เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 กำเนิด 'กระสุนครามลับ'

บทที่ 47 กำเนิด 'กระสุนครามลับ'

บทที่ 47 กำเนิด 'กระสุนครามลับ'


บทที่ 47 กำเนิด 'กระสุนครามลับ'

การประลองย่อยมีศิษย์เข้าร่วมไม่มากนัก เมื่อถึงยามเย็น ลั่วหงก็มาถึงรอบชิงชนะเลิศ คู่ต่อสู้ในครั้งนี้เป็นคนที่คาดไม่ถึง

"ศิษย์น้องลั่ว ได้ยินชื่อเสียงมานาน แต่ก่อนได้ยินเพียงว่าศิษย์น้องมีพรสวรรค์ด้านการปลูกสมุนไพรวิญญาณ นึกไม่ถึงว่าจะเชี่ยวชาญด้านอาคมคาถาด้วย หากไม่ใช่เพราะศิษย์พี่อย่างข้านึกครึ้มใจอยากลงแข่ง อันดับหนึ่งของการประลองย่อยในวันนี้คงตกเป็นของศิษย์น้องไปแล้ว"

ผู้พูดเป็นชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบปี รูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลา ท่าทางมั่นใจในชัยชนะและดูถูกผู้คนจนน่าหมั่นไส้

บวกกับปราณวิญญาณธาตุลมที่หาได้ยากซึ่งวนเวียนอยู่รอบกาย ลั่วหงอยากจะจำเขาไม่ได้ก็คงยาก

เนื่องจากเป็นรอบชิงชนะเลิศ จึงมีศิษย์มามุงดูอยู่มากมาย ค่ายกลป้องกันไม่ได้กันเสียงออกไป คำพูดของศิษย์พี่ลู่จึงทำให้ศิษย์ส่วนใหญ่จำฐานะของลั่วหงได้

"ที่แท้ก็คือศิษย์พี่ลั่วแห่งสวนฟางหัวหยวน ช่วงนี้ได้ยินคนพูดถึงบ่อยๆ วันนี้เพิ่งจะได้เห็นตัวจริง!"

"ศิษย์พี่ลั่วหล่อเหลาจังเลย!"

"ศิษย์พี่ลั่ว ศิษย์น้องมีการค้าใหญ่โตอยากจะขอหารือกับท่านหน่อย!"

......

เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเพื่อนร่วมสำนัก ฮั่นลี่มีสีหน้าเรียบเฉยแต่ในใจกลับประหลาดใจยิ่ง

ศิษย์พี่ลั่วมีชื่อเสียงขนาดนี้เชียวหรือ หรือว่าเขาจะเป็นหนึ่งในยอดฝีมือระดับแนวหน้าของศิษย์ระดับกลั่นลมปราณในสำนัก?

ขณะที่กำลังสงสัย หูของฮั่นลี่ก็กระดิกเล็กน้อย แอบฟังบทสนทนาส่วนตัวของศิษย์หญิงสองคนที่อยู่ใกล้ๆ

"ศิษย์พี่หญิง ศิษย์พี่ลั่วผู้นี้แม้จะผิวพรรณขาวผ่อง แต่หน้าตาก็ธรรมดามาก ท่านไปชมว่าเขาหล่อเหลาได้ยังไง?"

"นังเด็กโง่ เจ้าจะไปรู้อะไร! หน้าตาดีไปก็กินไม่ได้! สวนฟางหัวหยวนที่ศิษย์พี่ลั่วดูแลอยู่นั้น ว่ากันว่าทำรายได้ให้เขาปีละกว่าสามพันจินข้าววิญญาณเชียวนะ!"

"ห๊ะ! นั่นก็เท่ากับว่ามีรายรับปีละกว่าสามร้อยก้อนหินวิญญาณน่ะสิ! ฮิฮิ ศิษย์น้องลองมองดูดีๆ แล้ว ศิษย์พี่ลั่วก็หล่อเหลาเอาการจริงๆ นั่นแหละ"

ฮั่นลี่ตะลึงงันไป เดิมทีเขาคิดว่าศิษย์ของสำนักใหญ่ต่างก็ใจกว้างเหมือนศิษย์พี่ลั่วกันทุกคน ตอนนี้ถึงเพิ่งรู้ว่าศิษย์พี่ลั่วคือข้อยกเว้นในข้อยกเว้นต่างหาก

บนเวทีประลอง ลั่วหงมีสีหน้าซับซ้อน ฉากในวันนี้เป็นสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว เพียงแต่มันมาเร็วกว่าที่คิดไปหน่อย เพราะผลประโยชน์จากสวนฟางหัวหยวนนั้นมหาศาลเกินไป ผู้ที่ครอบครองเป็นเพียงศิษย์ระดับกลั่นลมปราณ ย่อมต้องดึงดูดความอิจฉาริษยาอย่างแน่นอน

แม้จะเป็นสหายร่วมอุดมการณ์ความระมัดระวัง แต่ลั่วหงก็ไม่อาจเลียนแบบฮั่นเหล่าม๋อได้ทั้งหมด เพราะเขาไม่มีขวดสวรรค์ ไม่สามารถหมกตัวอยู่ในสวนสมุนไพรทีละหลายๆ ปีได้

ในทางตรงกันข้าม เพื่อการวิจัยต่างๆ ลั่วหงมีความถี่ในการใช้หินวิญญาณสูงกว่าผู้ฝึกเซียนระดับกลั่นลมปราณทั่วไปมาก จะให้ปลอมตัวเปลี่ยนชื่อไปที่ตลาดนัดทุกครั้งก็คงไม่ได้ ไปบ่อยเข้าก็ต้องถูกจับได้อยู่ดี แถมโอกาสที่จะได้ไปตลาดนัดก็ไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น

ดังนั้นหลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ลั่วหงจึงตัดสินใจ 'ทำนาสร้างตัว' ยังไงเสียก็ไม่มีใครมาทำบัญชีให้เขาอยู่แล้ว รายได้หน้าฉากปีละสามร้อยกว่าหินวิญญาณ เขาจะใช้จ่ายจริงปีละพันก้อนก็ได้ใครจะไปรู้

ส่วนผลกระทบด้านลบที่จะตามมาจากการทำเช่นนี้ ลั่วหงก็ได้เตรียมมาตรการรับมือไว้แล้ว การที่เขาทุ่มเทศึกษาการหมักสุราวิญญาณและการหลอมสร้างลวดลายลับบนน้ำเต้ามังกรหยก ไม่ใช่สิ่งที่ทำไปเพราะนึกสนุกชั่ววูบ

จุดประสงค์ก็เพื่อผลิตสุราวิญญาณที่เพียงพอจะทำให้ผู้ฝึกตนระดับหลอมแกนหวั่นไหว ขอแค่ได้รับการสนับสนุนจากหลี่หัวหยวน เขาก็ไม่ต้องคอยระแวดระวังจนเกินเหตุภายในสำนักหวงเฟิงกู่อีกต่อไป

นี่เป็นหลักการเดียวกับที่ฮั่นเหล่าม๋อหลังจากได้เป็นศิษย์อย่างเป็นทางการของหลี่หัวหยวนแล้ว ก็ยอมเลิกซ่อนคมในช่วงที่พรรคมารบุกโจมตี และไล่สังหารผู้ฝึกวิถีมารอย่างบ้าคลั่งเพื่อแลกกับสูตรยาโบราณ

อย่างหนึ่งคือเพราะมีความจำเป็น อีกอย่างคือเพราะมีกำลังความสามารถเพียงพอ

"ทางจงเว่ยเหนียงมีข่าวมาแล้ว อีกครึ่งเดือนจะมีโอกาสได้เข้าพบหลี่หัวหยวน ถึงตอนนั้นปัญหาทุกอย่างก็จะได้รับการแก้ไข

แต่ก่อนหน้านั้น ข้าต้องจัดการ 'ศิษย์พี่ลู่' ที่ถูกคนผลักออกมาเป็นทัพหน้านี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน

ดีเลย จะได้ใช้เขามาทดลองท่าไม้ตายใหม่ที่เพิ่งเรียนรู้มาด้วย"

โลกผู้ฝึกเซียนวัดกันที่ความแข็งแกร่ง ลั่วหงต้องการจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในช่วงสุญญากาศครึ่งเดือนนี้ เขาจำเป็นต้อง 'เชือด' ไก่ตัวนี้อย่างศิษย์พี่ลู่ให้ดูอย่างโหดเหี้ยม

"ศิษย์น้องลั่ว ข้าว่าไม่เห็นจะมีอะไรต้องเปรียบเทียบเลย มิสู้ศิษย์น้องรีบยอมแพ้ไปเสียแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ต้องให้ศิษย์พี่อย่างข้ายั้งมือไม่อยู่ จนทำให้เจ้าบาดเจ็บเปล่าๆ"

ศิษย์พี่ลู่เรียก 'ธงมังกรวารีคราม' ออกมา พลางยิ้มมุมปากกล่าวอย่างถือดี

"ขอบคุณศิษย์พี่ลู่ที่เป็นห่วง แต่การจะเอาชนะศิษย์พี่ ก็ทำให้ศิษย์น้องปวดหัวอยู่บ้างจริงๆ"

ลั่วหงตอกกลับไปหนึ่งประโยค เรียก 'มุกวารีมรกต' ออกมา แล้วเริ่มกางโล่

ในจิตวิญญาณ อักขระเงินสามตัวที่เพิ่งสลักลงไปใหม่เปล่งประกายเจิดจ้า โล่วารีทรงกลมที่ลั่วหงสร้างขึ้นเปลี่ยนจากสีฟ้าอ่อนตามปกติ กลายเป็นสีครามจางๆ

"อัตราการกินพลังเวทมากกว่าการร่ายปกติถึงสามเท่า แต่ความหนักของน้ำวิญญาณที่สร้างขึ้นเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่าโดยประมาณ เมื่อเทียบกับอานุภาพที่เพิ่มขึ้นแล้ว การสิ้นเปลืองแค่นี้คุ้มค่าสุดๆ!"

เมื่อเห็นผลลัพธ์จริงของท่าใหม่ ความมั่นใจของลั่วหงก็ยิ่งเต็มเปี่ยม ไม่สนหรอกว่าเจ้าจะเป็นภูตผีปีศาจตนใด เจาะการป้องกันสัมบูรณ์ของข้าให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน!

"หึ! ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา!"

ศิษย์พี่ลู่กางมือทั้งสองออก คมมีดวายุโค้งสีเขียวสองสายก่อตัวขึ้นทันที

"รับมือ! คมมีดวายุโค้ง!"

คมมีดวายุสองสายพุ่งเข้าโจมตีขนาบซ้ายขวา ลั่วหงไม่แม้แต่จะชายตามอง ร่าย 'วิชาวชิระ' ตามธรรมเนียม

หลังเสียงดัง "ปัง ปัง" เบาๆ คมมีดวายุทั้งสองฟันลงบนโล่วารีสีทองอมครามของลั่วหง ทำได้เพียงสร้างระลอกคลื่นเล็กน้อย ไม่อาจสั่นคลอนมันได้เลยแม้แต่นิดเดียว

"คาถาของศิษย์พี่ลู่ดูจะเบาไปหน่อยนะขอรับ"

ลั่วหงตั้งใจจะทดสอบพลังป้องกันของโล่วารีสีทองอมคราม จึงไม่รีบร้อนที่จะสวนกลับ

"ก็แค่อาศัยอานุภาพของอาวุธวิเศษระดับสุดยอดเท่านั้นแหละ คอยดูความร้ายกาจของธงมังกรวารีครามของข้าบ้าง!"

พลังเวทของศิษย์พี่ลู่ไหลทะลักเข้าไปในธงมังกรวารีครามเหนือศีรษะอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นคมมีดวายุสีเขียวนับสิบสายก็พุ่งออกมาพร้อมเสียงหวีดหวิว ด้วยความเร็วที่สูงลิ่ว ชั่วพริบตาก็มาถึงตรงหน้าลั่วหง

ทว่า การโจมตีเช่นนี้เมื่อเทียบกับเมื่อครู่ก็เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณ อานุภาพของคมมีดวายุแต่ละสายไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่เลย

ข้อได้เปรียบสูงสุดของการป้องกันสัมบูรณ์ที่ลั่วหงออกแบบไว้ คือความสามารถในการกระจายแรงโจมตีที่ได้รับจากจุดเดียว ไปสู่ระบบป้องกันทั้งหมดอย่างรวดเร็ว มีเพียงการโจมตีที่รุนแรงอย่างเด็ดขาดจนเกินขีดจำกัดการรับรองของระบบป้องกันทั้งหมดเท่านั้น จึงจะมีโอกาสเจาะทะลุได้

ดังนั้นในตอนนี้ลั่วหงจึงไม่รู้สึกกดดันแม้แต่น้อย กลับยังมีกะจิตกะใจมาประเมินการใช้พลังเวทของตัวเอง

"แค่ร่ายออกมาก็กินพลังเวทข้าไป 120 หน่วย แต่ถ้าแค่รับการโจมตีระดับนี้ การคงสภาพไว้ใช้พลังเวทแค่ชั่วยามละ 20 หน่วยเท่านั้น ถือว่ารับได้สบายมาก"

เก็บข้อมูลได้พอสมควรแล้ว ถึงเวลาสวนกลับสักที

ลั่วหงงอนิ้วกลาง กระสุนน้ำสีครามเข้มขนาดเล็กกว่าไข่ไก่ลูกหนึ่งควบแน่นขึ้นในพริบตา

"ดีด" เสียงดังเปาะ กระสุนน้ำสีครามเข้มพุ่งทะลวงอากาศออกไป มันฝ่าดงคมมีดวายุไปอย่างไม่อาจต้านทาน และเจาะทะลุเกราะแสงคุ้มกายของศิษย์พี่ลู่ กระแทกเข้าที่รัดเกล้าผมของเขา ท่ามกลางสายตาที่เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว!

เหตุการณ์พลิกผันนี้ทำให้การบุกของศิษย์พี่ลู่ชะงักลงทันที ไม่นานเขาก็หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเมื่อได้ยินเสียงซุบซิบของศิษย์ร่วมสำนักด้านล่างเวที

"เจ้าลอบกัด!"

ลั่วหงเพียงแค่ยิ้มมุมปาก ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงด้วย

สิ่งที่เขาเพิ่งใช้ออกไปคือวิชากระสุนน้ำจริงๆ แต่หลังจากผสานอานุภาพบางส่วนของ 'วารีหนักอี้หยวน' เข้าไป วิชากระสุนน้ำก็ทะลุขีดจำกัดการรองรับพลังเวทแบบเดิม บวกกับค่าพื้นฐานของพลังทำลายที่เพิ่มขึ้น ทำให้มันก้าวเข้าสู่ระดับของคาถาระดับต่ำขั้นกลางได้โดยตรง

ไม่เพียงแต่มีอำนาจการทะลุทะลวงสูง แต่ลั่วหงยังสามารถร่ายแบบฉับพลัน ได้เหมือนกับการใช้วิชาระดับต่ำขั้นต้น

ท่าโจมตีนี้ที่ลั่วหงตั้งชื่อให้ว่า ‘กระสุนครามลับ’ นับเป็นผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากการฝึกฝนเคล็ดวิชาเพ่งจิตยันต์หยกในครั้งแรก!

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 47 กำเนิด 'กระสุนครามลับ'

คัดลอกลิงก์แล้ว