เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 ขยายธุรกิจ

บทที่ 19 ขยายธุรกิจ

บทที่ 19 ขยายธุรกิจ


บทที่ 19 ขยายธุรกิจ

เงิน... ทันทีที่โหยวหรงหรงเอ่ยถึงเรื่องเงิน สีหน้าของอาจารย์เกาก็เปลี่ยนไปทันที คำพูดกล่าวหาของซูเจินก่อนหน้านี้ดังก้องในหัวเขาอีกครั้ง "ทำไมคุณถึงเป็นคนเห็นแก่เงินแบบนี้... เห็นแก่เงิน... เห็นแก่เงิน..."

หลังจากออกจากโรงแรมซีซาร์ ซูเจินและโหยวหรงหรงก็มายืนรอพนักงานนำรถมาส่งที่หน้าประตู

โหยวหรงหรงกำยันต์ปึกใหญ่ไว้ในมือด้วยความลังเล "ของพวกนี้มันใช้ได้ผลจริงเหรอ?"

"ก็อาจจะนะ" ซูเจินก้มลงมอง 'เซียนน้ำเต้า' ที่ห้อยคออยู่อีกครั้ง พอคิดว่ามีผีอยู่ในนั้น เธอก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจพิกล

ทั้งสองคนขึ้นรถด้วยท่าทีเหม่อลอย

โหยวหรงหรงขับรถพลางถามซูเจิน "กลับบ้านเหรอ?"

"อื้ม" ซูเจินตอบ

"ฉันว่าจ้างขาใหญ่มานำทีมให้เราน่าจะชัวร์กว่านะ" โหยวหรงหรงพูดพลางบอกซูเจิน "อาจารย์เกาคนนี้ดูไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่เลย ขนาดจะจัดการกับผีที่ตามรังควานเธอ ยังต้องขอวันเดือนปีเกิดอีก ระดับปรมาจารย์ตัวจริงน่าจะตบผีให้สลายไปได้เลยไม่ใช่เหรอ?"

ซูเจินเพิ่งจะเริ่มเชื่อเรื่องผีสางเทวดาได้ไม่นาน เลยไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่ เธอไม่อยากวิจารณ์มากนัก จึงพูดแค่ว่า "เฮ้อ ถ้าช่วยชีวิตฉันได้ก็ถือว่าโอเคแล้วล่ะ อย่างน้อยก็ไม่ใช่พวกต้มตุ๋น"

"แน่นอนสิ" โหยวหรงหรงยิ้มกว้าง "พ่อฉันเป็นจิ้งจอกเฒ่าเขี้ยวลากดิน จะแนะนำพวกต้มตุ๋นมาให้ฉันได้ยังไง?"

ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ซูเจินก็ได้รับข้อความ

มาจากอู๋อวี้ เขาถามว่าเรื่องราวเป็นยังไงบ้าง แก้ไขได้หรือยัง

ซูเจินตอบกลับไปว่าเรื่องเรียบร้อยแล้ว

พอเห็นข้อความของอู๋อวี้ ซูเจินก็อดสงสัยไม่ได้ เธอถามโหยวหรงหรง "อู๋อวี้ดูไม่ค่อยเก่งเลยนะ ตอนนั้นคุณไปคัดเขาออกมาจากคนตั้งเยอะแยะได้ยังไง? เขาหลอกคุณเหมือนที่หลอกฉันหรือเปล่า?"

"จะเป็นไปได้ยังไง?" สีหน้าของโหยวหรงหรงหมองลงเล็กน้อย เหมือนนึกถึงเรื่องบางอย่าง "จริงๆ แล้ว รอบที่ฉันลงด่านพร้อมเธอ มันเป็นแค่รอบที่ 2 ของฉันเองนะ อย่าไปมองว่าตอนนั้นมีคนแย่งตัวเธอกันเยอะแยะ จริงๆ แล้วมันเป็นเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก คนส่วนใหญ่ที่เจออุบัติเหตุแบบนี้มักจะหายสาบสูญไปเฉยๆ น้อยคนนักที่จะถูกโพสต์ลงเน็ตจนคนรู้กันทั่ว"

โหยวหรงหรงอธิบายต่อ "ปกติเวลาเด็กใหม่โผล่มา อย่างมากก็ระบุพิกัดได้แค่ระดับเมือง แต่ในเมืองมีคนตั้งเท่าไหร่ ใครจะไปรู้ว่าเด็กใหม่คือคนไหน? เคสของเธอเกิดขึ้นเพราะมีคนถ่ายรูปแล้วเอาไปโพสต์ลงในฟีดข่าวท้องถิ่นของเวยป๋อ พวกเราถึงตามหาตัวเธอเจอได้เร็วขนาดนั้น"

"แต่ตอนที่เกิดเรื่องกับฉัน ไม่มีใครสนใจเลย พวกกิลด์ใหญ่ๆ รู้แค่ว่ามีเด็กใหม่โผล่มาในเมืองนี้ แต่ไม่รู้เลยว่าเป็นใคร"

"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" ซูเจินเข้าใจแล้วว่าทำไมคนพวกนั้นถึงหาเธอเจอ ตอนแรกก็นึกว่าพวกเขามีหูทิพย์ตาทิพย์ซะอีก "แล้วอู๋อวี้หาคุณเจอได้ยังไง?"

"...เขาดันยืนมุงดูอยู่แถวนั้นตอนฉันเกิดเรื่องพอดีน่ะ" โหยวหรงหรงตอบ

"อ้อ" ซูเจินอดพูดไม่ได้ "ดวงของอู๋อวี้นี่ดีใช้ได้เลยนะ"

"ใช่" พอพูดถึงดวงของอู๋อวี้ โหยวหรงหรงก็รู้สึกอิจฉานิดๆ "ฉันว่าดวงก็ถือเป็นความสามารถอย่างหนึ่งนะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าครั้งหน้าจะหนีบเขาลงด่านไปด้วย มีคนดวงดีไปด้วย บางทีดวงฉันอาจจะดีขึ้นบ้างก็ได้"

"ติ๊ง"

ซูเจินได้รับข้อความอีกครั้ง เธอก้มลงอ่านแล้วเงยหน้าขึ้นพูด "อู๋อวี้ถามว่าจะออกมาเจอกันหน่อยไหม"

สถานที่นัดพบที่อู๋อวี้เลือกคือร้านอาหารตามสั่งข้างทาง

โหยวหรงหรงจอดรถหรูของเธอไว้ไม่ไกล แล้วมานั่งในร้านข้างทางที่ดูวุ่นวายทั้งชุดแบรนด์เนม

อู๋อวี้เช็ดโต๊ะด้วยทิชชู่อย่างขยันขันแข็ง พลางอธิบายด้วยรอยยิ้ม "เมียผมเลิกงานกลับมาแล้วครับ กว่าเธอจะยอมปล่อยผมออกมาได้ ถ้าเธอรู้ว่าผมไปร้านคาราโอเกะหรือภัตตาคารหรูๆ ที่ดูเป็นที่รโหฐานกับผู้หญิงสองคน ผมตายแน่"

ซูเจินไม่รังเกียจที่จะนัดเจอกันที่ร้านข้างทาง เธอเอาน้ำร้อนลวกถ้วยชามและตะเกียบให้โหยวหรงหรง พลางถาม "ทำไมจู่ๆ ถึงนัดเจอล่ะ?"

อู๋อวี้ไม่ตอบคำถามทันที เขาดูลังเลเล็กน้อย เงยหน้ามองซูเจินแล้วถามว่า "เรื่องของคุณจัดการเรียบร้อยเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? อาจารย์คนนั้นเก่งมากเลยใช่ไหม?"

พอพูดถึงเรื่องนี้ซูเจินก็อยากจะถอนหายใจ เธอก้มลงมองเซียนน้ำเต้าที่คอแล้วตอบเสียงอ่อย "ก็ยังไม่เชิงว่าเรียบร้อยซะทีเดียว..."

จากนั้นเธอก็เล่าให้อู๋อวี้ฟังว่าแก้ปัญหาอย่างไร อู๋อวี้ฟังจบก็ปลอบใจ "แค่นี้ก็ดีถมไปแล้ว อย่างน้อยก็ไม่มีอันตรายถึงชีวิต ถ้าเจอยอดฝีมือแบบนี้ในด่าน เราคงต้องแอบดีใจจนเนื้อเต้น"

ซูเจินพยักหน้า โหยวหรงหรงค้นกระเป๋าหยิบปึกยันต์ที่ซื้อมาจากอาจารย์เกาออกมา เธอดึงออกมาสองแผ่น ยื่นให้ซูเจินกับอู๋อวี้คนละแผ่น "เอาไปพกไว้คนละใบสิ ฉันก็ไม่รู้ว่ามันได้ผลไหมนะ"

อู๋อวี้รีบรับยันต์ไป แล้วชำเลืองมองซูเจินอีกครั้ง

แม้ซูเจินจะไม่ถือสาเรื่องถูกมอง แต่การโดนจ้องด้วยสายตาแบบนั้นตลอดเวลามันก็น่าอึดอัด เธอวางแก้วลงแล้วถาม "ตกลงคุณมีอะไรจะพูดกับฉันกันแน่?"

พอโดนจับได้ อู๋อวี้ก็หัวเราะแห้งๆ แล้วพูดอย่างเกรงใจ "เอ่อ คือว่า พวกคุณสองคนอยากหาเงินไหมครับ?"

แน่นอนว่าซูเจินอยากได้เงิน แต่มองดูอู๋อวี้แล้ว เธอรู้สึกว่าเขาพึ่งพาไม่ค่อยได้

โหยวหรงหรงถามตรงๆ "หาได้เท่าไหร่?"

"น่าจะหลักแสนนะครับ" อู๋อวี้ทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเสริมว่า "แสนนึงได้แน่ๆ!"

"หึ" โหยวหรงหรงเสยผมอย่างดูแคลน แล้วถามด้วยหางตา "รู้ไหมว่าคืนนี้ฉันจ่ายไปเท่าไหร่?"

อู๋อวี้ไม่รู้ เขาหันไปมองซูเจิน

ซูเจินชี้ไปที่ยันต์ในมืออู๋อวี้ "จำยันต์ปึกเมื่อกี้ได้ไหม? แค่นั้นก็ปาเข้าไปแสนกว่าแล้ว"

"เชี่ย... แพงฉิบหาย" อู๋อวี้แทบหลั่งน้ำตาแห่งความยากจน

"เธอไม่สนเงินก้อนนี้ แต่ฉันสน" ซูเจินรีบถาม "คุณจะหาเงินยังไง?"

"ผมคิดว่าอย่างนี้นะ" พอพูดเรื่องหาเงิน อู๋อวี้ก็ตาสว่างขึ้นมาทันที "โรงแรมซีซาร์มีผีอยู่..."

"ไม่มีแล้ว" โหยวหรงหรงชี้ไปที่คอของซูเจิน "ผีตามเธอออกมาแล้ว"

"ผมรู้" อู๋อวี้ว่า "แต่คนของโรงแรมซีซาร์ยังไม่รู้นี่"

ซูเจิน: "หมายความว่าไง?"

"เสี่ยวซู" อู๋อวี้มองหน้าเธอ "คุณไปนอนโรงแรมเขา เกือบเอาชีวิตไม่รอด ช่วยเขากำจัดผีอาฆาต แต่สุดท้ายได้เงินมาแค่หมื่นเดียว คุณไม่คิดว่ามันขาดทุนไปหน่อยเหรอ?"

ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคิดมุมนี้ แต่พอคิดตาม มันก็ดูขาดทุนจริงๆ นั่นแหละ

ซูเจิน: "งั้นคุณจะบอกว่า?"

"พวกเรารู้ว่าผีที่โรงแรมซีซาร์ถูกกำจัดไปแล้ว แต่ทางโรงแรมยังไม่รู้" อู๋อวี้ชี้มาที่ตัวเอง "ผมจะปลอมตัวเป็นอาจารย์ปราบผี แล้วพวกเราก็ไปจับผีด้วยกัน พอได้เงินมา เราแบ่งกัน 40-60 คุณเอาไป 6 ผมเอา 4"

โหยวหรงหรงอดขำไม่ได้ เธอชี้หน้าอู๋อวี้ "คุณเลิกหน้าด้านสักหน่อยได้ไหม? เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับคุณ? เสี่ยวซูเกือบตายที่โรงแรม เสี่ยวซูเป็นคนพาผีออกมา แล้วฉันเป็นคนช่วยเสี่ยวซูจัดการผี คุณทำอะไรถึงจะมาขอส่วนแบ่งตั้ง 40%?"

"ผมปลอมเป็นอาจารย์ไปจับผีได้นะ..." เสียงของอู๋อวี้แผ่วลงเรื่อยๆ เขาก็รู้สึกเหมือนกันว่าส่วนแบ่งที่เสนอไปมันหน้าด้านเกินไปหน่อย เลยลองถามซูเจินหยั่งเชิง "เสี่ยวซู คุณว่าควรแบ่งกันยังไงดี?"

เอาจริงๆ ซูเจินไม่เคยคิดจะหาเงินด้วยวิธีนี้มาก่อน แต่พอลองพิจารณาดู การรับเงินก้อนนี้ก็ไม่ได้ถือว่าโกง เพราะเธอเป็นคนจัดการผีที่โรงแรมซีซาร์จริงๆ ดังนั้นการรับเงินค่าจ้างจึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

เมื่อคิดได้ดังนั้น ซูเจินก็มองอู๋อวี้ เธอครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "ฉันเก้า คุณหนึ่ง"

"ดีล!" อู๋อวี้ตอบตกลงโดยไม่ลังเล

โหยวหรงหรงทนดูท่าทางงกเงินของอู๋อวี้ไม่ได้ เธอถาม "คุณร้อนเงินขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"ครับ" อู๋อวี้ตอบเสียงเศร้า "เมื่อก่อนผมกับเมียทำงานหาเงินทั้งคู่ รายได้ก็พอใช้สบายๆ แต่ตั้งแต่มีลูก ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น ผมออกไปทำงานไม่ได้ต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก การเงินที่บ้านเลยตึงมือ เฮ้อ ผมแค่อยากหาอะไรทำนิดๆ หน่อยๆ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระเมียน่ะครับ"

ยังมีเรื่องอื่นที่เขาไม่ได้พูด ถ้าวันหนึ่งเขาออกจากด่านไม่ได้ล่ะ? เงินก้อนนี้อย่างน้อยก็เป็นหลักประกันให้ครอบครัวได้บ้าง

โหยวหรงหรงถามอย่างสงสัย "ทำไมคุณไม่ไปทำงานล่ะ?"

ใบหน้ากร้านโลกของอู๋อวี้แดงระเรื่อ "เพราะเมียผมหาเงินเก่งกว่าผมน่ะสิ"

"อ้อ~" โหยวหรงหรงเข้าใจแจ่มแจ้ง แล้วถามต่อ "แล้วคุณวางแผนจะทำยังไง? เดินดุ่มๆ เข้าไปที่โรงแรมซีซาร์แล้วบอกว่าเป็นอาจารย์ปราบผีเหรอ? เดี๋ยวก็ได้โดนหาว่าเป็นพวกต้มตุ๋นแล้วโดนถีบออกมาหรอก"

"ฉันมีวิธี" ซูเจินพูดพลางหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาเหล่าจาง

เวลานี้ เหล่าจางกำลังจมอยู่กับความเจ็บปวดจากการตกงาน เงินเก็บก็ไม่ค่อยมี แถมยังมีหนี้บ้านอีกสองล้าน ที่เขาบอกว่าจะไปผูกคอตายหน้าบ้านซูเจิน เขาไม่ได้ขู่เล่นๆ ถ้าเงินหมดจริงๆ เขาก็รู้สึกว่าคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากความตาย

ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น โทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เป็นสายจากซูเจิน เหล่าจางรับสายแล้วพูดว่า "ซูเจิน เธอคงไม่ได้โทรมาทวงค่าเสียหายทางจิตใจใช่ไหม? ฉันบอกไว้ก่อนนะ เอาชีวิตฉันไปได้ แต่เงินน่ะไม่มีให้หรอก"

"ใครจะอยากได้ชีวิตลุงกัน" ซูเจินพูด "ฉันรู้จักอาจารย์อยู่คนหนึ่ง เก่งมาก เขาบอกว่าแก้ปัญหาที่โรงแรมซีซาร์ได้ ลุงช่วยแนะนำเขาให้โรงแรมซีซาร์ แล้วช่วยเจรจาเรื่องค่าจ้างหน่อยสิ ไม่ต้องห่วง ลุงได้ค่านายหน้าแน่..."

วางสายแล้ว เหล่าจางเงยหน้ามองความมืด

แสงจากหน้าจอมือถือส่องกระทบใบหน้า สะท้อนแววตาที่มุ่งมั่น

ชีวิตของเขาพบหนทางใหม่แล้ว!

"เรียบร้อย" ซูเจินวางโทรศัพท์ลง "เขาบอกว่าจะช่วยติดต่อทางโรงแรมซีซาร์ให้ เรื่องค่าจ้างหรืออะไรพวกนั้นไม่ต้องห่วง ทีนี้คุณก็แค่เตรียมชุดให้พร้อม แต่งตัวให้ดูน่าเชื่อถือเหมือนอาจารย์จริงๆ หน่อยก็พอ"

อู๋อวี้ยังกังวลนิดหน่อย "เหล่าจางคนนี้เชื่อถือได้เหรอ? ปล่อยให้เขาจัดการหมดเลยจะดีเหรอครับ? เกิดเขาเรียกเงินน้อยเกินไปล่ะ?"

"ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น" ซูเจินมั่นใจในตัวเหล่าจางมาก "เรื่องเงินน่ะ แกงกยิ่งกว่าคุณอีก"

คืนนั้น พอกลับถึงบ้าน ซูเจินคิดอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจเอาป้ายวิญญาณของ 'สามีผู้ล่วงลับคนที่ 1' ไปไว้ในห้องนอน นี่เป็นการตัดสินใจที่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดี เพราะถ้าไว้ในห้องรับแขกคนอาจจะเห็น แต่ถ้าไว้ในห้องนอน ใครที่กล้าสุ่มสี่สุ่มห้าเข้ามา ก็ถือว่าเอาความเป็นเพื่อนมาเสี่ยงแล้ว

เธอจัดตั้งป้ายวิญญาณสามีผู้ล่วงลับคนที่ 1 วางกระถางธูป แล้วจุดธูปที่อาจารย์เกาให้มาปักลงไป

มองดูตัวอักษรบนป้าย ซูเจินพนมมือกระซิบ "อาจารย์เกาบอกว่าคุณจะคุ้มครองฉัน ไม่รู้จริงหรือเท็จ แต่ถ้าคุณคุ้มครองฉันได้จริง ก็ช่วยคุ้มครองให้ฉันเปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี ออกจากด่านได้อย่างปลอดภัยทุกครั้งด้วยเถอะนะ..."

หลังจากจุดธูป ซูเจินถึงได้พักผ่อนจริงๆ เสียที

เธอชงนมให้ตัวเองแก้วหนึ่ง นอนเอนหลังบนโซฟา แล้วเริ่มเล่นมือถือ ไม่ได้เช็กมาทั้งวัน กลุ่ม 'พนักงานขายประกันกลุ่ม 8' มีข้อความเด้งขึ้นมาเป็นพันๆ แล้ว ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคนพวกนี้ไปสรรหาเรื่องอะไรมาคุยกันนักหนา

ซูเจินไม่มีแรงจะไล่อ่านแชตย้อนหลัง กะว่าจะซุ่มดูเงียบๆ ก่อนค่อยคุย

ทันใดนั้น เธอก็เห็นข้อความใหม่เด้งขึ้นมา

"ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าไอ้ 'ชื่ออะไรวะ' นี่มันเป็นผู้ชายแบบไหนกันแน่นะ"

ซูเจิน: "?"

จบบทที่ บทที่ 19 ขยายธุรกิจ

คัดลอกลิงก์แล้ว