- หน้าแรก
- เซียนคำนวณป่วนยุทธภพ
- บทที่ 81 วันที่ห้า
บทที่ 81 วันที่ห้า
บทที่ 81 วันที่ห้า
ช่วงบ่ายของวันที่ห้าหลังจากเปิดเขตหวงห้าม เหล่าผู้อาวุโสระดับหลอมแกนของเจ็ดสำนักได้ลงมืออีกครั้ง เพื่อเปิดค่ายกลใหญ่ของเขตหวงห้าม ช่องทางที่มืดสนิทได้เปิดออกอีกครา ครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะมีสักกี่คนที่เดินกลับออกมาได้
แรงสั่นสะเทือนแปลกประหลาดที่ส่งมาจากเหนือศีรษะ ทำให้ลั่วหงค่อยๆ ลืมตาที่ปิดสนิทขึ้น เขาเยื้องย่างลุกขึ้นยืน ไพล่มือทั้งสองไว้ด้านหลัง แผ่กลิ่นอายอวดดีจองหองออกมา สวมบทบาท 'จัวปู้ฝาน' ผู้ฝึกตนอิสระจากยุทธภพปุถุชนอย่างสมบูรณ์แบบ
"เอาล่ะ ใครจะเป็นผู้โชคดีคนแรกกันนะ?"
ในเวลานี้ ณ ป่ารกทึบแห่งหนึ่ง นักพรตวัยกลางคนจากสำนักชิงซวี กำลังจ้องมองม่านพิรุณที่ครอบคลุมพื้นที่ทุ่งหญ้าเกือบทั้งหมดด้วยคิ้วขมวดมุ่น
"ช่องทางออกเปิดแล้ว แต่ฝนที่ตกอยู่นี่มันชอบกล ไม่เคยได้ยินว่าในเขตหวงห้ามจะมีฝนตก แถมยังมาตกเอาตรงทางออกพอดี เกรงว่าจะเป็นลูกไม้ของผู้ทดสอบคนใดคนหนึ่ง"
นักพรตวัยกลางคนไม่ใช่ผู้ทดสอบคนแรกที่มาถึงป่าแห่งนี้ ความจริงแล้วในสัมผัสของเขายังมีกลิ่นอายพลังเวทอ่อนๆ อีกสองสาย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นพวกตัวประกอบปลายแถวที่แอบซ่อนตัวอยู่รอบนอกตั้งแต่แรก
เพื่อหลบเลี่ยงยอดฝีมือที่จะกลับมาจากพื้นที่ส่วนกลาง คนพวกนี้มักจะมารรอที่ทางออกล่วงหน้าครึ่งวัน เพื่อจะได้รีบออกไปทันทีที่ช่องทางเปิด
นักพรตวัยกลางคนมีตบะขอบเขตกลั่นลมปราณชั้นสิบสาม เป็นหนึ่งในยอดฝีมือระดับท็อปของสำนักชิงซวี เดิมทีเขาไม่ควรจะมาถึงที่นี่เร็วขนาดนี้ แต่เพราะพลาดท่าในการต่อสู้กับศิษย์สำนักสัตว์อสูรคนหนึ่ง จนถูกสัตว์เลี้ยงของอีกฝ่ายวางยาพิษ
แม้สุดท้ายจะสังหารศัตรูได้ แต่เขาก็ไม่อาจขับพิษในกายออกไป ทำได้เพียงกินยากดอาการไว้ชั่วคราว ซึ่งทำให้เขาไม่สามารถต่อสู้ยืดเยื้อได้
การไปเก็บสมุนไพรในพื้นที่ส่วนกลางด้วยสภาพเช่นนี้อันตรายเกินไป เพื่อให้ได้สมุนไพรวิญญาณเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย เขาจึงเลือกมาดักซุ่มล่าพวกตัวประกอบที่ป่าวงแหวนแห่งนี้แทน ถึงแม้คนพวกนี้จะสำรวจแค่รอบนอกและคงเก็บสมุนไพรมาได้แค่ต้นสองต้น แต่ถ้าฆ่าได้หลายคนหน่อย ผลกำไรก็น่าจะพอรับได้
ทว่า แผนการของนักพรตวัยกลางคนกลับต้องชะงักลงเพราะม่านพิรุณประหลาดตรงหน้านี้
ก่อนจะรู้แน่ชัดว่าม่านฝนนี้คืออะไร เขาไม่อยากวู่วาม จึงได้แต่ซ่อนตัวรอคอย หวังว่าจะมีผู้ทดสอบที่ใจร้อนคนอื่นเข้าไปลองของให้ดู
น่าเสียดาย รอมาครึ่งค่อนวัน กลับไม่มีใครยอมเดินเข้าไปในม่านฝนเลยสักคน เห็นได้ชัดว่าผู้ทดสอบที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าต่างก็มีความคิดเดียวกับเขา
การปรากฏขึ้นของม่านพิรุณประหลาด ทำให้ป่าวงแหวนที่ควรจะเต็มไปด้วยการฆ่าฟันกลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด แต่สถานการณ์เช่นนี้คงอยู่ได้ไม่นาน หากไม่อาจออกจากเขตหวงห้ามได้ก่อนที่ช่องทางจะปิดตัวลง ผู้ทดสอบที่ตกค้างอยู่จะหายสาบสูญไปอย่างลึกลับ แม้ไม่รู้สาเหตุแน่ชัด แต่แปดเก้าส่วนคงถูกค่ายกลภายในเขตหวงห้ามสังหารจนสิ้นซาก
ดังนั้น ความสงบในตอนนี้ก็เป็นเพียงความสงบก่อนพายุจะเข้าเท่านั้น
"ซี้ด~ ยาเริ่มจะกดพิษในตัวไม่อยู่แล้ว!"
ตอนนี้ช่องทางเพิ่งจะเปิด ยังเหลือเวลาอีกครึ่งวันกว่าจะปิด แต่นักพรตวัยกลางคนรอไม่ไหวแล้ว อย่างมากอีกครึ่งชั่วยาม พิษในตัวเขาจะกำเริบ ถึงตอนนั้นเขาต้องใช้พลังเวทจำนวนมากในการกดดันพิษ ซึ่งจะทำให้ความแข็งแกร่งลดฮวบ
นักพรตวัยกลางคนสายตาแน่วแน่ ทันใดนั้นก็กระทืบเท้าลงบนกิ่งไม้ พุ่งตัวเข้าหาม่านพิรุณอย่างรวดเร็ว
"หึ! แทนที่จะรอให้พลังลดจนกลายเป็นหมูให้เขาเชือด สู้ยอมเสี่ยงดวงตอนนี้เลยดีกว่า!"
เมื่อมีนักพรตวัยกลางคนเป็นหัวหอก พวกตัวประกอบที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าก็พากันเคลื่อนตัวเข้าหาม่านพิรุณโดยไม่ได้นัดหมาย
แม้พวกเขาจะไม่ได้โดนพิษเล่นงานเหมือนนักพรตวัยกลางคน แต่ก็ไม่อาจรอช้าได้เช่นกัน ขืนรอต่อไป พวกยอดฝีมือที่กลับมาจากพื้นที่ส่วนกลางก็จะมาถึงกันแล้ว
คนเหล่านี้ล้วนฝีมือไม่สูงนัก ที่เลือกซ่อนตัวจนถึงตอนนี้ก็เพราะใจไม่สู้ ดังนั้นพอเจอผู้ทดสอบคนอื่นจึงแค่ระวังตัวไว้ แต่ไม่ได้คิดจะลงมือทำร้าย ปล่อยให้นักพรตวัยกลางคนเปิดทางไป ส่วนพวกตนก็รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ตามหลัง
"ศิษย์พี่โจว ตรงนี้เหมือนจะมีคนวางค่ายกลเอาไว้ พวกเราจะเข้าไปจริงๆ หรือ?"
หญิงชุดเหลืองตัวสั่นเทา การเดินทางในเขตหวงห้ามครั้งนี้ทำเอานางขวัญผวาไปหมดแล้ว
"มีแต่ทางนี้ทางเดียว อีกอย่างมีเพื่อนร่วมทางเยอะขนาดนี้ ต่อให้มีอันตราย ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นพวกเราที่เคราะห์ร้าย ดีกว่าต้องไปเผชิญหน้ากับพวกยอดฝีมือฆ่าคนไม่กระพริบตาพวกนั้น ไปกันเถอะ"
นักพรตน้อย เรียกจานแปดทิศออกมา คุ้มครองตนเองและหญิงชุดเหลืองเดินเข้าไปในม่านฝน
"มาแล้ว ขอบเขตกลั่นลมปราณชั้นสิบสามหนึ่งคนนำหน้า ตามด้วยขอบเขตกลั่นลมปราณชั้นสิบสองที่เพิ่งเลื่อนขั้นอีกแปดคน หึหึ ในจำนวนนั้นมีคนคุ้นเคยอยู่สองคนเสียด้วย"
ลั่วหงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย มือขยับร่ายคาถา ปราณวิญญาณธาตุน้ำอันอุดมสมบูรณ์ในม่านฝนรอบด้านก็พุ่งเข้ามา เพียงไม่กี่อึดใจก็ควบแน่นเป็นเกราะป้องกันสีฟ้าจางๆ รอบกายเขา
จากนั้น ลั่วหงก็ร่ายคาถาป้องกันใส่ตัวเองอีกหลายชั้น และเรียก 'โล่กลืนวิญญาณ' ออกมา
เพียงเท่านี้ ต่อให้มีใครลอบโจมตีด้วย 'สมบัติยันต์' ที่มีอานุภาพรุนแรง เขาก็ยังสามารถต้านทานการโจมตีได้สักครั้ง
ระยะทางสองลี้สำหรับผู้ฝึกตนนั้นสั้นนิดเดียว นักพรตวัยกลางคนก็มาถึงจุดที่ห่างจากปากทางเข้าประมาณร้อยจั้งอย่างรวดเร็ว และมองเห็นเงาร่างเลือนรางของลั่วหงผ่านม่านฝน
ดูท่า เจ้านั่นคงเป็นคนเล่นตลกอยู่ที่นี่สินะ
นักพรตวัยกลางคนชะลอความเร็วลง เรียกอาวุธวิเศษของตนออกมา แล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าหาลั่วหง
เมื่อเข้ามาในระยะสามสิบจั้ง เขาก็เห็นรูปลักษณ์ของคนเล่นตลกชัดเจนในที่สุด
ชุดเหลือง หน้ากากเหล็ก เป็นมัน!
นักพรตวัยกลางคนหวนนึกถึงคำเตือนของผู้อาวุโสในสำนักก่อนออกเดินทาง ที่กำชับให้เขาระวังคนสวมหน้ากากเหล็กของสำนักหวงเฟิงกู่เป็นพิเศษ ตอนนั้นผู้อาวุโสยังสั่งให้เขาหาโอกาสกำจัดคนผู้นี้ด้วยซ้ำ เขาจึงจำได้แม่นยำ
"นักพรตหยุดก่อน ห้ามข้ามเส้น!"
เสียงเตือนเย็นชาของหน้ากากเหล็กดังเข้าหู นักพรตวัยกลางคนกวาดตามอง ก็พบว่าพื้นดินเบื้องหน้ามีการขีดเส้นแบ่งเขตเอาไว้
"ที่แท้ก็เป็นศิษย์น้องจากสำนักหวงเฟิงกู่ สหายวางค่ายกลที่นี่ต้องการอะไร? สำนักชิงซวีของข้ากับหวงเฟิงกู่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาตลอดนะ"
เมื่อเห็นการป้องกันที่หนาแน่นชั้นแล้วชั้นเล่าบนร่างของอีกฝ่าย นักพรตวัยกลางคนก็ล้มเลิกความคิดที่จะใช้กำลังทันที เขาหยุดเท้าลงแล้วเปลี่ยนมาอ้างความสัมพันธ์แทน
"ฮ่าฮ่า เขตหวงห้ามสีเลือดไม่สนความสัมพันธ์สำนักหรอกนะ หากเจ้าจมูกวัว (คำเรียกนักพรตแบบดูถูก) อยากออกไป ก็ส่งสมุนไพรวิญญาณอายุสามร้อยปีขึ้นไปมาให้ข้าสองต้น!"
ที่ลั่วหงมาเก็บ 'ค่าผ่านทาง' ที่นี่ ไม่ได้คิดจะปล้นสมุนไพรของผู้ทดสอบทุกคนจนหมดเกลี้ยง ต่อให้ทำได้ เขาก็จะไม่มีวันทำเด็ดขาด
หากเขาปล่อยให้ผู้ทดสอบของอีกหกสำนักต้องเดินตัวเปล่าออกไป หรือถึงขั้นฆ่าล้างบางทุกคน ย่อมต้องก่อให้เกิดวิกฤตทางการทูตระหว่างสำนักอย่างรุนแรงแน่
จำได้ว่าปีนั้น ที่หกสำนักพบว่าสำนักจันทราอำพรางใช้ 'ไข่มุกจันทราสุริยัน' กอบโกยสมุนไพรในเขตหวงห้ามไปจำนวนมหาศาล ก็รวมตัวกันกดดันทันที สุดท้ายบีบให้สำนักจันทราอำพรางต้องยอมส่งไข่มุกจันทราสุริยันออกมา ให้ทั้งเจ็ดสำนักผลัดกันถือครอง
หากลั่วหงชิงสมุนไพรทั้งหมดในการทดสอบครั้งนี้ไปจริงๆ สำนักหวงเฟิงกู่คงหนีไม่พ้นต้องซ้ำรอยสำนักจันทราอำพรางในอดีต ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากนี้เขตหวงห้ามจะปิดตัวลงถึงหกสิบปี ไม่แน่ว่าผลลัพธ์ที่จะตามมาอาจรุนแรงกว่าเดิมเสียอีก
ในฐานะตัวต้นเรื่อง จุดจบของลั่วหงต้องอนาถแน่นอน
เป้าหมายของข้าคือช่วยให้หลี่หัวหยวนชนะพนัน เพื่อให้เขารับปากเงื่อนไขของข้าข้อหนึ่ง เรื่องส่วนเกินอื่นใดควรทำให้น้อยที่สุด
ค่าผ่านทางแค่คนละสองต้น จะทำให้อีกหกสำนักรู้สึกเจ็บปวดเพียงเล็กน้อย แต่จะไม่ถึงขั้นทำลายสมดุลของเจ็ดสำนักใหญ่ที่ดำรงมานับพันปี
เมื่อได้ยินข้อเรียกร้องของลั่วหง นักพรตวัยกลางคนก็ตะลึงงัน เขาคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ การกระทำนี้ไม่ต่างอะไรกับการประกาศตัวเป็นศัตรูกับผู้ทดสอบทุกคน เขาไม่กลัวโดนรุมทึ้งจนตายหรือไง!
----------