- หน้าแรก
- เซียนคำนวณป่วนยุทธภพ
- บทที่ 25 น้ำเต้ามังกรหยก
บทที่ 25 น้ำเต้ามังกรหยก
บทที่ 25 น้ำเต้ามังกรหยก
บทที่ 25 น้ำเต้ามังกรหยก
น้ำเต้ามังกรหยกคือมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษที่หลิวจิงนำออกมาขายนั่นเอง ที่สรรพคุณของมันดูไร้ประโยชน์เช่นนี้ ก็เพราะมันคือ 'สมบัติวิเศษ' ที่ล้มเหลวในการหลอมสร้าง นอกจากวัสดุที่ใกล้เคียงระดับสมบัติวิเศษแล้ว มันก็ไม่มีอานุภาพของสมบัติวิเศษแม้แต่นิดเดียว
ถึงกระนั้น หลิวจิงก็ไม่อาจทนรับคำวิจารณ์เสียหายจากชายหยาบช้าแห่งสำนักสัตว์อสูรผู้นั้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่อาจทนให้มันซื้อน้ำเต้ามังกรหยกไปในลักษณะที่เหมือนกับ 'การโปรยทาน' เช่นนี้
นี่เป็นการดูหมิ่นตระกูลหลิวของข้า ข้ายอมรออีกสักสิบปี ดีกว่าขายน้ำเต้ามังกรหยกให้มัน!
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ขณะที่หลิวจิงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะเรียกคืนน้ำเต้ามังกรหยก ลั่วหงกลับตะโกนเสนอราคาขึ้นมาเสียก่อน
หลิวจิงเข้าใจไปว่าลั่วหงต้องการช่วยเหลือตน ความรู้สึกชั่วขณะนั้นจึงสับสนปนเปไปหมด
"อาจารย์อาหลิว ท่านอย่าได้คิดมาก ผู้น้อยเสนอราคาเพราะอยากได้เจ้าน้ำเต้าวิเศษนี่จากใจจริง ไม่ได้คิดจะประจบเอาใจท่านแต่อย่างใดขอรับ"
ตั้งแต่เริ่มประมูลน้ำเต้ามังกรหยก สีหน้าของหลิวจิงก็ดูผิดปกติมาตลอด ลั่วหงที่นั่งอยู่ข้างๆ เก็บรายละเอียดได้ทุกเม็ด มีหรือจะเดาความสัมพันธ์ระหว่างน้ำเต้ามังกรหยกกับหลิวจิงไม่ออก
"เจ้าเด็กนี่ เจ้ากำลังล้อข้าเล่นรึ!"
การที่ลั่วหงสอดมือเข้ามา ทำให้เรื่องดีๆ ของชายร่างกำยำต้องพังทลายลง สายตาที่มันมองมายังลั่วหงจึงเต็มไปด้วยความอำมหิตทันที
"หึ สหายท่านนี้ หรือว่ากำลังข่มขู่ศิษย์สำนักหวงเฟิงกู่ของข้า?"
หลิวจิงจ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมปลดปล่อยกลิ่นอายพลังระดับสร้างรากฐานระยะกลางออกมา
"มะ... ไม่ใช่แน่นอน ข้าแค่สงสัยว่าสหายตัวน้อยท่านนี้จะมีปัญญาจ่ายศิลาวิญญาณตั้งมากมายขนาดนั้นหรือเปล่า"
ชายร่างกำยำผู้นี้ไม่ใช่คนที่ต่อกรด้วยง่ายๆ ในสำนักสัตว์อสูรมันมีชื่อเสียงเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิต หากมีศิษย์ระดับกลั่นลมปราณของสำนักสัตว์อสูรคนไหนกล้าไปล่วงเกินมัน รับรองว่าหนีไม่พ้นจุดจบที่ต้องตกเป็นอาหารมด
ที่มันยอมกลืนความโกรธลงไปในตอนนี้ ก็เพราะผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานของสำนักหวงเฟิงกู่หลายสิบคนที่อยู่รอบๆ ต่างส่งสายตาไม่เป็นมิตรมาให้ ต่อให้เป็นคนอวดดีอย่างมัน ก็อดรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ในใจไม่ได้
"เรื่องศิลาวิญญาณ ข้าผู้เป็นอาจารย์อาขอรับรองให้เอง หากสหายไม่สู้ราคาต่อ ก็เชิญนั่งลงเถอะ"
หลิวจิงตั้งใจแน่วแน่ หากศิษย์หลานลั่วมีศิลาวิญญาณไม่พอ ขาดเท่าไหร่เขาจะให้ยืมเท่านั้น
"เหอะ! พวกเจ้าสำนักหวงเฟิงกู่นี่วางอำนาจบาตรใหญ่จริงนะ มาปั่นราคากันหน้าด้านๆ แบบนี้ คิดจะข่มเหงลูกค้าหรือไง?!"
ผู้ที่พูดขึ้นมาคือผู้ฝึกตนหญิงระดับกลั่นลมปราณระยะปลายจากสำนักจันทราอำพราง น้ำเสียงของนางฟังดูปกติ แต่ความหมายที่แฝงความร้ายกาจไว้นั้น ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องขมวดคิ้ว
ลั่วหงหันไปมอง เห็นผู้ฝึกตนหญิงสวมชุดวังหลวงสีขาวสองคนนั่งโต๊ะเดียวกัน หนึ่งในนั้นกำลังเล่นลูกแก้วผลึกในมือ พลางมองมาที่เขาด้วยแววตาหยอกล้อ ใบหน้าดูดุร้าย มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นนางเสือสาวจอมไร้เหตุผล
ส่วนอีกคนมีระดับพลังสร้างรากฐานระยะปลาย สวมผ้าคลุมหน้าสีขาว ทุกกิริยาอาการให้ความรู้สึกอบอุ่นดั่งสายลมฤดูใบไม้ผลิ
ทั้งสองคนมีบุคลิกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่กลับนั่งโต๊ะเดียวกันได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด
"ทำไม? พูดไม่ออกแล้วล่ะสิ?"
หญิงสาวปากร้ายเมื่อเห็นผู้ฝึกตนสำนักหวงเฟิงกู่เงียบกริบต่อคำยั่วยุ ก็ยิ่งได้ใจ
ในเจ็ดสำนักแคว้นเยว่ สำนักหวงเฟิงกู่กับอีกห้าสำนักมีพลังฝีมือใกล้เคียงกัน มีเพียงสำนักจันทราอำพรางแห่งนี้เท่านั้นที่เหนือล้ำ หากสำนักอื่นคิดจะต่อกร ก็ต้องร่วมมือกันสองสำนักถึงจะพอสูสี
คนในหกสำนักมักถูกผู้อาวุโสเตือนอยู่เสมอว่าอย่าได้ไปตอแยศิษย์สำนักจันทราอำพรางสุ่มสี่สุ่มห้า ดังนั้นผู้ฝึกตนในที่นี้จึงมีความเกรงใจอยู่บ้าง แม้ในใจจะโกรธเคือง แต่ก็ไม่มีใครโง่พอจะเสนอหน้าออกมารับลูกหลง
"แม่นางท่านนี้ ไม่ต้องสงสัยเจตนาของข้าหรอก สมบัติชิ้นนี้ข้าต้องการจริงๆ หากท่านสนใจ ก็เชิญเสนอราคามาเถอะ"
ลั่วหงก็นึกไม่ถึงว่าจะมาเจอผู้หญิงนิสัยแย่ขนาดนี้ เรื่องนี้ถือว่ามีสาเหตุมาจากเขา คนอื่นอาจจะหลบได้ แต่เขานั้นหลบไม่พ้น
"เหอะ ต้องการจริงๆ งั้นรึ? ปากดีนี่! ข้าให้สามร้อยห้าสิบศิลาวิญญาณ!"
"ข้าให้สามร้อยห้าสิบเอ็ดศิลาวิญญาณ"
"สี่ร้อยศิลาวิญญาณ!"
"สี่ร้อยเอ็ด!"
"เจ้าหนู! อย่างแกกล้ามาล้อเล่นกับคุณหนูอย่างข้ารึ รู้ไหมว่าบรรพบุรุษข้าเป็นถึงผู้อาวุโสระดับหลอมแกนแห่งสำนักจันทราอำพราง!"
สิ้นเสียงคำขู่นี้ บรรดาผู้ฝึกตนในงาน ไม่ว่าจะพวกที่กำลังโกรธแค้นหรือพวกที่รอดูเรื่องสนุก ต่างก็เบือนหน้าหนีกันหมด
ดูจากนิสัยเอาแต่ใจของนาง บรรพบุรุษระดับหลอมแกนคงจะตามใจจนเคยตัว ถูกคุณหนูเอาแต่ใจแบบนี้เพ่งเล็ง ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่
ลั่วหงเองก็เริ่มลังเล กำลังจะหันไปถามท่าทีของหลิวจิง แต่ด้านหลังกลับมีเสียงดังฟังชัดของหลิวจิงสวนขึ้นมาว่า
"อาจารย์ของข้าคือหลี่หัวหยวน ไม่ทราบว่าฝ่ายตรงข้าเป็นศิษย์เอกของท่านผู้อาวุโสท่านใดในสำนักจันทราอำพราง?"
หลิวจิงไม่ได้ถามหญิงสาวปากร้ายผู้นั้น นางเป็นแค่ผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณ หากไม่มีพรสวรรค์สะท้านฟ้า ก็ไม่มีทางได้เป็นศิษย์ของผู้ฝึกตนระดับหลอมแกนแน่
"อาจารย์ของข้าคือเทพธิดาชื่อเสีย เมื่อครู่ศิษย์หลานของข้าได้ล่วงเกินไป ขอสหายโปรดให้อภัยด้วย"
เมื่อหลิวจิงประกาศนามหลี่หัวหยวน หญิงสาวสวมผ้าคลุมหน้าระดับสร้างรากฐานก็ไม่อาจวางเฉยได้อีกต่อไป นางแจ้งชื่ออาจารย์ตามมารยาท ก่อนจะหันไปพูดกับหญิงสาวปากร้ายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"อย่าก่อเรื่องเลย นั่งลงเถอะ"
เสียงของนางนุ่มนวลปานสายน้ำ ทำเอาลั่วหงและหลิวจิงใจอ่อนยวบ ความโกรธเคืองที่มีอยู่สิบส่วนหายไปเสียเจ็ดส่วนในทันที
"เสน่ห์ดึงดูดตามธรรมชาติ วิชาสะกดใจของนางช่างร้ายกาจนัก!"
เมื่อรู้ตัวถึงความเปลี่ยนแปลง ลั่วหงและหลิวจิงต่างก็ตกใจจนขนลุกชัน
ฝ่ายหญิงสาวปากร้ายแม้จะมีสีหน้าไม่เต็มใจ แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง เพียงแต่ก่อนจะนั่งลงอย่างว่าง่าย นางได้ส่งสายตาอาฆาตมาที่ลั่วหงหนึ่งที
ลั่วหงได้แต่ร้องทุกข์ในใจ นางต้องผูกใจเจ็บเขาแน่ๆ หวังว่าเทพธิดาชื่อเสียคงไม่ว่างพอจะถ่อมาหาเรื่องถึงสำนักหวงเฟิงกู่เพื่อลูกหลานระดับกลั่นลมปราณแค่คนเดียวนะ
พอมองไปทางชายร่างกำยำสำนักสัตว์อสูร เดิมทีมันก็อยากจะร่วมวงแย่งชิงด้วย แต่พอได้ยินว่าทั้งสองฝ่ายต่างมีแบ็คเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแกน ก็ได้แต่นั่งลงอย่างเจี๋ยมเจี้ยม พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด
เช่นเดียวกับสินค้าชิ้นก่อนๆ น้ำเต้ามังกรหยกถูกสาวใช้น้อยระดับกลั่นลมปราณระยะต้นนำมาส่งถึงโต๊ะของลั่วหง
เวลานี้ เพื่อไม่ให้ดูร่ำรวยเกินไป ลั่วหงแกล้งทำมุมปากกระตุกสองสามที ก่อนจะเทศิลาวิญญาณสี่ร้อยเอ็ดก้อนออกมาจากถุงสมบัติ
มองดูน้ำเต้ามังกรหยกในมือ สัมผัสถึงความเย็นเยียบของมัน ลั่วหงแอบยินดีในใจ อิทธิฤทธิ์ในการเปลี่ยนน้ำธรรมดาเป็นน้ำวิญญาณของสมบัติชิ้นนี้มีประโยชน์ต่อเขาอย่างมหาศาล
"ศิษย์หลานลั่ว ศิลาวิญญาณที่เจ้าเสียไปคราวนี้ เร็วๆ นี้ข้าจะหาทางชดเชยให้แน่นอน"
หลิวจิงคิดว่าลั่วหงกำลังเสียดายศิลาวิญญาณจริงๆ จึงยิ่งรู้สึกละอายใจ
"อาจารย์อาไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น ผู้น้อยตั้งใจจะซื้อจริงๆ ขอรับ
หากได้ดื่มน้ำวิญญาณควบคู่ไปกับการฝึกวิชาธาตุน้ำ ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรจะต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน"
"เรื่องนั้น..." หลิวจิงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบเสียงเบา "น้ำเต้ามังกรหยกมีอิทธิฤทธิ์สร้างน้ำวิญญาณก็จริง แต่ใช้เวลานานมาก ต่อให้ศิษย์หลานใส่น้ำธรรมดาลงไปแค่หนึ่งกา ก็ต้องรอตั้งหลายวันกว่าจะกลายเป็นน้ำวิญญาณ
หากจะเอามาช่วยในการฝึกฝน ผลลัพธ์แทบจะมองไม่เห็นเลย
อะแฮ่ม แต่ถึงอย่างไรวัสดุที่ใช้ทำก็ล้ำค่า ขายได้สามร้อยศิลาวิญญาณก็นับว่าสมเหตุสมผลแล้ว"
เห็นลั่วหงฟังแล้วทำหน้าอึ้ง หลิวจิงก็นึกว่าเขาเพิ่งรู้ตัวว่าขาดทุนยับเยินแค่ไหน จึงยิ่งตั้งมั่นว่าจะต้องหาทางชดเชยให้ได้
รอบนี้ข้ากำไรเละ!
หารู้ไม่ ความคิดในใจของลั่วหงนั้นตรงกันข้ามกับที่หลิวจิงคาดเดาอย่างสิ้นเชิง
ถ้าน้ำธรรมดากลายเป็นน้ำวิญญาณเร็วเกินไปข้าสิจะลำบากใจ แบบนี้แหละเหมาะกับการสังเกตทดลองที่สุด!
----------