- หน้าแรก
- เซียนคำนวณป่วนยุทธภพ
- บทที่ 24 กลิ่นอายของงานแลกเปลี่ยน
บทที่ 24 กลิ่นอายของงานแลกเปลี่ยน
บทที่ 24 กลิ่นอายของงานแลกเปลี่ยน
บทที่ 24 กลิ่นอายของงานแลกเปลี่ยน
แม้จะบอกว่าเป็นงานแลกเปลี่ยนส่วนตัว แต่หลิวจิงกลับพาลั่วหงมายังหอประมูลที่ใหญ่ที่สุดในตลาดเซียน และในเวลานี้ก็มีผู้ฝึกตนเดินเข้าออกหอประมูลกันขวักไขว่ หาความเป็นส่วนตัวไม่ได้เลยสักนิด
อาจจะเพราะสังเกตเห็นความสงสัยของลั่วหง หลิวจิงจึงอธิบายให้เขาฟังคร่าวๆ
ผู้ริเริ่มงานแลกเปลี่ยนนี้ คือผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานระยะปลายแห่งสำนักหวงเฟิงกู่ผู้หนึ่งที่ชอบคบหาสหาย จุดประสงค์แรกเริ่มของเขาเพียงแค่อยากให้สหายสามารถแลกเปลี่ยนสิ่งของกันได้สะดวกขึ้น จึงไม่ได้ตั้งกฎเกณฑ์เรื่องการรักษาความลับอะไร
สหายของคนผู้นี้ไม่เพียงกระจายอยู่ทั่วเจ็ดสำนักแคว้นเยว่ แม้แต่ในแคว้นหยวนอู่ที่อยู่ติดกันก็ยังมีคนรู้จัก ดังนั้นโอกาสที่จะเจอของดีในงานแลกเปลี่ยนนี้จึงมีมากกว่าหอประมูลทั่วไปมากนัก
สหายของเขาเมื่อได้ประโยชน์ ครั้งหน้าก็มักจะพาเพื่อนของตัวเองมาด้วย จัดงานไปไม่กี่รอบ ขนาดของงานก็ใหญ่โตจนปิดบังไม่ไหว
ดังนั้น คนผู้นี้จึงตัดสินใจจัดงานแลกเปลี่ยนอย่างเปิดเผย และมอบหมายให้หอประมูลเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนเขาเพียงแค่ขึ้นเวทีไปเป็นพิธีกรทุกครั้ง ก็ได้รับผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำแล้ว
เงื่อนไขพื้นฐานในการเข้าร่วมงานคือต้องมีระดับการบำเพ็ญเพียรขั้นสร้างรากฐาน แต่ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานแต่ละคนสามารถพาผู้ติดตามเข้าไปได้หนึ่งคน
หลิวจิงและลั่วหงถูกสาวใช้ที่เป็นปุถุชนพาไปยังที่นั่งชั้นดี จากนั้นนางก็นำชาเซียนมาเสิร์ฟและยืนสงบนิ่งคอยรับใช้อยู่ด้านข้าง
ลั่วหงกวาดตามองไปรอบๆ เห็นแต่ที่นั่งลักษณะคล้ายกัน เรียงรายเป็นรูปพัดล้อมรอบเวทียกสูงตรงกลาง
"ปีนี้คนเยอะขึ้นอีกแล้ว"
หลิวจิงนับจำนวนผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานที่นั่งอยู่อย่างเงียบๆ จนถึงตอนนี้มีเกือบร้อยคนแล้ว ในจำนวนนั้นสี่ส่วนเป็นศิษย์สำนักหวงเฟิงกู่ จับจองพื้นที่กันเป็นกลุ่มใหญ่สีเหลืองอร่าม
ลั่วหงสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจในน้ำเสียงของหลิวจิง จึงฉลาดพอที่จะไม่ต่อความยาวสาวความยืด
หลังจากนั่งจิบชาเงียบๆ อยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดงานแลกเปลี่ยนก็เริ่มขึ้น
ประตูห้องโถงถูกปิดลง อักขระบนผนังรอบด้านสว่างวาบขึ้นทีละตัว เผยให้เห็นการทำงานของค่ายกลที่มีอานุภาพไม่ธรรมดา
ทันใดนั้น ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานระยะปลายที่มีใบหน้ายิ้มแย้มและน้ำเสียงสดใสก็ก้าวขึ้นบนเวที
เมื่อขึ้นเวที เขาก็ทักทายหยอกล้อกับสหายเก่าอย่างชำนาญ สร้างบรรยากาศให้คึกคัก ก่อนจะเข้าเรื่อง
"ปีนี้มีหน้าใหม่เพิ่มขึ้นไม่น้อย กฎของเรายังคงเหมือนเดิม ช่วงแรกจะเป็นการประมูลซื้อขายด้วยศิลาวิญญาณ จากนั้นค่อยให้สหายที่มีความประสงค์จะแลกเปลี่ยนสิ่งของขึ้นมาบนเวทีทีละคน"
"ไม่พูดพร่ำทำเพลง เรามาเริ่มกันเลย สินค้าประมูลชิ้นแรกคืออาวุธวิเศษระดับสูงสุด กระบี่เสียงใส..."
ลั่วหงวางถ้วยชาลงแล้วขยี้จมูก บทพูดเปิดงานนี่มัน 'ได้กลิ่นอาย' สุดๆ ไปเลยแฮะ
"ศิษย์หลานลั่ว เจ้ากำลังขาดแคลนอาวุธวิเศษสำหรับโจมตีอยู่ไม่ใช่รึ? กระบี่เสียงใสเล่มนี้เหมาะกับวิชาธาตุน้ำที่เจ้าฝึกพอดี หากใช้มันจะช่วยเพิ่มอานุภาพได้มากโข ทำไมไม่ลองเสนอราคาดูล่ะ?"
คำแนะนำของหลิวจิงล้วนมาจากความหวังดีต่อลั่วหง แม้กระบี่เสียงใสจะเป็นอาวุธวิเศษระดับสูงสุด แต่ดูจากแสงวิญญาณแล้ว ไม่ใช่ของดีระดับชั้นเลิศในหมู่อาวุธระดับเดียวกัน
ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานในที่นี้ส่วนใหญ่คงไม่เสนอราคา เป็นโอกาสดีของผู้ติดตามระดับกลั่นลมปราณอย่างลั่วหงที่จะลงมือ
"ขอบคุณอาจารย์อาที่ชี้แนะ แต่ผู้น้อยมีศิลาวิญญาณติดตัวไม่มาก เทียบกับอาวุธวิเศษสายต่อสู้แล้ว ข้าอยากเก็บไว้แลกเปลี่ยนวัสดุวิญญาณที่ช่วยในการบำเพ็ญเพียรมากกว่าขอรับ"
ตอนนี้ลั่วหงสนใจแต่อาวุธวิเศษประเภทเหาะเหินเดินอากาศที่เร็วจัดจ้านเท่านั้น อย่างอื่นไม่สามารถล่อตาล่อใจให้เขาควักกระเป๋าได้หรอก
"ที่เจ้าพูดก็ถูก แล้วแต่เจ้าเถอะ"
แม้หลิวจิงจะมีความรู้สึกดีๆ ต่อลั่วหง แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่าผู้ฝึกตนที่มีรากวิญญาณเทียมจะสามารถสร้างรากฐานสำเร็จได้ เขาคิดว่าแทนที่ลั่วหงจะเอาศิลาวิญญาณไปละลายกับโอสถ สู้ซื้ออาวุธวิเศษระดับสูงสุดสักชิ้นสองชิ้น เก็บไว้ส่งต่อให้ลูกหลานยังจะดีเสียกว่า
แต่เมื่อเห็นลั่วหงมุ่งมั่นแน่วแน่ หลิวจิงก็ไม่อยากทำลายความตั้งใจ จึงไม่ได้พูดอะไรอีก
หลังจากการเสนอราคาไม่กี่รอบ กระบี่เสียงใสก็จบที่ราคาสูงเกินจริงถึงสามร้อยห้าสิบศิลาวิญญาณ โดยตกเป็นของผู้ฝึกตนหญิงระดับกลั่นลมปราณ ที่มากับคู่บำเพ็ญจากสำนักกระบี่ยักษ์
สินค้าประมูลสองชิ้นถัดมาก็เป็นอาวุธวิเศษระดับสูงสุดเช่นกัน เพียงแต่รอบนี้เป็นของชั้นเลิศจึงเกิดการแย่งชิงในหมู่ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน จนจบที่ราคาหกร้อยกว่าศิลาวิญญาณทั้งคู่
"สินค้าชิ้นต่อไปมีที่มาไม่ธรรมดา เชิญทุกท่านชม น้ำเต้านี้มีนามว่า [น้ำเต้ามังกรหยก] เป็นสมบัติที่ผู้ฝึกตนระดับหลอมแกนสร้างขึ้นจากกระดูกวิญญาณของมังกรวารีระดับสี่ ภายในไม่เพียงบรรจุน้ำได้เท่าทะเลสาบ แต่ยังมีอิทธิฤทธิ์ในการกลั่นน้ำธรรมดาให้กลายเป็นน้ำวิญญาณได้อีกด้วย
นี่ถือเป็นสมบัติที่หาได้ยากยิ่งทีเดียว"
ชายชราหน้าตายิ้มแย้มประคองน้ำเต้าสีขาวบริสุทธิ์ขนาดพอเหมาะที่มีลวดลายประดับเพียงเล็กน้อยให้ทุกคนได้ชม
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะบอกราคาเริ่มต้น ก็มีเสียงคัดค้านดังขึ้นจากด้านล่างเวที
"เชอะ ของแค่นี้ก็นับเป็นสมบัติได้รึ? ก็แค่แจกันน้ำทิพย์ขนาดเล็กที่จุได้เยอะหน่อยเท่านั้นเอง
เดิมทีกระดูกวิญญาณของมังกรวารีระดับสี่ก็นับว่าเป็นวัสดุวิญญาณหายากอยู่หรอก แต่พอถูกไฟตานของผู้ฝึกตนระดับหลอมแกนเผาผลาญไปแล้ว แม้แต่จะเอามาหลอมใหม่ก็ยังเป็นเรื่องเพ้อฝัน
แล้วเจ้าอิทธิฤทธิ์สร้างน้ำวิญญาณนั่น ของพรรค์นั้นมันดื่มกินได้จริงๆ หรือ?"
ชายร่างกำยำจากสำนักสัตว์อสูรพูดจาขวานผ่าซาก วิจารณ์น้ำเต้ามังกรหยกเสียจนไร้ค่า
แต่สิ่งที่เขาพูดก็มีเหตุผลอยู่บ้าง ผู้คนส่วนใหญ่พยักหน้าเห็นด้วยเงียบๆ
"สหายจากสำนักสัตว์อสูรโปรดระวังวาจาด้วย ท่านต้องรู้ไว้ว่าสหายเจ้าของสมบัติชิ้นนี้ก็อยู่ในงาน ระวังภัยจะมาถึงตัวเพราะปาก!"
ชายชราหน้าตายิ้มแย้มเห็นว่าเจ้าคนหยาบช้านี่กำลังป่วนจนน้ำเต้ามังกรหยกอาจจะขายไม่ออก จึงเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"อ๊ะ เข้าใจผิดแล้ว เข้าใจผิดกันไปใหญ่ ข้าไม่ได้เจาะจงว่าร้ายสหายท่านนั้นเสียหน่อย
ข้ามันคนปากตรงกับใจ เพื่อเป็นการขอขมา ข้ายินดีซื้อน้ำเต้านี้ในราคาเริ่มต้น"
ชายร่างกำยำจากสำนักสัตว์อสูรแววตาฉายแววเจ้าเล่ห์ น้ำเต้ามังกรหยกนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเขา
ตระกูลของเขาเลี้ยงดูแมลงวิญญาณชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า [มดบินกลืนกระดูก] มาหลายชั่วอายุคน หากได้กระดูกวิญญาณมังกรวารีระดับสี่ไปเป็นอาหาร ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้พวกมันวิวัฒนาการ
ชายชราหน้าตายิ้มแย้มชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็เข้าใจได้ทันทีว่าตนถูกหลอกใช้ สายตาที่มองไปยังชายร่างกำยำจึงเต็มไปด้วยความรังเกียจยิ่งขึ้น
"หึ ราคาเริ่มต้นสามร้อยศิลาวิญญาณ สหายแน่ใจนะว่าจะซื้อ?"
"ทำไมแพงขนาดนี้? ของดีก่อนหน้านี้เริ่มต้นแค่สองร้อยศิลาวิญญาณเองนะ! นี่มันก็น้ำเต้าใส่น้ำไร้ประโยชน์ชัดๆ ทำไมราคาเริ่มต้นถึงแพงกว่าอาวุธวิเศษระดับสูงสุดอีก!"
ชายร่างกำยำเบิกตากว้าง ทำท่าจะต่อรองราคากับชายชรา
"ราคาเริ่มต้นของสมบัติชิ้นนี้คือสามร้อยศิลาวิญญาณ หรือเจ้าไม่เชื่อใจข้า"
สายตาของชายชราเริ่มเย็นชา กลิ่นอายกดดันของผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานระยะปลายค่อยๆ แผ่พุ่งตรงไปยังชายร่างกำยำที่มีเพียงระดับสร้างรากฐานระยะต้น
"ก็ได้ สามร้อยก็สาม..."
ชายร่างกำยำทำท่าเจ็บปวดใจ กำลังจะตกลงซื้อขายกับชายชรา แต่จู่ๆ ก็มีเสียงเสนอราคาดังมาจากด้านหลัง
"ช้าก่อน ผู้น้อยยินดีจ่ายสามร้อยเอ็ดศิลาวิญญาณ เพื่อแบ่งเบาภาระของท่านอาวุโสท่านนี้"
เสียงของลั่วหงดังชัดเจนเข้าหูผู้ฝึกตนทุกคนในงาน เมื่อมีการแย่งชิง ทุกคนจึงเริ่มกลับมาสนใจน้ำเต้ามังกรหยกอีกครั้ง
"ศิษย์หลานลั่ว เจ้าไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย!"
สีหน้าของหลิวจิงยากจะบรรยาย ทั้งซาบซึ้งระคนละอายใจ ทั้งโกรธเกรี้ยวปนสับสน
----------