เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 แผนการ

บทที่ 4 แผนการ

บทที่ 4 แผนการ


"เจี้ยนเชา เป็นอะไรไป องุ่นมันเปรี้ยวจนพูดไม่ออกเลยเหรอ" เพื่อนๆ รอบโต๊ะเห็นท่าทางแปลกๆ ของชายเสื้อขาวหลังจากกินองุ่นเข้าไป ก็อดแซวไม่ได้

หลี่กั๋วหมินใจหายวาบ เห็นลูกค้าตาถลนแบบนั้น กลัวจะเป็นอะไรไป "พี่ชาย รีบคายองุ่นออกมาเถอะครับ" เคยเห็นแต่คนกินเปรี้ยวจนลิ้นจุกปาก ไม่เคยเห็นใครกินแล้วตาถลนขนาดนี้

แต่ชายเสื้อขาวยกมือห้าม กลืนองุ่นลงคอแล้วทำหน้าฟิน "ให้คายออกมาคงไม่ได้หรอกครับ เถ้าแก่ ผมรู้แล้วว่าทำไมคุณถึงห้ามพวกเรากินองุ่นพวงนี้... องุ่นนี่... องุ่นนี่มันเปรี้ยวจริงๆ นะ"

ตอนแรกกะจะพูดความจริง แต่พอเห็นสายตาเพื่อนๆ ที่จ้องเขม็ง เขาก็รีบกลับลำ แล้วคว้าองุ่นยัดเข้าปากอีกเม็ดอย่างไม่ลังเล

"เปรี้ยวแล้วกินไม่หยุดเนี่ยนะ ไม่สิ หลี่เจี้ยนเชา นายหลอกพวกเรา!" ชายวัยกลางคนอีกคนเริ่มเอะใจ รีบคว้าองุ่นยัดเข้าปากบ้าง "เฮ้ย! ทำไมองุ่นมันหวานขนาดนี้!"

อีกสองคนได้ยินดังนั้นก็ไม่รอช้า รีบหยิบชิมบ้าง แล้วก็ต้องตาโต "หวานกรอบ เนื้อนุ่มฉ่ำน้ำ สวรรค์ชัดๆ! เฮ้ยๆ อย่าแย่งกันดิ เหลือให้ข้าบ้าง!"

พอมีคนเปิดประเด็น เพื่อนๆ ที่เหลือก็รุมทึ้งองุ่นพวงนั้นอย่างบ้าคลั่ง

หลี่กั๋วหมินยืนอึ้ง มองลูกค้าแย่งองุ่นเขียวๆ แดงๆ กันชุลมุน องุ่นนั่นมันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ คำพูดทิ้งท้ายของโจวอวี่แวบเข้ามาในหัว

มองดูองุ่นที่ร่อยหรอลงเรื่อยๆ หลี่กั๋วหมินอดใจไม่ไหว เอื้อมมือไปหยิบมาชิมบ้าง ลูกค้าคนหนึ่งแซว "อ้าวเถ้าแก่ มาแย่งลูกค้ากินซะงั้น เมื่อกี้ยังห้ามพวกเราอยู่หยกๆ รู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าอร่อย กะจะเก็บไว้กินเองล่ะสิ"

"แฮะๆ องุ่นนี่หลานผมเพิ่งเอามาให้ บอกว่าเป็นพันธุ์ใหม่ ผมก็นึกว่าจะเปรี้ยวซะอีก" หลี่กั๋วหมินถือองุ่นในมือแก้ตัวอย่างเก้อเขิน

"งั้นเถ้าแก่รีบชิมเลย แล้วไปบอกหลานให้เอามาเพิ่มด่วนๆ" ลูกค้าคะยั้นคะยอ องุ่นอร่อยขนาดนี้ใครจะยอมพลาด

หลี่กั๋วหมินพยักหน้า ส่งองุ่นเข้าปาก พอเคี้ยวเท่านั้นแหละ ตาเขาก็เบิกกว้าง องุ่นที่เขาคิดว่าเปรี้ยวเข็ดฟัน กลับหวานฉ่ำชื่นใจ เป็นองุ่นที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา สายตาของเขาเริ่มจ้องมองจานองุ่นอย่างมีความหมาย

"หยุดเลยเถ้าแก่ นี่พวกผมเหมาแล้ว! รีบไปตามหลานมาเร็วเข้า!" พอลูกค้าเห็นสายตาเถ้าแก่ ก็รีบยกจานหนีทันที

ในขณะเดียวกัน โจวอวี่ก็กลับถึงบ้าน ท่ามกลางเสียงบ่นของแม่ เขาหยิบองุ่นออกมาจากถุง "แม่ครับ ที่ผมรีบออกไปเมื่อเช้าก็เพื่อไปเอาองุ่นพวงนี้นี่แหละ ลองชิมดูสิครับ"

พ่อกับแม่มององุ่นเขียวๆ แดงๆ อย่างงงๆ ลูกชายยอมอดข้าวเช้าเพื่อไปเอาองุ่นพวงเดียวเนี่ยนะ "เสี่ยวอวี่ อยากกินองุ่นก็บอกแม่สิ เดี๋ยวแม่ซื้อให้"

"องุ่นพวงนี้ไม่เหมือนที่อื่นนะครับ ลองชิมดูก่อนแล้วจะรู้" โจวอวี่คะยั้นคะยอ

ด้วยแรงเชียร์ของลูกชาย พ่อกับแม่เลยลองเด็ดมาชิมคนละลูก แล้วก็ต้องตะลึง "เสี่ยวอวี่! ไปเอาองุ่นมาจากไหน หวานเจี๊ยบเลย!"

โจวอวี่ยังไม่ทันตอบ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาดูเบอร์แล้วยิ้ม "ลุงเขยคงได้ชิมองุ่นแล้วสินะครับ"

"ไอ้หลานแสบ หลอกลุงอีกแล้วนะ องุ่นแบบนี้ยังมีอีกไหม ลูกค้าที่ร้านชิมแล้วติดใจ อยากขอซื้อ" หลี่กั๋วหมินพูดเสียงอ่อน

"คนอื่นอยากซื้อเหรอครับลุง องุ่นนี่มาจากบ้านเก่าเราเอง มีไม่เยอะหรอกครับ แค่เรากินกันเองยังไม่พอเลย บอกเขาไปว่าหมดแล้วเถอะครับ"

โจวอวี่ปฏิเสธ ค่ายกลรวบรวมวิญญาณระดับต่ำมีรัศมีจำกัด ปลูกเยอะไม่ได้ ผลผลิตจากองุ่นสองต้นก็น้อยนิด

"น้องชายๆ อย่าเพิ่งปฏิเสธสิครับ! พวกเราได้ยินนะ ขอแค่คนละพวงสองพวงก็พอ วันหลังพวกเราจะมาอุดหนุนร้านลุงคุณบ่อยๆ นะ!" เสียงลูกค้าตะโกนแทรกเข้ามาในสาย

หลี่กั๋วหมินช่วยพูดอีกแรง "เอ่อ เสี่ยวอวี่ ถ้าที่บ้านมีเหลือก็แบ่งขายให้เขาหน่อยเถอะ ลูกค้าแค่สี่คนเอง"

"อืม... ก็ได้ครับ งั้นบ่ายๆ ผมจะไปดูที่สวนให้ ถ้ามีสุกพอเก็บได้จะเอาไปให้นะครับ ให้พวกเขาทิ้งเบอร์ไว้ก่อนละกัน" โจวอวี่รับปากอย่างเสียไม่ได้

พอกดวางสาย พ่อกับแม่ก็จ้องเขม็ง "เสี่ยวอวี่ องุ่นจากบ้านเก่าเหรอ แม่จำได้ว่าองุ่นที่นั่นเปรี้ยวจนเข็ดฟันเลยนี่นา" แม่ถามอย่างสงสัย

"แม่ครับ ผมไม่ได้บอกเหรอว่าปีก่อนผมขอพันธุ์องุ่นดีๆ จากเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเกษตรฯ มาทาบกิ่ง ปีนี้เลยออกผลดีแบบนี้ไง" โจวอวี่เตรียมข้ออ้างไว้แล้ว

"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง หวานจริงๆ แต่อีกเดี๋ยวก็จะขายบ้านแล้ว เสียดายจัง" แม่ถอนหายใจ

โจวอวี่ยิ้ม "วันนี้ที่ผมเอาองุ่นมาให้ชิม ก็เพื่อจะคุยเรื่องนี้แหละครับ บ้านเก่าที่กว้าง บรรยากาศดี ผมกะจะทำธุรกิจเพาะปลูกที่นั่น อย่าเพิ่งขายเลยนะครับ"

"ไม่ขายแล้วจะเอาเงินที่ไหนแต่งงาน ทำเกษตรมันจะรวยได้ยังไงลูก" แม่ค้านทันที ชีวิตชาวนาลำบากมาทั้งชีวิต จะให้ลูกกลับมาลำบากอีกเหรอ

"ผมไม่ได้จะปลูกข้าวปลูกผักธรรมดาๆ นะครับ รับรองว่ารวยแน่ แม่ครับ นี่เป็นแผนอนาคตของลูกชายแม่เลยนะ สนับสนุนหน่อยเถอะครับ" โจวอวี่อ้อนวอน

พ่อกับแม่มองหน้ากัน สุดท้ายก็พยักหน้า "เอ้าๆ ตามใจแก อยากทำอะไรก็ลองดู จะรอดูก็แล้วกันว่าจะทำอะไรได้บ้าง"

โจวอวี่แทบจะกระโดดตัวลอย บ้านเก่ากับค่ายกลรวบรวมวิญญาณคือจุดเริ่มต้น และวิทยุมหัศจรรย์นั่นจะทำให้อนาคตของเขาสดใสแน่นอน

กินข้าวเที่ยงเสร็จ โจวอวี่ไม่รอช้า ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าบึ่งไปบ้านเก่าทันที ผ่านร้านลุงเขย ลูกค้ากลุ่มนั้นกลับไปแล้ว พอรู้ว่าลุงได้กินองุ่นแค่ลูกเดียว เขาหัวเราะก๊ากจนลุงต้องวิ่งไล่เตะ

กลับมาถึงบ้านเก่า องุ่นสองต้นนั้นดูเขียวชอุ่มยิ่งกว่าเดิม บางกิ่งเริ่มแทงช่อดอกใหม่ ส่วนลูกที่ติดอยู่เดิมก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงอ่อนๆ สวยงาม

เมื่อเช้าเขาคิดแผนไว้แล้ว ไม่ได้หวังพึ่งปาฏิหาริย์จากโลกเซียนอย่างเดียว แต่จะใช้ประโยชน์จากค่ายกลที่มีอยู่ตอนนี้ให้คุ้มค่าที่สุด

รัศมีของค่ายกลครอบคลุมพื้นที่ไม่มากนัก เขาเผื่อที่ไว้รอบๆ ต้นองุ่นแล้ว ซึ่งก็น่าจะเต็มพิกัดของค่ายกลระดับต่ำนี้แล้ว

พื้นที่แค่นี้จะปลูกพืชไร่พืชสวนคงไม่ได้ผลผลิตเป็นกอบเป็นกำ แถมราคาก็ไม่ได้สูงอะไร

จะปลูกโสมก็ใช้เวลานานเกินไป ถึงค่ายกลจะเร่งโตได้ แต่ก็คงไม่ถึงขั้นวันเดียวเท่ากับหนึ่งปี

จากการไตร่ตรองเมื่อเช้า โจวอวี่คิดออกแล้วว่าจะปลูกอะไรดีที่รับรองว่ากำไรเน้นๆ ไม่มีขาดทุนแน่นอน

จบบทที่ บทที่ 4 แผนการ

คัดลอกลิงก์แล้ว