เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 93 เรื่องราวของระดับพลังงานอนุภาควิญญาณ

บทที่ 93 เรื่องราวของระดับพลังงานอนุภาควิญญาณ

บทที่ 93 เรื่องราวของระดับพลังงานอนุภาควิญญาณ


ตะวันขึ้นแล้วก็ตก เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปในชั่วพริบตา

เหล่าจอมยุทธ์ปุถุชนในสวนฟางหัวต่างขะมักเขม้นทำงานในไร่วิญญาณอย่างแข็งขัน เฒ่าจัวเดินตรวจตราโรงหมักสุราอย่างเอื่อยเฉื่อย โดยมีลูกมือสองคนคอยปรนนิบัติรับใช้อย่างใกล้ชิด

ณ ที่แห่งนี้ พวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องการฆ่าล้างแค้นในยุทธภพ และไม่ต้องห่วงเรื่องความเจ็บไข้ได้ป่วย นับเป็นชีวิตที่สุขสบายที่สุด

พวกเขารู้สึกซาบซึ้งในความคุ้มครองของลั่วหง ยามว่างจึงมักจะมองไปยังเรือนบนยอดเขาเนินลูกเล็กด้วยสายตาที่เป็นกังวลอยู่บ้าง

ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้ลั่วหงเก็บตัวทีไร เป็นต้องทำตัวเองบาดเจ็บทุกทีกันเล่า!

ภายนอกดูสงบสุข แต่ภายในค่ายกลรวบรวมวิญญาณ ลั่วหงกลับมาถึงช่วงเวลาสำคัญที่สุดแล้ว ขีดจำกัดพลังเวทของเขายังขาดอีกเพียง 1 หน่วย ก็จะแตะถึงคอขวดของการสร้างรากฐาน

ภายในหนึ่งชั่วยาม จะต้องกลั่นมันออกมาได้แน่!

ในเวลานี้ พลังเวทภายในตันเถียนของลั่วหงได้กลายสภาพเป็นหมอกไปแล้ว กลุ่มพลังเวทสีขาวดุจหมอกไหลเวียนแนบไปกับผนังภายในตันเถียนอย่างช้าๆ ทำให้ใจกลางของตันเถียนเกิดพื้นที่ว่างทรงกลมเล็กๆ ขึ้นมาราวกับว่ามีสิ่งที่มองไม่เห็นกำลังผลักดันพลังเวทออกไป

เมื่อพลังเวทหน่วยสุดท้ายถูกกลั่นออกมา กลุ่มหมอกพลังเวทก็ขยายตัวออกอย่างฉับพลัน อัดกระแทกใส่ผนังตันเถียนอย่างรุนแรง แม้แต่ตันเถียนของลั่วหงที่ผ่านการฝึกวิชาผิวน้ำแข็งจนสำเร็จขั้นสูง ก็ยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่ชัดเจน ลองจินตนาการดูว่าหากเป็นผู้ฝึกตนทั่วไป ป่านนี้ตันเถียนคงแทบปริแตก และตกอยู่ในความหวาดกลัวสุดขีดไปแล้ว

รากฐานของผู้ฝึกตนระดับล่างอยู่ที่ตันเถียน หากตันเถียนถูกทำลาย อย่างเบาก็สูญเสียตบะทั้งหมด อย่างหนักก็ถึงแก่ชีวิตคาที่

เมื่อเผชิญกับความน่าสะพรึงกลัวระหว่างความเป็นความตาย หากไม่สามารถรับมืออย่างใจเย็นได้ การสร้างรากฐานล้มเหลวก็เป็นเรื่องที่แน่นอน

แต่ลั่วหงในยามนี้ไม่ตื่นตระหนก แต่กลับดีใจ สัมผัสเทวะทะลักทลายออกมา ควบคุมพลังเวทที่พยศเหล่านั้นได้ในทันที และค่อยๆ กดดันพวกมันกลับเข้าไป

ในกระบวนการนี้ ลั่วหงไม่รู้สึกกินแรงแต่อย่างใด เป็นไปได้มากว่าเกี่ยวข้องกับสัมผัสเทวะของเขาที่เหนือกว่าผู้ฝึกตนขอบเขตกลั่นลมปราณทั่วไปมากนัก

ไม่นานนัก บอลพลังเวทกลวงที่ถูกบีบอัดก็มาถึงจุดวิกฤต ในตอนนี้สัมผัสเทวะของลั่วหงไม่สามารถผลักดันมันได้อีกแล้ว แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องผลักดันอีกต่อไป เพราะแรงผลักดันได้หายไปอย่างกะทันหันเมื่อถึงจุดวิกฤต

วินาทีนี้ ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น

เห็นเพียงกลุ่มหมอกพลังเวทกำลังค่อยๆ เลือนหายไปจากภายนอกสู่ภายใน แล้วจู่ๆ ก็ไปปรากฏขึ้นที่ใจกลางอย่างฉับพลัน พลังเวทในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสถานะก๊าซอีกต่อไป แต่กลายเป็นของเหลวสีขาวน้ำนม

เมื่อสังเกตเห็นปรากฏการณ์ที่พลังเวทเปลี่ยนตำแหน่งในรูปแบบของ 'การกระโดดข้ามมิติ' ลั่วหงถึงกับตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะสร้างรากฐานสำเร็จเสียอีก

เป็นที่รู้กันดีว่า พลังเวทกับปราณวิญญาณมีคุณสมบัติทางวัตถุเหมือนกันทุกประการ เพราะอย่างแรกก็คือสิ่งที่เกิดจากการบีบอัดและกลั่นกรองอย่างหลัง

ดังนั้น ปรากฏการณ์พลังเวทที่เกิดขึ้นภายในร่างกายผู้ฝึกตน ย่อมต้องเกิดปรากฏการณ์ปราณวิญญาณแบบเดียวกันในธรรมชาติ

ในทางกลับกัน หากปรากฏการณ์ปราณวิญญาณในธรรมชาติยากแก่การสังเกต ก็สามารถใช้พลังเวทจำลองและพิสูจน์ได้

ในการวิจัยเกี่ยวกับอนุภาควิญญาณ ลั่วหงค้นพบแนวคิดเรื่อง **'ระดับพลังงาน' (Energy Level)** ของปราณวิญญาณมานานแล้ว ความชัดเจนของลำดับชั้นพลังงานนี้ คือสิ่งที่กำหนดขอบเขตย่อยต่างๆ ของการบำเพ็ญเพียร

ในตอนแรกที่ลั่วหงกำหนดนิยามให้พลังเวทสายแรกที่ถือกำเนิดขึ้นในตันเถียนตอนทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกลั่นลมปราณชั้นหนึ่งว่าเป็น '1 หน่วยพลังเวท' นั้น เขาทำไปเพียงเพื่อความสะดวก แต่คาดไม่ถึงว่าพลังเวทสายนี้จะสอดคล้องกับ 'ระดับพลังงานพื้นฐาน' ของอนุภาควิญญาณพอดี จนทำให้ทุกครั้งที่เขาทะลวงผ่านคอขวด ข้อมูลขีดจำกัดพลังเวทปัจจุบันที่บันทึกไว้ จะแสดงความสม่ำเสมอทางสถิติอย่างชัดเจน

กล่าวคือ ทุกการยกระดับของระดับพลังงานอนุภาควิญญาณ จะต้องมีค่าเป็นสองเท่าของระดับพลังงานก่อนหน้าเสมอ จนนำไปสู่สูตรคำนวณขีดจำกัดพลังเวทที่จำเป็นสำหรับการทะลวงคอขวดขั้นใดขั้นหนึ่งว่า:

F(n) = 2^(n-1)

โดยที่ n คือลำดับขั้นขอบเขต และก็คือระดับชั้นวิญญาณ

ยกตัวอย่างเช่น การทะลวงจากขอบเขตกลั่นลมปราณชั้นสิบสาม ไปสู่ขอบเขตสร้างรากฐานระยะต้น ค่า n จะเท่ากับ 14

แน่นอนว่า ข้อสรุปที่ได้จากการอุปนัยข้อมูล แม้ส่วนใหญ่จะตรงกับความเป็นจริง แต่ก็ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่จะมีกรณีพิเศษ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ข้อมูลที่ลั่วหงรวบรวมได้ยังมีไม่มากนัก

อีกอย่าง ทฤษฎีเกี่ยวกับระดับพลังงานอนุภาควิญญาณ เป็นเพียงสมมติฐานของลั่วหงที่ตั้งขึ้นจากปรากฏการณ์ที่เขารู้ แม้จะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ในโลกเซียนได้มากมาย แต่เขาก็ยังไม่เคยสังเกตเห็นปรากฏการณ์ 'การเลื่อนชั้นระดับพลังงาน' ของอนุภาควิญญาณกับตาตัวเองจริงๆ สักครั้ง

แต่การทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานในครั้งนี้ มอบโอกาสทองให้เขาแล้ว

ก่อนหน้าจะสร้างรากฐาน ทุกครั้งที่มีการเลื่อนชั้นระดับพลังงานอนุภาควิญญาณ จะไม่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด และพลังเวทที่ใช้ในการเลื่อนชั้นระดับพื้นฐานนั้นก็น้อยเกินไป จนกระบวนการเสร็จสิ้นในชั่วพริบตา แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะสังเกตเห็น

แต่ในตอนสร้างรากฐาน รูปแบบของพลังเวทจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ จากสถานะก๊าซเปลี่ยนเป็นสถานะของเหลว และพลังเวทที่ต้องใช้ก็ทะลุหลักหมื่นหน่วย

ครั้งนี้ ลั่วหงจึงได้สังเกตเห็นปรากฏการณ์การเลื่อนชั้นระดับพลังงานอนุภาควิญญาณอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก

และรูปแบบการเลื่อนชั้นด้วยการ 'กระโดดข้ามมิติ' นี้ ก็ได้ช่วยไขปริศนาที่ค้างคาใจลั่วหงมาตลอดเรื่องหนึ่ง

นั่นคือ... 'วัตถุตาแห่งวิญญาณ' ก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร?

คำกล่าวในตำราของสำนักระบุว่า ปราณวิญญาณที่ชีพจรวิญญาณแห่งฟ้าดินปล่อยออกมานั้นไม่ได้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ในจุดที่ปราณวิญญาณรวมตัวกันหนาแน่นที่สุด ผ่านการวิวัฒนาการนับหมื่นปี หรือกระทั่งแสนปี จึงจะมีความเป็นไปได้ที่จะก่อกำเนิดวัตถุตาแห่งวิญญาณ

จะบอกว่าเป็นเรื่องเหลวไหลก็ไม่ได้ แต่มันเป็นผลผลิตจากประสบการณ์ล้วนๆ และมีข้อผิดพลาดอย่างมหันต์อยู่

ข้อผิดพลาดที่ชัดเจนที่สุดคือ หากวัตถุตาแห่งวิญญาณถือกำเนิดเฉพาะในจุดที่ปราณวิญญาณหนาแน่นที่สุด แล้วทำไมมันถึงหาได้ยากนัก?

ผู้ฝึกตนล้วนมองเห็นปราณวิญญาณได้ ถ้าบอกว่าที่ไหนปราณวิญญาณเข้มข้นที่นั่นมีวัตถุตาแห่งวิญญาณ ป่านนี้คงหาเจอกันได้ง่ายๆ ไปแล้ว

แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม ในถ้ำหินที่ 'น้ำพุตาเซียน' ตั้งอยู่ นอกจากปราณวิญญาณที่ระเหยออกมาจากตัวน้ำพุแล้ว ลั่วหงแทบไม่สัมผัสถึงการมีอยู่ของปราณวิญญาณฟ้าดินเลย ยอดเขาที่ตั้งของถ้ำก็ดูธรรมดาสามัญ ปราณวิญญาณเบาบาง

เดิมทีลั่วหงยังสงสัยในเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เมื่อค้นพบรูปแบบการกระโดดข้ามมิติยามระดับพลังงานอนุภาควิญญาณเพิ่มขึ้น ปัญหาทุกอย่างก็ถูกแก้ไขได้ทันที

เช่นเดียวกับผู้ฝึกตนที่สร้างรากฐาน ยามที่ปราณวิญญาณฟ้าดินยกระดับชั้นวิญญาณ มันจะใช้ผืนฟ้าแผ่นดินและขุนเขาเป็นดั่งตันเถียน ใช้ปราณวิญญาณมหาศาลที่ชีพจรวิญญาณปล่อยออกมาเป็นดั่งพลังเวท ใช้พายุหมุนปราณวิญญาณที่ก่อตัวขึ้นในภาพรวมเป็นดั่งสัมผัสเทวะ ในท้ายที่สุด ณ จุดศูนย์กลางของพายุหมุน อนุภาควิญญาณจำนวนมหาศาลจะกระทำการ 'เลื่อนชั้น' เข้าไปรวมตัวกัน วันเวลาผ่านไปเนิ่นนานจึงก่อกำเนิดเป็นวัตถุตาแห่งวิญญาณ

หากไม่มีมนุษย์คอยควบคุม การจะบรรลุเงื่อนไขเหล่านี้ต้องอาศัยความบังเอิญอย่างมหาศาล นี่จึงเป็นสาเหตุที่วัตถุตาแห่งวิญญาณนั้นหายากยิ่ง

ส่วนคำถามที่ว่า ทำไมตาแห่งวิญญาณถึงไร้รูปร่าง?

นี่ก็เกี่ยวข้องกับ 'ปรากฏการณ์การปิดกั้นระดับวิญญาณ'

ในโลกเซียนมีปรากฏการณ์ที่พบบ่อยมากอย่างหนึ่ง คือผู้ฝึกตนระดับต่ำจะรู้สึกว่าผู้ฝึกตนระดับสูงนั้นลึกล้ำสุดหยั่งคาด และเมื่อช่องว่างห่างกันถึงระดับหนึ่ง ผู้ฝึกตนระดับสูงต่อให้มายืนอยู่ตรงหน้าผู้ฝึกตนระดับต่ำ ก็อาจถูกมองว่าเป็นเพียงปุถุชนธรรมดา

นี่คือปรากฏการณ์การปิดกั้นระดับวิญญาณ สิ่งมีชีวิตที่มีระดับวิญญาณต่ำจะไม่สามารถสังเกตสิ่งมีชีวิตที่มีระดับวิญญาณสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตามบันทึกในตำรา หากต้องการเคลื่อนย้าย 'น้ำพุตาเซียน' อย่างน้อยต้องมีตบะระดับหลอมแกน กล่าวคือตัวผู้ฝึกตนต้องมีระดับวิญญาณถึงระดับ 17 จึงจะสามารถสัมผัสถึงตัวตาของน้ำพุได้

ที่ลั่วหงทุ่มเทวิจัยเรื่องระดับพลังงานอนุภาควิญญาณ ไม่ใช่เพราะความสนใจส่วนตัวเพียงอย่างเดียว แต่ตามสูตรคำนวณคอขวด หลังจากสร้างรากฐานแล้ว ทุกคอขวดจะยิ่งน่าสะพรึงกลัวขึ้นเรื่อยๆ

วิธีการกินยาบำเพ็ญเพียรแบบตอนอยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว งานปรับปรุง 'มหาเวทแรงดันวิญญาณ' จำเป็นต้องถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระเร่งด่วน

ท่ามกลางห้วงความคิดที่ลื่นไหลของลั่วหง พลังเวทในตันเถียนของเขาได้รวมตัวกันที่จุดศูนย์กลางอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นของเหลวหนืดสีขาวน้ำนมกลุ่มหนึ่ง

วินาทีนี้ ลั่วหงได้ก้าวเข้าสู่ 'ขอบเขตสร้างรากฐาน' แล้ว

----------

หมายเหตุผู้แปล: ต้นฉบับจีนพิมพ์สมการตกหล่นเป็น 2-1 แต่จากบริบทการคูณสองเท่า จึงน่าจะเป็น 2 ยกกำลัง n-1 มากกว่า

จบบทที่ บทที่ 93 เรื่องราวของระดับพลังงานอนุภาควิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว