เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 179 ตำหนิอย่างรุนแรง

บทที่ 179 ตำหนิอย่างรุนแรง

บทที่ 179 ตำหนิอย่างรุนแรง


บทที่ 179 ตำหนิอย่างรุนแรง

“จี้เฟิงฉันขอเชิญคุณอย่างจริงจัง ฉันหวังว่าคุณจะตกลงช่วยพวกเราในการแข่งรถครั้งนี้ คุณสามารถบอกสิ่งที่คุณต้องการมาได้เลย ก็อย่างที่ฉันได้บอกเงื่อนไขกับคุณไปก่อนหน้านี้แล้ว ตราบใดที่เราสามารถทำได้ เราก็ยินดีทำตามเงื่อนไขของคุณอย่างแน่นอน”

หลังจากนั่งลงอีกครั้ง หวู่หลิงเอ๋อก็ดูสงบลงมาก แม้ว่าคิ้วที่ขมวดอยู่เล็กน้อยยังแสดงให้เห็นว่าเธอพยายามเก็บกลั้นความโกรธเอาไว้อยู่ก็ตาม แต่อย่างน้อยเมื่อเทียบกับตอนที่เธอได้เริ่มเจรจากับจี้เฟิงก็เรียกได้ว่าดีขึ้นมากแล้ว

จี้เฟิงมองไปที่เซียวหยูซวน แต่พบว่าตอนนี้ใบหน้าที่สวยงามของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงและไม่กล้าแม้แต่จะหันมาสบตาเขาเลย

มุมปากของเซียวหยูซวนกระตุกเล็กน้อย จากท่าทีดังกล่าวของเธอจี้เฟิงก็พอจะเข้าใจได้ว่าเซียวหยูซวนไม่ต้องการให้คำพูดของเธอมีผลต่อการตัดสินใจของเขา

หลังจากคิดเรื่องนี้อยู่ครู่หนึ่ง จี้เฟิงก็พยักหน้าเล็กน้อยและถามว่า “คุณหวู่หลิงเอ๋อ ผมอยากจะถามอะไรคุณซักหน่อย มันอาจจะทำให้คุณไม่พอใจ แต่หวังว่าคุณจะรับฟังและตอบผมตามตรง”

“ขอแค่บอกมาได้เลย คุณอยากถามอะไร?” หวู่หลิงเอ๋อรู้สึกแปลกใจ เธอรับรู้ได้ว่าท่าทีของจี้เฟิงดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย เป็นไปได้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้ช่วงที่เธอขอตัวไปสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำ เซียวหยูซวนได้พยายามพูดจาหว่านล้อมเขาอีกครั้งเพื่อช่วยสนับสนุนเธอ?

เธอคือเพื่อนสาวที่แสนดีจริงๆ แม้ปากจะบอกว่าไม่ช่วย แต่สุดท้ายก็แอบช่วยฉันสินะ!

แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ยังรู้สึกเป็นกังวลกับคำถามของจี้เฟิง เธอไม่แน่ใจว่าเขาจะยอมช่วยเธอหรือไม่

“สิ่งที่ผมอยากจะถามคุณก็คือ คุณแข่งกับใคร? เหตุผลที่คุณต้องแข่งคืออะไร? แล้วทำไมถึงต้องเป็นผม?” จี้เฟิงถามเบาๆพลางจิบกาแฟ

หวู่หลิงเอ๋อถึงกับผงะไปเล็กน้อย เธอคิดไม่ถึงว่าจู่ๆจี้เฟิงจะถามคำถามพวกนี้ออกมา แต่เมื่อลองคิดในมุมของจี้เฟิงดูแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะสงสัยและอยากรู้เกี่ยวกับรายละเอียดเหล่านี้ เพราะถ้าเขาตกลงยอมช่วย เรื่องเหล่านี้มันก็เกี่ยวข้องกับเขาโดยตรง

ดังนั้นหวู่หลิงเอ๋อจึงตอบไปตามความเป็นจริง “ถ้าไม่มีปัญหาอะไร แล้วคุณยอมตกลงแข่ง คุณจะได้แข่งกับซุนจื่อซวง  มันเป็นการแข่งรถใต้ดินและเราจะแข่งกันที่ถนนของเจียงโจวแถบชานเมือง ซุนจื่อซวงคนนี้มีทักษะการขับรถที่ดีมาก มีเพียงไม่กี่คนในเจียงโจวที่เก่งพอจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขา ดังนั้นการแข่งขันครั้งนี้จึงต้องเป็นคุณเท่านั้น!”

“แล้วทำไมคุณถึงต้องแข่งกับเขา?” จี้เฟิงถาม

“จี้เฟิง เนื่องจากทักษะการขับรถของคุณสุดยอดมาก ฉันเชื่อว่าคุณคงแสดงทักษะอันยอดเยี่ยมในการแข่งรถใต้ดินบ่อยๆ ในเจียงโจวมีสถานที่มากมายที่เหมาะสำหรับการแข่งรถ และแต่ละแห่งก็มีเจ้าถิ่นประจำอยู่แล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้ซุนจื่อซวงคนนี้พยายามแย่งถนนที่เป็นเขตการปกครองของเรา มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเราจะไม่มีทางยอมมอบให้เขาไปง่ายๆ ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงตกลงจัดการแข่งขันกันในเดือนหน้า และถ้าเราแพ้ เราจะต้องเสียเขตปกครองของเราไป แต่ถ้าพวกเราชนะ เราจะได้ถนนที่เป็นเขตปกครองของซุนจื่อซวงมา” หวู่หลิงเอ๋ออธิบายรวดเดียวจบ

“พวกลูกคนรวยที่ว่างจัด!” เมื่อได้ยินคำอธิบายทั้งหมดจี้เฟิงก็โพล่งออกมาด้วยกับริมฝีปากที่โค้งงอลง (เบะปากว่าซั่น) “เท่าที่ผมรู้ สนามแข่งรถที่ถูกกฎหมายในเจียงโจวมีเพียงแห่งเดียว และสิ่งที่คุณทำอยู่มันคือการแข่งขันใต้ดินและมันก็ผิดกฎหมาย”

คิ้วของหวู่หลิงเอ๋อขมวดแน่นด้วยความโกรธ แต่เมื่อเห็นท่าทางรังเกียจเหยียดหยามของจี้เฟิง เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์อีกครั้งอย่างที่เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน

“มันจะผิดกฎหมายหรือเปล่าฉันไม่รู้ แต่ใครๆก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้นแหละและตราบใดที่มันไม่ได้สร้างปัญหาใหญ่อะไรมากมาย ตำรวจเขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้หรอก!” หวู่หลิงเอ๋อตอบเสียงเข้ม

“ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่สนใจ แต่พวกเขาไม่กล้าเข้าไปยุ่งมากกว่า!” จี้เฟิงโค้งริมฝีปากของเขาอย่างเหยียดหยาม “หวู่หลิงเอ๋อ ผมอยากถามว่าเดือนหนึ่งคุณได้เงินเดือนเท่าไหร่ ห้าพัน? หรือเจ็ดพัน?”

“คุณจะถามไปทำไม?!” หวู่หลิงเอ๋อถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“เงินเดือนของคุณหนึ่งปี ผมว่ามันยังไม่เพียงพอสำหรับเงินที่คุณใช้ในการแข่งขันเพียงครั้งเดียวเลยด้วยซ้ำ ผมพูดถูกหรือเปล่า? แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นคุณจะได้เงินมาจากไหนล่ะ?” จี้เฟิงหัวเราะเยาะ “อย่าบอกนะว่าได้มาจากความสามารถในการแข่งรถ?”

เมื่อเสียงเยาะเย้ยของจี้เฟิงยังคงดังขึ้น ใบหน้าของหวู่หลิงเอ๋อก็น่าเกลียดมากขึ้นเรื่อยๆและในที่สุดดวงตาของเธอก็เต็มไปด้วยความโกรธ จนเหมือนจะสามารถงับหัวของจี้เฟิงได้ตลอดเวลา

ปั้ก!

จี้เฟิงถูกเตะที่ขา ไม่จำเป็นต้องบอกว่าการกระทำนี้เป็นฝีมือของใคร เป็นเซียวหยูซวนที่ไม่สามารถทนนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

จี้เฟิงยังคงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายังคงหัวเราะเยาะและถามว่า “คุณหวู่หลิงเอ๋อ ถ้าผมจำไม่ผิด สาเหตุที่คุณรู้ว่าทักษะการขับรถของผมนั้นดีก็เพราะว่าเราพบกันในเช้าของวันที่ 29 กันยายนบนทางหลวงปันซานไม่ใช่เหรอ?”

“แล้วไง?” หวู่หลิงเอ๋อถามอย่างไม่ใส่ใจ

จี้เฟิงหัวเราะเยาะ “นั่นไงล่ะ! ฮ่าฮ่า~! คุณนี่ช่างเป็นคนที่ไร้สามัญสำนึกจริงๆ งั้นเอาอย่างนี้ ถ้าผมบอกคุณว่า ในวันนั้นถ้าไม่ใช่ผมที่มีความสามารถในการขับรถธรรมดาๆด้วยความเร็วจนเอาชนะรถสปอร์ตหลายสิบคันได้ แล้วกลายเป็นคนทั่วไปที่ใช้รถใช้ถนนตามวิถีชีวิตปกติของเขา คุณคิดว่าจะเป็นยังไง? คุณเคยคิดหรือเปล่าว่าการกระทำของคุณหรือพวกของคุณจะทำให้เกิดอุบัติเหตุจนอาจเกิดการสูญเสีย ผมมั่นใจได้เลยว่าถ้าในวันนั้นไม่ใช่ผมแต่เป็นคนอื่น รถของพวกคุณจะต้องชนท้ายและเกิดเหตุการณ์ที่ต่อให้เป็นเด็กประถมที่พอจะมีสมองหน่อยก็คงพอจะคิดได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วถ้ามีคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องมาตายเพราะการกระทำที่ไร้จิตสำนึกอย่างพวกคุณใครจะเป็นคนรับผิดชอบล่ะ?”

ใบหน้าของหวู่หลิงเอ๋อเปลี่ยนไปทันที เธอเม้มริมฝีปากแน่นและร่างกายที่บอบบางของเธอก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน

อย่างไรก็ตามหวู่หลิงเอ๋อไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าสิ่งที่จี้เฟิงพูดออกมานั้นถูกต้อง

คืนก่อนที่เธอจะได้พบกับจี้เฟิงบนทางหลวงปันซาน เธอเพิ่งทำข้อตกลงกับซุนจื่อซวงเรื่องการแข่งขันเสร็จ และด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นจากความโกรธ พอมีคนเสนอว่าให้ไปขับรถเล่นยันเช้าที่ถนนปันซานเธอจึงตอบตกลงโดยไม่ทันคิด

หลังจากที่ขับกันไปได้สักระยะพวกเธอจึงชวนกันฝึกขับรถแข่งอย่างจริงจัง จนเวลาล่วงเลยไปจนถึงตอนเช้ามืด จนกระทั่งพวกเธอได้พบกับจี้เฟิงทุกคนต่างตกใจกับทักษะการขับรถของเขามาก แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็พากันแยกย้ายกันกลับบ้าน

แต่เมื่อมองย้อนกลับไปยังสถานการณ์ในตอนนั้น มันก็เป็นเหมือนกับที่จี้เฟิงพูดจริงๆ ด้วยสภาพที่เหนื่อยล้าของเธอและพรรคพวกจากการซ้อมแข่งรถมาทั้งคืนแล้วถ้าคนที่ขับไม่ใช่จี้เฟิงแต่เป็นคนธรรมดาทั่วไป คงมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้น

“แล้วคุณยังมีหน้ามาขอให้ผมช่วยแข่งขันรถกับคนที่มีพฤติกรรมอย่างพวกคุณอีกงั้นเหรอ ช่างเป็นเรื่องที่ตลกสิ้นดี! คุณหวู่หลิงเอ๋อโปรดจำไว้ด้วยว่าผมไม่เคยแข่งรถใต้ดิน และผมจะไม่มีวันช่วยกลุ่มคนที่เห็นชีวิตของคนอื่นไร้ค่ากว่าการแข่งรถเพื่อความสนุกโดยเด็ดขาด!”

จี้เฟิงพูดอย่างแข็งกร้าว “และนอกจากนี้ผมต้องขอแจ้งให้คุณทราบไว้ด้วยว่า ถ้าคุณยังกล้าทำเรื่องผิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้งและทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนอยู่แบบนี้ แม้ว่าตำรวจจะไม่กล้ามายุ่มย่ามจับกุมคุณ แต่ผมนี่แหละที่จับคุณส่งให้ถึงมือตำรวจเอง และผมจะเป็นคนเสนอหลักฐานพร้อมเป็นพยานยืนยันหากมีการดำเนินการด้วยตัวของผมเอง!”

“ปัง!” จี้เฟิงตบโต๊ะอย่างดุเดือด “ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู!”

อึก!

หวู่หลิงเอ๋อตกใจจนสะดุ้งและหน้าซีด แม้ว่าบุคลิกของเธอจะดูเป็นคนที่เข้มแข็ง แต่ตั้งแต่เล็กจนโตยังไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเธอด้วยคำตำหนิที่รุนแรงเช่นนี้  มันทำให้หวู่หลิงเอ๋อถึงกับตัวสั่นและน้ำตาคลอ

“จี้เฟิง ใจเย็นๆก่อน นายอย่าเพิ่งโกรธ” เซียวหยูซวนรีบร้องห้ามเมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น คนอื่นๆอาจไม่รู้ แต่เซียวหยูซวนนั้นรู้ดีว่าฐานะที่แท้จริงของจี้เฟิงเป็นอย่างไร หากเขาต้องการจะจัดการกับหวู่หลิงเอ๋อจริงๆ อย่าพูดว่าครอบครัวของหวู่หลิงเอ๋อจะสามารถต่อกรได้หรือไม่ แต่เกรงว่าชื่อของตระกูลหวู่จะหายวับไปภายในไม่กี่นาที

เดิมทีเซียวหยูซวนอยากจะตำหนิจี้เฟิงว่าพูดแรงเกินไป แต่เมื่อเธอได้ฟังเหตุการณ์ทั้งหมดจากพวกเขาแล้ว เซียวหยูซวนก็รู้ว่าการแข่งขันรถของเสี่ยวหลิงนั้นอันตรายมากจริงๆ ไม่เพียงแต่ตัวเสี่ยวหลิงเองจะเป็นอันตรายเท่านั้น แต่มันยังส่งผลกระทบต่อคนอื่นด้วย จึงไม่น่าแปลกที่จี้เฟิงจะโกรธมากขนาดนี้

อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นเพื่อนที่เธอรักไม่ต่างจากน้องสาวถูกดุอย่างรุนแรง เธอก็อดไม่ได้ที่จะสงสาร จึงหันไปกระซิบกับหวู่หลิงเอ๋อเบาๆว่า “เสี่ยวหลิง อันที่จริงจี้เฟิงก็พูดถูกนะ การแข่งรถใต้ดินแบบนี้มันอันตรายเกินไป ลืมมันไปไม่ได้เหรอ?”

หวู่หลิงเอ๋อนั่งเงียบ แต่มีหยดน้ำใสๆไหลออกจากดวงตาของเธอ

เซียวหยูซวนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เธอรู้นิสัยเพื่อนคนนี้ของเธอดี ในความจริงแล้วเสี่ยวหลิงไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร แต่เป็นเพราะพ่อกับแม่ของเธอหย่าขาดจากกันตั้งแต่เธอยังเด็ก แม้ว่าเธอจะไม่เคยมีปัญหาในเรื่องของการเงินเลย แต่เธอก็ไม่ได้รับความอบอุ่นจากพ่อและแม่อย่างที่เด็กคนหนึ่งควรจะได้รับ

และเพื่อที่จะดึงดูดความสนใจจากพ่อและแม่ของเธอ เธอจึงกลายเป็นคนดื้อรั้นมาตั้งแต่เด็กด้วยเหตุนี้เธอจึงค่อยๆสร้างตัวตนที่ภายนอกดูแข็งกร้าวไม่ยอมคนขึ้นมา เพื่อปกปิดความอ่อนแอที่อยู่ภายในจิตใจของเธอ

และด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง ถึงแม้เซียวหยูซวนจะสนิทกับเธอแต่เธอก็ไม่ได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของหลี่เว่ยตงให้หวู่หลิงเอ๋อรับรู้ เพราะเซียวหยูซวนไม่ต้องการให้เสี่ยวหลิงต้องไปขอร้องพ่อแม่และเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องของเธอ

เซียวหยูซวนรู้ดีว่าเสี่ยวหลิงโกรธและเกลียดพ่อแม่ของตัวเองมากแค่ไหน

“คุณหวู่หลิงเอ๋อ สิ่งที่ผมพูดไม่ได้หมายถึงแค่กับคุณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพรรคพวกของคุณและซุนจื่อซวงอะไรนั่นด้วย และฝากไปบอกพวกเขาด้วยว่า ถ้าพวกเขายังไม่เลิกสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ผมจะเป็นคนทำให้พวกเขาได้รู้สำนึกเองว่าความเสียใจคืออะไร!”

จี้เฟิงหยิบธนบัตรสองใบออกมาวางบนโต๊ะและหันหน้าไปทางเซียวหยูซวน “หยูซวน วันนี้ผมกลับก่อนแล้วกัน”

“เดี๋ยวก่อน!” หวู่หลิงเอ๋อตะโกนขึ้นมาทันที และเสียงของเธอก็ดึงดูดความสนใจของลูกค้าคนอื่นๆภายในร้าน พวกเขาต่างพากันมองไปที่จี้เฟิงและหวู่หลิงเอ๋อไปมา “จี้เฟิง คนอย่างคุณกล้ามาสอนฉันในเรื่องนี้ได้ยังไง ในเมื่อตัวคุณเองก็ขับรถแข่งเช่นกัน ด้วยทักษะการขับรถแบบนี้ คุณกล้าพูดงั้นหรือว่าคุณไม่เคยแข่งรถใต้ดินมาก่อน!”

สำหรับคนที่มีทักษะการขับรถที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ หวู่หลิงเอ๋อไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอนถ้าเขาบอกว่าเขาไม่เคยเข้าร่วมการแข่งรถ ด้วยทักษะระดับนี้จะต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนักและต้องเคยผ่านการแข่งขันที่ดุเดือดมาแล้วเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่คนปกติทั่วไปจะมีฝีมือและเทคนิคการขับรถที่ดีมากขนาดนี้

จี้เฟิงขมวดคิ้วสีหน้าของเขาแสดงความผิดหวังอย่างชัดเจน “นอกจากคุณจะไม่สำนึกผิดในการกระทำของคุณแล้ว แต่คุณยังมาตั้งกับถามและใส่ใจในเรื่องนี้มากกว่าอย่างนั้นเหรอ? เหอะๆ ผมขอบอกคุณไว้ตรงนี้เลยว่าผมไม่เคยเข้าร่วมการแข่งรถใต้ดินเลยแม้แต่ครั้งเดียว!”

“เป็นไปไม่ได้!” หวู่หลิงเอ๋อไม่เชื่อ

จี้เฟิงเหลือบมองเธอด้วยหางตาอย่างรังเกียจ “จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ ผมขอแค่ให้คุณจำสิ่งที่ผมได้พูดไปก่อนหน้านี้ให้ดีๆ ถ้าคุณไม่อยากมานั่งเสียใจทีหลัง!”

หลังจากพูดจบจี้เฟิงก็หันหลังเดินออกจากร้านกาแฟไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

ไม่ว่าจะได้ยินหรือเห็นด้วยตาตัวเอง สิ่งเหล่านี้มันก็เกิดขึ้นจริงและมีอยู่มากเกี่ยวกับการแข่งรถใต้ดินของพวกลูกคนรวย มันเหมือนเป็นงานอดิเรกยามว่างของพวกลูกคุณหนูที่วันๆไม่มีอะไรจะทำ เลยทำเรื่องที่ตื่นเต้นเร้าใจโดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะเดือดร้อนหรือไม่ จี้เฟิงไม่เคยเห็นชอบกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ในอดีตเขายังคงเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่ไม่สามารถออกมาพูดหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย

แต่ตอนนี้นั้นต่างออกไป ตัวตนและสถานะของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เขาสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆรอบตัวได้ถ้าเขาต้องการ และเขาคงไม่อาจเพิกเฉยต่อสิ่งเหล่านี้ได้อีกต่อไป

เขาไม่สนด้วยว่าหวู่หลิงเอ๋อนั้นเป็นเพื่อนกับเซียวหยูซวนหรือไม่ เพราะต่อให้เป็นเซียวหยูซวนเองเขาก็กล้าที่จะตำหนิเธออย่างรุนแรงเช่นกันและตราบใดที่เธอยังกล้าทำสิ่งเหล่านี้เขาก็จะไม่มีความเมตตาใดๆ

คนไหนที่ไม่เคยเห็นค่าชีวิตของผู้อื่นอย่างจริงจัง คนคนนั้นก็ไม่ควรได้รับความเคารพจากผู้อื่น!

…จบบทที่ 179~❤️

จบบทที่ บทที่ 179 ตำหนิอย่างรุนแรง

คัดลอกลิงก์แล้ว