- หน้าแรก
- วิทยุของผมติดต่อกับโลกเซียนได้
- บทที่ 14 จิ้งจอกน้อยสีขาว (1)
บทที่ 14 จิ้งจอกน้อยสีขาว (1)
บทที่ 14 จิ้งจอกน้อยสีขาว (1)
ก่อนจะจากกัน เว่ยเต๋อหัวก็อดถามไม่ได้ว่า "เสี่ยวอวี่ คุณจบสาขาอะไรมาเหรอครับ" บุคลิกและความฉลาดเฉลียวของโจวอวี่ดูไม่เหมือนคนหนุ่มชาวบ้านธรรมดาเลยสักนิด
"ผมเคยเรียนคอมพิวเตอร์ครับ" โจวอวี่ยิ้มตอบ
"คอมพิวเตอร์..." เว่ยเต๋อหัวแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เขาเคยได้ยินมาว่าพวกเด็กคอมส่วนใหญ่จะเงียบๆ ขรึมๆ (หรือที่เขาเรียกว่า "เมินเซา" หรือแอบหื่นนั่นแหละ) ไม่นึกว่าจะพูดจาฉะฉานต่อรองเก่งขนาดนี้
โจวอวี่ไม่ได้พูดอะไรต่อ ลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือขวาออกไป "ผู้จัดการเว่ย หวังว่าเราจะร่วมงานกันด้วยดีนะครับ" ความมั่นใจของเขาในการเจรจากับเว่ยเต๋อหัวนั้นมาจากรสชาติขององุ่นล้วนๆ
แน่นอน ถ้าเป็นร้านแฟรนไชส์ใหญ่ๆ ในเมือง เขาคงไม่มีสิทธิ์ไปต่อรองอะไรขนาดนี้ แต่กับร้านท้องถิ่นอย่าง สวีทฮาร์ท เขามีอำนาจต่อรองมากกว่า
"ร่วมงานกันด้วยดีครับ" เว่ยเต๋อหัวยื่นมือมาจับ เขย่าเบาๆ แล้วไม่ถามเซ้าซี้ต่อ
หลังจากเว่ยเต๋อหัวกลับไป หลี่กั๋วหมินก็เดินเข้ามาถาม "เสี่ยวอวี่ ตกลงกันได้ไหม"
"เรียบร้อยครับลุง ต้องขอบคุณปลาชุดใหญ่ของลุงด้วยนะ" โจวอวี่แซว
"พี่อวี่สุดยอดไปเลย คุยธุรกิจในร้านข้างทางก็สำเร็จได้" อาเปียวชมเปาะ
หลี่กั๋วหมินหน้าบึ้งทันที "ไอ้เปียว! เอ็งจะดูถูกร้านพ่อเหรอวะ ร้านข้าวแกงข้างทางแล้วมันทำไม!"
"พ่อออ... ผมผิดไปแล้ว ผมไปทำงานก็ได้!" อาเปียวรีบเผ่นแน่บไปหลังร้าน
โจวอวี่ยิ้มขำ มองไปทางที่เว่ยเต๋อหัวเดินจากไป คิดในใจว่าการไปดูตัวครั้งนี้ก็ไม่เสียเปล่า ได้คู่ค้ามาหนึ่งราย
เขาช่วยงานที่ร้านสักพัก แล้วห่อข้าวให้หู่จื่อ ขี่รถกลับบ้านเก่า ช่วงบ่ายเขาซื้อหลอดไฟมาเปลี่ยนใหม่ พอกดสวิตช์ ลานบ้านครึ่งหนึ่งก็สว่างไสว
หลังจากให้อาหารหู่จื่อ โจวอวี่ก็ไปดูต้นหยาดน้ำค้างหยกที่ด่าง ใบที่ด่างเพิ่มจากหนึ่งใบเป็นสองใบที่ติดกัน สีชมพูระเรื่อสวยงามมาก
เขาพอใจมาก แค่ใบเดียวก็ราคาแพงแล้ว ถ้าด่างหลายใบราคายิ่งพุ่งกระฉูด
กลับเข้าห้อง โจวอวี่มองวิทยุบนโต๊ะด้วยความคาดหวัง พรุ่งนี้ศิษย์อาอู่จะมีอะไรมาให้เซอร์ไพรส์อีกไหม นึกถึงเสียงด่ากราดของแกแล้วก็อดขำไม่ได้
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เสียงเห่าของหู่จื่อปลุกโจวอวี่ให้ตื่นอีกครั้ง เขาใส่เสื้อผ้าเดินออกมาดู เห็นหู่จื่อเห่าใส่กำแพง
เขาขยี้ตาเพ่งมอง แล้วก็ต้องแปลกใจ เจ้าจิ้งจอกน้อยสีขาวตัวเดิมกลับมาอีกแล้ว
สองวันที่ผ่านมา เขาค้นข้อมูลดูแล้ว ในจีนไม่มีจิ้งจอกขาวสายพันธุ์แท้ มีแต่จิ้งจอกแดงกับจิ้งจอกทราย
ที่เห็นเป็นสีขาวในตำนาน มักจะเป็นจิ้งจอกแดงที่ผิวเผือก แต่ก็มักจะมีสีอื่นแซม ไม่ขาวล้วนแบบเจ้าตัวนี้
จิ้งจอกน้อยยืนอยู่บนกำแพง ท่าทางระแวดระวัง มองลงมาที่ต้นองุ่นในลานบ้านสลับกับมองหู่จื่อ
โจวอวี่เด็ดองุ่นจากต้น เดินเข้าไปหา คืนก่อนมันมืดมองไม่ชัด แต่วันนี้เห็นชัดเจนว่ามันสวยและน่ารักมาก
เขาเดินไปใตกำแพง วางองุ่นลงที่พื้น ชี้ให้จิ้งจอกน้อยดู แล้วค่อยๆ ถอยออกมา พร้อมสั่งให้หู่จื่อหยุดเห่า
จิ้งจอกน้อยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระโดดลงมาอย่างแผ่วเบา คาบพวงองุ่นไว้ แล้วมองไปที่ต้นองุ่นอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไป
ได้ของฟรีแล้วก็ชิ่งเลยนะ โจวอวี่ส่ายหน้ายิ้มๆ นึกสงสัยว่าทำไมมันถึงอยู่ตัวเดียว เลยตัดสินใจจะสะกดรอยตามไปดู
เขาหยิบถุงผ้า เด็ดองุ่นใส่อีกสองพวง แล้วบอกหู่จื่อ "หู่จื่อ ตามเจ้าจิ้งจอกน้อยไป!"
หู่จื่อเข้าใจคำสั่ง วิ่งนำออกไปทางประตูหลัง โจวอวี่รีบตามไป ล็อคประตู แล้ววิ่งตามหู่จื่อไปติดๆ
ยิ่งเดินยิ่งห่างจากหมู่บ้าน มุ่งหน้าเข้าสู่ป่าเขา ดูเหมือนเจ้าจิ้งจอกน้อยจะอาศัยอยู่ในป่านี้จริงๆ
สมัยเด็กๆ เขาเคยตามผู้ใหญ่มาดักกระต่ายป่า แต่เดี๋ยวนี้คนเข้าป่าน้อยลงมาก
เดินมาถึงตีนเขา โจวอวี่หาไม้ท่อนเหมาะมือมาถือไว้ป้องกันตัว แม้จะไม่ใช่ป่าลึกแต่ก็อาจมีสัตว์อันตราย
เขาเดินตามหู่จื่อเข้าไปในป่า ด้วยความที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เขาจึงเดินป่าได้อย่างสบายๆ
ผ่านไป 20 นาที ยังไม่เห็นวี่แววของจิ้งจอกน้อย หรือหู่จื่อจะดมกลิ่นพลาด? แต่ดูท่าทางมั่นใจของมันแล้ว ไม่น่าจะพลาด
โจวอวี่ตัดสินใจเดินต่ออีก 10 นาที ถ้าไม่เจอก็จะกลับ
เดินไปอีก 5 นาที เขาได้ยินเสียงสัตว์ขู่คำรามแว่วมา สีหน้าเขาเปลี่ยนไป รีบเรียกหู่จื่อให้หมอบลง แล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ต้นเสียง
เสียงไม่ดังมาก น่าจะเป็นสัตว์เล็ก แถวนี้คงไม่มีเสือหรือหมีหรอกมั้ง
เสียงเริ่มใกล้เข้ามา โจวอวี่หมอบลงหลังเนินดิน ชะโงกหน้าออกไปดูภาพเบื้องหน้า แล้วก็ต้องตะลึง
อย่างที่คิด มีสัตว์เล็ก 3-4 ตัวกำลังรุมล้อมต้นไม้ใหญ่ เห่ากรรโชกใส่อะไรบางอย่างบนต้นไม้ มีพังพอนเหลืองสองตัว แมวดาวหนึ่งตัว อีกตัวเขาดูไม่ออกว่าเป็นตัวอะไร
สายตาของพวกมันจ้องไปที่โพรงไม้กลางลำต้น ทันใดนั้น หัวสีขาวเล็กๆ ก็โผล่ออกมาจากโพรง ส่งเสียงขู่ตอบโต้ลงมา
นั่นมันเจ้าจิ้งจอกน้อยจอมขโมยองุ่น! มันคำรามขู่ แล้วโยนอะไรบางอย่างลงมา สัตว์ข้างล่างดมๆ ดู สามตัวเมินเฉย แต่อีกตัวหนึ่งคาบไปกินหน้าตาเฉย