เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 นามของสามีภรรยา

บทที่ 18 นามของสามีภรรยา

บทที่ 18 นามของสามีภรรยา


บทที่ 18 นามของสามีภรรยา

ที่พำนักของปรมาจารย์เกาตั้งอยู่ที่โรงแรมห้าดาวอีกแห่งหนึ่งในตัวเมือง

ระหว่างทาง โหยวหรงหรงกำชับซูเจินว่า "ปรมาจารย์เกาท่านนี้มีอารมณ์ศิลปินนิดหน่อย เวลาเจอเขาอย่าพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้า ให้ทำตัวสงบเสงี่ยมเข้าไว้ ยังไงซะเราก็เป็นฝ่ายไปขอความช่วยเหลือจากเขา"

"เข้าใจแล้วค่ะ" ซูเจินพยักหน้า เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว ย่อมเข้าใจมารยาททางสังคมเหล่านี้ดี "ขอแค่เขาช่วยฉันไล่ผีได้ ให้ฉันคุกเข่าให้เขาก็ยังได้เลย"

"หึ" โหยวหรงหรงยิ้มมุมปาก "ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก ยังไงเราก็จ่ายเงินจ้างเขา"

ซูเจินถามด้วยความอยากรู้ "เราจ่ายไปเท่าไหร่คะ?"

โหยวหรงหรงบอกตัวเลขจำนวนหนึ่ง พอซูเจินได้ยินก็ต้องสูดหายใจเฮือก นึกในใจว่าปรมาจารย์เกาคนนี้ช่างเห็นแก่เงินจริงๆ เรียกราคาแพงขนาดนี้ บรรพบุรุษรู้เข้าจะว่ายังไงบ้างเนี่ย

รถจอดที่หน้าทางเข้าโรงแรม พนักงานต้อนรับสวมถุงมือสีขาวรีบวิ่งมาเปิดประตูรถให้พวกเธอ

โหยวหรงหรงยื่นมือเรียวสวยที่ทำเล็บมาอย่างดีส่งกุญแจรถให้พนักงาน จากนั้นก็กวักมือเรียกซูเจินพลางก้มหน้ากดโทรศัพท์โทรออก

ซูเจินเดินขนาบข้างโหยวหรงหรงแล้วกระซิบถาม "กำลังติดต่อปรมาจารย์เกาเหรอคะ?"

โหยวหรงหรงพยักหน้า แล้วพูดใส่โทรศัพท์ "ใช่ ฉันเอง ฉันพาเธอมาแล้ว โอเคๆ..."

ขณะที่ทั้งสองเดินเข้าไปข้างใน ชายชราผมดอกเลาสวมชุดจีนโบราณสีดำก็เดินตรงเข้ามาหา ทันทีที่เห็นพวกเธอ ชายชราก็ยิ้มและยกมือทักทาย "คุณหนูโหยว"

จากนั้นเขาก็หันมามองซูเจิน "นี่คงเป็นคนที่คุณพูดถึง..."

ซูเจินจำคำกำชับของโหยวหรงหรงได้ว่าให้ทำตัวนอบน้อมต่อหน้าปรมาจารย์เกา เธอจึงรีบยื่นมือออกไป "สวัสดีค่ะ ปรมาจารย์เกา ฉันแซ่ซู..."

ยังพูดไม่ทันจบ ชายชราก็หัวเราะร่า "โอ้โฮ คุณหนูท่านนี้สุภาพเกินไปแล้ว ผมจะเป็นปรมาจารย์เกาได้ยังไงครับ?"

ซูเจินกำลังจะเอ่ยปากชมเขาต่อ แต่ก็ได้ยินชายชราพูดขัดขึ้นว่า "เชิญตามผมมาครับ ท่านอาจารย์รอพวกคุณอยู่"

...โธ่เอ๊ย ที่แท้คนคนนี้ก็ไม่ใช่ปรมาจารย์เกา

ซูเจินเดินตามชายชราเข้าไปในลิฟต์ พลางมองผมที่บางตาของเขาแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่า ขนาดลูกศิษย์ยังแก่ขนาดนี้ แล้วอาจารย์จะอายุมากขนาดไหนกันนะ?

ลิฟต์จอดที่ชั้น 6 ชายชรานำทางพวกเธอไปที่ห้อง 606

เมื่อเปิดประตู ชายชราก็พูดกับคนข้างในด้วยความเคารพว่า "อาจารย์ครับ พวกเขามาถึงแล้ว"

ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านใน ชายชราดูไม่แปลกใจและพาซูเจินกับโหยวหรงหรงเข้าไปในห้อง

ทันทีที่ก้าวเข้าไป ซูเจินก็ได้กลิ่นแปลกๆ มันหอมแบบทะแม่งๆ ไม่ใช่กลิ่นดอกไม้ และไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม

ทั้งสามคนมาถึงห้องรับแขก บนโต๊ะกาแฟมีชุดน้ำชาวางอยู่ พร้อมกระถางกำยานที่จุดทิ้งไว้ข้างๆ

ดูจากถ้วยชา แสดงว่าเมื่อครู่นี้ต้องมีคนอยู่ แต่ตอนนี้กลับว่างเปล่า

ขณะที่ซูเจินกำลังสงสัยว่าปรมาจารย์เกาเล่นลูกไม้อะไร ประตูห้องน้ำก็เปิดออก ชายหนุ่มอายุไม่ถึง 30 ปี สวมเสื้อยืดลายทางเดินออกมาพลางสะบัดน้ำออกจากมือ เมื่อเห็นโหยวหรงหรงและซูเจิน เขาก็ยิ้มทัก "มากันแล้วเหรอ"

นี่ก็ลูกศิษย์ปรมาจารย์เกาอีกคนเหรอ? หรือว่าเป็นลูกศิษย์ของลูกศิษย์อีกที?

ในตอนนี้เอง ชายชราที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นว่า "อาจารย์ครับ น้ำชาเย็นหมดแล้ว ให้ผมเปลี่ยนใหม่ไหมครับ?"

ซูเจิน: "?"

เธออดไม่ได้ที่จะหันไปมองโหยวหรงหรง และเห็นว่าโหยวหรงหรงเองก็ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกไม่ต่างกัน

ปรมาจารย์เกา? หนุ่มน้อยคนนี้เนี่ยนะคือปรมาจารย์เกา? ไม่มีทางน่า...

ชายหนุ่มนั่งลงบนโซฟา ไขว่ห้าง แล้วพูดกับโหยวหรงหรงและซูเจิน "อย่ามัวแต่ยืนสิ นั่งลงๆ"

ซูเจินนั่งลงอย่างงุนงง โหยวหรงหรงนั่งลงข้างเธอแล้วถามอย่างลังเล "คุณคือ... ปรมาจารย์เกาเหรอคะ?"

"โธ่ ผมไม่กล้าเรียกตัวเองว่าปรมาจารย์เกาหรอกครับ" ชายหนุ่มยิ้มกว้าง ท่าทางไม่ได้ดูเกรงกลัวที่จะใช้ชื่อนั้นเลยสักนิด "คุณคือลูกสาวของประธานโหยวใช่ไหม? ผมเคยเห็นรูปคุณในห้องทำงานของคุณพ่อคุณ พ่อคุณกับผมนับถือกันเหมือนพี่น้อง เพราะงั้นอย่าเรียกปรมาจารย์เกาเลย เรียกอาเกาก็พอ"

...

ซูเจินเหลือบมองโหยวหรงหรงอย่างหวาดเสียว กลัวว่าอีกฝ่ายจะของขึ้นแล้วคว้าชุดน้ำชาฟาดหน้าปรมาจารย์เกา

โชคดีที่โหยวหรงหรงระงับอารมณ์ไว้ได้ ถึงจะของขึ้นก็คงไม่ใช่เวลานี้ รอยยิ้มบนหน้าเธอฉีกกว้างขึ้น ถ้าภายหลังพบว่าปรมาจารย์เกาคนนี้เป็นพวกต้มตุ๋น เธอคงได้แสดงอิทธิฤทธิ์ให้ดูแน่

"ฮะๆ" โหยวหรงหรงหัวเราะแห้งๆ แล้วพูดว่า "งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ น้องสาวฉันถูกผีตามรังควาน ยิ่งยื้อไว้นานอาจจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นได้"

ปรมาจารย์เกากะพริบตาปริบๆ แล้วหันไปมองซูเจิน

ซูเจินก็มองตอบ ทั้งสองจ้องตากันเงียบๆ ครู่หนึ่ง จากนั้นปรมาจารย์เกาก็พูดว่า "บอกอาการมาสิ"

"คะ?" ซูเจินตั้งตัวไม่ทัน

ชายชราที่ยืนอยู่ข้างๆ ช่วยอธิบาย "หมายถึงทำไมคุณถึงคิดว่าตัวเองโดนผีหลอกน่ะครับ ความจริงหลายปีมานี้มีคนมากมายที่อ้างว่าเจอผีแล้วมาหาอาจารย์ของผม แต่สุดท้ายส่วนใหญ่ก็พบว่ามีปัญหาทางจิต"

"ไม่ต้องห่วงค่ะ" ซูเจินยืนยันหนักแน่น "สุขภาพจิตฉันปกติมาก ฉันโดนผีหลอกแน่นอน"

ปรมาจารย์เกาเงียบกริบ เขาจะประเมินสถานการณ์ด้วยตัวเอง ไม่เก็บคำพูดของซูเจินมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

ซูเจินกระแอมเบาๆ แล้วเริ่มเล่า "อาชีพของฉันคือนักนอนทดสอบบ้านผีสิง ฉัน... คุณคงรู้จักอาชีพนี้ใช่ไหมคะ?"

"รู้จักครับ" ชายชราพยักหน้า "สมัยนี้มีคนชอบหาเรื่องตายไม่น้อยเลย"

...ค่ะ" ซูเจินคิดในใจ 'พูดแบบนี้แล้วจะไปต่อยังไงล่ะเนี่ย' เธอตัดสินใจเล่าอาการต่อ "เมื่อวานตอนบ่าย ฉันไปที่โรงแรมซีซาร์ คุณรู้เรื่องคดีโรงแรมซีซาร์ไหมคะ? ปีที่แล้วมีไฟไหม้ที่นั่น มีคนตายหนึ่งคน ตั้งแต่นั้นมาห้องที่คนตายก็มีผีสิง ตอนแรกที่ฉันเข้าไป ฉันก็รู้สึกทะแม่งๆ ห้องมันชื้นๆ ชอบกล ซึ่งมันผิดปกติ ชั้น 4 แถมเป็นห้องที่เคยไฟไหม้ ทำไมถึงชื้นได้..."

ต้องยอมรับว่าซูเจินเป็นคนที่มีวาทศิลป์ดีทีเดียว เธอถ่ายทอดประสบการณ์เมื่อวานได้อย่างออกรสและเห็นภาพชัดเจน

สุดท้าย เธอเล่าถึงตอนที่หนีออกมาจากห้อง 407 "...ฉันปีนออกมาจากอ่างอาบน้ำแล้ววิ่งตรงไปที่ประตู คราวนี้ประตูเปิดออกได้ในที่สุด หลังจากหนีออกมาได้ ฉันก็นึกว่าจะปลอดภัยแล้ว แต่เมื่อเช้านี้ตอนนอนอยู่ที่บ้าน ฉันกลับฝันเห็นผีในอ่างอาบน้ำนั่นอีก ตอนแรกฉันนึกว่าเป็นแค่ฝัน แต่ฉันเห็นรอยน้ำเป็นทางยาวออกจากห้องชัดเจน..."

หลังจากฟังซูเจินเล่าอาการจบ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ

หนึ่งนาทีผ่านไป ปรมาจารย์เกาก็พยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ฟังจากที่คุณเล่า คุณโดนผีตามรังควานจริงๆ และผีตนนี้ไม่ใช่วิญญาณอาฆาตธรรมดาซะด้วย"

พูดจบ เขาก็มองซูเจินด้วยสีหน้าฉงนสนเท่ห์ จ้องเธออยู่นานสองนาน

ซูเจินรู้สึกหนังศีรษะชาวาบภายใต้สายตานั้น จนอดถามไม่ได้ "มีอะไรผิดปกติเหรอคะ?"

"คุณมีกลิ่นอายของผีแรงมาก ซึ่งตรงกับลักษณะของคนที่ถูกผีสิงเป๊ะๆ แต่มีอยู่ 2 อย่างที่ผมไม่เข้าใจ" ปรมาจารย์เกาชูนิ้ว 2 นิ้วขึ้นมาทำท่าตัววี

"ข้อแรก พรายน้ำหรือผีตายโหงทางน้ำ ปกติจะไม่ออกจากที่ที่ตัวเองตายเว้นแต่จะหาตัวตายตัวแทนได้ อย่างที่คุณบอก ก่อนหน้านี้มีคนเข้าไปในห้อง 407 ตั้งหลายคน แต่พวกเขาก็รอดมาได้และอยู่ดีมีสุข ทำไมผีตนนี้ถึงเจาะจงเกาะติดคุณ?"

ริมฝีปากของซูเจินสั่นระริก เธอรู้สึกว่าต้องเป็นเพราะประกันภัยขอแต่งงานสำเร็จ 100% นั่นแน่ๆ

"ข้อสอง" ปรมาจารย์เกาจ้องเธออย่างจับผิด "จากที่คุณบรรยาย ผีตนนี้มีฤทธิ์เดชมากผิดปกติ แล้วคุณหนีรอดออกมาจากห้อง 407 ทั้งที่โดนผีระดับนั้นเล่นงานได้ยังไง?"

โหยวหรงหรงเหลือบมองซูเจินเป็นนัยๆ ว่า 'ห้ามพูดเรื่องประกันภัยเด็ดขาด'

ซูเจินลังเล ก่อนจะพูดอย่างยากลำบาก "ต้องพูดจริงๆ เหรอคะ?"

"แน่นอน" ปรมาจารย์เกาตอบเป็นเรื่องปกติ "นี่อาจเป็นสาเหตุที่ผีตามติดคุณ เพราะงั้นคุณต้องพูดมา"

...ก็ได้" ซูเจินพยายามรวบรวมเหตุการณ์ในตอนนั้น "ฉันนอนอยู่ในอ่าง แล้วผีก็กดฉันลงน้ำ ฉันเกือบจะจมน้ำตายในอ่างอยู่แล้ว ในนาทีวิกฤตินั้น ฉัน... ฉันไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ ฉันก็เลย..."

ปรมาจารย์เกา: "ก็เลยทำไม?"

ซูเจิน: "...ฉันก็เลยขอแต่งงานค่ะ"

ปรมาจารย์เกาสงสัยว่าหูตัวเองเพี้ยนไป "คุณทำอะไรนะ?"

ซูเจินพูดเสียงดังฟังชัด "ฉันขอแต่งงานค่ะ"

"ขอแต่งงาน?" ปรมาจารย์เกาทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก "ขอแต่งงานอะไร? กับใคร?"

"ฉันขอแต่งงานกับผีค่ะ" ซูเจินตอบ "แล้วผีก็ยอมปล่อยฉัน"

...

ความเงียบอันน่ากระอักกระอ่วนปกคลุมไปทั่วห้อง จากนั้นหน้าของปรมาจารย์เกาก็ทะมึนลง เขาพูดเสียงขุ่น "คุณกำลังปั่นหัวผมเล่นใช่ไหม"

"เปล่านะคะ เปล่า" ซูเจินรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "ฉันไม่ได้ปั่นหัวคุณ เรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้ใครจะกล้าล้อเล่นคะ?"

"เธอไม่ได้ล้อเล่นจริงๆ ค่ะ" โหยวหรงหรงช่วยยืนยัน "ฉันรับประกันได้"

ถ้าสิ่งที่ซูเจินพูดเป็นความจริง เรื่องนี้มันก็ออกจะ... "ตอนนั้นคุณคิดอะไรอยู่?" ปรมาจารย์เกาถามอย่างไม่เข้าใจ "ทำไมถึงนึกจะขอแต่งงาน?"

สมองของซูเจินแล่นเร็ว แล้วเธอก็แถเหตุผลขึ้นมาได้ "อ๋อ คืออย่างนี้ค่ะ เขาจ้องจะฆ่าฉันท่าเดียว ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ฉันคิดว่าถ้าเรากลายเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เขาอาจจะไม่ฆ่าฉันก็ได้ ฉันก็เลยขอแต่งงาน ถ้าขอแต่งงานไม่สำเร็จ ฉันก็จะขอฝากตัวเป็นลูกบุญธรรมของเขาแทน"

"หา?" ปรมาจารย์เกาอึ้ง "ทำไมถึงจะฝากตัวเป็นลูก?"

ซูเจิน: "เพราะเสือไม่กินลูกตัวเองไงคะ"

...

ปรมาจารย์เกาทำงานสายนี้มาหลายปี เจอคนมาเป็นร้อยเป็นพันที่อ้างว่าโดนผีหลอก ในจำนวนนั้นมีทั้งคนที่เจอผีจริงและคนบ้า แต่คนที่เจอผีแล้วยังบ้าด้วยเนี่ย ปรมาจารย์เกาเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก

เขามองซูเจิน อยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็พูดไม่ออก

ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงถามขึ้นว่า "ผียอมปล่อยคุณหลังจากที่คุณขอแต่งงานงั้นเหรอ?"

"อื้ม" ซูเจินพยักหน้า

พอได้ยินดังนั้น ปรมาจารย์เกาก็ยกมือกุมขมับ ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพูดว่า "ผมรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น"

"ผีตนนั้น... อาจจะเหงาก็ได้มั้ง..." ปรมาจารย์เกาแทบไปต่อไม่ถูก "สรุปง่ายๆ คือ คุณโชคดี การขอแต่งงานแบบสุ่มสี่สุ่มห้าของคุณดันได้ผลด้วยเหตุผลกลใดก็ไม่อาจทราบได้ ผีตนนั้นดันตกลงจริงๆ ในเมื่อเขาตกลง ตอนนี้พวกคุณเลยมีความสัมพันธ์ทางพันธสัญญาต่อกัน เป็นสัญญาการแต่งงานกับผี ด้วยความสัมพันธ์นี้ เขาจึงสามารถออกจากที่ที่เขาตายและตามคุณกลับบ้านได้"

"อ้อ... เป็นอย่างนี้นี่เอง" ซูเจินคิดในใจ 'มิน่าล่ะ' เธอรู้สึกซวยชะมัด แค่อยากหาเงิน 5,000 หยวน แต่ดันได้ผีตามกลับบ้านมาด้วย "อาจารย์คะ อาจารย์ต้องช่วยฉันนะ! ฉันไม่อยากกลายเป็นผีเฝ้าทรัพย์แล้วไปแต่งงานกับผีเฝ้าทรัพย์หรอกนะ"

หางตาของปรมาจารย์เกากระตุกยิกๆ แต่เขาก็ข่มใจอธิบาย "เรื่องนี้แก้ได้ คุณกับผีตนนั้นมีพันธสัญญาแต่งงานกัน ตราบใดที่ยกเลิกสัญญา ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย ขอวันเดือนปีเกิดตกฟากของคุณหน่อย"

ซูเจินน้ำตาคลอเบ้า "แค่บอกวันเดือนปีเกิดใช่ไหมคะ? ปฏิทินจันทรคติหรือสุริยคติ?"

ชายชราตอบ "จันทรคติครับ"

"อ๋อ วันเกิดตามจันทรคติของฉันคือ... ขอเช็กมือถือแป๊บนะคะ" ซูเจินหยิบมือถือออกมาแล้วเริ่มเลื่อนดูปฏิทิน

ปรมาจารย์เกาเบือนหน้าหนีด้วยความเอือมระอา แล้วพูดว่า "ต้องใช้วันเดือนปีเกิดของฝ่ายชายด้วย"

"หา?" ซูเจินหน้าเหวอ "ฉันไม่รู้ค่ะ"

ปรมาจารย์เกาขมวดคิ้ว "งั้นชื่อกับอายุล่ะ?"

"ฉันก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน" ซูเจินส่ายหน้า

ปรมาจารย์เกาเริ่มหมดความอดทน "ทำไมคุณถึงไม่รู้อะไรเลย? ถ้าไม่มีปาจื้อ ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ไปหาปาจื้อของคนตายมา แล้วผมถึงจะทำพิธีให้คุณได้"

"ไม่นะ ฉันทำไม่ได้หรอก" ซูเจินสังหรณ์ใจถึงความหายนะ "ถ้าไม่มีปาจื้อทำไม่ได้จริงๆ เหรอคะ? ผีตนนั้นใช้บัตรประชาชนปลอมตอนเช็กอินเข้าโรงแรมซีซาร์ จนป่านนี้ตำรวจยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาเลย"

"..."

ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง โหยวหรงหรงถามขึ้นว่า "มีทางเลือกอื่นไหมคะ?"

ปรมาจารย์เกาหลับตาลง "ไม่มีวิธีอื่นแล้ว พวกคุณกลับไปเถอะ"

"ไม่นะ!" ซูเจินจะยอมแพ้ง่ายๆ ได้ยังไง "คุณต้องช่วยฉันสิ คุณรับเงินฉันไปแล้วนะ!"

ปรมาจารย์เกาเบิกตากว้างทันที "เงินยังไม่เข้าบัญชีเลย!"

"ทำไมคุณถึงเห็นแก่เงินขนาดนี้?" ซูเจินกล่าวหา "เป็นถึงอาจารย์ เห็นแก่เงินเกินไปหน่อยไหมคะ?"

"ผม..." ปรมาจารย์เกาจุกจนพูดไม่ออก ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาได้รับแต่ความเคารพนับถือ นี่เป็นครั้งแรกที่โดนด่าว่าเห็นแก่เงิน

"เออ ผมมันหน้าเงิน! ถึงผมไม่หน้าเงิน ผมก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี" ปรมาจารย์เกาโกรธจนผมแทบชี้ตั้ง "ถ้าไม่มีปาจื้อ มันทำไม่ได้จริงๆ จะยกเลิกสัญญาแต่งงานผี ปาจื้อเป็นสิ่งจำเป็น คุณไปถามใครเขาก็ต้องใช้ปาจื้อทั้งนั้น!"

"ฮือๆ..." ซูเจินมองโหยวหรงหรงด้วยดวงตานองน้ำตา "ฉันต้องตายแน่ๆ แล้วใช่ไหม?"

โหยวหรงหรงรีบลูบหลังซูเจิน แล้วหันไปถามปรมาจารย์เกา "ไม่มีวิธีอื่นจริงๆ เหรอคะ? เธอต้องตายสถานเดียวเลยเหรอ?"

ปรมาจารย์เกาจ้องหน้าซูเจินด้วยสีหน้าทะมึนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า "การแต่งงานกับผีคงยกเลิกไม่ได้ แต่เธอก็ไม่จำเป็นต้องตายเสมอไป"

ซูเจินมองเขาด้วยความคาดหวังทันที

ปรมาจารย์เกาถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วกล่าวว่า "คนที่ตายโหงมักจะตายตาไม่หลับ ความแค้นสะสม ตราบใดที่สลายความแค้นได้ เขาก็จะไม่ฆ่าคนมั่วซั่ว"

ซูเจิน: "แล้วจะสลายความแค้นได้ยังไงคะ?"

ปรมาจารย์เกา: "คุณเป็นภรรยาของเขา..."

"ถุย!" ซูเจินไม่พอใจ "อย่าพูดมั่วๆ ใครเป็นภรรยาเขา?"

"...พวกคุณมีสัญญาแต่งงานกัน ก็ถือว่ามีชื่อเป็นสามีภรรยากันแล้ว" ปรมาจารย์เกาไม่อยากมองหน้าซูเจิน ยิ่งมองยิ่งโมโห "แค่คุณเซ่นไหว้เขา จุดธูปให้เขาทุกวัน วิญญาณเขาก็จะสงบลง และโดยธรรมชาติเขาก็จะไม่ฆ่าคน ถึงตอนนั้นนอกจากเขาจะไม่ทำร้ายคุณแล้ว ดีไม่ดีเขาอาจจะช่วยคุ้มครองคุณด้วยซ้ำ"

"เรื่องคุ้มครองช่างมันเถอะ" ซูเจินกลัวจริงๆ "ขอแค่ฉันไม่ตายก็พอ"

ปรมาจารย์เกาพยักหน้าแล้วหันไปสั่งชายชรา "ผมต้องทำพิธี ไปเตรียมของมา"

ชายชราพยักหน้ารับแล้วเดินออกไป ปรมาจารย์เกาล้วงถุงผ้าใบเล็กปักลายน้ำเต้าออกมาจากกระเป๋า

เขากล่าวว่า "เดี๋ยวผมจะล่อผีออกมาแล้วเชิญเข้าไปใน 'เซียนน้ำเต้า' ใบนี้ จากนั้นจะตั้งป้ายวิญญาณให้เขา คุณเอาป้ายกลับบ้านไป จุดธูปไหว้เขาอย่างน้อยวันละดอก แล้วพกเซียนน้ำเต้านี้ติดตัวไว้"

"หา?" ซูเจินทำหน้าลำบากใจ "ฉันต้องพกผีติดตัวด้วยเหรอคะ?"

เส้นเลือดที่ขมับของปรมาจารย์เกาเต้นตุบๆ เป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มสงสัยว่าอาชีพของเขาจริงๆ แล้วคืองานบริการ เขาตะคอกใส่ "ถ้าไม่พก คุณก็ตาย!"

"พูดดีๆ ก็ได้ค่ะ" โหยวหรงหรงกุมหน้าอก "อยู่ดีๆ ก็ตะคอก ตกใจหมดเลย"

"..."

ชายชราเดินออกมาจากห้องแล้วบอกปรมาจารย์เกาว่า "ของพร้อมแล้วครับ"

ปรมาจารย์เกาพยักหน้า ลุกขึ้นยืนแล้วบอกซูเจิน "ตามผมเข้ามา"

ซูเจินไม่กล้าพูดอะไรอีก เดินตามปรมาจารย์เกาเข้าไปในห้อง

ห้องนี้ไม่มีเตียง มีแต่โต๊ะยาวตัวหนึ่ง บนโต๊ะมีธูปเทียนจุดอยู่ และมีของต่างๆ วางเรียงราย เช่น ดาบเหรียญกษาปณ์และกระดาษเหลือง

"ปิดประตู" ปรมาจารย์เกาสั่ง จากนั้นหยิบเสื้อคลุมนักพรตจากเก้าอี้ขึ้นมาสวมอย่างระมัดระวัง

เขาชี้ไปที่พื้นที่ว่างจุดหนึ่งแล้วบอกซูเจิน "ไปยืนตรงนั้น"

ซูเจินเดินไปยืนตามสั่ง ปรมาจารย์เกาใช้เชือกคล้องกระดิ่งทองแดงที่ย้อมด้วยหมึกดำขึงล้อมรอบตัวซูเจินเป็นวงกลม จากนั้นกำชับว่า "อย่าเดินเพ่นพ่าน เดี๋ยวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือเห็นอะไร ห้ามออกจากอาณาเขตเส้นหมึกเด็ดขาด"

"ทราบแล้วค่ะ" ซูเจินพยักหน้า "ฉันเคยดูไซอิ๋ว"

ปรมาจารย์เกาเลยไม่พูดอะไรอีก เขาหยิบพู่กันขึ้นมาแล้วถามซูเจิน "ปาจื้อวันเกิดของคุณคืออะไร?"

ซูเจินบอกวันเดือนปีเกิดตกฟากไป ปรมาจารย์เกาก้มหน้าเขียนบางอย่างลงบนกระดาษเหลือง เขียนเสร็จก็นำกระดาษไปจ่อที่เปลวเทียนเผาจนมอดไหม้

ขณะที่กระดาษเหลืองกลายเป็นเถ้าถ่าน จู่ๆ ซูเจินก็รู้สึกหนาวเยือกขึ้นมา ในเวลาเดียวกัน เส้นหมึกที่ล้อมรอบตัวเธอก็สั่นไหว กระดิ่งทองแดงส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง

"เขามาแล้ว" ปรมาจารย์เกาพูดเสียงเรียบ

แม้เขาจะไม่พูดตรงๆ แต่ซูเจินก็รู้ว่าอะไรมา

ความถี่ในการสั่นของกระดิ่งรอบตัวเธอรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซูเจินยืนอยู่ในวงกลมมองไปรอบๆ เธอเห็นอ่างอาบน้ำค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู

ตอนแรกอ่างอาบน้ำยังว่างเปล่า ต่อมาก็มีน้ำผุดขึ้นมา น้ำเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ จนล้นทะลักออกจากอ่างไหลนองเต็มพื้น

น้ำที่ไหลลงพื้นไม่ได้กระจายออกหรือซึมหายไป แต่กลับไหลตรงดิ่งมาทางซูเจินราวกับมีชีวิต

ซูเจินหันไปมองปรมาจารย์เกา เห็นเขาจ้องเขม็งไปที่อ่างอาบน้ำ สีหน้าเคร่งเครียดกว่าครั้งไหนๆ

ในที่สุด น้ำก็ไหลมาหยุดอยู่ที่ด้านนอกวงกลมเส้นหมึก กระดิ่งทองแดงสั่นอย่างบ้าคลั่ง น้ำไม่สามารถรุกคืบเข้ามาได้แม้แต่ก้าวเดียว

ซูเจินถอนหายใจด้วยความโล่งอก กำลังจะอ้าปากพูด ปรมาจารย์เกาก็ส่งเสียง "ชู่ว์"

"ซ่า..."

ซูเจินมองตามสายตาเขาไป บางสิ่งกำลังจะโผล่ขึ้นมาจากอ่างอาบน้ำ

เริ่มจากเส้นผมสีดำ ตามด้วยใบหน้าซีดเผือด และร่างกายผอมเพรียวสวมเสื้อเชิ้ต

น้ำไหลลงจากตัวผีราวกับน้ำตก นี่เป็นครั้งแรกที่ซูเจินเห็นผีในอ่างอาบน้ำอย่างชัดเจน

เขาดูค่อนข้างหนุ่ม อายุอย่างมากไม่เกิน 27-28 ปี รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวซีดเหมือนคนตาย ภายใต้คิ้วคมเข้มดั่งกระบี่คือดวงตาที่ปิดสนิท

แพขนตาที่ชุ่มน้ำสั่นระริก ดวงตาคู่นั้นดูเหมือนพร้อมจะลืมขึ้นได้ทุกเมื่อ

สีหน้าของปรมาจารย์เกาเปลี่ยนไป เขาหยิบป้ายวิญญาณเปล่าจากโต๊ะยาวแล้วบอกซูเจิน "ตั้งชื่อให้เขา"

"คะ?" ซูเจินงง "ทำไมคะ?"

"จะเซ่นไหว้ก็ต้องมีชื่อ" ปรมาจารย์เกาอธิบาย "คุณเป็น... คุณมีพันธสัญญาแต่งงานกับผี คุณเท่านั้นที่ตั้งชื่อให้เขาได้"

เมื่อเห็นซูเจินยังลังเล ปรมาจารย์เกาก็ทำหน้าดุและเร่ง "รีบๆ เข้า นี่ไม่ใช่ผีธรรมดา ถ้าเขาคลุ้มคลั่งขึ้นมา ผมอาจจะตายอยู่ที่นี่ด้วยก็ได้"

"งั้น..." ซูเจินเกาหัวแกรกๆ จะให้คิดชื่อในเวลาสั้นๆ แบบนี้ได้ยังไง

"เอาเป็น... สามีผู้ล่วงลับหมายเลข 1 แล้วกัน!" ซูเจินโพลงออกไป

ปรมาจารย์เกา: "..."

เมื่อเห็นปรมาจารย์เกานิ่งไป ซูเจินจึงถาม "ไม่ได้เหรอคะ?"

ใบหน้าของปรมาจารย์เกาบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ขณะก้มหน้าลงเขียนบนป้ายวิญญาณ เขาก็บ่นงึมงำ "สามีผู้ล่วงลับหมายเลข 1? นี่คุณกะจะมีเบอร์ 2, 3, 4 ต่ออีกเหรอ?"

ซูเจินเกาคิ้วแก้เก้อ คิดในใจว่าก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ด้วยประกันภัยขอแต่งงานสำเร็จ 100% ใครจะไปรู้อนาคตล่ะ?

หลังเขียนเสร็จ ปรมาจารย์เกาก็วางป้ายวิญญาณลง แล้วโยนถุงผ้าใบเล็กปักลายเซียนน้ำเต้าสีเขียวให้ซูเจิน "เอาไปคล้องคอไว้"

ซูเจินรับถุงผ้ามาคล้องคออย่างเชื่อฟัง จากนั้นปรมาจารย์เกาก็ยื่นธูป 3 ดอกที่จุดแล้วให้ซูเจิน ถือป้ายวิญญาณไว้ในมือแล้ววางลงตรงหน้าเธอ พลางพูดเบาๆ "เรียกชื่อเขา บอกให้เขากลับบ้าน"

ซูเจินเพ่งมองและเห็นข้อความบนป้ายวิญญาณจารึกไว้อย่างชัดเจนว่า "ป้ายวิญญาณสามีผู้ล่วงลับหมายเลข 1 จัดทำโดยภรรยาซูเจินด้วยความเคารพ"

"พรวด!" ซูเจินแทบสำลัก

"ชิ" ปรมาจารย์เกาถลึงตาใส่ "เร็วเข้า!"

ซูเจินไม่มีทางเลือก เธอถือธูป 3 ดอก หลับตาแล้วท่องว่า "สามีผู้ล่วงลับหมายเลข 1 กลับบ้านเถอะ สามีผู้ล่วงลับหมายเลข 1 กลับบ้านเถอะ สามีผู้ล่วงลับหมายเลข 1 กลับบ้านเถอะ..."

น้ำที่พวยพุ่งจากอ่างอาบน้ำหยุดลงทันที ผีหนุ่มที่กำลังจะลืมตาก็สงบลงเช่นกัน ด้วยเสียงเรียกซ้ำๆ ของซูเจิน ผีหนุ่มและอ่างอาบน้ำค่อยๆ จางหายไปพร้อมกันราวกับควันไฟ

ในขณะเดียวกัน ถุงผ้าปักลายเซียนน้ำเต้าที่คล้องคอซูเจินอยู่ก็พองขึ้นเล็กน้อย ปรมาจารย์เกาถอนหายใจอย่างโล่งอกในที่สุด เขาบอกซูเจินว่า "ออกมาปักธูปในกระถางได้"

ซูเจินก้าวออกจากวงล้อมเส้นหมึกและกระดิ่งอย่างระมัดระวัง แล้วปักธูป 3 ดอกลงในกระถาง

ปรมาจารย์เกากล่าวว่า "เขารับเครื่องเซ่นไหว้ของคุณแล้ว และเขาจะไม่ทำร้ายคุณอีก"

"แค่นี้เหรอคะ?" ซูเจินก้มมองถุงผ้าเล็กๆ ที่คอแล้วถาม "ไอ้นี่คืออะไรคะ? ผีเข้าไปอยู่ข้างในได้ด้วยเหรอ?"

ปรมาจารย์เกานวดหว่างคิ้วอย่างเหนื่อยล้า แล้วถอดชุดนักพรตออก ซูเจินเพิ่งสังเกตเห็นว่าเขาเหงื่อท่วมตัว

"ของสิ่งนี้เรียกว่า 'เซียนน้ำเต้า'" ปรมาจารย์เกาอธิบายขณะเดินออกไป "เป็นวิชาสายเต๋าทางเหนือ คุณเคยได้ยินเรื่อง 'เทพพิทักษ์' ทางเหนือไหม? คือการเชิญพวกจิ้งจอก หนู งู หรือวิญญาณที่มีตบะบำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เข้ามาบูชาในบ้าน เนื่องจากพวกเขาสถิตอยู่ในถุงยันต์ที่ปักรูปน้ำเต้า จึงเรียกว่าเซียนน้ำเต้า"

เขาชี้ไปที่เซียนน้ำเต้าบนคอซูเจินแล้วพูดว่า "เขาเป็นผีที่มีฤทธิ์มาก และเขามีความผูกพันกับคุณ ถ้าคุณเซ่นไหว้ดีๆ เขาจะคุ้มครองคุณ"

ซูเจินรู้สึกแปลกๆ จึงถามว่า "แล้วมันจะกระทบกับการหาแฟนของฉันไหมคะ?"

ปรมาจารย์เกา: "..."

โหยวหรงหรงรออยู่ข้างนอกตั้งนาน จนต้องลุกไปเข้าห้องน้ำถึง 2 รอบ กว่าซูเจินจะออกมา

พอซูเจินเดินออกมาพร้อมถือป้ายวิญญาณ โหยวหรงหรงก็รีบลุกขึ้นถาม "เป็นไงบ้าง? เรียบร้อยไหม?"

ซูเจินมองเธอด้วยสีหน้ากังวล แล้วพยักหน้า "ก็ถือว่าเรียบร้อยแหละมั้ง"

"อาจารย์!" โหยวหรงหรงเปลี่ยนท่าทีทันควัน ดวงตาเป็นประกายขณะมองไปที่ปรมาจารย์เกา "สมกับเป็นปรมาจารย์จริงๆ!"

ปรมาจารย์เกาเจอคนยกยอมาเยอะจนชินชา คำพูดของโหยวหรงหรงไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอะไร เขาไม่แม้แต่จะเหลือบตามอง นั่งลงบนโซฟาแล้วยกกาน้ำชาขึ้นดื่มอึกใหญ่

"อาจารย์คะ คือว่า..." โหยวหรงหรงยืนถูมืออยู่ข้างๆ อย่างกระตือรือร้น "ความจริงฉันก็มีเรื่องอยากให้อาจารย์ช่วยเหมือนกันค่ะ"

ปรมาจารย์เกาแทบสำลักน้ำ ถลึงตามองเธอ "คุณก็โดนผีหลอกเหมือนกันเหรอ?"

"เปล่าค่ะ ไม่เชิง แต่ฉันเป็นคนดวงดึงดูดผี ก็เลยมักจะเจอดีอยู่บ่อยๆ" โหยวหรงหรงหัวเราะแห้งๆ "อาจารย์คะ พอจะมีของขลังกันผีไล่ผีบ้างไหมคะ? ยิ่งเยอะยิ่งดี มีเท่าไหร่ฉันเหมาหมด ไม่ต้องห่วงค่ะ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา"

จบบทที่ บทที่ 18 นามของสามีภรรยา

คัดลอกลิงก์แล้ว