- หน้าแรก
- การผงาดของเจ้าบ้านนอกแห่งราชวงศ์หมิง!
- 148 - สอบได้แล้วหรือ!
148 - สอบได้แล้วหรือ!
148 - สอบได้แล้วหรือ!
"ยัยคนแก่เอ้ย ใครใช้ให้เจ้าไปซักเสื้อผ้าข้า? ถ้ามีคนมาหาจะให้ข้าใส่อะไร?"
ท่านปู่จูสูบยาเส้นไปสองสามครั้งก่อนจะอดบ่นไม่ได้ หันไปตะโกนใส่ท่านย่าจู ที่กำลังคลำตรวจไข่ไก่อยู่
ที่จริงแล้ว ท่านย่าไม่ได้ลูบคลำที่ก้นไก่โดยตรง แต่กำลังตรวจดูตรงบริเวณระหว่างท้องและก้นของไก่ ใช้มือบีบเบาๆ เพื่อตรวจหาว่ามีไข่แข็งอยู่ข้างในหรือไม่ ถ้ามี ก็หมายความว่าไก่กำลังจะออกไข่ในวันถัดไป
ท่านย่าจูมีความชำนาญในเรื่องนี้มาก นางสามารถคาดเดาได้อย่างแม่นยำว่าในวันถัดไปจะมีไก่ตัวไหนออกไข่บ้าง แม่นยำถึงเก้าสิบส่วน! ถ้าจำนวนไข่ในวันถัดไปไม่ตรงกับที่นางคาดไว้ งานนี้สะใภ้บ้านจูได้มีเรื่องกันแน่
"เจ้าก็ใส่ตัวนั้นมาครึ่งเดือนแล้วนะ ไม่ซักก็ไม่รู้ว่าเสื้อเป็นสีอะไร! อีกอย่าง จะมีคนมางั้นหรือ? ครึ่งเดือนแล้วไม่เห็นมีใครมา เจ้าก็แค่จะไปทำงานในนา ทำไมต้องแต่งตัวทางการขนาดนั้น?"
ท่านย่าพูดขึ้นพลางตรวจไก่ต่อ
"เป็นอะไรไปหรือท่านแม่ ไข่ไก่ขาดอีกแล้วหรือ?"
สะใภ้สี่เดินออกมาจากบ้าน เห็นท่านย่ากำลังตรวจไก่อยู่ จึงถามขึ้นอย่างตกใจ ก่อนจะรีบแก้ตัว
"ไม่ใช่ข้านะเจ้าคะท่านแม่ ช่วงนี้ข้าเป็นร้อนใน กินไข่ไม่ได้เลย"
"โอ้ย น้องสะใภ้ ยังไม่มีใครว่าเจ้า ใครกันแน่ที่ดูร้อนตัว?"
เสียงของสะใภ้ใหญ่ดังออกมาจากบ้านก่อนตัวจะเดินตามมา
"เฮอะ! พี่สะใภ้ใหญ่ต่างหากที่ร้อนตัว ข้าเปล่าสักหน่อย!"
สะใภ้สี่ยิ้มปิดปากหัวเราะ
แค่ไม่นาน บรรยากาศในลานบ้านก็ครึกครื้นขึ้นมาทันที เมื่อสะใภ้สามเดินออกมาจากบ้านอีกคน บรรยากาศก็ยิ่งวุ่นวายเหมือนหม้อต้มน้ำเดือดจนเกือบแห้ง
"พอได้แล้ว! ไข่ไก่ฟองเดียวมีอะไรนักหนา"
ท่านปู่พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ เขาเคาะก้นกล่องยาสูบกับขาเก้าอี้ มองท่านย่าด้วยความหงุดหงิด
"ดูสิ ยัยแก่อย่างเจ้า เจ้ายังจัดการสะใภ้พวกนี้ไม่ได้เลย!"
"นั่นสิสะใภ้สี่ ให้ไปเรียกเจ้าสี่ทำไมช้าแบบนี้?"
ท่านย่าที่โดนท่านปู่จ้องเขม็งจนไม่กล้าว่าอะไร ก็เลยหันไปเล่นงานสะใภ้สี่แทน
สะใภ้สี่ยิ้มแหยๆ ก่อนตอบ
"ท่านแม่เจ้าคะ...จูโซ่วซิ่นกินข้าวเสร็จก็นอนพักเอาแรงก่อนลงนา แต่ดันหัวไปกระแทกเข้า ดูเหมือนจะลงนาไม่ได้แล้ว..."
ท่านปู่หน้าดำคล้ำทันที
"เฮ้อ...เจ้าคนนี้มันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ"
"หัวกระแทกเหรอ? เจ็บหนักหรือไม่? เฮ้อ! ทำไมถึงซุ่มซ่ามแบบนี้ล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็พักไปก่อนเถอะ"
ท่านย่าพูดด้วยความเป็นห่วง
"หัวกระแทก? มันทำไมไม่..."
ท่านปู่ยังพูดไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงเปิดประตูดังขึ้น
"ท่านปู่จู! ข่าวดี! ข่าวดี! รีบๆ เก็บกวาดลานบ้าน มีข่าวดีมา!"
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่วิ่งหน้าตั้งมาถึงหน้าประตูพูดอย่างตื่นเต้น หอบแฮ่กๆ
"อะไรนะ?"
ท่านปู่รีบถาม
ชายหนุ่มยังไม่ทันพูด ก็ได้ยินเสียงของชาวนาคนหนึ่งดังมาจากหน้าประตู แล้วตัวชาวนาก็เดินหอบเข้ามา
"ท่านปู่จู! ไม่ได้โกหกเลยนะ ข้ารู้ข่าวดีนี้เป็นคนแรกแน่นอน! ลูกชายคนโตของท่าน..."
ชาวนาคนนั้นยังพูดไม่ทันจบ...
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดข่าวสำคัญออกมา เสียงของบรรดาป้า น้า อา และญาติผู้ใหญ่ที่เดินตามเข้ามาก็แทรกขึ้นอย่างตื่นเต้น
"ลูกชายคนโตของเจ้าสอบได้เป็นบัณฑิตแล้ว!"
"แถมยังได้อันดับหนึ่งอีกด้วย!"
"เก่งมากเลยนะ พวกขุนนางจากในอำเภอยังไม่ทันเข้าหมู่บ้านก็จุดประทัดกันเปรี้ยงปร้างแล้ว ม้าก็ไม่ยอมขี่ ต้องเดินขบวนเป่าปี่ตีฆ้องเข้ามา ดูสิใครก็ห้ามไม่อยู่เลย!"
บรรดาญาติผู้ใหญ่ที่ทยอยเข้ามาพูดเสริมกันอย่างคึกคัก สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ราวกับพวกเขาอยู่ในเหตุการณ์ด้วย
"จริงเหรอ?"
ท่านปู่ที่ก่อนหน้านี้กำลังอารมณ์เสียเพราะโมโหลูกชายคนเล็ก กลับกลายเป็นดีใจจนใบหน้าชราฉายรอยยิ้มกว้างราวกับดอกโบตั๋นบานสะพรั่ง
"จริงแท้แน่นอน ขุนนางจากอำเภอกำลังจุดประทัดอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน เดี๋ยวก็มาแล้ว!"
ทุกคนพูดพร้อมกันด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
เมื่อได้รับคำยืนยัน ท่านปู่ถึงกับปล่อยกล่องยาสูบสุดรักในมือหลุดร่วงลงพื้น จากนั้นก็ดีดตัวขึ้นสูงราวกับคนหนุ่ม กระโดดได้สามศอกก่อนวิ่งไปหยิบเสื้อคลุมสีฟ้าตัวโปรดที่ยังเปียกชื้นอยู่บนราวตากผ้า เขารีบพุ่งตัวเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อทันที
ส่วนท่านย่าที่ก่อนหน้านี้มัวแต่ยุ่งกับการจับไก่ ก็รีบลุกขึ้น ปล่อยแม่ไก่ที่กำลังดิ้นขลุกขลักจนตาเหลือกไปอย่างไม่ใยดี สีหน้าของนางแดงระเรื่อด้วยความดีใจจนดูเหมือนย้อนเวลากลับไปยังวันที่นางยังเป็นสาว และท่านปู่ยังเป็นชายหนุ่มที่มาพร้อมแม่สื่อ
"สอบได้แล้วเหรอ?"
สะใภ้ใหญ่ที่กำลังเถียงกับสะใภ้สามและสะไภ้สี่อยู่ ถึงกับหยุดการเถียงทันทีเมื่อได้ยินข่าว นางเหมือนตัวละครในเกมที่เปิดโหมดเทพเจ้า ร่างกายเต็มไปด้วยพลัง ฮึกเหิมจนดวงตาแวววาว มองสะใภ้รองกับสะไภ้สามอย่างเหนือกว่า
"โอ๊ย! ข้าเกือบลืมไปเลย เมื่อวานจูโซ่วอี้หัวกระแทก ข้าเลยต้มไข่ให้เขาแก้ฟกช้ำ หวังว่าพี่สะใภ้ใหญ่จะให้อภัย ข้าช่างเป็นคนผิดจริงๆ! ฮิฮิฮิ... ว่าแต่ข้าฝันเมื่อคืน ฝันเห็นคางคกทองกระโดดเข้าบ้านพวกพี่สะใภ้ใหญ่ ข้าก็ว่ามันต้องเป็นลางดีแน่ๆ สุดท้ายก็ดีจริงๆ!"
สะใภ้สี่รีบขอโทษพี่สะใภ้ใหญ่ ปากก็ชมเขาไปพร้อมๆ กัน
"ยินดีด้วยนะพี่สะใภ้ใหญ่"
สะใภ้สามที่ไม่ใช่คนชอบประจบสอพลอก็ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยคำแสดงความยินดี
"ใช่เลย ยินดีด้วย พี่สะใภ้ใหญ่เป็นคนที่มีบุญมากจริงๆ"
"ใช่แล้วล่ะ หมู่บ้านเรามีแต่จูโซ่วเหรินที่สอบได้เป็นบัณฑิตคนแรก"
ชาวบ้านที่ทยอยมาถึงต่างก็พูดชมเชยสะใภ้ใหญ่กันอย่างไม่ขาดสาย
"โอ๊ย ไม่ต้องเกรงใจ พวกเจ้ามานั่งพักกันก่อน เป็นเพื่อนบ้านกันทั้งนั้น!"
สะใภ้ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับนายหญิงผู้สูงศักดิ์ ก่อนจะเสริมขึ้น
"ว่าแต่เสี่ยวจื้อของบ้านน้องรองล่ะ สอบผ่านด้วยหรือไม่?"
แม้จะรู้อยู่แล้วว่าหมู่บ้านนี้สอบได้แค่คนเดียว แต่นางก็ยังถามอย่างแกล้งๆ
"ยังไม่ได้หรอก บ้านสะใภ้ใหญ่นี่แหละที่สอบได้คนเดียว!"
เสียงตอบจากชาวบ้านทำให้นางยิ่งยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ