เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 180 ต่อต้าน

บทที่ 180 ต่อต้าน

บทที่ 180 ต่อต้าน


บทที่ 180 ต่อต้าน

เมื่อกลับมาที่หอพักใบหน้าของจี้เฟิงยังคงเคร่งเครียด เขาพยายามหายใจเข้าลึกๆ แต่มันก็แทบจะไม่ช่วยให้เขาสงบลงได้เลย

“ฉันต้องเลิกคิดเรื่องพวกนี้ ไม่ต้องไปสนใจมันอีก” จี้เฟิงส่ายหัวและบอกกับตัวเองเพื่อให้ตัวเองสบายใจ “ตราบใดที่พวกนั้นเลิกสร้างความเดือดร้อนและไม่ลากฉันเขาไปเกี่ยว ฉันก็จะไม่ไปยุ่งอีก!”

จี้เฟิงรู้สึกเสียอารมณ์กับเรื่องนี้มาก เขาส่ายหัวเล็กน้อยและคิดว่า หวู่หลิงเอ๋อเป็นเหมือนเด็กสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะที่ทำตัวอวดดีหยิ่งผยองไม่ฟังความคิดเห็นของคนอื่น อะไรที่เป็นข้อบกพร่องที่ลูกคุณหนูมักจะมี เธอแทบจะมีมันครบทุกอย่าง แม้ว่าในลักษณะของผู้หญิงจะเป็นเรื่องที่แตกต่างกันกับผู้ชายอยู่บ้าง แต่ก็ทำให้ปวดหัวได้แทบไม่ต่างกัน

“ไม่รู้ว่าหยูซวนเห็นคนแบบนี้เป็นเพื่อนที่ดีได้ยังไง!” จี้เฟิงส่ายหัวและเมื่อเขานึกถึงเซียวหยูซวนหัวใจของเขาก็ร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสน่ห์และเรือนร่างที่เย้ายวนของเซียวหยูซวน เกรงว่าไม่ว่าผู้ชายคนไหนเมื่อได้ใกล้ชิดกับเธอก็คงจะห้ามใจไว้ไม่ได้

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจ “เป็นโชคดีของฉันจริงๆ ที่ผู้หญิงที่มีเสน่ห์สวยพร้อมขนาดนี้มาเป็นหนึ่งในแฟนของฉัน!” จี้เฟิงแอบยิ้มกับตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ

Rrrrrrrr~~!

เสียงโทรศัพท์ของจี้เฟิงดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูและพบว่าเป็นเซียวหยูซวนที่โทรมา

จี้เฟิงสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมเซียวหยูซวนถึงได้โทรมาหลังจากที่เพิ่งพบกันที่ร้านกาแฟเมื่อครู่ หรือจะเป็นเรื่องแข่งรถของเสี่ยวหลิงอีก?

“หยูซวน คุณคิดถึงผมขนาดนี้เลยเหรอ?” จี้เฟิงพูดทันทีหลังจากรับสาย

“ไอ้เด็กบ้านี่!” แม้ว่าเซียวหยูซวนและจี้เฟิงจะทลายกำแพงกั้นระหว่างกันไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะล้อเล่น “ตัวเล็ก นายรู้มั้ยว่าสิ่งที่นายพูดมามันหนักเกินไปสำหรับเสี่ยวหลิง ตอนนี้เธอยังร้องไห้ไม่หยุดเลย!”

จี้เฟิงขมวดคิ้ว “คุณยังอยู่ในร้านกาแฟอยู่หรือเปล่า?”

“ไม่ได้อยู่แล้ว ฉันจะปล่อยให้เสี่ยวหลิงนั่งร้องไห้ในร้านกาแฟได้ยังไง ตอนนี้ฉันพาเสี่ยวหลิงกลับมาที่อะพาร์ตเมนต์แล้ว”  เซียวหยูซวนถอนหายใจเบาๆและพูดต่อว่า “เจ้าตัวเล็ก แม้ว่าสิ่งที่นายพูดมามันจะถูกต้องและสมเหตุสมผลก็ตาม แต่นายก็ไม่ได้รู้เรื่องทั้งหมดของเธอ ตอนนี้เสี่ยวหลิงก็รู้แล้วสิ่งที่เธอทำมันผิด แต่บางทีเธออาจจะมีเหตุผลของเธอที่ทำไปแบบนั้น!”

จี้เฟิงหัวเราะเสียงดัง “ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเหตุผลอะไรที่คุณเห็นดีเห็นงามและปล่อยให้เธอทำเรื่องที่ส่งผลร้ายกับชีวิตของคนอื่นโดยที่ไม่สนใจมันเลยแม้แต่น้อยเพียงเพื่อสนองความตื่นเต้น!”

“เจ้าตัวเล็กทำไมนายถึงพูดแบบนั้น!” เซียวหยูซวนอดไม่ได้ที่จะโวยวาย “ฉันไม่ได้เพิ่งบอกนายไปหรือไงว่า เสี่ยวหลิงสำนึกผิดแล้ว!”

“เพิ่งรู้หรือไงว่าตัวเองทำผิด?” จี้เฟิงเริ่มหงุดหงิด และเหมือนเขาจะไม่พอใจการเรียกของเซียวหยูซวนซักเท่าไหร่เขาจึงถามด้วยความไม่พอใจว่า “เมื่อกี้คุณเรียกผมว่าอะไรนะ! เจ้าตัวเล็ก?”

เซียวหยูซวนลดเสียงลงและอดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ทำไม? ปกติฉันก็เรียกนายเจ้าตัวเล็กออกจะบ่อย ก็ไม่เห็นจะว่าอะไร ทำไมตอนนี้ถึงได้ไม่พอใจ?”

จี้เฟิงกัดฟันของเขาด้วยความโมโหและพูดอย่างร้ายกาจ “ไว้ผมจะทำให้คุณได้รู้ว่าผมเป็น ‘เจ้าตัวเล็ก’ อย่างที่คุณคิดจริงๆหรือเปล่า เมื่อถึงเวลานั้นอย่าร้องก็แล้วกัน!”

“ไอ้บ้า!” เซียวหยูซวนเขินมาก เธอด่าจี้เฟิงด้วยเสียงที่ค่อยๆเบาลง “นายมันชั่วร้ายที่สุดเลย!”

แม้ว่าจะได้ยินแค่เสียงพูดผ่านทางโทรศัพท์ แต่จี้เฟิงก็สามารถจินตนาการได้ว่าเซียวหยูซวนในเวลานี้จะเสียอาการมากแค่ไหน ดวงตาคู่สวยเหมือนกับน้ำในฤดูใบไม้ผลิของเธอคงแสดงความรู้สึกทั้งรักและเขินอายชวนให้หลงใหลเหมือนที่เขาเคยเห็นมาก่อน

“เจ้าตัวเล็ก... จี้เฟิง” เซียวหยูซวนเผลอเรียกเจ้าตัวเล็ก แต่จากนั้นเมื่อนึกสิ่งที่จี้เฟิงเพิ่งพูดเมื่อกี้เธอจึงรีบเปลี่ยนชื่อเรียกทันที “ฉันอยากให้นายรู้ไว้ว่าจริงๆแล้วนิสัยของเสี่ยวหลิงไม่ใช่คนเลวร้ายเลย ดังนั้นถ้าฉันสามารถพูดเกลี้ยกล่อมให้เธอเลิกแข่งรถใต้ดินได้ นายอย่างส่งคนมาจัดการเธอได้หรือเปล่า นะ?”

จี้เฟิงยิ้มและพูดว่า “ในเมื่อเมียของผมพูดขอร้องขนาดนี้ ผมก็ต้องยอมแล้วล่ะ” จี้เฟิงอมยิ้มเล็กน้อย และกลับมามีสีหน้าจริงจังอีกครั้ง “แต่คุณไม่ต้องเป็นกังวลมากเกินไป เพราะตราบใดที่หวู่หลิงเอ๋อไม่ได้ทำในสิ่งที่ไม่เห็นชีวิตของคนอื่นอยู่ในสายตา ผมจะไม่ทำอะไรเธอแน่นอน เพราะผมก็ไม่ได้อยากจะรู้จักหรือไปยุ่งอะไรกับเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดังนั้นคุณสามารถบอกเธอได้เลยว่าผมพูดว่ายังไง”

“ตาบ้า! ใครเป็นเมียนายย่ะ!” เซียวหยูซวนบ่นอุบอิบแต่เต็มไปด้วยความเขินอายและกดวางสายไปทันที!

จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาจากนั้นก็เปิดพัดลมก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนเตียงและตั้งสมาธิเพื่อเข้าสู่จิตใต้สำนึกอีกครั้ง

“ยินดีต้อนรับการกลับมาครับมาสเตอร์!” เสียงของสมองหมายเลข 1 ดังขึ้นทันทีที่จี้เฟิงกลับเข้าสู่จิตใต้สำนึก

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “คุณไม่เคยพูดอะไรทำนองนี้มาก่อน วันนี้ทำไมจู่ๆถึงดูเหมือนมนุษย์มากขึ้นทุกทีๆเลยล่ะ?”

“เป็นการตั้งโปรแกรมของผู้เชี่ยวชาญที่สร้างสมองขึ้นมาให้มีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลภายนอกและสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง” สองหมายเลข 1 อธิบาย

“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า ถ้าคุณเรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆคุณก็จะเหมือนมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆงั้นสิ?” จี้เฟิงถามด้วยความประหลาดใจ

“ขึ้นอยู่กับขีดจำกัดการเติบโตขอโปรแกรมสูงสุดที่ถูกตั้งค่าไว้” สมองหมายเลข 1 กล่าว

จี้เฟิงคิดอยู่นานแต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจความหมายในประโยคนี้ของสมองหมายเลข 1 ซักเท่าไหร่ เขาส่ายหัวและเลิกคิดเกี่ยวกับมัน “โอเค ถ้างั้นคุณก็พัฒนาต่อไปเรื่อยๆก็แล้วกัน ตอนนี้ฉันว่าเราควรเริ่มฝึกกันเลยดีกว่า”

จี้เฟิงกำลังเรียนพื้นฐานในหลักสูตรของเทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่าย เขาจำและทำความเข้าใจได้บ้างแล้ว แต่สิ่งที่จี้เฟิงต้องการเรียนรู้มากที่สุดในตอนนี้คือการสร้างม่านแสงนั่น หากเขาสามารถทำได้เขาจะต้องมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอย่างแน่นอน!

สมองหมายเลข 1 พยักหน้าทันที “ครับมาสเตอร์!”

“นอกจากการฝึกยิมนาสติกชุดที่สองแล้ววันนี้ฉันจะได้เรียนรู้เทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายต่อหรือเปล่า?” จี้เฟิงถามด้วยความคาดหวัง

“ตามขั้นตอนของโปรแกรมช่วยการเรียนรู้ วันนี้มาสเตอร์จะได้เรียน แต่ถ้าจะพูดให้ถูกต้อง มาสเตอร์ต้องเติมคำว่าพื้นฐานอีกสองคำอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ด้วย” สมองหมายเลข 1 พูดอย่างกับมนุษย์

“พื้นฐานของเทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่าย...” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะกลอกตา พูดเป็นเล่น! นี่ฉันยังอยู่ในขั้นพื้นฐานที่สุดอยู่เหรอเนี่ย?

“ความรู้พื้นฐานของฉันยังไม่ดีพอเหรอ?” จี้เฟิงถามอย่างไม่ค่อยพอใจนัก เขาอยากจะรีบสร้างม่านแสงให้ได้เร็วกว่านี้ แม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถผลิตมันออกมาจำนวนมากเพื่อนำไปสร้างเป็นธุรกิจได้ในเวลานี้ แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถเก็บไว้ใช้เองได้ยามที่เขาต้องการแค่นึกภาพว่าเขาจะได้รับชมภาพเคลื่อนไหวผ่านม่านแสงที่สมจริงยิ่งกว่าการไปชมภาพยนตร์สามมิติในโรงภาพยนตร์มันก็ทำให้จี้เฟิงรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขมากทีเดียว

“สิ่งที่มาสเตอร์เรียนรู้มาก่อนหน้านี้เป็นเพียงความรู้พื้นฐานของเทคโนโลยีการสื่อสารเท่านั้นและถ้าหากมาสเตอร์ต้องการบรรลุเป้าหมายในการผลิตม่านแสง มาสเตอร์จะต้องเรียนรู้พื้นฐานของเทคโนโลยีเครือข่ายด้วย เพราะม่านแสงที่มาสเตอร์ได้เห็นนั้นไม่เพียงแต่มีฟังก์ชันในการเล่นภาพและเสียงแต่ยังมีฟังก์ชันการสื่อสารและเครือข่ายระดับสุดยอด...” สมองหมายเลข 1 อธิบาย

จี้เฟิงตระหนักได้ในทันทีว่า เขาอาจจะคิดอะไรง่ายๆเกินไป ม่านแสงเป็นถึงเทคโนโลยีในอนาคต ด้วยความรู้ของเขาตอนนี้มันทำให้เขายังไม่สามารถที่จะผลิตมันได้ด้วยตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าการสร้างม่านแสงจะยากมากเท่าไหร่นั่นก็หมายความว่าประสิทธิภาพของมันจะดีมากขึ้นเท่านั้น และการนำสิ่งนี้ไปใช้งานก็จะยิ่งหลากหลายมากขึ้นไม่ว่าจะนำไปเป็นฟังก์ชันเสริมให้กับทีวีหรือคอมพิวเตอร์ก็ตาม

“ถ้าอย่างนั้นเราก็มาเริ่มกันเลย!” แม้ว่าจี้เฟิงจะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้างที่ยังไม่สามารถทำม่านแสงได้ด้วยตัวเองเร็วๆนี้ แต่มันก็ทำให้เขามีแรงกระตุ้นและความกระตือรือร้นมากขึ้น

………

ในอะพาร์ตเมนต์หนึ่งของคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ของสหพันธ์มหาวิทยาลัย เซียวหยูซวนที่เพิ่งกดวางสายกับจี้เฟิงไป เธอเดินตรงไปที่ห้องของหวู่หลิงเอ๋อ และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจขณะที่เธอมองไปที่หวู่หลิงเอ๋อที่กำลังนอนร้องไห้อยู่บนเตียง

“เสี่ยวหลิงเลิกร้องไห้ได้แล้ว ไม่ต้องห่วงนะฉันโทรหาจี้เฟิงแล้ว เขารับปากว่าเขาจะลืมเรื่องนี้ไป ดังนั้นเธอก็ควรจะลืมเรื่องนี้เช่นกัน!”

“เหอะ!” หวู่หลิงเอ๋อพูดด้วยความโกรธ “ทำไมเขาถึงจะลืมมันไปล่ะ ไหนบอกว่าจะจัดการฉันไม่ใช่เหรอ ไม่มีปัญญาทำอย่างที่พูดแล้วมาทำวางท่าใหญ่โต!”

เซียวหยูซวนได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น “เสี่ยวหลิง ฉันเกรงว่าถ้าจี้เฟิงต้องการจะจัดการกับเธอจริงๆ เขาทำแค่โทรศัพท์เพียงครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว!”

“อะไรนะ!” หวู่หลิงเอ๋อตกใจจนถึงกับหยุดร้องไห้ “ซวนซวน เธอพูดอะไร เด็กจี้เฟิงนั่นอ่ะนะ จะจัดการกับฉันได้เพียงแค่โทรสายเดียว?”

“มันอาจจะฟังดูเกินจริงไปสักหน่อย.. แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ เธอยังไม่รู้จักตัวตนของจี้เฟิงเธอคงนึกภาพไม่ออกว่าจริงๆแล้วตระกูลเขามีอิทธิพลมากขนาดไหน หรือต่อให้เธอรู้ เธอก็อาจจะไม่เชื่ออยู่ดี..!” เซียวหยูซวนยิ้มอย่างขมขื่น

เกี่ยวกับตัวตนของจี้เฟิง เธอไม่อยากพูดอะไรไปมากกว่านี้  ด้วยสถานะของเขาในปัจจุบันและความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับจี้เฟิง มันอาจจะทำให้เธอถูกมองไม่ดีและคิดว่าเธอนั้นยึดติดและเลือกคบคนเพราะอำนาจ

ด้วยความสงสัยหวู่หลิงเอ๋อลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนและถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ซวนซวน จี้เฟิงเขาเป็นใครกันแน่?”

เธอรู้ว่าเซียวหยูซวนจะไม่มีวันโกหกเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นแสดงว่าตัวตนของจี้เฟิงนั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน หวู่หลิงเอ๋อรู้ดีว่าแม้ว่าพ่อแม่ของเธอจะไม่ได้มีอำนาจมากในเจียงโจว แต่พวกเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะจัดการได้ด้วยการโทรศัพท์เพียงครั้งเดียว เว้นแต่ว่าพวกเขาจะเป็นคนของทางการหรือคนที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ

จี้เฟิงจะเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลมากขนาดนั้นเลยหรือ? ด้วยอายุของเขามันคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวคือจี้เฟิงอาจมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนใหญ่คนโตหรือผู้มีอิทธิพล

เซียวหยูซวนส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “เสี่ยวหลิง ตัวตนที่แท้จริงของจี้เฟิงจะเป็นใครนั้น เธออย่ามาถามฉันเลย ฉันบอกเธอได้แค่เพียงว่าสิ่งที่ฉันพูดไปมันเป็นความจริง!”

หวู่หลิงเอ๋อ เปลี่ยนท่าทีไปเล็กน้อยเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ

เซียวหยูซวนไม่ทันสังเกตเห็นถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของเสี่ยวหลิง เธอยังคงพยายามพูดจาหว่านล้อมเพื่อให้หวู่หลิงเอ๋อล้มเลิกความตั้งใจในเรื่องการแข่งรถ “เสี่ยวหลิง เธอรับปากฉันได้มั้ยว่าจะไม่ไปแข่งรถใต้ดินอะไรนั่นอีก”

“อืม ฉันรับปาก” เสี่ยวหลิงยิ้มอย่าร่าเริง

เซียวหยูซวนตกตะลึงไปชั่วขณะ ถึงเธอจะพูดไปแบบนั้นแต่เธอก็ไม่ได้คาดหวังว่าเสี่ยวหลิงจะต้อนรับอย่างเห็นด้วยในทันที อย่างไรก็ตามเนื่องจากเสี่ยวหลิงตกปากรับคำแล้ว เซียวหยูซวนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ไม่เช่นนั้นหากเสี่ยวหลิงยังคงดึงดันที่จะเข้าร่วมการแข่งรถที่อันตรายแบบนั้น เซียวหยูซวนคงจะเป็นกังวลมาก

“ซวนซวนขอบใจมากนะที่เป็นห่วง ฉันโอเค” หวู่หลิงเอ๋อยิ้ม “ฉันอยากอยู่คนเดียวซักพัก เธอกลับห้องเธอไปก่อนนะ”

เซียวหยูซวนลังเลสักพักก่อนที่จะพยักหน้าเล็กน้อย “อืม เสี่ยวหลิง เธอก็พักผ่อนซะนะ ถ้าเบื่อหรือมีอะไรก็โทรเรียกฉันได้ตลอดเวลาเลยนะ!”

หลังจากที่เซียวหยูซวนออกไป หวู่หลิงเอ๋อก็ลุกขึ้นจากเตียง เธอกะพริบตาถี่ๆสามสี่ครั้งแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “เสี่ยวกวง ฉันเอง.. นายรีบไปบอกซุนจื่อซวงตอนนี้เลยนะว่าฉันขอเลื่อนกำหนดวันแข่งรถ... เป็นวันนี้เลย ไม่มีแต่อะไรทั้งสิ้น ต้องวันนี้เท่านั้น!”

หลังจากวางสาย ท่าทางและสายตาของหวู่หลิงเอ๋อก็กลับมาเป็นหญิงสาวผู้ดื้อรั้น “เหอะ นายจี้เฟิง นายอยากจะเข้ามาจัดการกับเรื่องนี้งั้นเหรอ? ดี! ฉันจะเป็นคนให้โอกาสนี้กับนายเอง ฉันรู้ดีว่าลำพังตัวฉันคงไม่สามารถเอาชนะซุนจื่อซวงได้ แล้วในเมื่อฉันเจอคนที่สามารถทำได้ เรื่องอะไรฉันถึงต้องยอมปล่อยมือจากเรื่องนี้ไปง่ายๆด้วยล่ะ! ไม่มีจังหวะเหมาะไปมากกว่าตอนนี้อีกแล้ว!”

เสี่ยวหลิงยังคงพึมพำ “จี้เฟิง ถ้านายเป็นคนที่ใหญ่โตอย่างที่ปากพูดไว้จริง นายจะยังคงทำตัวเย็นชาพูดจาอวดดีอยู่อีกมั้ยถ้าฉันไม่ทำตามคำพูดของนาย!”

หากจี้เฟิงรู้ว่าเสี่ยวหลิงในเวลานี้กำลังจะทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคำห้ามของเขา ก็ไม่รู้ว่าสีหน้าของเขาจะเป็นเช่นไร....

…จบบทที่ 180~❤️

จบบทที่ บทที่ 180 ต่อต้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว