- หน้าแรก
- การผงาดของเจ้าบ้านนอกแห่งราชวงศ์หมิง!
- 139 - ประกาศผลสอบ
139 - ประกาศผลสอบ
139 - ประกาศผลสอบ
จูผิงอันเพิ่งกลับมานั่งที่โต๊ะ เสวี่ยฉือก็มองมาที่เขาพร้อมกับยิ้มแฉ่งเหมือนสุนัขเห็นเจ้าของ เห็นได้ชัดว่าเขารู้ว่าจูผิงอันพยายามจะไปจ่ายเงินเมื่อครู่
“พี่ชายเสวี่ย ท่านนี่จริงๆ เลย...” จูผิงอันส่ายหัวเล็กน้อย
“พวกเราพี่น้องกัน ทุกอย่างอยู่ในสุรา มาเถอะ” เสวี่ยฉือยื่นแก้วเหล้ามาชน
จูผิงอันไม่อาจปฏิเสธความจริงใจได้ จึงยกแก้วขึ้นชนแล้วดื่มลงคอ สุราร้อนแรงและเผ็ดลิ้น ทว่าหลังจากนั้นกลับทิ้งรสชาติหอมหวานละมุน สุรานั้นเป็นของดี แต่ต้องดื่มอย่างมีสติ
จูผิงอันยังคงยับยั้งชั่งใจได้ แต่ท่านลุงใหญ่และชาวบ้าน รวมถึงเสวี่ยฉือ ต่างเป็นคนที่ไม่มีความยับยั้งชั่งใจ ดื่มจนหมดแก้ว ติดต่อกันหลายแก้ว ไม่หยุดจนล้มลง
“โหยๆ กวางร้อง เรียกกินหญ้าป่า ข้ามีแขกผู้ทรงเกียรติ ขับพิณรับขับขาน...”
ในขณะที่กำลังดื่มกันอย่างครึกครื้น ท่านลุงใหญ่และเสวี่ยฉือต่างเคาะแก้วสุราด้วยไม้ไผ่พร้อมร้องบทกวี “เสี่ยวหยา - ลู่หมิง” อย่างสนุกสนาน
เมื่อดื่มกินจนอิ่มหนำสำราญ โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยจานชามเกลื่อนกลาด จูผิงอันเริ่มมึนเมาเล็กน้อย ส่วนท่านลุงใหญ่ เสวี่ยฉือ และชาวบ้านนั้นเมาจนแทบไม่รู้ทิศทาง
“ตึง! ตึง!”
“ตึง! ตึง!”
เสียงไม้กระดานของยามดังขึ้นจากด้านนอก เป็นเสียงที่บอกเวลาสองยาม ตอนนี้หากใครยังเดินเพ่นพ่านบนถนนแล้วถูกทหารหรือเจ้าหน้าที่จับได้ ต่อให้เป็นบัณฑิตก็จะถูกเฆี่ยนสี่สิบไม้
จูผิงอันมองดูท่านลุงใหญ่และเสวี่ยฉือที่เมานอนคว่ำอยู่บนโต๊ะด้วยความสิ้นหวัง
โชคดีที่ จ้วงหยวนโหลว ซึ่งทำธุรกิจแบบนี้เป็นประจำมีทางแก้ปัญหา โดยด้านหลังของร้านเชื่อมต่อกับโรงเตี๊ยม จูผิงอันจึงเรียกคนงานในร้านมาเพื่อขอเช่าที่นอนรวมแบบใหญ่ และให้คนงานช่วยกันแบกท่านลุงใหญ่ เสวี่ยฉือ และคนอื่นๆ ไปที่นอนรวม
กลางดึกเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง บรรดาคนเมาบนที่นอนรวมต่างผลัดกันแสดงความสามารถพิเศษพ่นสุราเป็นน้ำพุ ทำให้จูผิงอันต้องจ่ายเงินเพิ่มให้อีกหนึ่งร้อยเหรียญ
รุ่งเช้า ท่านลุงใหญ่และชาวบ้านก็รีบไปพบเพื่อนที่ส่งอาจารย์กลับเมื่อวันก่อน ส่วนเสวี่ยฉือเมื่อเห็นท่านลุงใหญ่จากไปแล้วก็พูดกับจูผิงอันว่า “น้องชายจู เจ้าควรระวังท่านลุงใหญ่ของเจ้าไว้ให้ดี”
“ทำไมล่ะ?” จูผิงอันถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
“ก็แค่ความรู้สึก ระวังไว้ดีกว่าไม่ระวัง” เสวี่ยฉือพูดขณะส่ายหัวที่ยังมึนจากอาการเมาค้าง
เสวี่ยฉือที่ดูเหมือนเป็นคนเฮฮา กลับเป็นคนละเอียดลออเหมือนจางเฟย เพียงแค่ดื่มเหล้าครั้งเดียวก็สามารถมองเห็นธาตุแท้ของท่านลุงใหญ่ได้ อีกทั้งยังเตือนจูผิงอันโดยไม่ทำให้ดูเหมือนเป็นการยุแยง สิ่งนี้ทำให้จูผิงอันรู้สึกแปลกใจ เพราะแต่เดิมเขาคิดว่าเสวี่ยฉือเป็นคนที่ไม่มีอะไรในใจเลย
“อืม” จูผิงอันตอบรับเบาๆ โดยไม่แสดงความคิดเห็นใด
ระหว่างทางกลับโรงเตี๊ยม พวกเขาผ่าน กงหย่วนเจียงหนาน ด้านหน้าสำนักสอบมีทหารถือดาบและเจ้าหน้าที่ตั้งกำแพงกั้น พร้อมกำชับให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมางดส่งเสียงดัง การสอบสนามประจำมรฑลรอบสองสำหรับนักเรียนจากแต่ละอำเภอกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ว่าผู้โชคร้ายคนใดจะได้ห้องสอบใกล้ห้องเก็บสิ่งปฏิกูล
เสวี่ยฉือเมื่อผ่านหน้าสำนักสอบก็เผลอแสดงอาการแหวะอีกสองสามครั้ง เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ
เนื่องจากผลสอบจะออกในอีกสิบวัน จูผิงอันจึงไม่ได้รีบกลับบ้าน เขาตัดสินใจรอจนกว่าผลสอบจะประกาศ แล้วจึงค่อยเดินทางกลับ ระหว่างนี้ เขาใช้เวลาไปกับการฝึกเขียนหนังสือและอ่านตำรา
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ จนกระทั่งถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย
สิบวันหลังจากการสอบสนามรอบสองสิ้นสุดลง วันประกาศผลสอบก็มาถึง
การประกาศผลสอบสนามประจำมณฑลนั้นแตกต่างจากการสอบประจำอำเภอและการสอบในระดับมณฑล โดยผลสอบจะแบ่งออกเป็น 14 บัญชีรายชื่อ สำหรับผู้สอบผ่านในแต่ละมณฑลจะมีรายชื่ออยู่ในบัญชีของมณฑลนั้น และแต่ละมณฑลจะมีผู้ที่สอบได้อันดับหนึ่ง ซึ่งถือเป็นผู้ที่ได้อันดับหนึ่งตัวจริงของการสอบสนามเด็กชาย(ถงจื่อซื่อ)
วันนี้ จูผิงอันเพิ่งกลับมาจากข้างนอกหลังจากอ่านหนังสือและฝึกเขียนตัวอักษร เมื่อยังไม่ทันถึงโรงเตี๊ยม เขาก็เห็นกลุ่มคนคุ้นหน้าคุ้นตายืนอยู่ที่หน้าประตูโรงเตี๊ยม ซึ่งได้แก่ท่านลุงใหญ่ ชาวบ้านบางคน และเสวี่ยฉือที่กำลังพูดคุยหยอกล้อกับคนในกลุ่ม
เมื่อเห็นจูผิงอัน พวกเขาก็พากันกรูเข้ามา ดึงแขน จับมือ ผลักจากด้านหลัง จนจูผิงอันตั้งตัวไม่ทัน ถูกพวกเขาผลักดันมุ่งหน้าไปทางวัดขงจื๊อ
“รีบหน่อย พวกเรารอเจ้าอยู่คนเดียว การสอบสนามได้ประกาศผลแล้ว”
“เร็วเข้า ปีนี้ประกาศผลที่วัดขงจื๊อ ถ้าไปช้าจะไม่มีที่ดีๆ ให้ดู”
กลุ่มคนพูดจ้อตลอดทางพร้อมพาจูผิงอันวิ่งเหยาะๆ ทุกคนดูมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ระหว่างทางยังพูดคุยกันถึงงานเลี้ยงฉลองหลังสอบผ่าน คาดการณ์ถึงความยิ่งใหญ่ในอนาคต
จูผิงอันได้แต่นั่งฟังด้วยความปวดหัว ขณะจินตนาการถึงความสนุกครั้งสุดท้ายของพวกเขา
เขาแทบไม่อยากนึกภาพว่า พวกเขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อได้เห็นรายชื่อบนป้ายประกาศ
หน้าวัดขงจื๊อคลาคล่ำไปด้วยผู้คน มหาชนหลั่งไหลมารวมตัวกัน มีทั้งนักสอบและผู้ปกครองที่เดินทางมาไกลเพื่อให้กำลังใจ บริเวณป้ายประกาศผลทั้ง 14 บัญชีรายชื่อแน่นขนัดไปด้วยฝูงชน
“น้องชายจู พี่น้องทั้งหลาย ข้าขอตัวไปดูรายชื่อก่อน เดี๋ยวเรามาพบกันที่นี่” เสวี่ยฉือรีบร้อนโบกมือลา มุ่งหน้าไปยังป้ายประกาศผลของเมืองเฟิ่งหยาง
“อืม...เจ้า...อย่าตื่นเต้นเกินไป...” จูผิงอันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะไม่พูดอะไรเพิ่มเติม
“จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร ท่านพ่อข้าสอบมาตั้งหลายปีก็ไม่เคยสอบผ่าน ครั้งนี้หากข้าผ่านแล้วเอาป้ายประกาศไปยื่นให้เขาดู มันคงสะใจข้าไม่น้อย” เสวี่ยฉือพูดด้วยความตื่นเต้นพร้อมนึกถึงบิดาที่มักดุด่าเขาอยู่ทุกวัน ขณะเดียวกันจี้สร้อยคอทองคำของเขาก็แกว่งไปมา หลังพูดจบ เสวี่ยฉือก็พุ่งตรงไปที่ป้ายประกาศของเมืองเฟิ่งหยางในท่าทีที่ดูเหมือนกระต่ายอ้วนตัวหนึ่ง
จูผิงอันมองเสวี่ยฉือที่กำลังเบียดเสียดผู้คนในฝูงชน ก็ได้แต่หวังว่าเขาจะมีจิตใจที่แข็งแกร่งพอ
ท่านลุงใหญ่และคนอื่นๆ ก็รีบดึงจูผิงอันไปยังป้ายประกาศของเมืองอันชิ่งเช่นกัน จูผิงอันจึงถูกลากเข้าไปในฝูงชนอย่างช่วยไม่ได้ จากมุมมองของคนอื่น คงคิดว่าเขาตื่นเต้นจนแทบรอไม่ไหว
ใช่แล้ว ภาพที่คนอื่นเห็นเป็นแบบนั้น
ในตอนนี้ยังมีเซี่ยลั่วหมิงจากถงเฉิง เฟิงซานสุ่ยจากซู่ซง รวมถึงพี่ชายกั๋วและพี่ชายหลิวที่พวกเขาเคารพนับถือ ซึ่งมองว่าจูผิงอันตื่นเต้นเหมือนแมวได้กลิ่นปลา รีบร้อนแทรกฝูงชนเข้าไปอย่างไร้ความสำรวม
ในสายตาของพวกเขา จูผิงอันดูตลกสิ้นดี คนที่แต่งบทกลอนไปคนละทิศคนละทางแต่ยังกล้าคิดว่าจะติดอันดับในป้ายประกาศ
“น่าขำจริงๆ...” พี่ชายกั๋วที่เคยแต่งบทกลอนเยาะเย้ยจูผิงอัน กล่าวพร้อมหัวเราะเบาๆ “จะรีบร้อนไปใย ช้าเร็วก็เหมือนกัน ป้ายประกาศอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทำตัวให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์เปล่าๆ ชายชาตรีไม่ควรทำ”
“ใช่แล้ว พี่ชายกั๋วกล่าวได้สมบูรณ์แบบ สง่างามดั่งสุภาพบุรุษ” เฟิงซานสุ่ยกางพัดแล้วเอ่ยเสริม
“จริงแท้ เจ้าจูผิงอันช่างน่าขำ แต่งบทกลอนผิดหัวข้อแล้วยังไม่รู้ตัวในสิบกว่าวันนี้ ยังกล้าคิดว่าจะมีชื่อบนป้ายประกาศอีก เฮอะๆ...”
คนในฝูงชนหัวเราะเยาะจูผิงอันที่แทรกเข้าไปจนเสื้อผ้ารุ่งริ่ง
ใต้ป้ายประกาศผล มีทั้งเสียงหัวเราะและเสียงร้องไห้ สะท้อนภาพชีวิตอันหลากหลายของมนุษย์…
(โปรดติดตามตอนต่อไป พรุ่งนี้นะคะ )