เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 ปลูกหยาดน้ำค้างหยก

บทที่ 6 ปลูกหยาดน้ำค้างหยก

บทที่ 6 ปลูกหยาดน้ำค้างหยก


พอองุ่นหมดพวง โจวอวี่ก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันตา องุ่นจากค่ายกลรวบรวมวิญญาณไม่ได้ให้แค่ความอร่อยลิ้น แต่ยังมอบความสบายกายให้ด้วย

เขาลุกขึ้น เดินช้าๆ ไปยังขอบลานบ้านริมทะเล สาดเมล็ดองุ่นที่เพิ่งกินเสร็จลงไปในเกลียวคลื่นที่ซัดสาดโขดหิน

สักพัก ผิวน้ำบริเวณนั้นก็กระเพื่อมไหว เห็นปลาตัวเล็กตัวน้อยว่ายวนเวียนคล้ายกำลังรุมตอดอะไรบางอย่าง หรือว่าเมล็ดองุ่นพวกนี้จะดึงดูดปลาพวกนี้เข้ามา?

ในเมื่อเนื้อองุ่นมีไอวิญญาณ เมล็ดของมันก็น่าจะมีเช่นกัน นึกไปถึงตอนเที่ยงที่พ่อกับแม่กินองุ่น เจ้าหู่จื่อก็นั่งมองตาละห้อย น้ำลายสออยู่ข้างๆ

ถ้าคนยังรู้สึกว่ามันอร่อยล้ำ สัตว์โลกก็น่าจะไม่ต่างกัน แค่ไม่รู้ว่าปลาพวกนี้จะชอบขนาดไหนก็เท่านั้น

โจวอวี่ขลุกอยู่ที่บ้านเก่าจนตะวันใกล้ตกดิน ก่อนกลับเขาเด็ดองุ่นสุกมาอีกสิบกว่าพวง แต่ละพวงเป็นสีม่วงสวยราวกับอัญมณี

จากนั้นเขาโทรหาลุงหลี่กั๋วหมิน นัดแนะให้ลูกค้ากลุ่มนั้นมารอที่ร้าน ลุงแกก็ไม่เกรงใจ บอกให้เขาหิ้วมาเยอะๆ หน่อย

วางถุงองุ่นลงในตะกร้าหน้ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแล้ว โจวอวี่ก็บิดออกจากบ้านเก่ามุ่งหน้าสู่ร้านของลุงเขย

"ลุงครับ ผมมาแล้ว" พอจอดรถเสร็จ โจวอวี่ก็ตะโกนเรียก

ยังไม่ทันที่ลุงจะขานรับ ลูกค้าทั้งสี่คนก็พุ่งตัวออกมาจากโต๊ะหน้าร้าน "พ่อหนุ่ม คุณคือหลานเถ้าแก่หลี่ใช่ไหม เอาองุ่นมาด้วยหรือเปล่า" สายตาพวกเขาล็อกเป้าไปที่ตะกร้าหน้ารถทันที

หลี่กั๋วหมินเดินออกมาสมทบ ยิ้มกว้าง "เสี่ยวอวี่ ก็ลูกค้ากลุ่มนี้แหละที่อยากได้องุ่น จัดให้พวกเขาหน่อยสิ"

โจวอวี่พยักหน้า "ที่บ้านผมออกผลไม่เยอะครับ แบ่งให้ได้คนละสองพวงนะครับลุง ขอถุงหน่อยครับ"

"โอเคๆ สองพวงก็พอแล้ว ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม" ลูกค้าพากันพยักหน้าหงึกหงัก แค่ได้สักพวงก็ดีใจแย่แล้ว

โจวอวี่หยิบองุ่นใส่ถุงให้ลูกค้า พอเห็นองุ่นสีม่วงเข้มเป็นประกาย ทั้งสี่คนก็ยิ้มแก้มปริ ของดีของจริงมาแล้ว

แจกจ่ายเสร็จ โจวอวี่ก็หยิบอีกสองพวงส่งให้ลุงเขย "ลุงครับ สองพวงนี้ของลุงกับป้านะ"

หลี่กั๋วหมินรับมาด้วยความยินดี มององุ่นสวยๆ ในมือแล้วน้ำลายสอ

"เอ้อ พ่อหนุ่ม ยังไม่ได้บอกราคาเลย เท่าไหร่ครับ" พอได้ของ ลูกค้าก็รีบถามราคาพลางกลั้นใจอยากจะหยิบกินซะเดี๋ยวนั้น

โจวอวี่ยิ้มแล้วโบกมือ "ไม่คิดตังค์ครับ แค่ทำตามสัญญา แวะมาอุดหนุนร้านลุงผมบ่อยๆ ก็พอ ถือซะว่าเป็นของกำนัลจากผม ลุงครับ ผมกลับก่อนนะ"

"อ้าว เสี่ยวอวี่ กินข้าวก่อนสิ" หลี่กั๋วหมินรีบชวน

"ไม่ล่ะครับ จะกลับไปกินที่บ้าน" ว่าแล้วโจวอวี่ก็บิดรถจากไปอย่างเท่ๆ

ลูกค้าทั้งสี่มองตามหลังโจวอวี่ไปอย่างทึ่งๆ ตอนแรกนึกว่าจะโดนโขกราคา ที่ไหนได้ พ่อหนุ่มใจป้ำแจกฟรีเฉยเลย

"เถ้าแก่ ไม่คิดเงินแบบนี้เกรงใจแย่ เอางี้ ผมจ่ายให้เถ้าแก่แล้วกัน" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งหันมาบอก

หลี่กั๋วหมินหัวเราะ "หลานผมบอกว่าให้ ก็คือให้ครับ ผมจะไปเก็บเงินพวกคุณได้ยังไง รับไปเถอะครับ"

"งั้นก็ได้ครับ ไว้พวกเราจะพาคนมาอุดหนุนบ่อยๆ นะ" ทั้งสี่มองหน้ากันแล้วพยักหน้า

ระหว่างเดินกลับโต๊ะ หลี่เจี้ยนเชา ชายเสื้อเชิ้ตขาวอดใจไม่ไหว เด็ดองุ่นเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วทำหน้าตื่นตะลึง "นี่... องุ่นนี่... มัน..."

"เป็นอะไรไปเจี้ยนเชา มีอะไรผิดปกติเหรอ" เพื่อนๆ รีบถาม นึกว่าโดนสลับของ

"มันอร่อยมาก! เกิดมาไม่เคยกินองุ่นอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย!" หลี่เจี้ยนเชาตะโกนอย่างตื่นเต้น

เพื่อนอีกสามคนเห็นท่าทางแบบนั้น ก็มององุ่นในมือตัวเอง แล้วพร้อมใจกันยื่นมือไปที่ถุงของหลี่เจี้ยนเชา "จริงเหรอวะ ไหนขอลองชิมหน่อยดิ"

"ไปไกลๆ เลย! ของใครของมันสิวะ!" หลี่เจี้ยนเชากอดถุงแน่นราวกับสมบัติล้ำค่า

หลี่กั๋วหมินยืนกินองุ่นอยู่ที่เคาน์เตอร์ สีหน้าตกตะลึงไม่แพ้กัน หวานกว่าเมื่อตอนเที่ยงอีก! หลานชายไปทำอีท่าไหนถึงปลูกได้ขนาดนี้เนี่ย

กลับถึงบ้าน โจวอวี่เอาองุ่นสองพวงให้พ่อแม่ชิม ทั้งสองคนก็ตกใจในรสชาติที่เปลี่ยนไป และเริ่มเชื่อมั่นในแผนการทำเกษตรของลูกชายมากขึ้น

ระหว่างกินองุ่น เจ้าหู่จื่อ สุนัขแสนรู้ก็นั่งมองตาแป๋ว โจวอวี่เห็นแล้วขำ เลยเด็ดให้มันกินบ้าง หู่จื่อพุ่งเข้าใส่งับองุ่นเข้าปากอย่างไว

คืนนั้น โจวอวี่เปิดวิทยุรอฟังเสียงจากอีกโลก เขาลงทุนซื้อถ่านมาใส่ แต่ก็ไร้ผล จนตีหนึ่งยังเงียบกริบ เลยถอดใจปิดไฟนอน

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังอาหารเช้า โจวอวี่พาหู่จื่อไปบ้านเก่า วันนี้ต้นกล้าหยาดน้ำค้างหยกจะมาส่ง การเริ่มต้นเป็นเกษตรกรเต็มตัวกำลังจะเริ่มขึ้น

พอถึงหน้าประตูบ้านเก่า หู่จื่อส่งเสียงคำรามต่ำๆ เหมือนได้กลิ่นอะไรบางอย่าง โจวอวี่รีบไขกุญแจเปิดประตู เจ้าหู่จื่อพุ่งพรวดเข้าไปในลานบ้านทันที

มีใครหรือตัวอะไรแอบเข้ามาหรือเปล่า? โจวอวี่วิ่งตามหู่จื่อเข้าไป เห็นเงาสีขาวแวบๆ กระโดดข้ามกำแพงหายวับไปกับตา

"หู่จื่อ กลับมา!" โจวอวี่เรียกสุนัขไว้ สัตว์ตัวนั้นเร็วเกินกว่าหู่จื่อจะตามทัน เงาสีขาว รวดเร็วปราดเปรียว แมวของใครหรือเปล่านะ?

เขาเดินไปสำรวจใต้ต้นองุ่น ดูเหมือนองุ่นจะยังอยู่ครบ แต่ดินที่เขาพรวนไว้เมื่อวานมีรอยเท้าสัตว์เล็กๆ ประทับอยู่

เขานั่งยองๆ ดูรอยเท้า ดูไม่ออกว่าเป็นตัวอะไร แต่น่าจะเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ และเพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน ไม่งั้นองุ่นคงเกลี้ยงไปแล้ว

องุ่นหายไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าลงหยาดน้ำค้างหยกไปแล้วโดนขุดนี่สิเรื่องใหญ่ นี่มันจุดเริ่มต้นธุรกิจของเขาเชียวนะ โจวอวี่ตัดสินใจว่าคืนนี้จะนอนเฝ้าที่บ้านเก่าพร้อมกับหู่จื่อ

เมื่อวานเขาลองเช็คดู บ้านสี่ห้องนี้มีสองห้องที่พอนอนได้ ขนของมาทำความสะอาดหน่อยก็โอเคแล้ว เพื่อหยาดน้ำค้างหยก ลำบากนิดหน่อยก็ยอม

ระหว่างกำลังทำความสะอาด ก็มีสายเข้าจากบริษัทขนส่งสองเจ้าติดต่อกัน เขาต้องวิ่งไปรับพัสดุที่หน้าหมู่บ้าน ทั้งสองกล่องคือต้นกล้าหยาดน้ำค้างหยกที่สั่งจากคนละเจ้า

กลับมาถึงบ้านเก่า โจวอวี่เปิดกล่องออก พานเติง 10 ต้น กับ หยาดน้ำค้างหยกผิวดำ 10 ต้น ปรากฏแก่สายตา ต้นเล็กจิ๋วน่ารัก แม้ตอนนี้จะยังดูธรรมดา แต่เขาจินตนาการถึงตอนที่มันโตเต็มฟอร์มได้เลยว่าจะสวยขนาดไหน

จากประสบการณ์ ต้นกล้าพวกนี้น่าจะเป็นไม้เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่ผ่านการอนุบาลมาบ้างแล้ว แต่ยังปรับสภาพไม่สมบูรณ์นัก สำหรับคนอื่นอาจเป็นปัญหา แต่สำหรับเขาที่มีค่ายกลรวบรวมวิญญาณ เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย

ปกติไม้เพาะเนื้อเยื่อต้องใช้เวลาปรับสภาพนานพอสมควร กว่าจะเอามาปลูกในสภาพแวดล้อมปกติได้ พ่อค้าบางคนรีบขายทั้งที่ไม้ยังไม่แข็งแรง ลูกค้าเอาไปปลูกก็มักจะตาย

โจวอวี่ค่อยๆ บรรจงปลูกพานเติง 10 ต้นลงในดินร่วนซุยที่เตรียมไว้ จากนั้นก็ปลูกหยาดน้ำค้างหยกผิวดำอีก 10 ต้นไว้ฝั่งตรงข้าม

ด้วยพลังไอวิญญาณอันเข้มข้นจากค่ายกล เขาเชื่อมั่นว่าต้นกล้าตัวน้อยเหล่านี้จะเติบโตอย่างงดงาม ภาพความสวยงามของพวกมันในอนาคตฉายชัดอยู่ในหัวเขาแล้ว

จบบทที่ บทที่ 6 ปลูกหยาดน้ำค้างหยก

คัดลอกลิงก์แล้ว