่งนี้ไปแบบเป็นๆ นอกจากนี้ อยู่ที่นี่คอยดูแลตระกูลลั่ว ข้าไม่อยากให้พวกเขาทำอะไรที่อาจทำให้เจี้ยนฝานตกใจหนี”

“ลุงจิ่ว เขาคือผู้อาวุโสโหยวหมิงกู่ ถ้าเขาตายที่นี่ มันจะกระตุ้นให้เกิดสงครามระหว่างตระกูลเรา”หลงเจี๋ยแสดงความกังวล

“ฮึ่ม ไม่ใช่ว่าเขาคือคนที่ไม่ทำตามกฏและลอบเข้าอาณาเขตเราหรือไร?ถ้าข้าปล่อยเขาไป ข้าคงไม่สามารถระบายความแค้นที่เขาพรากดวงตาของข้าไปได้”

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หลงเจี๋ยกับหลงขุ่ยก็ถอนหายใจพร้อมเดินจากไป ถึงแม้จะจากไปแล้ว พวกเขาก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะเหมือนคนบ้าของหลงจิ่ว…

เช้าวันต่อมา จั๋วฝานพาสองพี่น้องกับหัวหน้าผางไปบ้านใหม่พวกเขา นี่คือที่ที่ศาลาเฉียนหลงใช้ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ มันใหญ่กว่าเรือนรับรองที่พวกเขาเคยใช้ มันเป็นสถานที่ที่ดีสุดในเมือง

ในเวลาอันสั้น ตระกูลลั่วได้เป็นที่พูดคุยของทั้งเมืองเรื่องที่พวกเขาอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของศาลาเฉียนหลง ทุกคนรู้ว่าศาลาเฉียนหลงสนับสนุนพวกเขา ไม่งั้นพวกเขาคงไม่ได้อยู่ในบ้านพักตระกูลหลง

ตระกูลไช่กับตระกูลซุนดีใจที่ไม่รับงานของผู้อาวุโสเจี้ยน จากสถานการณ์วันนี้ มันเห็นได้ชัดว่าใครก็ตามที่ทำร้ายตระกูลลั่วจะต้องเจอกับความพิโรธของศาลาเฉียนหลง

เช่นเดียวกันนั้น วินาทีที่ตระกูลลั่วก้าวเข้าบ้านใหม่พวกเขา มันก็ถูกประกาศต่อสาธารณะว่าเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองเนตรสายลม พวกเขาอยู่เหนือแม้กระทั่งตระกูลไช่กับตระกูลซุน แม้จะเป็นตระกูลเล็กๆสี่คน

“เราจะอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?”

ลั่วหยุนชางเข้ามาเป็นคนแรก นางตกใจกับบรรยากาศโอ่อ่าของสถานที่ รวมถึงทหารจำนวนมากรอบตัว ทั้งหมดเป็นผู้เชี่ยวชาญกลั่นลมปราณ แถมยังมีทหารชุดเกราะทองอีกยี่สิบคนคอยเฝ้าระวัง พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญหลอมกระดูก

ทหารเช่นนี้สามารถเห็นได้ในเจ็ดตระกูลใหญ่เท่านั้น

ลั่วหยุนไห่กับหัวหน้าผางตะลึง หัวหน้าผางนั้นหวาดกลัวกับจำนวนผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่ลั่วหยุนไห่อยากรู้อยากเห็น

“เฒ่าผาง เมื่อตระกูลลั่วฟื้นตัว เจ้าคิดยังไงกบัการเป็นผู้นำของกลุ่มเช่นนี้”จั๋วฝานตบไหล่เขา

หัวหน้าผางส่ายหัว“ผู้คุ้มกันที่นี่ทุกคนต่างแข็งแกร่งกว่าข้า มันคงดีถ้าข้าแกร่งได้เท่าพวกเขา แต่ข้าไม่กล้าเป็นผู้นำเขาหรอก”

แม้จะพูดอย่างนั้น ดวงตาของเขาก็เป็นประกายด้วยความหวัง

จั๋วฝานหัวเราะ“วันนั้นจะมาถึง”

แต่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยก็ดังขึ้น“คุณชายจั๋ว ท่านไม่เพียงโกหกคนอื่นแต่ยังโกหกพวกตัวเองด้วย พ่อบ้านอย่างเจ้าคงมีดีแค่ปาก”

หลายคนหันไปมอง เห็นหลงเจี๋ยกับหลงขุ่ยเดินมา

นับตั้งแต่นางตระหนักว่าจั๋วฝานหลอกใช้ศาลาเฉียนหลง นางเสียความเป็นมิตรทั้งหมดกับจั๋วฝาน“ด้วยพรสวรรค์ของหัวหน้าผาง เขาคงเป็นได้แค่กลั่นลมปราณขั้นหก คนแบบนี้เป็นได้แค่ทหารทั่วไปให้เรา ไม่ใช่ระดับหัวหน้า ข้าขอแนะนำให้ตระกูลเล็กๆอย่างเจ้าอย่าคิดฝันอะไรแบบนั้น”

ลั่วหยุนชางกับหัวหน้าผางเศร้าใจ ขณะที่จั๋วฝานหน้าตึง

“แม่นางหลงขุ่ย อย่างคำพูดที่พูดกัน อย่าดูถูกคนที่สิ้นหวัง คำพูดของเจ้ารุนแรงเกินไป”

“ฮึ่ม ข้าไปดูถูกตอนไหน?นั่นคือความจริง มันเป็นได้แค่ฝัน ทุกตระกูลที่รุ่งโรจน์ได้สร้างเส้นทางพวกเขามานับพันปีกว่าจะถึงจุดสูงสุด อย่าคิดว่าเจ้าจะพึ่งพาไหวพริบของเจ้าเพื่ออยู่ภายใต้การคุ้มครองของศาลาเฉียนหลงไปได้ตลอด ในสายตาข้า เมืองเนตรสายลมแค่เม็ดทราย ต่อให้เจ้าเป็นราชาหรือจักรพรรดิที่นี่ เจ้าก็เป็นได้แค่กบก้นบ่อ ไม่เคยได้มองโลกกว้าง…”

เมื่อได้ยินนางพูดพล่ามไม่หยุด จั๋วฝานก็หัวเราะ

[ไม่เคยได้มองโลกกว้าง?กบก้นบ่อ?ถ้าทุกอย่างดำเนินอย่างที่ควรเป็น จักรพรรดิปีศาจอย่างข้าคงไม่ตกลงมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์] ในสายตาข้า มันคือจักรวรรดิเทียนหวี่ที่ต่ำต้อย ไม่ต้องพูดถึงศาลาเฉียนหลง

“จั๋วฝาน+ง

เมื่อเห็นเขาโกรธ ลั่งหยุนชางก็ดึงมือเขา พวกเขาไม่ควรยั่วโมโหผู้พิทักษ์ตัวเอง

หลงเจี๋ยรู้สึกว่าหลงขุ่ยข้ามเส้นและส่ายหัวหลังละความสนใจจากนาง

“คุณหนู ขอข้ายืมหินลมปราณหน่อย”จั๋วฝานพูดเสียงเย็น

ลั่วหยุนชางตกใจ นางไม่รู้ว่าเขาอยากทำอะไรแต่ก็มอบแหวนให้ตามที่เขาขอ

จั๋วฝานกระโดดขึ้นไปบนจุดสูงสุดของบ้าน กวาดมองทั่ว

“เห้ย นี่ไม่ใช่บ้านเจ้า ลงมานะ!”หลงขุ่ยร้อง

โดยไม่สนใจนาง จั๋วฝานพูด“ค่ายกลมังกรขดระดับสาม”

หลงขุ่ยกับหลงเจี๋ยตกใจ สิ่งที่จั๋วฝานพูดคือค่ายกลที่หลงจิ่วตั้งไว้ในสถานที่นี้ แต่เด็กนี่กลับมองออกในแวบเดียว

แต่ก่อนความตกใจจะหายไป จั๋วฝานก็กระโดด กระจายหินปราณรอบตัวเขาจากแหวน ในเวลา 15 นาที หินปราณเกือบหมื่นก้อนก็ฝังอยู่ในลาน

เมื่อจั๋วฝานลงถึงพื้น หลงขุ่ยก็ถาม“เจ้าจะทำอะไร?”

จั๋วฝานเริ่มประสานมือ

ในชั่วพริบตา พื้นก็สั่นสะเทือน เสียงมังกรคำรามดังก้อง ตามด้วยมังกรทองเก้าตัวที่พุ่งขึ้นจากพื้น

มังกรกระจายไปทั่วท้องฟ้าเหนือเมืองเนตรสายลม

ผู้อาวุโสเจี้ยน ผู้อยู่ในห้องลับของตระกูลซุนพลันลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ“ฝีมือใครกัน?ตาแก่นั่น?ไม่ เขาไม่มีความสามารถมากขนาดนั้น”

ในศาลาเฉียนหลง หลงจิ่วหยุดชะงักเท้าด้วยความประหลาดใจ“นั่นคือค่ายกลมังกรขดของข้า?ไม่ ค่ายกลของข้าไม่แข็งแกร่งขนาดนั้น”

บนภูเขาลมดำ คนหนุ่มหน้าตาชั่วร้ายหันไปมองทางเมืองเนตรสายลมด้วยคิ้วที่ขมวด“เกิดอะไรขึ้นในเมือง?แผนถูกเร่งขึ้น?”

แต่ในไม่ช้าเขาก็ส่ายหัว’ไม่ ผู้อาวุโสเจี้ยนไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่น เกิดอะไรขึ้นกันแน่…”

สายตาของทุกคนหันไปมองแสงแปลกๆนี้ หลังผ่านไป 15 นาที การประสานมือของจั๋วฝานก็เปลี่ยนไปและมังกรทองเก้าตัวก็กลับสู่พื้นของลาน

ในไม่ช้า แสงสีทองก็สาดส่องไปทั่ว

“จะ-เจ้าทำอะไร?”หลงขุ่ยพูดตะกุกตะกัก

จั๋วฝานไม่สนใจนางอีกครั้ง แสดงความเคารพอย่างสุดซึ้งขณะมอบแหวนให้ลั่วหยุนชาง“คุณหนู ข้าสังเกตว่าค่ายกลมังกรขดระดับสามไม่แข็งแกร่งพอจะป้องกันคุณหนู เช่นนั้น ข้าจึงตั้งค่ายกลเก้ามังกรขดสวรรค์ระดับห้า ข้าใช้หินปราณไปเยอะ โปรดลงโทษข้า คุณหนู”

อะ-อะไรนะ?!

หลงเจี๋ยกัลหลงขุ่ยหน้าชา

มีคนแค่หยิบมือเดียวที่สามารถตั้งค่ายกลระดับห้าได้ในจักรวรรดิเทียนหวี่ แม้แต่เจ็ดตระกูลใหญ่ก็ไม่มีคนแบบนี้ แต่เด็กนี่กลับทำได้ง่ายๆ

เขาเป็นผู้ใช้ค่ายกลระดับห้า?

ลั่วหยุนชางรู้ว่าจั๋วฝานจงใจทำเพื่อให้ตระกูลหลงอับอาย จากนั้นก็โยนให้นาง นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นเขาอ่อนแรงแบบนี้ มันเป็นช่วงเวลาเหมาะเจาะกับการกำหนดสถานะของนางในฐานะคุณหนูของเขา

ลั่วหยุนชางยิ้มอยู่ข้างในแต่ใบหน้ากลับแข็งกระด้าง“พ่อบ้านจั๋ว ข้าควรลงโทษเจ้าที่เอาหินปราณไปใช้มากขนาดนี้ แต่ข้าจะไม่ตำหนิเพราะเจ้าทำมันเพื่อเรา ไปกันเถอะ”

อะไร?ลงโทษ?แม้กระทั่งเจ็ดตระกูลใหญ่ก็ไม่กล้าตำหนิตัวตนที่สูงส่งแบบนี้

หลงขุ่ยดูราวกับมีก้อนหินติดในลำคอ

ไม่ช้า จั๋วฝานก็พาลั่วหยุนไห่เข้าไปข้างในพร้อมส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมา

มีแค่หลงเจี๋ยกัลหลงขุ่ยถึงยืนนิ่งด้วยความสับสน

พวกเขาไม่คิดเลยว่าผู้เชี่ยวชาญกลั่นลมปราณขั้นสองอย่างจั๋วฝานจะเป็นปรมาจารย์ค่ายกลระดับห้า

ตระกูลไร้ชื่อจะไปมีคนมากพรสวรรค์แบบนี้ได้ไง...

จบบทที่ ตอนที่ 25 ปรมาจารย์ค่ายกล

คัดลอกลิงก์แล้ว