- หน้าแรก
- การผงาดของเจ้าบ้านนอกแห่งราชวงศ์หมิง!
- 318 - ความคึกคักในจวนโหว..
318 - ความคึกคักในจวนโหว..
318 - ความคึกคักในจวนโหว..
ตระกูลหลินหวายโหวได้เตรียมการอย่างยิ่งใหญ่สำหรับงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่า ไม่เพียงแต่จัดโต๊ะเลี้ยงอย่างหรูหรา ยังเชิญคณะงิ้วที่โด่งดังที่สุดในเมืองหลวงมาสร้างความบันเทิงอีกด้วย พวกเขาสร้างเวทีในสวน พร้อมแสดงงิ้วที่กำลังได้รับความนิยม
แขกเหรื่อต่างชมการแสดงด้วยความเพลิดเพลิน เสียงตบมือและเสียงโห่ร้องชื่นชมดังขึ้นเป็นระยะ มีเพียงจูผิงอันเท่านั้นที่ดูอย่างเบื่อหน่าย ด้วยความที่เขาเคยผ่านการดูภาพยนตร์ฮอลลีวูดและละครโทรทัศน์ระดับคุณภาพมาแล้ว จึงไม่อาจตื่นเต้นไปกับการแสดงงิ้วที่ฟังไม่ค่อยเข้าใจนี้ได้
เมื่อการแสดงเรื่อง "ห้วนซาจี้" จบลง ก็นับเป็นช่วงสนุกสนานของงานเลี้ยง
ท่านสามแห่งจวนโหวได้เตรียมเงินรางวัลไว้ล่วงหน้าถึงสามตะกร้าเต็ม เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าได้ฟังจนจบ ก็รู้สึกพอใจยิ่งนัก พลันเอ่ยเพียงคำเดียวว่า ให้รางวัล! ท่านรองแห่งจวนโหวจึงสั่งให้บ่าวไพร่นำเงินในตะกร้าโปรยลงบนเวที
เสียงเงินกระทบพื้นดัง พึ่บพั่บ! ราวกับเกิดสายฝนแห่งเงินทอง
ฮูหยินผู้เฒ่ามองภาพตรงหน้าด้วยความยินดีอย่างที่สุด ใบหน้าเปี่ยมสุข
"ไม่น่าแปลกใจเลยที่เมื่อคืนดวงไฟตะเกียงดับแล้วติดซ้ำหลายครั้ง วันนี้จึงเป็นวันมงคลแท้ ขอบคุณท่าน (เทพแห่งอายุยืน) ยิ่งนัก" นักแสดงงิ้วที่รับบทตัวนางเอก ย่อกายโค้งคำนับกล่าวขอบคุณฮูหยินผู้เฒ่าอย่างอ่อนช้อย
จูผิงอันนั่งอยู่ที่โต๊ะของญาติห่างไกลของตระกูลด้วยความที่เขาอายุน้อยที่สุด และไม่มีบ่าวไพร่มาคอยดูแล เขาจึงอาสารินน้ำชาและเหล้าให้ทุกคน บรรยากาศที่โต๊ะจึงเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง
โต๊ะนี้เป็นที่รวมตัวของญาติยากจนของตระกูลหลินหวายโหว พวกเขาเห็นจูผิงอันรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ก็พากันเข้าใจผิด คิดว่าเขาก็เป็นญาติยากจนเหมือนพวกเขา จึงพูดคุยเรื่องลับของจวนโหวกันโดยไม่ปิดบัง
จูผิงอันฟังไปพลาง ก็พบว่าเรื่องที่พวกเขาพูดนั้นสนุกกว่างิ้วที่กำลังแสดงบนเวทีเสียอีก พวกเขาซุบซิบกันถึงเรื่องอื้อฉาวของจวนโหว ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์คลุมเครือระหว่างท่านโหว กับสาวใช้ในจวน หรือเรื่องท่านรองแอบคบหากับแม่ชีในวัด รวมถึงเรื่องที่ท่านรองยังพาผู้ชายหน้าตาดีเข้าเรือนเป็นบางครั้ง หรือเรื่องการสมคบคิดระหว่างฮูหยินผู้เฒ่ากับท่านรองในการยึดทรัพย์สินของท่านสามที่ออกไปทำธุรกิจข้างนอก พวกเขาพูดด้วยอารมณ์เต็มเปี่ยม เสียงกระซิบกระซาบฟังดูสมจริงราวกับเรื่องจริง
ขณะที่งานเลี้ยงดำเนินไปถึงช่วงสำคัญ ทันใดนั้นก็มีเสียงเอะอะดังขึ้นจากภายนอก คล้ายกับคลื่นเสียงที่กระเพื่อมลามเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงบริเวณจัดงาน
"ประกาศผลสอบ ฮุ่ยซื่อ แล้ว!!"
ข่าวนี้กระจายไปทั่วบริเวณงานเลี้ยงทันที
เนื่องจากการสอบฮุ่ยซื่อเกี่ยวข้องกับตระกูลขุนนางและบัณฑิตแทบทุกบ้าน ทุกคนจึงตื่นเต้นเป็นพิเศษ
"ครั้งนี้ประกาศผลเร็วกว่าปกติอยู่หลายวัน"
"เจ้าสวี่เหล่าซาน นี่ช่างมีสายข่าวดีจริงๆ ว่าจะประกาศวันนี้ แล้วก็ประกาศจริงๆ" ที่โต๊ะของเจ้าอ้วน มีลูกขุนนางคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ
การประกาศผลสอบฮุ่ยซื่อ(สอบระดับเมืองหลวง)ก็คล้ายกับการประกาศผลสอบระดับมณฑล โดยเริ่มจากเจ้าหน้าที่นำข่าวดีไปแจ้งตามโรงเตี๊ยมและบ้านของผู้สอบผ่านจนทั่ว ก่อนจะแปะบัญชีรายชื่อไว้ที่ประตูสำนักสอบสำนักสอบซุนเทียนกงหย่วน
การสอบฮุ่ยซื่อเป็นด่านสำคัญ ผู้สอบผ่านจะได้เป็น (กงซื่อ) และผู้ที่ได้อันดับหนึ่งจะได้เป็น (ฮุ่ยหยวน) คำว่า "กงซื่อ" มาจากคำว่า "อุทิศให้แผ่นดิน" หมายถึงบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากราชสำนัก ผู้สอบผ่านระดับเมืองหลวงจะได้รับสิทธิ์เข้าสอบสนามสุดท้ายคือ (เตี้ยนซื่อ) ซึ่งเป็นการสอบที่จัดขึ้นโดยองค์จักรพรรดิเอง
เมื่อสอบผ่านฮุ่ยซื่อ ก็ถือว่ามีโอกาสก้าวขึ้นเป็นขุนนางได้อย่างแท้จริง หากสามารถสอบได้อันดับต้นๆ เช่น จ้วงหยวน - อันดับหนึ่ง ป่างเหยี่ยน - อันดับสอง ถานฮวา - อันดับสาม ก็แทบจะการันตีเส้นทางสู่อำนาจได้เลย
ในการสอบครั้งนี้ จะรับกงซื่อเพียง 400 คนเท่านั้น เป็นการรับแบบพอดีเป๊ะ ไม่มีเผื่อ การแข่งขันจึงดุเดือดมาก หลังการประกาศผล เจ้าหน้าที่นำข่าวต่างเร่งม้ากลับจากสำนักสอบซุนเทียนกงหย่วน เพื่อนำข่าวไปแจ้งตามบ้านเรือน
เมื่อข่าวการประกาศผลสอบมาถึงงานเลี้ยง แขกเหรื่อก็ต่างมองออกไปด้านนอกด้วยความตื่นเต้น แต่ละคนรีบสั่งบ่าวไพร่ออกไปสืบข่าวให้เร็วที่สุด ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็ไม่ต่างกัน
เจ้าอ้วนหลี่เหยียนโจวก็เป็นหนึ่งในผู้เข้าสอบครั้งนี้เช่นกัน!
“ตึก! ตึก! ตึก!”
จู่ๆ เสียงกีบม้าที่ดังเป็นจังหวะก็ดังก้องมาจากถนนไกลออกไป แต่ละเสียงกระทบลงพื้นราวกับสะท้อนเข้าไปในหัวใจของทุกคน ชัดเจนและเร้าใจยิ่งนัก
โครม!
บรรยากาศในงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าจวนหลินหวายดหวพลันตื่นเต้นขึ้นมาในทันที เสียงกีบม้าที่ดังใสขนาดนี้ แสดงว่าผู้ที่มาส่งข่าวดีได้มาถึงย่านกงโหวเจีย (ถนนของบ้านขุนนาง) แล้ว
ทุกคนรีบส่งบ่าวไพร่อีกชุดหนึ่งออกไปสืบข่าว ไม่กี่อึดใจต่อมา บ่าวไพร่ก็กลับมาด้วยอาการหอบเหนื่อย ก่อนรายงานว่าเป็นเพียงคุณชายตระกูล(เฉิงกั๋วกง) ควบม้าผ่านไป ไม่ใช่ผู้ที่มาส่งข่าวสอบฮุ่ยซื่อ
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้คนในงานก็ดูจะผิดหวังเล็กน้อย ช่างเถอะ! เจ้าเด็กบ้านเฉิงกั๋วกงนี่ทำไมต้องมาเลือกขี่ม้าผ่านตอนนี้ด้วยนะ ช่างไม่มีจังหวะเอาเสียเลย!
แต่ไม่นานนัก ทุกคนก็ตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะมีเสียงกีบม้าที่เร่งร้อนดังขึ้นอีกครั้ง
“ข่าวดีจากการสอบฮุ่ยซื่อ ขอแสดงความยินดีกับท่าน หลี่อี้อี้ แห่งเมืองกว่างโจว บ้านเกิดเขตเป่าอัน สอบได้ลำดับที่ 396…”
เสียงของเจ้าหน้าที่ส่งข่าวดังชัดเจน ก้องกังวานไปไกล...
การประกาศผลสอบฮู่ยซื่อนั้นจะประกาศจากลำดับท้ายสุดไล่ขึ้นมา ตอนนี้มาถึงลำดับที่ 396 แล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เจ้าอ้วนหลี่เหยียยนโจว ก็ยิ่งตื่นเต้น รีบยืดใบหน้ากลมป้อมของตนไปทางประตู ราวกับว่าชื่อถัดไปที่กำลังจะถูกประกาศคือตัวเขาเอง
“ฮ่าๆๆ เจ้าอ้วน โดนล้อเล่นอีกแล้ว! ทำเป็นตื่นเต้นไปได้”
“ใช่แล้ว! ด้วยระดับเจ้าขนาดนี้ไม่ต้องหวังเลย ไม่มีทางสอบติดหรอก! ไม่ต้องคิดให้เปลืองแรง”
“ฮ่าๆ ถ้าเจ้าสอบติดจริงๆ ข้าจะกินจานให้ดูเลย!”
เหล่าคุณชายที่อยู่ในงานต่างพากันหัวเราะเยาะหลี่เหยียนโจวกันอย่างสนุกสนาน มีคนหนึ่งถึงกับหยิบจานขึ้นมา แสยะยิ้มพลางกล่าวเดิมพันว่าจะกินจานเข้าไปจริงๆ หากเจ้าอ้วนหลี่เหยียนโจวสอบติด
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ตั้งแต่เสียงกีบม้าที่ผ่านหน้าจวนโหวไปก่อนหน้านี้ก็นับว่านานพอสมควรแล้ว เพราะผู้ที่สอบผ่านสี่ร้อยคนกระจัดกระจายอยู่ทั่วเมืองหลวง ไม่ใช่ทุกคนที่จะต้องประกาศผ่านถนนเส้นนี้เสมอไป อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ร่วมงานเลี้ยงก็ติดตามข่าวได้อย่างแม่นยำ เพราะบ่าวไพร่ที่ถูกส่งออกไปสืบข่าวกลับมารายงานอยู่เป็นระยะ
จนถึงตอนนี้ การประกาศผลสอบเดินทางมาถึงลำดับที่ 188 แล้ว!
“ฮ่าๆๆ ผ่านมาถึงอันดับหนึ่งร้อยกว่าแล้วนะ เจ้าอ้วน! เจ้าล้มเลิกความหวังไปได้เลย ถ้ามันเป็นอันดับสามร้อยกว่า พอเข้าใจได้ว่าผู้คุมสอบอาจจะตาถั่ว แต่หนึ่งร้อยกว่าแบบนี้ เจ้าอย่าฝันไปหน่อยเลย!”
กลุ่มคุณชายขี้เล่นไม่ปล่อยให้โอกาสล้อเลียนหลุดมือ รีบรุมซ้ำเติมเจ้าอ้วนกันอย่างสนุกสนาน
“หึ! ยังไม่ถึงเวลาสิ้นหวังสักหน่อย รีบร้อนอะไรกันนัก” หลี่เหยียนโจวพ่นลมหายใจแรงๆ พลางจ้องมองออกไปข้างนอก ดวงตาเล็กๆ ของเขาเปล่งประกายมั่นใจ
“เลิกเพ้อฝันได้แล้ว! ถ้าเจ้าสอบติด ข้าจะกินขี้ให้ดูเดี๋ยวนี้เลย!”
“ข้าก็ด้วย!!”
เสียงหัวเราะของพวกคุณชายดังขึ้นอย่างครึกครื้น พวกเขาต่างสนุกกับการล้อเล่นกับเจ้าอ้วน โดยไม่มีใครเชื่อเลยว่าเขาจะสอบติดได้จริงๆ
ขณะเดียวกันหลี่ซู ซึ่งกำลังพูดคุยกับบรรดาสาวๆ ก็ได้ยินเสียงประกาศข่าวดีเช่นกัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็กระซิบสั่งฮวาเอ๋อร์สาวใช้ของตน
"ไปตามพ่อบ้านหวัง แล้วให้เขาส่งคนไปสกัดผู้ที่มาส่งข่าวสอบผ่านของ จูผิงอัน เสียก่อน ให้เขาเพิ่มค่าตอบแทนแก่คนส่งข่าว แล้วสั่งว่าห้ามประกาศชื่อโดยเด็ดขาด ให้บอกแค่ว่า ‘คุณชายในจวนสอบติด’ ก็พอ ถ้าทำสำเร็จ จะให้รางวัลเพิ่มเป็นสองเท่า”
เมื่อนางเห็นฮวาเอ๋อร์รีบกุลีกุจอออกไปด้วยความว่องไว ริมฝีปากของหลี่ซูก็คลี่ยิ้มบางๆ
“ฮึ! ดีใจคนเดียวสู้ทำให้ทุกคนดีใจไม่ได้หรอก...”
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
โปรดช่วยกดโหวตให้ด้วยนะคะ! ขอบพระคุณอย่างสูง จะพยายามอัปเดตเนื้อหาให้ดีขึ้น! 🏮🎉