- หน้าแรก
- วิทยุของผมติดต่อกับโลกเซียนได้
- บทที่ 5 ซื้อต้นกล้าหยาดน้ำค้างหยก
บทที่ 5 ซื้อต้นกล้าหยาดน้ำค้างหยก
บทที่ 5 ซื้อต้นกล้าหยาดน้ำค้างหยก
นอกเหนือจากพืชไร่ ผัก ผลไม้ และสมุนไพรแล้ว สิ่งที่เหลือให้ปลูกก็มีแต่ไม้ดอกไม้ประดับ โจวอวี่ตัดสินใจว่าจะลองปลูกพืชอวบน้ำที่กำลังฮิตระเบิดระเบ้อในช่วงไม่กี่ปีมานี้
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เขาไม่รู้จักเจ้าพืชที่ชื่อ "ตัวโร่ว" หรือพืชอวบน้ำนี่เลยด้วยซ้ำ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนในเมืองจีน ก็มีแต่คนคลั่งไคล้เจ้าต้นไม้หน้าตามุ้งมิ้งนี้ กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ที่ไม่มีใครตอบได้ว่าทำไมถึงดังเปรี้ยงปร้างขนาดนี้
อินเทอร์เน็ตถือเป็นฐานทัพสำคัญที่ทำให้พืชอวบน้ำโด่งดัง ตามเว็บบอร์ดและฟอรั่มต่างๆ เต็มไปด้วยคนอวดโฉมเจ้าต้นไม้รูปร่างแปลกตาหลากหลายสายพันธุ์ที่มองแล้วชวนให้หลงรัก
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย โจวอวี่เคยเลี้ยงพืชอวบน้ำอยู่พักใหญ่ จนเรียกได้ว่าเป็นกูรูครึ่งใบในวงการ สาเหตุหลักก็ง่ายๆ... แฟนเก่าของเขาชอบมาก
พอนึกถึงพืชอวบน้ำ ภาพใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ของเธอก็ลอยเข้ามาในหัว แต่มันก็กลายเป็นอดีตไปแล้ว คนเราเดินคนละเส้นทางกัน
ในเมื่อพื้นที่ของค่ายกลรวบรวมวิญญาณมีจำกัด เพื่อให้ได้กำไรสูงสุด เขาจึงต้องเลือกปลูกพันธุ์ที่ไม่ธรรมดา ด้วยประสบการณ์ที่มี โจวอวี่รู้ดีว่าพันธุ์ไหนกำลังอินเทรนด์และทำเงินได้งาม
ช่วงปีหลังๆ มานี้ ดาวเด่นในวงการพืชอวบน้ำต้องยกให้ "หยาดน้ำค้างหยก" หรือ "ฮาโวเทีย" Haworthia ที่ฮอตจนฉุดไม่อยู่ สมชื่อที่แสนไพเราะ ต้นเล็กกะทัดรัด ใบใสกระจ่างดั่งแก้วเจียระไน เหมือนงานศิลปะชิ้นเอก
ในวงการคนรักไม้อวบน้ำมีคำกล่าวที่ว่า "คนจนเล่นกุหลาบหิน คนรวยเล่นฮาโวเทีย" เจ้าหยาดน้ำค้างหยกนี้จัดอยู่ในกลุ่มฮาโวเทีย ซึ่งเป็นสายพันธุ์ไฮโซที่เป็นขวัญใจบรรดาเศรษฐี
สำหรับคนรักไม้อวบน้ำทั่วไป การได้ครอบครองฮาโวเทียพันธุ์งามสักต้นถือเป็นความภูมิใจสุดๆ ในหน้าฟีดของบางคน การอวดรถหรูเครื่องเพชรกลายเป็นการอวดไม้อวบน้ำราคาแพงไปแล้ว
ลึกๆ แล้วโจวอวี่เองก็อยากได้ฮาโวเทียสวยๆ สักต้น ตอนแรกที่หัดเลี้ยงก็เพื่อจีบสาว แต่พอนานวันเข้าเขาก็เริ่มหลงรักเจ้าต้นไม้พวกนี้จริงๆ ติดที่ว่างบน้อยเลยได้แต่เลี้ยงพันธุ์พื้นๆ
แต่ตอนนี้ ด้วยอานุภาพของค่ายกลรวบรวมวิญญาณ ทุกอย่างย่อมเป็นไปได้! เขานั่งลงบนเก้าอี้ซักผ้ากลางค่ายกล มือคว้าโทรศัพท์เปิดเข้าเว็บบอร์ดเซียนโร่วหยวน สวนพืชอวบน้ำแดนเซียน แหล่งรวมคนรักไม้อวบน้ำระดับแนวหน้าของประเทศ
เว็บนี้ขึ้นชื่อเรื่องกฎการสมัครที่เข้มงวดและการคัดกรองสมาชิก เพื่อป้องกันพวกต้มตุ๋น
พอล็อกอินเสร็จ โจวอวี่พุ่งตรงไปที่ห้องซื้อขาย สำหรับสมาชิกใหม่ต้องสะสมคะแนนและอายุสมาชิกให้ถึงเกณฑ์ก่อนถึงจะเข้าดูได้ แต่ถ้าจะตั้งกระทู้ขายของ กฎยิ่งโหดกว่านั้น
แต่ในฐานะนักปั่นกระทู้ตัวยงสมัยเรียน เลเวลสมาชิกของเขาอยู่ในระดับ "ปรมาจารย์" ไปเรียบร้อยแล้ว
โจวอวี่ไถหน้าจอหาสายพันธุ์หยาดน้ำค้างหยกที่น่าสนใจ ไม่นานก็สะดุดตากับกระทู้ขายพานเติง โคมไฟตระกูลพาน หรือชื่อเต็มๆ คือ "หยาดน้ำค้างหยกโคมไฟน้ำแข็งตระกูลพาน" กดเข้าไปดูทันที
พานเติงถือเป็นตัวท็อปในสายพันธุ์โคมไฟน้ำแข็ง เป็นผลงานการคัดสายพันธุ์อย่างพิถีพิถันของอาจารย์แซ่พาน ผู้เชี่ยวชาญชาวจีน จนกลายเป็นความภาคภูมิใจของคนในวงการ
แต่เจ้าหยาดน้ำค้างหยกนี้โตช้าและขยายพันธุ์ยากมาก เพื่อรักษาลักษณะเด่นของต้นแม่ไว้ ส่วนใหญ่จะใช้วิธีตัดยอดหรือปักชำใบเท่านั้น
การปักชำใบ ก็คือการเอาใบที่สมบูรณ์แข็งแรงมาปักลงดิน รอให้แตกหน่อออกมาเป็นต้นใหม่
เนื่องจากสวนของอาจารย์พานปล่อยของออกมาน้อยมากในแต่ละปี ทำให้พานเติงกลายเป็นของหายากและล้ำค่า แม้จะมีแบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อออกมาขายบ้างแล้ว แต่ความนิยมในต้นตำรับก็ไม่เคยลดลง
ดูจากในกระทู้ ต้นกล้าพานเติงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร ราคาต้นละ 220 หยวน เห็นราคาแล้วโจวอวี่ยิ้มแห้ง สมัยเรียนนี่ค่าข้าวอาทิตย์กว่าๆ เลยนะเนี่ย สมกับคำร่ำลือที่ว่า "เลี้ยงไม้อวบน้ำจนกรอบ เล่นหยาดน้ำค้างหยกจนเจ๊ง"
เมื่อก่อนเขาเคยตัดใจซื้อต้นกล้าราคาหลักร้อยมาสองต้น แต่เลี้ยงไม่รอดตายเรียบ หลังจากนั้นเลยเข็ด เล่นแต่ของถูก
ปิดกระทู้นั้นไป โจวอวี่เลื่อนลงมาเจอกระทู้ขายต้นกล้า "หยาดน้ำค้างหยกผิวดำ" หรือที่ในจีนเรียกอีกชื่อว่า "ไฟนีออน" จริงๆ ชื่อไฟนีออนใช้เรียกต้นที่มี "ด่าง" แต่เรียกกันจนติดปากไปแล้ว
"ด่าง" คือการกลายพันธุ์ของสีใบ มักจะเป็นสีเหลือง ขาว หรือชมพู บางคนก็ว่าเป็นโรค แต่ไม่ว่าจะเกิดจากอะไร ถ้ามีด่างปุ๊บ ความสวยจะพุ่งปรี๊ด ราคาก็พุ่งตามไปด้วย
หยาดน้ำค้างหยกผิวดำแบบปักชำใบราคาก็พอฟัดพอเหวี่ยงกับพานเติง ทำเอาโจวอวี่ถอนหายใจ สมัยเรียนแค่ต้นกล้าธรรมดาๆ ก็ปาไปสี่ห้าร้อยแล้ว เดี๋ยวนี้มีแบบเพาะเนื้อเยื่อเยอะขึ้น ราคาเลยจับต้องได้ง่ายขึ้นหน่อย
เห็นต้นกล้าน่ารักๆ พวกนี้แล้วใจมันสั่นอยากได้ แต่ราคามันบาดใจเหลือเกิน
ไล่ดูพันธุ์ไฮโซอื่นๆ ราคาก็ยิ่งโหดเข้าไปใหญ่ โจวอวี่ส่ายหน้า ตัดสินใจซื้อแบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อดีกว่า สำหรับคนอื่นอาจกังวลเรื่องไม่งอกหรือโตช้า แต่สำหรับเขาที่มีค่ายกลรวบรวมวิญญาณ ปัญหาพวกนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่
เขาเช็คราคาต้นกล้าเพาะเนื้อเยื่อในบอร์ดเทียบกับในเว็บขายของออนไลน์ สุดท้ายจบที่สั่งซื้อพานเติง 10 ต้น และหยาดน้ำค้างหยกผิวดำอีก 10 ต้น รวมแล้วไม่ถึงพันหยวน ถูกจริงอะไรจริง นี่แหละข้อดีของไม้เพาะเนื้อเยื่อ
กะคร่าวๆ แล้ว ต้นกล้า 20 ต้นนี้น่าจะใช้พื้นที่ในค่ายกลไปประมาณครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งที่เหลือค่อยว่ากัน เอา 20 ต้นนี้มาลองวิชาก่อน
กดสั่งซื้อเสร็จ โจวอวี่วางมือถือลงอย่างอาลัยอาวรณ์ ถ้าค่ายกลครอบคลุมทั้งลานบ้านได้คงจะดีไม่น้อย จะปลูกให้ครบทุกสายพันธุ์ กลายเป็นสวรรค์ของคนรักไม้อวบน้ำไปเลย
ดึงสติกลับมา สายตามองไปที่ต้นองุ่น ลองนับดูคร่าวๆ มีพวงที่ใกล้สุกอยู่ราว 30-40 พวง นอกนั้นยังเขียวๆ หรือเพิ่งเป็นตุ่มดอก
ในเมื่อมีเยอะขนาดนี้ โจวอวี่เลยกะว่าจะแบ่งให้ลูกค้า 4 คนนั้นคนละ 2 พวง แล้วก็ฝากลุงเขยไปอีกสักหน่อย ตอนนี้ยังหัววัน เขาเลยหันไปมองพื้นที่ว่างในค่ายกล ตัดสินใจพรวนดินรอต้นกล้าที่จะมาส่งพรุ่งนี้ดีกว่า
ตอนนี้ต้นกล้ายังเล็ก ปลูกลงดินไปก่อน พอโตค่อยย้ายลงกระถาง อีกอย่าง ในค่ายกลนี้ ดินคือกุญแจสำคัญ เพราะหินเซียนทั้งสี่ก้อนฝังอยู่ในนั้น ไอวิญญาณในดินย่อมเข้มข้นที่สุด
เขาเดินหาจอบสนิมเขรอะในบ้านเก่ามาได้อันหนึ่ง แล้วเริ่มลงมือพรวนดินในเขตค่ายกล
พื้นที่แค่นิดเดียว แต่ทำเอาเขาเหนื่อยหอบ ตักน้ำจากบ่อมาล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น แล้วเดินไปเด็ดองุ่นสีม่วงเข้มมาพวงหนึ่ง ล้างน้ำแล้วมานั่งกินลมชมวิวทะเล
กัดองุ่นรสหวานฉ่ำเข้าปาก โจวอวี่หลับตาพริ้ม ฟินสุดๆ รสชาติหวานล้ำกว่าเมื่อตอนเที่ยงเสียอีก
ความฝันของวัยรุ่นสายติสท์หลายคนคือการมีบ้านริมทะเล นั่งมองดอกไม้ผลิบานรับลมฤดูใบไม้ผลิ ตอนนี้เขาทำฝันนั้นให้เป็นจริงได้ง่ายๆ แล้ว ถึงแม้สภาพบ้านจะโทรมจนแทบซุกหัวนอนไม่ได้ก็ตามที