เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 87 อัสนีหยางนภาขจี

บทที่ 87 อัสนีหยางนภาขจี

บทที่ 87 อัสนีหยางนภาขจี


ในขณะที่สองพี่น้องตระกูลเฉินกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับสองคนชุดเขียวคราม สนามรบหลักทางฝั่งลั่วหงก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น

ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ก็แค่ห้าดาราชิงซวีจู่ๆ ก็เก็บกระบี่ เลิกสู้ไปเสียดื้อๆ

ทำไม? กระบี่จ่อจมูกลั่วหงแล้วหรือ?

หรือจะเล่นบท 'ประลองยุทธ์แค่รู้แพ้รู้ชนะ'?

การหยุดมือของห้าดาราชิงซวีทำเอาพวกจงอู๋เดือดร้อนกันถ้วนหน้า พอขาดแรงกดดันจากคนกลุ่มนี้ ชุดคอมโบเวทมนตร์ธาตุน้ำสารพัดรูปแบบของลั่วหงก็ถล่มใส่พวกเขาจนตกอยู่ในอันตรายรอบด้าน

"ไอ้นักพรตเหม็น พวกแกหมายความว่ายังไง?!"

จงอู๋ตะโกนถามด้วยความตกใจระคนโกรธแค้น

"ประสกทั้งหลาย โปรดช่วยอาตมายื้อเวลาสักครู่ อีกสิบกว่าอึดใจรับรองว่าพวกประสกจะไม่ผิดหวังแน่นอน!"

นักพรตปัญญาชนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังถึงขีดสุด จากนั้นก็เรียกกระบี่มาลอยอยู่หน้าอกพร้อมกับศิษย์น้องอีกสี่คน แล้วเริ่มร่ายคาถาประสานอินอย่างขะมักเขม้น เพียงครู่เดียวเหงื่อก็ผุดเต็มหน้าผาก เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่กำลังทำนั้นกินแรงไม่น้อย

สู้มาถึงขั้นนี้แล้ว จงอู๋และคนอื่นๆ อยากจะถอนตัวก็ทำไม่ได้แล้ว

ใครคิดจะหนีทัพ ไม่เพียงต้องระวังกระสุนครามลับ แต่ยังต้องระวัง 'พวกเดียวกัน' ที่กำลังหัวเสียเล่นงานเอาด้วย

จงอู๋และคนอื่นๆ รู้ตัวทันทีว่าหลงกลนักพรตปัญญาชนเข้าให้แล้ว จำใจต้องกลายเป็นตัวชนยื้อเวลาศัตรูตัวฉกาจให้นักพรตเหม็นพวกนี้

ลั่วหงรับมือศัตรูหลายคนพร้อมกัน แต่กลับไม่มีอาการลนลานแม้แต่น้อย เวทมนตร์ที่เขาแบ่งจิตควบคุมนั้นยืดหยุ่นพลิกแพลงยิ่งกว่าเวทมนตร์ที่พวกจงอู๋ร่ายเองเสียอีก จนทำให้พวกนั้นไม่มีโอกาสรวมพลังโจมตีพร้อมกันได้เลย

ส่วนการโจมตีที่กระจัดกระจายนั้นไม่น่ากลัว พลังทำลายส่วนใหญ่ถูกเกราะค่ายกลลดทอนไปจนหมด ยันต์ที่ใช้ก่อกวนสร้างความเสียหายให้เกราะป้องกันได้ไม่ทันกับความเร็วในการฟื้นฟูตัวเองของมันด้วยซ้ำ

ดังนั้น เมื่อห้าดาราชิงซวีแสดงพฤติกรรมผิดปกติ ลั่วหงจึงสังเกตเห็นได้ทันที

นักพรตห้าคนนี้แสดงออกชัดเจนว่ากำลัง 'ยืนร่ายเวทเตรียมปล่อยอัลติ' หากเป็นสถานการณ์ปกติ ลั่วหงคงรัวกระสุนครามลับห้านัดสั่งสอนให้รู้สำนึกไปแล้ว แต่พอพบว่าท่าไม้ตายก้นหีบของห้าดาราชิงซวีเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ คือเป็นมหาเวทที่มีอานุภาพรุนแรงชนิดหนึ่ง เขาก็แอบแสยะยิ้มเย็นเยียบในใจ และปล่อยให้พวกมันร่ายเวทให้จบ

"น้องเจ็ด! รีบหลบเร็ว!"

เสียงร้องตะโกนอย่างร้อนรนของเฉินฟางเซิ่งทำให้ลั่วหงขมวดคิ้ว เขาเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่าสองคนชุดเขียวครามลงมือเล่นงานสองพี่น้องตระกูลเฉิน แต่นึกไม่ถึงว่าเฉินฟางเซิ่งจะเพลี่ยงพล้ำเร็วขนาดนี้

สมกับที่มีชื่อเสียงโด่งดัง 'ไข่มุกลั่วเฉิน' มีดีอยู่บ้างจริงๆ

เฉินเฉี่ยวเชี่ยนบังคับกระบี่บินสองเล่มด้วยความตื่นตระหนก พยายามสกัดกั้นไม้เท้าที่ทะลวงการป้องกันของตำราทองคำเข้ามา แต่ฝีมือของนางในหมู่ผู้ทดสอบถือว่าอยู่แค่ระดับกลาง ย่อมมีช่องว่างห่างชั้นกับยอดฝีมือเหล่านี้อยู่มาก ยิ่งอีกฝ่ายได้รับการเสริมพลังจากไข่มุกลั่วเฉินด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ชายชราเสื้อเขียวเพียงแค่กระแทกไม้เท้าหัวเหล็กครั้งเดียว ก็ชนกระบี่บินสองเล่มของนางกระเด็นไป จากนั้นอาศัยแรงเฉื่อยฟาดไม้เท้าเข้าใส่หัวเข่าของนาง เห็นชัดว่าตั้งใจจะตีขาให้หักก่อนแล้วค่อยจับเป็น

เมื่อเห็นว่าตนเองหมดหนทางป้องกัน พี่ชายก็เข้ามาช่วยไม่ทัน เฉินเฉี่ยวเชี่ยนขบฟันแน่น หลับตาลงด้วยความหวาดกลัว

ทว่า ความเจ็บปวดที่คาดว่าจะได้รับกลับมาไม่ถึง หูของนางกลับได้ยินเสียงระเบิดดัง "ปัง ปัง ปัง" สามครั้งติดกันแทน

หรือว่าจะเป็น...

เฉินเฉี่ยวเชี่ยนลืมตาขึ้นด้วยความคาดหวัง และก็ต้องยินดีปรีดาเมื่อเห็นว่าหว่างคิ้วของชายชราเสื้อเขียวที่ลอบทำร้ายนาง มีรูเล็กๆ ปรากฏขึ้นรูหนึ่ง ส่วนชายหนุ่มชุดฟ้าผู้นั้นกำลังกุมไหล่ถอยหนีอย่างทุลักทุเล เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากง่ามนิ้วไม่หยุด และไข่มุกลั่วเฉินในมือเขาก็หายไปไหนแล้วไม่รู้

"ศิษย์พี่เฉิน รีบพาน้องสาวท่านออกไป จัวจะระวังหลังให้พวกท่านเอง!"

ลั่วหงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงมือโดยไม่เสียดายพลังเวท เพราะสองคนชุดเขียวครามดันบังเอิญมาจับจุดอ่อนเดียวของเขาในตอนนี้เข้าพอดี แม้เขาจะไม่ได้ชอบพอเฉินเฉี่ยวเชี่ยน แต่เขาก็ไม่อยากให้นางตาย

ตอนนี้ ในเมื่อลั่วหงลงมือช่วยคนแล้ว สองพี่น้องตระกูลเฉินก็ไม่อาจอยู่ในเขตหวงห้ามต่อได้อีก มิฉะนั้นพวกจงอู๋ที่เจาะการป้องกันเขาไม่เข้า คงหันไปเล่นงานเฉินเฉี่ยวเชี่ยนเพื่อใช้เป็นจุดอ่อนแน่

ด้วยฝีมือของลั่วหง การเอาตัวรอดนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่เขาไม่ถนัดเรื่องการปกป้องคนอื่น แถมเมื่อครู่ยังเปิดเผยความสามารถในการรัวกระสุนครามลับออกไปแล้ว หากจะลอบโจมตีให้สำเร็จอีกคงไม่ง่ายนัก

"ขอบคุณมาก! น้องเจ็ด ไปกันเถอะ!"

เฉินฟางเซิ่งไม่พูดพร่ำทำเพลง ดึงข้อมือขาวผ่องของเฉินเฉี่ยวเชี่ยนแล้วพุ่งตรงไปยังช่องทางออกทันที

จงอู๋และพรรคพวกเข้ามาขัดขวางตามคาด อาวุธวิเศษนานาชนิดที่เดิมทีใช้รุมโจมตีลั่วหง ถูกระดมปาใส่สองพี่น้องตระกูลเฉินอย่างบ้าคลั่ง!

เฉินฟางเซิ่งวางใจในตัวศิษย์น้องจัวอย่างเต็มเปี่ยม เขาไม่หันกลับไปมองแม้แต่น้อย พาเฉินเฉี่ยวเชี่ยนกระโดดเข้าใส่ปากทางที่มืดมิด

ในเวลาเดียวกัน ลั่วหงตบถุงสมบัติ ยันต์งูวารีระดับต่ำขั้นกลางกว่ายี่สิบแผ่นก็ปรากฏในฝ่ามือ วินาทีต่อมาเขาก็กระตุ้นการทำงานพวกมันพร้อมกันทั้งหมด

ทันใดนั้น ปราณวิญญาณเบื้องหน้าลั่วหงก็ระเบิดออก งูน้ำขนาดยาวกว่าหนึ่งจั้งยี่สิบกว่าตัวก่อตัวขึ้น

"ไป!"

ด้วยการแบ่งจิตควบคุม งูน้ำยี่สิบกว่าตัวที่สร้างจากปราณวิญญาณเหล่านี้ราวกับมีชีวิตจริงๆ พวกมันพุ่งเข้าใส่พวกจงอู๋อย่างคล่องแคล่วว่องไว บีบให้คนพวกนั้นต้องเรียกอาวุธวิเศษกลับมาป้องกันตัว

อาศัยจังหวะนี้ สองพี่น้องตระกูลเฉินก็เข้าสู่ช่องทางได้สำเร็จ เพียงแต่แวบหนึ่งก่อนที่เฉินเฉี่ยวเชี่ยนจะหายเข้าไป สายตาหวานซึ้งเปี่ยมรักที่นางหันกลับมามอง ทำเอาลั่วหงรู้สึกกลัดกลุ้มใจยิ่งนัก

เวรกรรมแท้ๆ!

ไม่มีเวลามาคิดเรื่องอื่น การถ่วงเวลาเพราะช่วยสองพี่น้องตระกูลเฉิน ทำให้มหาเวทของห้าดาราชิงซวีเตรียมการเสร็จสมบูรณ์แล้ว

นักพรตปัญญาชนและศิษย์น้องอีกสี่คนในตอนนี้หน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษทอง ราวกับจะล้มพับได้ทุกเมื่อ แต่บนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้น

จะเห็นได้ว่า บนกระบี่บินที่ลอยอยู่หน้าอกของพวกเขามีประกายสายฟ้าสีเขียวมรกตเต้นเร่าอยู่เป็นระยะ และเหนือศีรษะขึ้นไปหลายสิบจั้ง มีเมฆดำก้อนหนึ่งก่อตัวขึ้น

"สำเร็จ!"

นักพรตปัญญาชนดีใจจนเนื้อเต้น การอาศัยกระบี่ล่ออัสนีห้าเล่มเพื่อใช้วิชาขั้นสูงอย่าง 'อัสนีหยางนภาขจี' นั้น แม้เขาและศิษย์น้องทั้งสี่จะเคยซ้อมกันมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยใช้งานจริงมาก่อน เพราะการเรียกใช้อัสนีชนิดนี้กินพลังหยาง ของพวกเขาอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลให้ตบะและอายุขัยถดถอยลง

ยอมจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลขนาดนี้ ต้องกำจัดศัตรูได้ในรวดเดียวแน่!

ทั้งห้าคนคิดเช่นนี้ แล้วชี้มือขึ้นไปที่เมฆดำเหนือศีรษะพร้อมกัน ทันใดนั้นเมฆดำก็ปั่นป่วน ส่งเสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าร้อง

ปราณวิญญาณที่บ้าคลั่งทำให้พวกจงอู๋ที่เพิ่งสลัดหลุดจากงูน้ำต้องหันมามอง เมื่อเห็นว่าห้าดาราชิงซวีควบคุมเวทมนตร์ด้วยความยากลำบาก ต่างก็รู้กันและรีบถอยห่างจากเจ้าหน้ากากเหล็ก กลัวว่าจะโดนลูกหลงจากวิชาสายฟ้าที่ดูอานุภาพร้ายแรงนี้ไปด้วย

"ห้าหยางถึงขีดสุด นภาขจีดับรูป!"

สิ้นเสียงร่ายเคล็ดวิชาสุดท้ายของห้าดาราชิงซวี เมฆดำก็ระเบิดเสียง "ครืน" ดังสนั่น สายฟ้าสีเขียวมรกตขนาดเท่าแขนคนฟาดเปรี้ยงลงมาใส่ลั่วหงอย่างดุดัน

ใบหน้าของนักพรตปัญญาชนสะท้อนแสงสีเขียวของสายฟ้า ดูราวกับภูตผีจากยมโลก เขาแสยะยิ้มมองไปที่เจ้าหน้ากากเหล็ก หวังจะได้เห็นสีหน้าหวาดกลัวของอีกฝ่าย เพื่อมาชดเชยความเจ็บปวดจากการสูญเสียอายุขัยของตน

ทว่า บนใบหน้าครึ่งล่างที่โผล่พ้นหน้ากากออกมาของเจ้าหน้ากากเหล็ก กลับมีเพียงรอยยิ้มเหยียดหยามเท่านั้น

เผชิญหน้ากับสายฟ้าที่พุ่งลงมาดุจลูกธนู ลั่วหงไม่หลบไม่หนี ตวาดเสียงเบา

"กลืนวิญญาณ!"

ฉับพลันนั้น 'โล่กลืนวิญญาณ' ที่ลอยพิทักษ์อยู่หน้าอกลั่วหงมาตลอด ก็ปรากฏขึ้นที่ด้านนอกของโล่วารีทองคำครามในพริบตา ขวางกั้นอยู่บนเส้นทางที่สายฟ้าสีเขียวจะต้องพุ่งผ่าน

"เจ้าโง่! อาวุธวิเศษระดับสุดยอดกระจอกๆ จะมากันอัสนีหยางของพวกข้าได้อย่างไร การโจมตีนี้ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานระยะกลางก็ยังบาดเจ็บสาหัส ต่ำกว่าสร้างรากฐานลงมา มีจุดจบเดียวคือกลายเป็นเถ้าถ่าน! ช่างเป็นการดิ้นรนที่ไร้ความหมายสิ้นดี!"

ในชั่วพริบตา ความคิดมากมายแล่นผ่านสมองของห้าดาราชิงซวี แต่ในวินาทีถัดมา ภาพที่ทำให้พวกเขาต้องขวัญหนีดีฝ่อจนตับไตแทบแตกสลาย ก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา

----------

จบบทที่ บทที่ 87 อัสนีหยางนภาขจี

คัดลอกลิงก์แล้ว