- หน้าแรก
- วิทยุของผมติดต่อกับโลกเซียนได้
- บทที่ 7 ขอร้องล่ะ หยุดเถอะพี่!
บทที่ 7 ขอร้องล่ะ หยุดเถอะพี่!
บทที่ 7 ขอร้องล่ะ หยุดเถอะพี่!
เพียงแค่เวลาไม่นานหลังจากที่ลงปลูกต้นอ่อนหยาดน้ำค้างหยกทั้ง 20 ต้น โจวอวี่ก็เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง ใบที่เคยดูหม่นหมองจากการเดินทางไกลในกล่องพัสดุ กลับเริ่มฟื้นคืนความสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
มองดูต้นอ่อนทีละต้น เขาอดตื่นเต้นไม่ได้ นึกลุ้นในใจว่าจะมีสักกี่ต้นที่ "ด่าง" เพราะถ้ามันด่างขึ้นมา ราคาไม่ใช่แค่พุ่งกระฉูด แต่มันคือความภาคภูมิใจของคนเลี้ยงไม้อวบน้ำอย่างเขา
จากนั้น โจวอวี่ก็หันไปทำความสะอาดบ้านต่อ เพราะดูทรงแล้วเขาคงต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่บ้านเก่าหลังนี้
กว่าจะเก็บกวาดเสร็จก็ปาเข้าไปเที่ยง ห้องหับสะอาดเอี่ยมอ่อง คืนนี้ขนเครื่องนอนมาก็พร้อมอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ลึกลับบุกเข้ามาอีก โจวอวี่จึงทิ้งเจ้าหู่จื่อไว้เฝ้าบ้านพร้อมกับองุ่นพวงโตเป็นรางวัล
กลับมาถึงบ้านแม่ พอกำลังจะตักข้าวเข้าปาก เสียงคุ้นหูจากหน้าบ้านก็ดังขึ้น "พี่อวี่! พี่อวี่!"
โจวอวี่ยิ้มออกมาทันที รีบวางชามข้าวเดินออกไป เห็นชายหนุ่มร่างท้วมในเสื้อกล้ามสีดำยืนอยู่กลางลานบ้าน เขาเดินเข้าไปทุบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ "ไงไอ้ตัวแสบ ยังจำทางกลับบ้านได้เหรอวะ"
นี่คือ "หลี่เทียนเปียว" หรือ "อาเปียว" ลูกชายลุงเขยหลี่กั๋วหมิน สมัยเด็กๆ เจ้านี่คือลูกสมุนเบอร์หนึ่งของเขา
"ผมต่างหากที่ต้องถาม พี่หายหัวไปเป็นปีเลยนะ" อาเปียวบ่นอุบ เขาเพิ่งกลับมาจากบ้านพ่อตาแม่ยาย พอถึงบ้านก็รู้ข่าวว่าลูกพี่กลับมาแล้ว
"อ้าว สรุปเป็นความผิดข้าเหรอเนี่ย" โจวอวี่ยิ้มกวนๆ
อาเปียวรีบโบกมือ "ใครจะกล้าโทษพี่ล่ะ ว่าแต่ เดี๋ยวไปตกปลากันไหม ไม่ได้ตกด้วยกันตั้งนานแล้ว"
"อาอาเปียว มาแล้วเหรอ เข้ามากินข้าวด้วยกันสิลูก" แม่โจวเดินออกมาจากครัวร้องเรียก
"ไม่เป็นไรครับน้า ผมแค่มารายงานตัวกับพี่อวี่ เดี๋ยวกลับแล้วครับ" อาเปียวปฏิเสธอย่างเกรงใจ
โจวอวี่พยักหน้า "เดี๋ยวตามไป"
"โอเค พี่ไม่ต้องเตรียมอะไรมานะ บ้านผมมีเบ็ดครบ" อาเปียวกำชับก่อนจะลาแม่โจวแล้วเดินกลับไป
กินข้าวเสร็จ โจวอวี่ขี่รถไปบ้านเก่า ขนเครื่องนอนและเตรียมข้าวให้หู่จื่อ จากนั้นก็หยิบเมล็ดองุ่นที่เก็บไว้เมื่อเช้ารวมกับที่เพิ่งกินไป ได้มาประมาณ 50-60 เมล็ด
เมื่อเช้าเขาลองโปรยเมล็ดองุ่นลงทะเล พบว่ามันดึงดูดปลาได้ดีกว่าเหยื่อทั่วไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นปลารุมทึ้ง บางตัวแค่ว่ายมาดูแล้วก็ไป
เนื้อองุ่นก็พอๆ กัน ดีกว่าเมล็ดนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรมาก
แต่ด้วยจำนวนเมล็ดที่มี น่าจะพอตกปลาได้บ้าง เขาจึงขี่รถมุ่งหน้าไปร้านลุงเขย
หลังจากรับฟังคำเตือนเรื่องความปลอดภัยจากลุงหลี่กั๋วหมินจนหูชา สองหนุ่มก็ขี่รถมุ่งหน้าสู่จุดตกปลายอดฮิตของหมู่บ้าน
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงโขดหินริมทะเล ที่นี่คือทำเลทองที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมมาตกปลากัน สมัยเด็กๆ เขากับอาเปียวก็ชอบมาเล่นซนแถวนี้
บนโขดหินมีคนนั่งตกปลาอยู่ประปราย ขณะที่พวกเขากำลังเดินหาที่เหมาะๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนเดินสวนมา แต่งตัวฉูดฉาด กางเกงยีนส์ขาดรุ่งริ่ง "อ้าว หลี่เทียนเปียว ฝีมือห่วยแตกแบบแกยังกล้าโผล่หัวมาอีกเหรอ คราวก่อนแพ้ยังไม่เข็ดสินะ"
หนึ่งในนั้นเป็นหนุ่มหัวทอง พูดจาถากถางอาเปียว ก่อนจะหันมาเห็นโจวอวี่แล้วยิ้มเยาะ "โอ๊ะโอ นี่มัน เสี่ยวอวี่โจ้วคนดังนี่นา ได้ข่าวว่าจบมหาลัยแต่หางานไม่ได้ ต้องซมซานกลับมาทำนาที่บ้านเหรอ เก่งจริงๆ พ่อคุณ"
"อ้อ นึกว่าลูกเต้าเหล่าใครเสียงดัง ที่แท้ก็ โก่วหวา นี่เอง ไม่เจอกันนาน ไปเข้าแก๊งขอทานมาเหรอวะ" โจวอวี่สวนกลับนิ่มๆ
หมอนี่ชื่อหวังฟู่กุ้ย ชื่อเล่นโก่วหวา แปลว่าเจ้าตูบ เด็กบ้านข้างๆ สมัยเด็กโจวอวี่เป็นหัวโจกเด็กแถวนี้ โก่วหวาไม่ยอมเลยตั้งแก๊งมาท้าตีท้าต่อยกันประจำ
ได้ข่าวว่าโก่วหวาเรียนไม่จบม.ต้น เพราะโดนไล่ออกจากโรงเรียนข้อหาชกต่อย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ปากยังสุนัขไม่รับประทานเหมือนเดิม
"มึง! อย่ามาเรียกกูว่าโก่วหวา! แล้วก็นี่มันแฟชั่นเว้ย! คนบ้านนอกอย่างมึงจะไปรู้อะไร! อย่ามาพล่าม เอากติกาเดิม กล้าป่าว!" หวังฟู่กุ้ยหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ท้าทายกลับทันที
โจวอวี่ยิ้มมุมปาก นึกถึงสมัยเด็กที่แข่งตกปลากัน คนแพ้ต้องยกปลาทั้งหมดให้คนชนะ แถมต้องโดดทะเลทั้งชุด สมัยนั้นเขาชนะโก่วหวาประจำ
"พี่อวี่ อย่าไปแข่งกับมันเลย ไอ้โก่วหวามันว่างงาน มาตกปลาทุกวัน ฝีมือมันพัฒนาไปไกลแล้ว" อาเปียวกระซิบเตือน
"กลัวล่ะสิ ถ้ากลัวก็ไสหัวไปซะ อย่ามาให้เสียชื่อหมู่บ้านเถาหยวน!" หวังฟู่กุ้ยได้ทีข่มทับ ความแค้นฝังหุ่นสมัยเด็กมันยังคุกรุ่น วันนี้ต้องเอาคืนให้สาสม
โจวอวี่ส่ายหน้าเบาๆ หมอนี่มันรนหาที่ตายชัดๆ "แก๊งขอทานอย่างแกมีอะไรน่ากลัว แต่ขอเพิ่มเดิมพันหน่อยนะ ปลาหนึ่งตัว แลกโดดน้ำหนึ่งที"
"ได้! ตกลงตามนี้! กูจะทำให้มึงร้องไห้ไม่ออกเลยคอยดู!" หวังฟู่กุ้ยรับคำท้าอย่างดุเดือด
ทั้งสองแยกย้ายไปหาทำเลบนโขดหิน "พี่อวี่ เอาจริงเหรอ ฝีมือมันไม่ธรรมดานะ" อาเปียวยังคงกังวล
"สบายใจได้อาเปียว วันนี้พี่จะทำให้มันโดดน้ำจนตะคริวกินขาเลยคอยดู" โจวอวี่มั่นใจเต็มเปี่ยม เมล็ดองุ่นอาบไอวิญญาณเกือบ 60 เมล็ด ยังไงก็ดีกว่าเหยื่อกระจอกๆ ของมันแน่นอน
อาเปียวได้แต่ถอนใจ เดินไปหาที่นั่งตกปลาห่างออกไป
โจวอวี่เกี่ยวเมล็ดองุ่นเข้ากับเบ็ด เหวี่ยงสายออกไปในทะเลอย่างชำนาญ
ไม่ทันไร ปลายคันเบ็ดก็กระตุกวูบ เขาตวัดคันเบ็ดทันที ปลาสีเทาขาวตัวใหญ่ลอยละลิ่วขึ้นมา เป็นปลากะพงตัวสวย!
หวังฟู่กุ้ยที่แอบมองอยู่ถึงกับหน้าถอดสี เป็นไปได้ไง! มันเพิ่งหย่อนก้นนั่งไม่ถึง 5 นาทีเลยนะ!
นักตกปลารอบข้างต่างพากันมองด้วยความทึ่ง เด็กหนุ่มคนนี้ดวงดีชะมัด บางคนนั่งแช่มาเป็นสิบนาทียังเงียบกริบ
"ฮ่าๆ สุดยอดไปเลยพี่อวี่!" อาเปียวตะโกนเชียร์
โจวอวี่ปลดปลาลงกระชัง หันไปมองหวังฟู่กุ้ย แล้วชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
หวังฟู่กุ้ยฮึดฮัด หันหน้าหนี จ้องมองทุ่นเบ็ดของตัวเองที่นิ่งสนิทด้วยใจที่ร้อนรุ่ม
โจวอวี่เกี่ยวเมล็ดองุ่นใหม่ เหวี่ยงเบ็ดลงไปอีกครั้ง รอสักพักไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเลยดึงขึ้นมาเปลี่ยนเมล็ดใหม่
จากการทดลองเมื่อเช้า เขาพบว่าเมล็ดองุ่นถ้าแช่น้ำนาน ไอวิญญาณจะละลายหายไป ต้องหมั่นเปลี่ยนเหยื่อ
พอเปลี่ยนเหยื่อปุ๊บ ปลาก็กินปั๊บ ตวัดเบ็ดขึ้นมา คราวนี้เป็นปลาเก๋าจุด!
"โห! ปลาเก๋า! สุดยอดเลยพ่อหนุ่ม!" คนรอบข้างเริ่มฮือฮา ไม่ถึงสิบนาทีได้ปลาดีๆ สองตัวติด
อาเปียวตาโตแทบถลน พี่เรามันเทพทรูชัดๆ!
หวังฟู่กุ้ยนั่งไม่ติดแล้ว โดยเฉพาะตอนที่เห็นโจวอวี่ชูสองนิ้วเยาะเย้ย หรือว่าไอ้หมอนี่จะเจอฝูงปลาพอดี?
ปลาตัวที่สามตามมาติดๆ แม้จะต้องใช้เมล็ดองุ่นไป 2-3 เมล็ดกว่าจะได้ แต่ความเร็วในการตกปลาก็ยังทิ้งห่างคนอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น
พอเห็นโจวอวี่ชูสามนิ้ว หวังฟู่กุ้ยหน้าซีดเผือด
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ปลาตัวแล้วตัวเล่าถูกดึงขึ้นมาท่ามกลางเสียงเชียร์ของกองเชียร์จำเป็น
"กะพงอีกแล้ว!" ... "เฮ้ย! นั่นปลาจวดเหลือง! พ่อหนุ่มนายจะเหมาหมดทะเลเลยหรือไง!"
โจวอวี่ได้ปลามาสิบกว่าตัว แลกกับเมล็ดองุ่นที่เสียไปเกือบหมดถุง ส่วนใหญ่เป็นปลาธรรมดา มีตัวดีๆ ปนมาแค่ 1-2 ตัว
ตัดภาพไปที่หวังฟู่กุ้ย หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ชั่วโมงนึงผ่านไป ได้ปลาแค่ 2 ตัวถ้วน
"เอ๊ะ! เมื่อกี้เหมือนเห็นปลาทูน่าว่ายผ่านไป!" นักตกปลาคนหนึ่งร้องทัก
"ตาฝาดมั้ง ถึงปลาทูน่าเด็กจะหากินชายฝั่ง แต่ก็ไม่น่าเข้ามาใกล้ขนาดนี้นะ" อีกคนแย้ง
ทันใดนั้น ปลาสีเงินตัวหนึ่งก็กระโดดเหนือน้ำโชว์ตัว ก่อนจะดำหายไป "เฮ้ย! ทูน่าจริงๆ ด้วย!" ทุกคนตื่นเต้นกันยกใหญ่ รีบเหวี่ยงเบ็ดกันจ้าละหวั่น
"ปลาทูน่าครีบเหลืองวัยรุ่น! สงสัยหลงทางมา ใครตกได้นี่รวยเลยนะ!"
โจวอวี่ก็ตื่นเต้น หรือว่ามันตามกลิ่นเมล็ดองุ่นมา? คิดไปคิดมาก็ส่ายหัว ถ้าตามกลิ่นมาจริงป่านนี้กินเบ็ดไปแล้ว
แต่ยังไงซะ เหยื่อของเขาก็มีภาษีดีกว่าคนอื่น เขาเปลี่ยนเมล็ดองุ่นใหม่ แล้วเหวี่ยงเบ็ดลงไป
ทุกคนกลั้นหายใจลุ้นว่าใครจะเป็นผู้โชคดี
ผ่านไปครู่ใหญ่ คันเบ็ดของโจวอวี่โค้งวูบ แรงดึงมหาศาลทำเอาเขาเกือบหน้าทิ่มลงทะเล
เขาตั้งหลัก เกร็งแขนสูู้สุดฤทธิ์ คันเบ็ดงอเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว อาเปียวเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งมาช่วยดึง สองแรงแข็งขัน ในที่สุดปลาสีเงินตัวเขื่องก็ถูกลากขึ้นฝั่ง
พอมองชัดๆ เสียงฮือฮาก็ดังลั่นโขดหิน "บ้าไปแล้ว! ตกทูน่าได้จริงๆ ด้วย! พ่อหนุ่ม ที่ตรงนี้นี่มันทำเลทองชัดๆ!"
ตกได้ปลาเป็นสิบ แถมปิดท้ายด้วยทูน่า นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ!
"เวอร์เกินไปแล้ว! พ่อหนุ่มใช้อะไรทำเหยื่อเนี่ย!"
ส่วนหวังฟู่กุ้ย ตอนนี้สติหลุดลอยไปแล้ว พอได้ยินว่าโจวอวี่ตกทูน่าได้ เขาอยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาดให้ตื่นจากฝันร้าย
ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ จู่ๆ ไอ้หนุ่มหัวทองก็พุ่งเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าโจวอวี่ "พี่ใหญ่! ไม่สิ ท่านพี่โจวอวี่! ผมขอร้องล่ะ ปล่อยผมไปเถอะ! หยุดโชว์อภินิหารเถอะครับ! ผมผิดไปแล้ว! ผมผิดไปแล้วจริงๆ!"
ขืนปล่อยให้ตกต่อไป เขาคงได้โดดทะเลจนขาลากแน่ ยอมเสียหน้าตอนนี้ ยังดีกว่าต้องโดดน้ำเป็นร้อยรอบ!