เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

118 - คิดถึงกับข้าวฝีมือท่านแม่

118 - คิดถึงกับข้าวฝีมือท่านแม่

118 - คิดถึงกับข้าวฝีมือท่านแม่


แม้พี่ชายจูผิงชวนจะรีบแก้ตัว แต่ก็ไม่พ้นถูกท่านแม่ดุเสียจนต้องนิ่งเงียบ ไม่กล้าเอ่ยปากอะไรอีก

พอเห็นจูผิงอันเดินเข้ามาพร้อมท่านพ่อ พี่ชายก็ได้แต่พูดเสียงตะกุกตะกักว่า "ท่านแม่...ท่านแม่...ท่านแม่..." ไม่สามารถพูดอะไรต่อด้วยความตื่นเต้น

“จะเรียกแม่กี่ครั้ง เจ้าก็เป็นลูกอกตัญญู มีเมียแล้วลืมแม่ เจ้ายังไม่ได้แต่งงานเข้าบ้านเลย แต่กลับบอกว่าอาหารที่แม่ทำไม่อร่อย...” ท่านแม่เฉินซื่อยังคงไม่หายเคืองจากคำพูดที่พี่ชายจูผิงชวนพูดก่อนหน้านี้

“ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วขอรับ” จูผิงอันที่แบกสัมภาระเดินเข้าประตูพร้อมท่านพ่อ ทักท่านแม่จากระยะไกล

“เจ้าอยู่ที่นี่ตลอดไม่ใช่หรือ...” ท่านแม่นึกว่าเป็นเสียงพี่ชาย แต่พอพูดจบก็รู้สึกผิดปกติ รีบเงยหน้าขึ้นมองที่ประตูบ้าน ก็เห็นลูกชายคนเล็กของเขากลับมาพร้อมสัมภาระ

ปฏิกิริยาแรกของท่านแม่คือดีใจ

แต่ปฏิกิริยาต่อมาคือโกรธ ถึงจะโกรธแต่ก็เดินสามก้าวพุ่งเข้ามา พร้อมฟาดลงบนบ่าของจูโซ่วอี้เต็มแรง เสียงดังสนั่น พร้อมเสียงคำรามของเฉินซื่อที่ดังขึ้น

“จูโซ่วอี้ ตาบอดหรือไง เห็นลูกผอมโซจากการอยู่ข้างนอกยังให้เขาแบกของเองอีก ของหนักจนลูกยืนตัวตรงไม่ได้ เจ้าทั้งตัวใหญ่บึกบึนมีไว้ประดับหรือ!”

"ผอมลงตรงไหน ข้าดูเหมือนจะอ้วนขึ้นด้วยซ้ำ อีกอย่างเมื่อกี้ข้าก็จะช่วยแบกสัมภาระแล้ว แต่จื้อเอ๋อร์ยืนยันว่าจะถือเอง" จูโซ่วอี้มองภรรยาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ มือกุมแขนที่ถูกตบดังลั่น แต่ไม่กล้าส่งเสียงโต้แย้ง

“ท่านแม่ขอรับ ข้าเป็นคนอยากแบกเอง ไม่เกี่ยวกับท่านพ่อเลย” จูผิงอันรีบเข้ามาช่วยท่านพ่อแก้ตัว

สายตาที่ท่านแม่มองจูผิงอันนั้นต่างจากที่มองท่านพ่อราวฟ้ากับดิน

ตอนมองท่านพ่อสายตาเหมือนสายลมหนาวที่กวาดใบไม้ร่วง

แต่ตอนมองจูผิงอันกลับอบอุ่นเหมือนฤดูใบไม้ผลิ

“จื้อเอ๋อร์ ไม่ต้องช่วยเขาพูด รีบวางสัมภาระลงให้แม่ดูหน่อย ทำไมแม่รู้สึกว่าเจ้าผอมลงอีกแล้ว หรือว่าอยู่ข้างนอกไม่กล้ากินอะไรเลย แม่ว่าตอนเดินทางให้เงินเจ้ามันน้อยไปใช่ไหม อีกอย่างมีข่าวลือว่าเจ้าถูกปล้น แม่เป็นห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ถ้าเจ้าไม่ส่งข่าวกลับมา แม่ต้องไปดูกับตาแน่...อืม แต่แม่ว่าลูกดูสูงขึ้นนิดหน่อยนะ อ้าว ทำไมดำขึ้นอีกแล้ว...”

“ไม่กี่วันก่อน คนจากอำเภอมาตีกลองส่งข่าวว่าเจ้าสอบได้อันดับหนึ่ง แถมยังเอาเงินสิบตำลึงมามอบให้ บอกว่าเป็นรางวัลจากผู้ว่าการเมือง...เขายังบอกอีกว่าเจ้าจะอยู่ที่นั่นเพื่ออ่านหนังสือต่อ แต่แม่ไม่เห็นด้วยเลย อยู่ข้างนอกจะไปดีกว่าที่บ้านได้ยังไง แม่ทำของอร่อยให้เจ้ากินทุกวัน”

เฉินซื่อรีบเดินไปหาจูผิงอัน คว้าสัมภาระจากลูกชายแล้วโยนใส่มือจูโซ่วอี้ ก่อนจะส่งสายตาดุใส่จูโซ่วอี้อีกครั้ง จากนั้นจึงลากจูผิงอันเข้ามาตรวจดูตัวอย่างละเอียดเหมือนเขาเพิ่งกลับมาจากสงคราม

จูโซ่วอี้ที่กอดสัมภาระไว้แน่นยืนอยู่ข้างพี่ชายจูผิงชวน ทั้งคู่มีสีหน้าสมเพชตัวเองเหมือนกัน มองจูผิงอันที่ได้รับความรักความเอาใจใส่อย่างล้นหลามด้วยความอิจฉา

ทั้งสองคนคงคิดเหมือนกันว่า ทำไมเกิดมาเป็นครอบครัวเดียวกันแต่ความต่างช่างมากมาย

หลังจากเฉินซื่อตรวจดูจูผิงอันเสร็จ ก็รีบวิ่งเข้าครัวไป บอกว่าจะต้มซุปไก่ให้ลูกชายที่ “ผอมโซเพราะอดอยาก” ใครก็ห้ามไว้ไม่อยู่

“กลับมาแล้วเหรอ จื้อเอ๋อร์” พี่ชายพูดด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ พลางถูมือไปมา แล้วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาก็รีบวิ่งไปที่ห้องของตัวเอง สักพักก็ออกมาพร้อมกับรวงผึ้งในมือ จากนั้นก็วิ่งเข้าไปในครัวอีกครั้ง

“ท่านแม่ น้ำผึ้งนี่ให้จื้อเอ๋อร์” เสียงพี่ชายดังออกมาจากในครัว

แล้วเสียงแซวของท่านแม่ก็ตามมาทันที “อ้าว นี่มันไม่ใช่ของที่เจ้าตั้งใจจะเอาไปให้บ้านว่าที่เจ้าสาวหรอกเหรอ”

“ในป่ายังมีอีกเยอะ” เสียงพี่ชายพูดแก้ตัวด้วยความเขินอาย

ในลานบ้าน ท่านพ่อและจูผิงอันมองหน้ากันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ไม่นานนัก ท่านพ่อก็พูดขึ้นว่า “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เถอะ ท่านแม่เจ้าเย็บเสื้อใหม่ให้ตั้งสองชุด”

แล้วเจ้าจะให้ข้าหยุดคิดถึงบ้านได้อย่างไร

ความรักอันอบอุ่นของครอบครัวนี่เอง ที่สามารถหลอมละลายความเหน็บหนาวแห่งขั้วโลกเหนือและใต้ได้ ชั่วพริบตาเดียวข้าก็จมดิ่งลงในห้วงแห่งความรักและความอบอุ่น

หลังจากจูผิงอันเปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดสดชื่นเสร็จ ท่านแม่เขาก็เตรียมซุปไก่ไว้เรียบร้อย กลิ่นหอมของซุปไก่ที่เคี่ยวจนเข้มข้นโชยไปทั่ว ในน้ำซุปยังมีเห็ด ผักใบเขียว และขิงหั่นแผ่น สีสันและกลิ่นชวนให้น้ำลายสอ หลังจากซุปไก่เสร็จ ท่านแม่ยังทำอาหารเพิ่มอีกสองอย่าง จนเต็มโต๊ะไปหมด

มื้อนี้จูผิงอันกินอิ่มแบบเต็มที่ แม้แต่ถั่วลิสงเม็ดเดียวก็แทบจะกลืนไม่ไหว ท้องอืดจนต้องเดินแบบพุงยื่น แต่ท่านแม่ยังคงสงสัยว่าจูผิงอันจะกินไม่อิ่ม

ก่อนนอน จูผิงอันหยิบของขวัญที่เลือกมาจากในเมืองมาให้ท่านแม่และท่านพ่อ ท่านแม่รับต่างหูเงินอย่างดีใจ พร้อมรอยยิ้มเปี่ยมสุข แต่ปากก็ยังบ่นว่าเขาใช้เงินสิ้นเปลือง ส่วนท่านพ่อรับไหเหล้ามาถือไว้ พลิกดูไปมาด้วยรอยยิ้ม

ส่วนของขวัญสำหรับคุณท่านปู่ จูผิงอันวางแผนว่าจะนำไปให้ที่บ้านเก่าพรุ่งนี้

คืนนั้น จูผิงอันไม่ได้อ่านหนังสือ หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาก็ล้มตัวลงบนเตียงด้วยร่างกายที่อ่อนล้าและท้องที่อิ่มแปล้ การนอนบนเตียงที่บ้านทำให้รู้สึกเหมือนจิตวิญญาณของเขาได้พบที่พักพิง ความเหนื่อยล้าทั้งหมดถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้น เขาหลับลึกและสบายอย่างแท้จริง

เมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็เริ่มมีแสงรำไรแล้ว จูผิงอันลุกขึ้นจากเตียงและเริ่มฝึกเขียนตัวอักษรบนก้อนหินใหญ่ในลานบ้านตามปกติ

“จื้อเอ๋อร์ ตื่นเช้าทำไมอีกล่ะ เจ้าเพิ่งกลับมา นอนต่ออีกหน่อยเถอะ” เแินซื่อที่ตื่นเป็นคนแรกเห็นลูกชายกำลังฝึกเขียนตัวอักษรด้วยน้ำสะอาด ก็เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรหรอกท่านแม่ เมื่อคืนข้าเข้านอนแต่หัวค่ำ” จูผิงอันพูดพร้อมยิ้มอย่างซื่อๆ

เฉินซื่อไม่เซ้าซี้อะไรอีก ล้างหน้าล้างตาแล้วไปเตรียมอาหารเช้า

จากนั้นคนในครอบครัวก็ทยอยตื่นขึ้นมา ทุกคนคุ้นเคยกับนิสัยที่จูผิงอันจะฝึกเขียนตัวอักษรไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออก จึงไม่แปลกใจอะไร

เช้านี้ ท่านแม่เตรียมอาหารเต็มโต๊ะอีกครั้ง มีไก่ตุ๋นจากเมื่อคืน อาหารร้อนใหม่สามจาน แตงกวาดองที่ทำเอง และโจ๊กข้าวหอมกรุ่นอีกหนึ่งหม้อใหญ่

ในเวลาที่อยู่ข้างนอก เขาคิดถึงแตงกวาดองของท่านแม่มากที่สุด เมื่อได้กินแตงกวาดองกับโจ๊ก จูผิงอันก็ซัดโจ๊กไปถึงสามชามเต็ม ทำให้ท่านแม่พอใจมาก

หลังอาหารเช้า วันใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

จบบทที่ 118 - คิดถึงกับข้าวฝีมือท่านแม่

คัดลอกลิงก์แล้ว