- หน้าแรก
- วิทยุของผมติดต่อกับโลกเซียนได้
- บทที่ 15 จิ้งจอกน้อยสีขาว (2)
บทที่ 15 จิ้งจอกน้อยสีขาว (2)
บทที่ 15 จิ้งจอกน้อยสีขาว (2)
โจวอวี่แอบดูอยู่ไม่ไกล เห็นชัดเจนว่าสิ่งที่จิ้งจอกน้อยโยนลงมาคือองุ่นสีม่วง แต่ทว่าองุ่นที่มนุษย์เห็นแล้วน้ำลายสอนั้น กลับไม่ได้ทำให้พวกพังพอนเหลืองและสัตว์นักล่าเหล่านั้นสนใจเลยแม้แต่น้อย
ตอนแรกเขาเดาว่าพวกมันคงตามกลิ่นองุ่นมา แต่ดูท่าจะไม่ใช่อย่างนั้นเสียแล้ว บางทีจิ้งจอกน้อยอาจจะไม่ได้เจอองุ่นเป็นอย่างแรก แต่อาจจะสัมผัสได้ถึงไอวิญญาณจากค่ายกลมากกว่า
สิ่งที่น่าสงสัยคือ จิ้งจอกน้อยตกอยู่ในอันตรายขนาดนี้ ทำไมพ่อแม่ของมันถึงไม่ออกมาปกป้อง เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราว เขาคาดว่าพ่อแม่ของมันคงเกิดเหตุร้ายอะไรสักอย่างแน่ๆ
การที่จิ้งจอกน้อยพยายามใช้องุ่นเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรูที่รุมล้อมนับว่าฉลาดมาก แต่น่าเสียดายที่องุ่นใช้ไม่ได้ผลกับสถานการณ์นี้
พังพอนเหลืองสองตัวมองตากัน แล้วเริ่มปีนขึ้นต้นไม้ช้าๆ เจ้าสัตว์ชนิดนี้มักปรากฏในนิยายภูตผีปีศาจ แม้หน้าตาจะดูน่ารักจิ้มลิ้ม แต่นิสัยจริงดุร้ายและเจ้าเล่ห์มาก ส่วนแมวดาวที่คุมเชิงอยู่ข้างล่างก็ดูดุดันไม่แพ้กัน
พอเห็นพังพอนเริ่มปีนขึ้นมา จิ้งจอกน้อยในโพรงก็รีบโยนองุ่นลงมาอีกเม็ด แต่ศัตรูไม่สนใจ ยังคงปีนต่ออย่างมุ่งมั่น
เมื่อแผนเบี่ยงเบนความสนใจล้มเหลว จิ้งจอกน้อยก็โผล่ตัวออกมาครึ่งหนึ่ง ส่งเสียงขู่คำรามพร้อมกางกรงเล็บข่วนต้นไม้ หวังจะขู่ให้ศัตรูกลัว
โจวอวี่ส่ายหน้า จิ้งจอกน้อยฉลาดก็จริง แต่สัตว์พวกนี้ก็ไม่ได้โง่ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ จิ้งจอกน้อยคงไม่รอดแน่ๆ
ดูเหมือนเป้าหมายของพวกนักล่าจะไม่ใช่องุ่น แต่น่าจะเป็นการแย่งชิงโพรงไม้ที่จิ้งจอกน้อยอาศัยอยู่
"อ๊าต๊าาา!"
โจวอวี่ตะโกนเลียนเสียงบรูซ ลี ดังลั่นป่า พร้อมกระชับไม้หน้าสามในมือ พุ่งออกจากเนินดินพร้อมกับเจ้าหู่จื่อ
เสียงตะโกนและเสียงเห่ากรรโชกของหู่จื่อทำให้สัตว์ที่ล้อมต้นไม้อยู่สะดุ้งโหยง ถอยกรูดไปตามสัญชาตญาณ
ส่วนพังพอนเหลืองสองตัวที่กำลังปีนต้นไม้ตกใจจนร่วงตุ้บลงมา แต่พอลุกขึ้นได้ พวกมันกลับไม่วิ่งหนี แต่ย่อตัวต่ำ จ้องมองโจวอวี่และหู่จื่อด้วยสายตาระแวดระวัง
เห็นท่าทีแบบนี้ โจวอวี่เริ่มเครียด เจ้าพังพอนพวกนี้ดูท่าจะรับมือยากกว่าที่คิด
สัตว์ตัวอื่นๆ ที่ถอยไปเมื่อกี้ก็เริ่มวกกลับมา เหมือนยังไม่ยอมตัดใจง่ายๆ
โจวอวี่แกว่งไม้ไปมาพลางก้าวเข้าไปหา แต่นอกจากจะไม่กลัวแล้ว พวกพังพอนยังแยกเขี้ยวขู่ฟ่อๆ ตอบกลับมา
หู่จื่อเห่าเสียงดังลั่นป่า แต่ก็ขู่พวกมันไม่ได้ผล โจวอวี่ยิ้มแห้งๆ หมาบ้านก็คือหมาบ้าน ถ้าเป็นหมาล่าเนื้อที่เคยเข้าป่ากับญาติๆ สมัยก่อน ป่านนี้พวกสัตว์ป่ากระเจิงไปหมดแล้ว
ในเมื่อมีวาสนาต่อกันแล้ว ยังไงเขาก็ต้องช่วยจิ้งจอกน้อยให้ได้ เขาล้วงองุ่นพวงหนึ่งออกจากถุง โยนไปทางสัตว์นิรนามตัวหนึ่งที่เขาไม่รู้จักชื่อ
ในเมื่อองุ่นดึงดูดมันได้ ก็โยนให้มันไปซะ จะได้ตัดกำลังคู่ต่อสู้ไปหนึ่ง
ได้ผล! เจ้าตัวนั้นคาบองุ่นแล้ววิ่งหนีไปทันที โจวอวี่พยักหน้าพอใจ หันกลับมาจ้องพังพอนเหลืองสองตัวกับแมวดาว เขากวัดแกว่งไม้ขู่พร้อมกับเสียงเห่าของหู่จื่อที่กดดันต่อเนื่อง
หลังจากคุมเชิงกันอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดพังพอนเหลืองก็ยอมถอย ส่วนแมวดาวก็เดินจากไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีสัตว์อื่นเหลืออยู่ โจวอวี่ก็ลดไม้ลง หันไปมองที่โพรงไม้ จิ้งจอกน้อยโผล่หัวออกมา เห่าเบาๆ สองที เหมือนกำลังขอบคุณ
"ยังดีที่รู้จักขอบคุณ ไม่ใช่กินเสร็จแล้วชิ่ง" โจวอวี่ยิ้มขำ หยิบองุ่นอีกพวงวางไว้บนพื้น กวักมือเรียกให้มันลงมากิน
เห็นองุ่น จิ้งจอกน้อยลังเลนิดหน่อย ก่อนจะมุดออกจากโพรง กระโดดลงจากต้นไม้อย่างคล่องแคล่ว
พอถึงพื้น มันมองหน้าโจวอวี่แวบหนึ่ง คราวนี้มันไม่คาบหนี แต่ก้มลงกินองุ่นอยู่ตรงนั้นเลย
มองดูขนสีขาวบริสุทธิ์ไร้ที่ติของมัน โจวอวี่อดใจไม่ไหว เอื้อมมือไปลูบหัวมันเบาๆ
จิ้งจอกน้อยสะดุ้งเฮือก เงยหน้ามองเขา แต่ก็ยอมก้มลงกินองุ่นต่อ
โจวอวี่สังเกตดูใกล้ๆ ขนของมันขาวราวหิมะ ไม่มีสีอื่นเจือปน สวยงามและดูเป็นธรรมชาติกว่าจิ้งจอกขาวที่เห็นในหนังเสียอีก
ทันใดนั้น เขาสังเกตเห็นขาหลังของมันสั่นระริกผิดปกติ พอก้มดูชัดๆ สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป
ขาหลังขวาของมันมีแผลฉกรรจ์ เหมือนโดนสัตว์อื่นกัด เลือดยังไหลซึมออกมาอยู่เลย
โจวอวี่รีบหยิบพวงกุญแจออกมา กางกรรไกรเล็กๆ ตัดชายเสื้อตัวเองออกมาเป็นผ้าแถบยาว แล้วค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้จิ้งจอกน้อย หวังจะทำแผลให้
จิ้งจอกน้อยไหวตัวทัน กระโดดถอยหนีไปหลายก้าว เลียแผลตัวเองแล้วจ้องโจวอวี่เขม็ง
โจวอวี่ยิ้มอ่อน ชูผ้าในมือให้ดู แล้วชี้ไปที่ขาหลังของมัน พร้อมกับเลื่อนองุ่นที่เหลือไปให้มันด้วย
จิ้งจอกน้อยเอียงคอทำท่าครุ่นคิด มององุ่นสลับกับผ้า แล้วค่อยๆ เดินกลับมากินองุ่นต่อ
ดูเหมือนเจ้าตัวเล็กจะรู้ว่าเขามาดี โจวอวี่ค่อยๆ เอาผ้าพันแผลที่ขาหลังให้มัน ระหว่างทำแผล ตัวของมันสั่นเทิ้มตลอดเวลา
พันเสร็จ เขาใช้กรรไกรตัดชายผ้าแล้วผูกปมเล็กๆ ก่อนจะลูบหัวปลอบโยนมันอีกครั้ง
จิ้งจอกน้อยกินองุ่นจนหมด มันหันไปมองผ้าพันแผลที่ขา ลองขยับเดินดู เหมือนจะยังไม่ชิน จากนั้นมันก็เห่าใส่โจวอวี่สองที แล้วพุ่งพรวดปีนกลับขึ้นไปบนต้นไม้ โผล่แค่หัวออกมามองเขาจากในโพรง
โจวอวี่ยิ้มส่ายหน้า ตอนแรกกะว่าจะพาไปรักษาที่บ้าน แต่ดูทรงแล้วคงหมดหวัง เจ้าตัวเล็กนี่ระวังตัวแจเลย
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ของมัน ถึงทิ้งให้ลูกน้อยต้องเผชิญชะตากรรมลำพังแบบนี้ ยังดีที่แถวนี้ไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก ไม่มีศัตรูตามธรรมชาติที่น่ากลัวเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่รอดมาจนถึงวันนี้
โจวอวี่โบกมือลาจิ้งจอกน้อย แล้วพาหู่จื่อเดินกลับ เบื้องหลังของพวกเขา จิ้งจอกน้อยยังคงใช้ดวงตากลมโตคู่สวยแอบมองส่งจนพวกเขาลับสายตาไป