- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 176 จูบแบบไม่ให้ตั้งตัว
บทที่ 176 จูบแบบไม่ให้ตั้งตัว
บทที่ 176 จูบแบบไม่ให้ตั้งตัว
บทที่ 176 จูบแบบไม่ให้ตั้งตัว
“จี้เฟิง ตอนนี้นายว่างรึเปล่า... ออกมาเจอกันหน่อยได้มั้ย?”
ทันทีที่จี้เฟิงรับสาย เสียงที่ดูลังเลเล็กน้อยของเซียวหยูซวนก็ดังขึ้นมาจากปลายสาย
“แน่นอน! พี่สาวหยูซวน คุณบอกสถานที่มาได้เลย” จี้เฟิงยิ้ม
“โอเค! งั้นอีกซักพักเจอกันที่ร้านเจียงอันคอฟฟี่ข้างๆมหาวิทยาลัยแล้วกันนะ” เซียวหยูซวนกล่าว
หลังจากวางสายจี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและเกาหัว ในความคิดของเขาตอนนี้มีบางอย่างกำลังขัดแย้งกันอยู่ เขารู้ตัวดีว่าระหว่างเขากับเซียวหยูซวนมีความรู้สึกดีๆต่อกันและมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างคลุมเครือ และสิ่งเหล่านี้มันอาจจะทำให้ถงเล่ยต้องผิดหวังในตัวเขาอย่างแน่นอนในอนาคต แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะยอมแพ้เรื่องของเซียวหยูซวนและปล่อยเธอไปได้
เพียงแค่เขาลองจินตนาการว่าเซียวหยูซวนต้องไปอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนอื่น มันก็ทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดราวกับถูกกระชากอย่างรุนแรง มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่อยากสัมผัสมันเลยจริงๆ
“ไว้ค่อยคิดแล้วกัน!” จี้เฟิงส่ายหัวและเดินออกจากมหาวิทยาลัย
เจียงอันคอฟฟี่อยู่ห่างจากสหพันธ์มหาวิทยาลัยออกไปประมาณหนึ่งถึงสองกิโลเมตร ถือว่าไม่ไกลมากนัก แต่ถ้าหากจี้เฟิงต้องการเดินเท้าไปที่นั่นต้องใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาที
ในความเป็นจริงถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อตอนนั้นหลังจากที่จบการแสดงสินค้าหินหยกหยาบ ที่จี้เฟิงได้ซื้อแผนที่เพื่อสำรวจสถานที่ใกล้ๆสหพันธ์มหาวิทยาลัยโดยละเอียดแล้วละก็ เกรงว่าเขาคงจะไม่รู้ว่าเจียงอันคอฟฟี่อยู่ที่ไหน ถึงแม้มันจะอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยก็ตาม
เมื่อจี้เฟิงเดินเข้ามาภายในร้านเจียงอันคอฟฟี่ เขามองไปรอบๆร้านเพื่อมองหาเซียวหยูซวนแต่ก็ไม่พบ เขาจึงเลือกที่นั่งริมหน้าต่างเพื่อเอาไว้มองเห็นเซียวหยูซวนได้ทันทีหากเธอมาถึง เขาสั่งกาแฟและนั่งลงจิบกาแฟอย่างเงียบๆพร้อมกับสังเกตบริเวณรอบๆไปด้วย
เนื่องจากเขาได้รับการฝึกฝนจากระบบฝึกสุดยอดสายลับมาหลายต่อหลายครั้ง และหนึ่งในมาตรฐานของการเป็นสายลับพิเศษนั้นคือการสังเกตสภาพแวดล้อมทันทีที่เขาไปถึงยังสถานที่ใหม่ๆ การกระทำเช่นนี้จึงเกิดขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว จนมันกลายเป็นสัญชาตญาณที่ปลูกฝังอยู่กับตัวจี้เฟิงไปแล้วโดยอัตโนมัติ
ในสายตาของจี้เฟิงต้องขอบอกว่าบรรยากาศในร้านเจียงอันคอฟฟี่นั้นเรียกได้ว่าดีมาก การแตกแต่งสวยงามเรียบง่าย ทำให้คนที่มารู้สึกผ่อนคลาย นี่คือความประทับใจแรกของจี้เฟิง
และอีกเหตุผลหนึ่งนั่นเป็นเพราะเจียงอันคอฟฟี่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเดียวกันกับสหพันธ์มหาวิทยาลัย สภาพแวดล้อมจึงบริสุทธิ์สดชื่นมาก
จี้เฟิงรู้สึกพึงพอใจและพยักหน้าอย่างลับๆ เขารู้สึกได้ว่าเจ้าของร้านเจียงอันคอฟฟี่แห่งนี้ต้องเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียดพอสมควรเลยทีเดียว
และในขณะที่จี้เฟิงกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่ เขามองไปด้านนอกผ่านกระจกของร้าน ที่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆกับร้านกาแฟ เขามองเห็นเซียวหยูซวนอยู่ไกลๆ แต่เธอไม่ได้มาคนเดียว ข้างๆเธอมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มีรูปร่างสวยงาม จี้เฟิงเคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อนแล้ว แน่นอนว่าเธอคือเสี่ยวหลิง เพื่อนร่วมบ้านพักของเซียวหยูซวน
“ทำไมเธอถึงมาด้วยล่ะ? หรือว่าเธออยากจะมาชำระบัญชีเรื่องนั้น!” จี้เฟิงพึมพำกับตัวเอง อันที่จริงแม้ว่าจี้เฟิงจะค่อนข้างเขินอายที่ได้เห็นเรือนร่างที่มีเพียงชุดชั้นในของเสี่ยวหลิงในวันนั้น แต่เขาไม่ได้รู้สึกผิดเลย
เพราะในมุมมองของเขาหลังจากที่ผ่านการคิดวิเคราะห์ดูดีๆแล้ว มันเป็นเพียงอุบัติเหตุและเขาก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะมองเธอแต่แรกอยู่แล้ว ในอีกด้านหนึ่งเสี่ยวหลิงเป็นคนที่ไม่ยอมฟังเซียวหยูซวนที่กำลังจะบอกอะไรบางอย่างในตอนแรกเอง และถ้าเธอสังเกตสักหน่อยว่ามีบุคคลอื่นอยู่ในห้องนั่งเล่นก็คงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น
แต่จี้เฟิงก็เข้าใจดีว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องยากสำหรับผู้หญิง เพราะคนที่เสียหายก็คงไม่พ้นตัวผู้หญิงเอง สุดท้ายแล้วเรื่องพวกนี้ผู้ชายก็ต้องเป็นฝ่ายยอมรับผิดไม่ว่าความเป็นจริงแล้วผู้ชายจะเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ก็ตาม
ดังนั้นสำหรับเรื่องเกี่ยวกับเสี่ยวหลิง จี้เฟิงจึงเลือกที่จะปล่อยเบลอ เนื่องจากเรื่องนี้ก็ยังไม่ได้พูดคุยตกลงอะไรกันอย่างชัดเจน จี้เฟิงจึงคิดว่าเขาควรที่จะทำเป็นไม่รู้จักเสี่ยวหลิงดีหรือไม่? หรือจะหนีไปดี?
ด้วยเหตุนี้จี้เฟิงจึงรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเซียวหยูซวนพาเสี่ยวหลิงมาด้วย เขารู้สึกสงสัยการกระทำของเซียวหยูซวนอยู่พอสมควร “หรือว่าเซียวหยูซวนต้องการให้ฉันขอโทษ?”
“ไม่สิ...!” จี้เฟิงเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้ เขาส่ายหัวทันที “น่าจะเป็นเรื่องแข่งรถ?!”
ก่อนหน้านี้เซียวหยูซวนได้โทรศัพท์หาจี้เฟิงและถามเกี่ยวกับทะเบียนรถของเขา และดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับการแข่งรถของเสี่ยวหลิง เพียงแค่ในตอนนั้นจี้เฟิงเพิ่งไปรับถงเล่ยมาและเขาก็ไม่มีอารมณ์ที่จะคิดถึงเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงทิ้งมันไว้ก่อน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าสาเหตุที่เซียวหยูซวนพาเสี่ยวหลิงมา เรื่องการแข่งรถนี้น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด
จี้เฟิงลุกพรวด เขาต้องการออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แต่ถ้าเขาออกไปตอนนี้เขาจะได้พบกับเซียวหยูซวนและเสี่ยวหลิงอย่างแน่นอน เมื่อคิดได้แบบนี้เขาจึงกวักมือเรียกพนักงาน
“มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่าคะ?” พนักงานร้านกาแฟถามอย่างสุภาพแสดงให้เห็นถึงทัศนคติด้านบริการที่ดีของเธอ
จี้เฟิงถามว่า “ที่นี่มีประตูหลังหรือเปล่า คือพอดีมีคนที่ผมไม่อยากเจอกำลังจะเข้ามาทางประตูหน้าน่ะ ผมเลยอยากจะแอบออกไปทางอื่น”
พนักงานสาวมองออกไปทางนอกร้านผ่านกระจก และเธอก็เห็นเข้ากับหญิงสาวสองคน นั่นก็คือเซียวหยูซวนและเสี่ยวหลิง เธอเม้มปากเล็กน้อย
ในความคิดของเธอตอนนี้ เธอเชื่อว่าเซียวหยูซวนและเสี่ยวหลิงน่าจะเป็นแฟนของจี้เฟิง และคาดว่าสาเหตุที่จี้เฟิงไม่อยากเจอผู้หญิงสองคนนี้พร้อมๆกัน เพราะน่าจะมีความผิดติดตัวอะไรบางอย่าง
คงต้องขอบอกว่าผู้หญิงช่างมีพรสวรรค์ในการจินตนาการที่ล้ำเลิศมากจริงๆ และการนินทาผู้อื่นในความคิดของพวกเธอก็เป็นอะไรที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลย พนักงานเสิร์ฟสาวคนนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในเวลานี้
ถ้าจี้เฟิงรู้ว่าพนักงานสาวคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่เขาคงจะตกตะลึง
“ขอโทษค่ะ” พนักงานไม่ค่อยพอใจเล็กน้อยแต่เธอเก็บสีหน้าได้เป็นอย่างดีและกล่าวต่อว่า “ที่ร้านของเรามีประตูหลังก็จริง แต่พอดีว่ากุญแจอยู่กับเจ้าของร้านและตอนนี้เจ้าของร้านก็ไม่อยู่ที่นี่ ดังนั้นคุณคงไม่สามารถออกทางประตูหลังได้”
เธอคิดในใจว่า “หึ! ฉันไม่ยอมให้ผู้ชายแบบนี้หนีไปได้ง่ายๆหรอก จะได้รู้ซะบ้างว่าอย่าคิดที่จะเอาผู้หญิงมาเป็นของเล่น! เพราะต่อให้มีทางออกทางอื่นฉันก็จะไม่บอก!”
“ดูเหมือนว่าฉันคงจะไม่มีทางหนีไปได้สินะ” จี้เฟิงดูเหมือนจะอ่านความคิดของพนักงานสาวออก เขาจึงทำได้เพียงแค่ส่ายหัวและนั่งลงด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นรอให้เซียวหยูซวนและเสี่ยวหลิงเดินเข้ามา
มุมปากของจี้เฟิงกระตุกเล็กน้อย “ไม่ว่าพวกเธอจะพูดอะไร ฉันจะทำแค่ส่ายหัวและโบกมือปฏิเสธเท่านั้น” จี้เฟิงตัดสินใจที่จะทำเช่นนี้อยู่ภายในใจอย่างลับๆ
ไม่กี่นาทีต่อมา เซียวหยูซวนและเสี่ยวหลิงก็เดินเข้ามาในร้านกาแฟด้วยกัน เซียวหลิงมองเห็นจี้เฟิงนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งติดกับริมหน้าต่างของร้าน กำลังจิบกาแฟด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน เธออดไม่ได้ที่จะเม้มปากและพูดในใจว่า หนุ่มน้อยคนนี้กำลังนั่งจิบกาแฟอย่างสบายใจเชียวนะ
แต่เมื่อเสี่ยวหลิงเห็นจี้เฟิงสีหน้าของเธอก็ไม่สู้ดีนัก มันทำให้เธอนึกขึ้นมาได้ว่าผู้ชายคนนี้เคยเห็นเรือนร่างของเธอมาแล้วถึงแม้ว่าวันนั้นเธอจะยังคงมีชุดชั้นในอยู่ก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วมันก็แทบจะไม่ต่างจากการที่เธอไม่สวมใส่เสื้อผ้าเลยซักเท่าไหร่
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้เธอก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงฮึ่มอยู่ในลำคอ
อย่างไรก็ตามเธอรู้ดีว่าตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่า เธอมีเรื่องที่ต้องเจรจากับเด็กหนุ่มคนนี้ เธอจึงทำได้เพียงแค่อดทนและเก็บความแค้นของเธอไว้ในใจ และเมื่อวันที่โอกาสเหมาะสมมาถึง มันก็คงไม่สายเกินไปที่จะสั่งสอนเด็กคนนี้!
ไม่มีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าของเสี่ยวหลิงเลยในตอนนี้ เธอเดินตรงไปที่จี้เฟิงพร้อมกันกับเซียวหยูซวน
อันที่จริงจี้เฟิงมองเห็นพวกเธอตั้งแต่แรกแล้ว แต่เขาแกล้งทำเป็นนั่งดื่มกาแฟและมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับว่าเขาไม่รู้ว่าหญิงสาวแสนสวยสองคนนี้ได้มาถึงแล้ว
เซียวหยูซวนไม่ได้เอะใจอะไร เธอคิดว่าจี้เฟิงยังมองไม่เห็นพวกเธอจริงๆ
“จี้เฟิง นายกำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมสีหน้าดูมีความสุขขนาดนั้น!” เซียวหยูซวนและเสี่ยวหลิงนั่งลงตรงข้ามกับจี้เฟิงพร้อมกัน
จี้เฟิงหันไปมองเซียวหยูซวน เขาอมยิ้มเล็กน้อยและพูดขึ้นว่า “ผมแค่กำลังคิดอยู่ว่าทำไมจู่ๆพี่สาวหยูซวนถึงได้ชวนผมมาดื่มกาแฟ เป็นไปได้มั้ยว่าเป็นเพราะเราไม่ได้เจอกันหลายวันแล้ว คุณเลยคิดถึงผม?”
“จะบ้าเหรอ!” เซียวหยูซวนถูกจี้เฟิงพูดแหย่ต่อหน้าเสี่ยวหลิง ใบหน้าสวยของเซียวหยูซวนแดงขึ้นทันทีอย่างช่วยไม่ได้ เธอพอจะเข้าใจดีว่าจี้เฟิงหมายถึงอะไร เธอคงต้องโทษตัวเองที่พาเสี่ยวหลิงมาด้วยโดยที่ไม่บอกเขาก่อน
“คุณคือจี้เฟิงใช่มั้ย?” เสี่ยวหลิงถามขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่อยากเสียเวลา
“ฮ่าฮ่า...~” จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อยและจิบกาแฟอีกรอบ แต่เขาไม่ได้ตอบอะไรออกไปราวกับว่าเขาไม่ได้ยินและไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาของเสี่ยวหลิงเบิกกว้าง ความโกรธของเธอพุ่งขึ้นทันที ผู้ชายคนนี้เห็นเรือนร่างของฉัน ฉันยังไม่ได้ชำระบัญชีเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้นายยังกล้าจะมากวนตีนฉันอีกงั้นเหรอ?
เซียวหยูซวนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเปลี่ยนเรื่องและพูดว่า “อ้อ ฉันขอแนะนำให้พวกคุณรู้จักกันก่อนก็แล้วกัน เสี่ยวหลิงนี่จี้เฟิงเพื่อนฉันเอง จี้เฟิงนี่คือเสี่ยวหลิงเธอเป็นเพื่อนฉันและอาศัยอยู่บ้านพักเดียวกันกับฉัน”
“อ่าหะ.. ยินดีที่ได้รู้จัก” จี้เฟิงพยักหน้าและกล่าวเบาๆโดยที่ไม่หันไปมองเสี่ยวหลิงเลยแม้แต่น้อย
“หึ!” เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของจี้เฟิง ความโกรธของหวู่หลิงเอ๋อก็ไม่สามารถระงับได้อีกต่อไป “จี้เฟิง คุณมีปัญหาอะไรกับฉันรึเปล่า!”
จี้เฟิงทำหน้าประหลาดใจเขาหันไปหาเซียวหยูซวนและถามว่า “คุณพาผู้หญิงคนนี้มาจากไหน? คุณรู้จักเธอด้วยเหรอ?”
“คุณ!” หวู่หลิงเอ๋อโกรธมาก
เซียวหยูซวนรีบคว้าแขนของเธอไว้และจ้องไปที่จี้เฟิง “จี้เฟิง ฉันขอแนะนำอีกครั้งก็แล้วกัน นี่หวู่หลิงเอ๋อ เธอคือเพื่อนร่วมบ้านพักของฉันและเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน!”
“ผมก็บอกไปแล้วไงว่ายินดีที่ได้รู้จัก” จี้เฟิงยิ้ม
เซียวหยูซวนรู้สึกอึดอัดจนหายใจแทบไม่ออก เธอไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี แต่เธอรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย เธอเพิ่งพาเพื่อนมาทำความรู้จักกับจี้เฟิงอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก แต่จี้เฟิงก็ไม่ไว้หน้าเธอเลย อาจเป็นไปได้ว่าเธออาจจะไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับจี้เฟิงเลยก็เป็นได้
“จี้เฟิง คือเสี่ยวหลิงมีเรื่องบางอย่างต้องการจะปรึกษากับนาย นายพอจะพูดคุยกับเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้หรือเปล่า?” เซียวหยูซวนสูดลมหายใจเข้าลึกๆและถามเบาๆ
“สรุปว่าที่พวกคุณมาที่นี่วันนี้ ต้องการพูดเรื่องอะไร?” ใบหน้าของจี้เฟิงยังคงมีรอยยิ้มน้อยๆปรากฏอยู่ แม้เขาจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเซียวหยูซวนแล้วแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ฉันจะพูดตรงๆเลยแล้วกันนะ ฉันอยากจะขอร้องให้คุณเป็นตัวแทนของทีมเราไปแข่งรถ แล้วไม่ว่าคุณติดขัดหรือต้องการอะไรขอให้บอกมาได้เลย ตราบใดที่เราสามารถทำได้และไม่มากจนเกินไปพวกเราก็ยินดีจะทำให้” หวู่หลิงเอ๋อพูดอย่างไม่อ้อมค้อม
จี้เฟิงยิ้มบางๆ “พอดีว่าสิ่งที่ผมต้องการคุณคงไม่สามารถทำได้”
“ถ้าคุณไม่พูดคุณจะรู้ได้ยังไงว่าเราทำไม่ได้” หวู่หลิงเอ๋อพยายามพูดโดยไม่แสดงความโกรธ
จี้เฟิงเหลือบมองไปที่หวู่หลิงเอ๋อ เขายิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นผมก็จะพูดสิ่งที่ผมต้องการก็แล้วกัน อืม... สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือผมไม่อยากได้ยินคุณพูดกับผมเกี่ยวกับเรื่องการแข่งรถอีก คุณทำได้หรือเปล่าล่ะ?”
“....” หวู่หลิงเอ๋อลุกขึ้นยืน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับไฟแห่งโทสะที่พุ่งขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน จากนั้นเธอก็พูดขึ้นว่า “ฉันขอตัวไปห้องน้ำ!”
หลังจากนั้นเธอก็รีบเดินออกไปจากโต๊ะทันที เธอกลัวว่าถ้าเธอยังนั่งอยู่ที่โต๊ะต่อไปอีกละก็ เธอคงอดไม่ได้ที่จะยืนขึ้นพร้อมกับยกแก้วกาแฟรินใส่หัวของจี้เฟิง เธอรู้สึกเกลียดขี้หน้าจี้เฟิงมาก
เซียวหยูซวนได้แต่หัวเราะเยาะตัวเองอยู่ในใจ ดูเหมือนว่าตัวเธอเองนั้นไม่มีความสำคัญอะไรกับจี้เฟิงเลย มันช่างเป็นอะไรที่...
“ผู้หญิงคนนั้นป่วยทางจิตหรือเปล่า?” จี้เฟิงถามเบาๆ
เมื่อเห็นท่าทางที่เย็นชาของจี้เฟิง เซียวหยูซวนก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจของเธออย่างห้ามไม่ได้ เธอลุกขึ้นยืนทันทีพร้อมกับหยิบกระเป๋าและกำลังจะเดินจากไป
และในตอนนั้นเองจู่ๆแขนของเธอก็ถูกคว้าไว้โดยจี้เฟิง ด้วยความตกใจและไม่ทันตั้งตัวเธอจึงเซเล็กน้อยและตกอยู่ในอ้อมแขนของจี้เฟิง
“นาย! จะทำอะไร..!” ก่อนที่เซียวหยูซวนจะพูดจบดวงตาที่สวยงามของเธอก็เบิกกว้างขึ้นทันที
จี้เฟิงก้มหน้าลงมาเล็กน้อยและจูบปากอันอวบอิ่มสีแดงของเธอ...
…จบบทที่ 176~❤️