- หน้าแรก
- เซียนคำนวณป่วนยุทธภพ
- บทที่ 46 ลั่วหงสอนวิธีซ้อนโล่อย่างมีประสิทธิภาพ
บทที่ 46 ลั่วหงสอนวิธีซ้อนโล่อย่างมีประสิทธิภาพ
บทที่ 46 ลั่วหงสอนวิธีซ้อนโล่อย่างมีประสิทธิภาพ
บทที่ 46 ลั่วหงสอนวิธีซ้อนโล่อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ท่ามกลางเสียงเรียกขานที่แตกต่างกัน ลั่วหงก็ค่อยๆ ตื่นขึ้น อาการเจ็บจี๊ดที่ศีรษะเป็นพักๆ ทำให้เขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ
หลังจากกลืนโอสถรักษาอาการบาดเจ็บและปรับลมปราณอยู่ครู่หนึ่ง ลั่วหงถึงรู้สึกดีขึ้นบ้าง
"ครั้งนี้ประมาทไปจริงๆ! ถ้าไม่ใช่เพราะจิตวิญญาณของข้าแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก ครั้งนี้คงเจ็บหนักสาหัสแน่!"
"โลภมากไปแล้ว ข้ายังเข้าไม่ถึงแก่นแท้ของ 'คัมภีร์สัจธรรมแห่งการเอาตัวรอด' จริงๆ ด้วย ต่อไปจะเอาตัวเองมาทดลองสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้อีกแล้ว
หาโอกาสไปจับตัวผู้ฝึกวิถีมารมาสักคนดีไหมนะ อืม... จะโหดร้ายเกินไปหรือเปล่า?
แต่อย่างน้อย เรื่องนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าจิตวิญญาณมีขีดจำกัดในการรองรับอักขระเงินอยู่"
ลั่วหงก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่า อักขระเงินบนกระดูกมังกรระดับสี่เพียงตัวเดียวจะสร้างภาระให้กับจิตวิญญาณได้มากมายมหาศาลขนาดนี้ มันเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้มากโข
หลังจากเตือนสติตัวเองเสร็จ ลั่วหงก็เดินออกจากค่ายกลรวมวิญญาณ เรียกหา 'เฒ่าจั๋ว' เพื่อสอบถามวันเวลา
วันนี้คือวันเริ่มงานประลองย่อย เขาคงทำได้แค่ต้องแข็งใจไปร่วมงานทั้งอย่างนี้
"คุณชาย ท่านไหวแน่หรือขอรับ?" เฒ่าจั๋วถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล
เนื่องจากสุราวิญญาณที่ลั่วหงหมักในปีแรกรสชาติแย่เกินทน แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้ตัว พอฟังคำยุยงของหลิวจิงแล้ววิ่งเอาไปกตัญญูต่อหลี่หัวหยวน ผลก็คือโดนด่ากลับมาจนเสียผู้เสียคน ด้วยความโมโหเขาจึงไป 'เชิญ' ปรมาจารย์ด้านการหมักสุรามาจากโลกมนุษย์ เพื่อมาช่วยเขาหมักสุราวิญญาณ
ปรมาจารย์หมักสุราผู้นี้ก็คือเฒ่าจั๋ว จนถึงวันนี้เขาไม่เพียงแต่อยู่ที่สวนฟางหัวหยวนอย่างมีความสุขจนลืมบ้านเกิด แต่ยังมองลั่วหงเป็นผู้อุปถัมภ์ในชะตาชีวิตของเขาอีกด้วย
"ไม่เป็นไร แค่การฝึกฝนผิดพลาดนิดหน่อยเท่านั้น"
ลั่วหงโบกมือ เรียกกระบี่แสงครามออกมาเตรียมจะจากไป
เฒ่าจั๋วลอบบ่นในใจ คุณชายฝึกวิชาผิดพลาดบ่อยเกินไปหน่อยไหม
การประลองย่อยประจำปีของสำนักหวงเฟิงกู่ จัดขึ้นที่ภูเขายอดตัดบริเวณที่พักของศิษย์ใหม่ เหตุผลนั้นง่ายมาก เพราะคนที่มั่นใจว่าจะชนะในการประลองใหญ่จริงๆ จะไม่มาร่วมการประลองย่อย เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ใครมาล้วงรู้ความตื้นลึกหนาบางของตน
ดังนั้น การประลองย่อยในสถานการณ์ส่วนใหญ่ จึงเป็นการแลกเปลี่ยนฝีมือกันระหว่างศิษย์ใหม่ เว้นแต่จะมีศิษย์บางคนที่อยากฉวยโอกาสสะสางความแค้นส่วนตัว
เมื่อลั่วหงขี่กระบี่มาถึงภูเขายอดตัด บนเวทีประลองสิบแห่งที่ถูกครอบคลุมด้วยค่ายกลป้องกันล้วนมีเงาร่างคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด โชคดีที่หมายเลขลำดับของลั่วหงอยู่ค่อนข้างท้ายๆ ไม่อย่างนั้นคงถูกตัดสิทธิ์เพราะมาสายไปแล้ว
มีศิษย์มามุงดูมากมาย ลั่วหงเริ่มมองหาจากมุมอับสายตา และไม่นานก็พบฮั่นเหล่าม๋อที่กำลังตั้งใจดูการต่อสู้อยู่
ลั่วหงร่อนลงข้างกายเขา ทันทีที่คิดจะเอ่ยทักทายฮั่นเหล่าม๋อ ก็เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปกะทันหัน จากนั้นก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือทาบลงบนถุงสมบัติทันที
เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าข้างหลังข้ามีสัตว์อสูรโผล่มา?!
ลั่วหงงุนงงไปหมด
"ศิษย์พี่ลั่ว ทำไมจิตวิญญาณของท่านถึงดูไม่มั่นคงเช่นนั้น?"
ฮั่นลี่จ้องมองทุกกิริยาอาการของลั่วหงอย่างตึงเครียด สายตาจับจ้องไปที่ 'ยันต์วิญญาณวารีคุ้มกาย' บนไหล่ของเขาเป็นพิเศษ
หากศิษย์พี่ลั่วลงมือกับข้า ข้าต้องรีบใช้สมบัติยันต์ทันที วิธีโจมตีอื่นไม่มีทางทะลวงการป้องกันของยันต์วิญญาณวารีคุ้มกายได้ในพริบตาแน่
โทษฮั่นลี่ที่ตื่นตระหนกขนาดนี้ไม่ได้จริงๆ เพราะสภาพจิตวิญญาณที่ไม่มั่นคงของลั่วหงในตอนนี้ มันเหมือนกับลักษณะของคนที่เพิ่งถูก 'ยึดร่าง' มาไม่มีผิด และฮั่นลี่ก็ถือสาเรื่องการยึดร่างเป็นที่สุด
"ศิษย์น้องฮั่นไม่ต้องกังวล ศิษย์พี่แค่เร่งรีบฝึกวิชาลับมากเกินไปหน่อย ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก"
ลั่วหงอธิบายแบบกึ่งจริงกึ่งเท็จ
"บังเอิญจริง ศิษย์น้องมีวิชาฝังเข็มชุดหนึ่งที่ช่วยสงบจิตบำรุงวิญญาณพอดี อาจจะพอช่วยศิษย์พี่ได้บ้าง"
ฮั่นลี่ดูเหมือนจะผ่อนคลายลง แต่ความจริงเตรียมพร้อมจะใช้วิชา 'ท่าเท้าควันม้วน' หนีทุกเมื่อ
"งั้นก็รบกวนศิษย์น้องฮั่นรีบลงเข็มเถอะ ข้ากำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าปัญหาสุขภาพจิตวิญญาณนี้จะกระทบต่อการประลองย่อย!"
ลั่วหงเปิดหลังนั่งลงอย่างใจกว้าง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ครู่ต่อมา ฮั่นลี่ก็ฝังเข็มให้ลั่วหงเสร็จ ลั่วหงรู้สึกทันทีว่าอาการบาดเจ็บทางจิตวิญญาณดีขึ้นเกินครึ่ง อาการเจ็บจี๊ดไม่เพียงทิ้งช่วงห่างขึ้นมาก แต่ความเจ็บปวดยังทุเลาลงเยอะ
ส่วนฮั่นลี่เองในระหว่างฝังเข็มก็ได้ตัดความเป็นไปได้ที่ลั่วหงจะถูกยึดร่างออกไป เขาจึงยื่นโอสถรักษาอาการบาดเจ็บให้อย่างรู้สึกละอายใจเล็กน้อย
"ศิษย์พี่ลั่ว ท่านบาดเจ็บอยู่ ทางที่ดีควรดื่มสุราให้น้อยลงหน่อยนะขอรับ"
"ศิษย์น้องฮั่นเจ้าไม่เข้าใจหรอก สุรานี้ถ้าไม่ได้ดื่มสักวัน ข้าจะขาดใจตายเอา"
น่าเสียดายที่ลั่วหงพูดความจริง แต่ฮั่นลี่กลับมองว่าเป็นเรื่องตลก
รอไม่นาน ผู้อาวุโสระดับสร้างรากฐานที่เป็นผู้คุมการประลองย่อยก็ขานเรียกหมายเลขของลั่วหง
"ศิษย์น้องฮั่น คอยดูฝีมือของศิษย์พี่ให้ดี"
ฮั่นลี่พยักหน้าเล็กน้อย เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าศิษย์พี่ลั่วที่มีระดับพลังใกล้เคียงกันและมีพรสวรรค์เหมือนกันผู้นี้ จะมีฝีมือที่แท้จริงเป็นอย่างไร
เมื่อขึ้นบนเวที ลั่วหงมองคู่ต่อสู้ของตนเองแวบหนึ่ง แม้จะสวมเครื่องแบบเหมือนกัน แต่กลิ่นอายจอมยุทธ์พเนจรที่เข้มข้นบนตัวอีกฝ่าย ทำให้ลั่วหงรู้ทันทีว่าจะต้องสู้ยังไง
"พวกเจ้าสองคนเข้าใจกฎของการประลองย่อยดีแล้วใช่ไหม?"
"ศิษย์เข้าใจ"
"ศิษย์เข้าใจ!"
กฎของการประลองย่อยก็เหมือนกับการประลองใหญ่ ห้ามใช้ยันต์และของวิเศษประเภทใช้แล้วทิ้ง ห้ามกินยาเพิ่มพลังชั่วคราว ห้ามทำให้คู่ต่อสู้พิการหรือถึงแก่ความตาย
เพราะการประลองย่อยคือการซ้อมมือก่อนการประลองใหญ่ และจุดประสงค์ของการประลองใหญ่คือการคัดเลือกผู้ที่จะได้รับโอสถสร้างรากฐาน หากห้ามใช้อาวุธวิเศษด้วย ก็คงไม่ต้องสู้กันพอดี
การต่อสู้ภายในสำนักหวงเฟิงกู่นั้นมีความรุนแรงน้อยกว่างานชุมนุมเลื่อนเซียนมาก แต่เปิดฉากมาลั่วหงก็ยังเรียก 'โล่เต่าวิญญาณ' ออกมาทันที แถมยังร่าย 'โล่วารีวิญญาณ' ครอบทับไว้ด้านนอกโล่เต่าวิญญาณอีกชั้น
นิสัยที่ดีต้องสร้างเริ่มจากในยามปกติ
ผู้ฝึกเซียนสายจอมยุทธ์ฝั่งตรงข้ามไม่ผิดจากที่คาด เขาถือกระบี่ยาวสีแดงพุ่งเข้ามาหาลั่วหงด้วยวิชาตัวเบาทันที
ปราณวิญญาณบนกระบี่สีแดงนั้นไม่ได้เข้มข้นอะไร อย่างมากก็เป็นแค่อาวุธวิเศษระดับสูง ลั่วหงไม่สนใจ ร่าย 'วิชาวชิระ' ใส่ตัวเองอีกชั้น เป็นการเพิ่มพลังป้องกันให้ตัวเองอย่างมหาศาลอีกครั้ง
เวลานี้ ศิษย์สายจอมยุทธ์ประชิดตัวเข้ามา เปิดฉากด้วยคอมโบฟันซ้าย สับขวา และแทงซ้ายอย่างรวดเร็ว แต่ทั้งหมดถูกโล่อันหนาเตอะของลั่วหงกันเอาไว้ได้หมด
ถึงคราวลั่วหงสวนกลับ เขาดึดนิ้วกลางทั้งสองข้างรัวๆ กระสุนน้ำลูกแล้วลูกเล่าพุ่งออกไป
หลังเสียงระเบิดดังติดต่อกัน ศิษย์สายจอมยุทธ์เพียงแค่ร่ายรำกระบี่จนหอบแฮ่ก แต่ร่างกายกลับไร้รอยขีดข่วน
ในการโจมตีด้วยกระบี่ครั้งต่อมา ศิษย์สายจอมยุทธ์รู้สึกชัดเจนว่าโล่ของอีกฝ่ายเหนียวแน่นขึ้น เขาอาจจะไม่รู้ว่าเป็นเพราะกระสุนน้ำที่แตกกระจายเหล่านั้น ได้เพิ่มความเข้มข้นของปราณวิญญาณธาตุน้ำในบริเวณรอบๆ ขึ้นมาชั่วคราว
เมื่อตระหนักว่าวิธีการโจมตีปกติไม่อาจเจาะทะลุกำแพงเหล็กของลั่วหงได้ ศิษย์สายจอมยุทธ์จึงถอยฉากออกมาเตรียมใช้วิชากระบี่ที่มีอานุภาพรุนแรง
ลั่วหงไม่ได้รีบร้อนขัดขวางการรวมพลังของคู่ต่อสู้ เคล็ดมือในมือของเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็ควบแน่นเป็นบอลปราณวิญญาณลูกหนึ่งแล้วโยนขึ้นไปบนฟ้า
ชั่วพริบตา เมฆขาวม้วนตัว สายฝนวิญญาณที่อัดแน่นไปด้วยปราณธาตุน้ำก็โปรยปรายลงมา
จนถึงตอนนี้ลั่วหงเพิ่งจะลงมือโจมตีจริงๆ จังๆ สองมือทำเคล็ดวิชาอีกครั้ง คราวนี้เขาใช้วิชา 'งูน้ำ' ระดับต่ำขั้นกลางออกมาพร้อมกันถึงสองตัว!
ศิษย์สายจอมยุทธ์ผู้นั้นเห็นได้ชัดว่าฝึกฝนเคล็ดวิชาธาตุไฟ ท่าไม้ตายที่เขาเตรียมไว้จึงย่อมเป็นธาตุไฟ ซึ่งถูกสภาพแวดล้อมที่มีปราณธาตุน้ำหนาแน่นจาก 'วิชาเมฆฝนขนาดย่อม' ข่มไว้อย่างสมบูรณ์
ในทางกลับกัน งูน้ำสองตัวที่ลั่วหงสร้างขึ้นจากพลังเวท กลับมีขนาดใหญ่กว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อปะทะกัน ผลแพ้ชนะก็ปรากฏชัดเจน
ศิษย์สายจอมยุทธ์ถูกงูน้ำรัดพันจนขยับไม่ได้ จึงยอมแพ้เดินลงจากเวทีไปอย่างหมดท่า
การประลองในรอบต่อๆ มา ลั่วหงก็ใช้วิธีการเดิมเอาชนะมาได้อย่างสบายๆ ขอแค่คู่ต่อสู้เจาะเกราะเขาไม่ได้ในทันที ก็จะเจอกับการกดดันด้วยวิชาเมฆฝนขนาดย่อม ตามต่อเนื่องด้วยวิชาธาตุน้ำ
ฮั่นลี่ที่อยู่ข้างสนามพยักหน้าหงึกๆ อย่างต่อเนื่อง
เจอศัตรูต้องซ้อนโล่ ข้าเรียนรู้แล้วขอรับ ศิษย์พี่ลั่ว
----------