เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 169 กำลังภายใน

บทที่ 169 กำลังภายใน

บทที่ 169 กำลังภายใน


บทที่ 169 กำลังภายใน

“พี่สาวหยูซวนหลังจากกลับไป คุณก็ไม่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก หลี่เว่ยตงไม่กล้าทำอะไรคุณแล้วล่ะ” จี้เฟิงยิ้มและพูดขึ้นขณะที่ขับรถ “ไม่เพียงแค่นั้น เขายังชวนพวกเราไปทานอาหารเย็นด้วยซ้ำ แล้วถ้าคุณมีอะไรอยากพูดเพิ่มเติม ผมก็พร้อมจะพาคุณไปได้ทุกเมื่อ”

เซียวหยูซวนพยักหน้าเล็กน้อยโดยรู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เป็นเพราะจี้เฟิง ถ้าหากไม่มีจี้เฟิงเธอกับครอบครัวของเธอคงจะหนีจากเจียงโจวไปแล้ว

ในความเป็นจริงเซียวหยูซวนไม่รู้เลยว่าแม้เธอเลือกที่จะหนีออกจากเจียงโจว แต่เธอก็จะไม่สามารถทำได้สำเร็จ เพราะหลี่เว่ยตงได้เตรียมการทั้งหมดไว้แล้ว โดยการส่งคนไปเฝ้าพ่อแม่และครอบครัวของเธอเอาไว้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เธอหนีไปไหนได้

“จี้เฟิงฉันต้องขอบคุณนายมากจริงๆ ถ้าไม่ได้นายฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ฉันจะเป็นยังไง!” เซียวหยูซวนหันหน้าไปด้านข้างและจ้องมองจี้เฟิงที่กำลังขับรถอย่างจริงจัง ในขณะเดียวกันเธอก็พูดกับตัวเองในใจว่า มันเป็นโชคดีของเธอหรือไม่ก็เป็นโชคชะตาที่ทำให้เธอหนีเหอตงไปที่หมางซือและได้พบกับจี้เฟิงในวันแรกที่ไปถึงที่นั่นและตอนนี้จี้เฟิงก็ได้เข้ามาช่วยเธอจัดการปัญหาใหญ่ของเธอในครั้งนี้ ซึ่งดูเหมือนกับว่าทุกอย่างได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว

จี้เฟิงยิ้ม “พี่สาวหยูซวนไม่ต้องขอบคุณผมหรอก ถ้าจะขอบคุณคงต้องขอบคุณพฤติกรรมชั่วๆของเหอตง ที่แสดงออกมาจนทำให้คุณรู้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ถูกหลอกไปนานกว่านี้”

เมื่อกล่าวถึงเหอตงเซียวหยูซวนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ท่าทางประจบประแจงที่ไม่ต่างจากสุนัขจนตรอกของเหอตงที่เธอเห็นที่หลินจิงคลับเฮ้าส์มันทำให้เธอมีความรู้สึกแย่หลากหลายรูปแบบ ทั้งอึดอัดใจ สมเพชเวทนา และโกรธตัวเองที่เคยตาบอดไปหลงรักคนแบบนั้น

“เมื่อก่อนฉันคงโง่มากถึงได้ไปตกหลุมรักเขา!” เซียวหยูซวนส่ายหัวและยิ้มอย่างขมขื่น

จี้เฟิงยิ้มอย่างให้กำลังใจและกล่าวว่า “เราทุกคนต่างเคยขาดความยั้งคิดเมื่อสมัยเป็นวัยรุ่น มันไม่แปลกหากคนเราจะเคยทำผิดพลาดลุ่มหลงไปกับความรักโง่ๆ แต่สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่าเมื่อเราผิดพลาดแล้วเราจะนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นบทเรียนได้หรือจะยังทำผิดแบบเดิมซ้ำๆ!”

เมื่อจี้เฟิงพูดถึงเรื่องเหล่านี้มันก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงสิ่งโง่ๆที่เขาเคยทำเมื่อในอดีต ในตอนที่เขาตกหลุมรักฮูซู่ฮุ่ย มันก็คงไม่ต่างจากที่เซียวหยูซวนคิดว่าเธอเคยตาบอดรักคนผิด

เซียวหยูซวนยิ้มจางๆ “พูดอย่างกับคนอายุเจ็ดสิบแปดสิบ!”

“ฮ่าฮ่า!” จี้เฟิงหัวเราะเก้อๆ

ทันใดนั้นจี้เฟิงก็จำได้ว่าเขายังติดค้างคำขอโทษกับเพื่อนร่วมบ้านของเซียวหยูซวนที่ชื่อเสี่ยวหลิงในเรื่องที่เขาใช้สายตาไปมองในที่ที่ไม่ควรมองโดยไม่ตั้งใจอยู่เขาจึงพูดขึ้นว่า “พี่สาวหยูซวนผมอยากรบกวนคุณฝากคำขอโทษไปบอกกับเพื่อนร่วมบ้านของคุณได้มั้ย ผมคิดว่ามันคงจะไม่สะดวกเท่าไหร่หากผมจะไปพูดด้วยตัวเอง”

“คิกคิก” เซียวหยูซวนหัวเราะเบาๆ เธอหันไปมองจี้เฟิงด้วยสายตาซุกซนแล้วถามว่า “แล้วทำไมนายไม่ไปขอโทษเธอด้วยตัวเองล่ะ?”

“ผมจะกล้าได้ยังไง!” จี้เฟิงยิ้มอย่างขมขื่น “แม้คุณจะไม่บอกว่าเพื่อนร่วมบ้านของคุณเป็นคนโมโหร้าย แต่จากที่ผมมองบุคลิกภายนอกของเธอผมก็พอจะเดาออก อีกอย่างคุณก็น่าจะรู้ว่าถ้าผมไปปรากฏตัวต่อหน้าเธอในตอนนี้เธอคงได้ฆ่าผมอย่างแน่นอน!”

เซียวหยูซวนยิ้มตาหยี “ไหนบอกว่าเป็นลูกหลานตระกูลจี้ที่ยิ่งใหญ่ แท้จริงแล้วเป็นคนกลัวตายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?”

จี้เฟิงพูดไม่ออก และไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน เป็นลูกหลานตระกูลจี้แล้วทำไมถึงจะกลัวตายไม่ได้?

“โอเคๆ! ฉันไม่แกล้งนายแล้ว” เมื่อเห็นจี้เฟิงไม่ได้โต้เถียงอะไรกลับมา เซียวหยูซวนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “แม้บุคลิกภายนอกของเสี่ยวหลิงจะดูเป็นคนโมโหร้าย แต่จริงๆแล้วเธอเป็นคนใจดีและใจกว้าง ถ้าวันนั้นนายไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เธอก็น่าจะเข้าใจ ไว้ฉันจะนำคำขอโทษของนายไปบอกเธอให้!”

“เสี่ยวหลิงก็เป็นอาจารย์ของสหพันธ์มหาวิทยาลัยด้วยเหรอ?” ที่จี้เฟิงถามเพราะเขาสงสัยว่าอาจารย์ที่มีบุคลิกเช่นนี้นักเรียนของเธอจะมีชะตากรรมอย่างไร?

“ไม่ใช่หรอก เธอเป็นรุ่นน้องในแผนกภาษาต่างประเทศตอนเรียนมหาวิทยาลัย แต่เนื่องจากเธอเป็นโค้ชของชมรมศิลปะการต่อสู้ของโรงเรียนและยังเป็นรองประธานของสหภาพนักเรียน เธอจึงอาศัยอยู่กับฉันด้วย” เซียวหยูซวนส่ายหัวและพูด “จี้เฟิงนายอย่าทำเป็นเล่นไป แม้เสี่ยวหลิงจะดูเป็นคนสบายๆแต่เธอก็มีพื้นฐานครอบครัวที่ดีมากและเธอก็เป็นคนจิตใจอ่อนโยนกว่าที่เห็น หากนายพยายามเข้าใจเธอ และในอนาคตมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับเธอจริงๆ ฉันมั่นใจว่านายจะต้องไม่เกลียดเธออย่างแน่นอน!”

“ไว้คุยเรื่องนี้กันทีหลังก็แล้วกัน” จี้เฟิงยิ้ม

“เฮ้อออ~ ในที่สุดเรื่องนี้ก็จบลงเสียที!” เซียวหยูซวนผ่อนลมหายใจยาว เธอทิ้งตัวลงไปกับพนักพิงและหลับตาลงเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นอีก แต่ตราบใดที่จี้เฟิงอยู่เคียงข้างเธอ เธอก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

เมื่อพวกเขากลับมาถึงสหพันธ์มหาวิทยาลัย จี้เฟิงและเซียวหยูซวนก็แยกย้ายกันกลับที่พักของตน

ทั้งคู่ต่างมีเบอร์โทรศัพท์ของกันและกันอยู่แล้ว มันจึงสะดวกมากที่จะติดต่อกัน ดังนั้นในตอนที่พวกเขาต้องแยกจากกันจึงไม่ได้มีท่าทีอาลัยอาวรณ์ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อนึกถึงถงเล่ย เซียวหยูซวนก็ตระหนักได้ว่าตัวเธอนั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะลังเลเมื่อต้องแยกจากกับจี้เฟิง

ให้เธอต้องมาทรยศหักหลังถงเล่ย เธอคงไม่สามารถทำอะไรแบบนั้นได้ แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงแต่เธอก็เป็นผู้หญิงที่มีหลักการและความมุ่งมั่นของเป็นตัวเอง

หรือแม้แต่การแบ่งปันผู้ชายคนเดียวกันกับถงเล่ย เธอก็มิอาจทำได้เช่นกัน เพราะเธอนั้นไม่อยากจะทำ

ดังนั้นเซียวหยูซวนจึงแยกกับจี้เฟิงด้วยท่าทีที่เฉยเมย

จี้เฟิงรู้สึกปวดหัว เมื่อคิดว่าเขาควรจะบอกกับถงเล่ยอย่างไร ถึงแม้ว่าเขาและเซียวหยูซวนจะไม่ได้มีสถานะใดๆต่อกันอย่างชัดเจน แต่พวกเขาทั้งคู่ก็รู้อยู่แก่ใจถึงความรู้สึกของกันและกัน

“โอ้ นี่เราถึงขั้นมานั่งคิดที่จะหาโอกาสเหมาะๆที่จะบอกกับถงเล่ยเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วหรือเนี่ย?” จี้เฟิงส่ายหัวและถอนหายใจ “เอาเป็นว่าถึงเวลาที่เหมาะสมเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน บางทีโอกาสที่ว่านี่คงจะยังไม่มาถึงเร็วๆนี้!”

เมื่อเขากลับมาถึงห้องพัก จี้เฟิงก็ตัดสินใจที่จะเลิกคิดเรื่องเหล่านี้และตรงเข้าไปสู่ส่วนลึกของจิตใจทันทีและตะโกนว่า “คุณสมองออกมา!”

“สมองอยู่นี่ครับมาสเตอร์!” สมองหมายเลข 1 ปรากฏตัวต่อหน้าจี้เฟิงอย่างเชื่อฟัง

“เราจะเริ่มฝึกทันที” จี้เฟิงกล่าวอย่างขึงขัง

“ครับมาสเตอร์!” สมองหมายเลข 1 ตอบอย่างนอบน้อม

หากจี้เฟิงต้องการกำจัดความกังวลในจิตใจของเขา เขาก็แค่เข้ารับการฝึกฝนทักษะจากสมองหมายเลข 1 โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ที่เขากำลังฝึกท่าทางการเคลื่อนไหวของยิมนาสติกชุดที่สอง โดยโปรแกรมการฝึกของสมองจะทำให้เขาไม่มีเวลาได้คิดฟุ้งซ่านอย่างแน่นอน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของจี้เฟิงในเวลานี้พอดี

ยิ่งไปกว่านั้นตั้งแต่ที่จี้เฟิงได้ฝึกฝนการเคลื่อนไหวยิมนาสติกชุดที่สองนี้มา จี้เฟิงสามารถสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนมาก เพียงแต่เขายังไม่รู้เวลาที่แน่นอนว่ากว่าเขาจะได้ก้าวข้ามไปสู่การเป็นปรมาจารย์แห่งศิลปะการต่อสู้จะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ถึงจะพอเทียบเคียงได้กับผู้ชายสองคนในม่านแสงที่เขาเคยได้เห็นเมื่อก่อนหน้านี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขารู้อย่างชัดเจนนั่นคือเขามีความต้องการพลังที่เพิ่มมากขึ้น ทางด้านความคิดและความแข็งแกร่งของร่างกาย

เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้จี้เฟิงฝึกฝนหนักมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะมีสมองหมายเลข 1 ที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาดมากหลบซ่อนอยู่ในความคิดของจิตใจเขาในตอนที่เขาสร้างผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่าเทคโนโลยีของโลกในยุคปัจจุบันก็คงมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าจะมีคนมากมายแค่ไหนที่อาจจะคิดเหมือนกันกับเขา?

เขาควรที่จะวางแผนไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดคิด อันดับแรกเขาจะต้องมีความสามารถเพียงพอที่จะป้องกันตัวเอง เพราะถ้าแม้แต่ตัวเองยังรักษาชีวิตไว้ไม่ได้ก็อย่างหวังว่าจะปกป้องญาติพี่น้องหรือคนรอบตัวได้ เห็นได้ชัดว่าตอนนี้จี้เฟิงยังไม่มีความสามารถพอในการที่จะป้องกันตัวเอง เพราะไม่ว่าผลลัพธ์การฝึกของเขาจะดีแค่ไหนแต่ก็ไม่สามารถเปรียบเทียบกับกระสุนปืนได้ ดังนั้นเขาจึงต้องเพิ่มพูนทักษะทางด้านความเร็วให้มากที่สุด โดยมีเป้าหมายเหมือนอย่างชายสองคนที่อยู่ในม่านแสง บุคคลที่มีความแข็งแกร่งจนถึงขนาดทุบภูเขาให้สั่นสะเทือนได้ด้วยหมัดเพียงหมัดเดียวและถีบตัวขึ้นสูงได้หลายร้อยเมตรด้วยการกระทืบเท้าทั้งสองข้างเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ถึงจะเป็นความแข็งแกร่งที่แท้จริง

จี้เฟิงเริ่มฝึกฝนยิมนาสติกชุดที่สองอีกครั้ง และในขณะเดียวกันสมองหมายเลข 1 ก็เริ่มปลูกฝังหลักสูตรการสื่อสารและเทคโนโลยีเครือข่ายให้กับเขา จี้เฟิงรู้สึกเหมือนชีวิตได้รับการเติมเต็มขึ้นอีกครั้ง

กว่าหนึ่งสัปดาห์ จี้เฟิงหมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งและความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขารู้สึกได้ถึงพลังงานอุ่นๆอยู่ในช่วงท้องส่วนล่างของเขา!

ตันเถียน!

จากละครทีวีหรือนิยายที่เขาเคยผ่านหูผ่านตาเมื่อในอดีต จู่ๆจี้เฟิงก็เข้าใจว่าตำแหน่งนี้เป็นจุดที่ไว้ใช้รวบรวมกำลังภายใน แม้เขาจะรู้แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่ามันจะมีอยู่จริง!

“งั้นก็หมายความว่าฉันมีกำลังภายในงั้นเหรอ?” จี้เฟิงค่อนข้างแปลกใจ “ไม่มีทาง! ถ้ากำลังภายในมันสามารถฝึกฝนกันได้ง่ายๆ งั้นก็คงมีปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้เกลื่อนโลกไปแล้ว!”

หากมีปรมาจารย์อยู่จริงบนโลกนี้แล้วมาได้ยินที่เขาพูด ปรมาจารย์เหล่านั้นคงจะโกรธแทบคลั่ง ในความเป็นจริงมันเป็นเรื่องยากมากกว่าจะฝึกฝนความแข็งแกร่งจนเกิดแหล่งพลังงานในร่างกายที่เรียกว่ากำลังภายใน และแม้ว่าจี้เฟิงจะรู้สึกเหมือนสำเร็จได้อย่างง่ายดายแต่อันที่จริงแล้วขั้นตอนการฝึกของเขานั้นไม่ง่ายเลย

เพราะระบบฝึกสุดยอดสายลับตั้งแต่การฝึกท่าทางการเคลื่อนไหวแปลกๆที่จี้เฟิงพอจะสรุปเรียกได้ว่ายิมนาสติกผสมโยคะจากชุดแรกจนถึงชุดสุดท้าย อันที่จริงมันเป็นวิธีการฝึกฝนที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน แต่ดูเหมือนจี้เฟิงจะลืมไปแล้วการถูกทรมานด้วยพลังงานกระแสไฟฟ้าชีวภาพเมื่อตอนฝึกฝนยิมนาสติกชุดแรกเป็นอย่างไร

โดยไม่รู้ตัวเวลาครึ่งเดือนก็ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เช้าตรู่ของวันนี้ จี้เฟิงขับรถตรงไปยังค่ายทหารเนื่องจากวันนี้เป็นวันที่การฝึกทหารสิ้นสุดลง หลังจากการฝึกซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้ายในช่วงเช้าจบลง โดยปกติแล้วก็จะไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก และนักศึกษาที่มาเข้าร่วมการฝึกวิชาทหารสามารถกลับไปที่มหาวิทยาลัยได้

“ฉันไม่ได้เห็นถงเล่ยมาหนึ่งเดือนแล้ว” จี้เฟิงบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ เขาคิดถึงถงเล่ยมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมาที่เขาได้มีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกับเซียวหยูซวน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้จี้เฟิงรู้สึกผิดกับถงเล่ย “ฉันอยากเห็นใบหน้าที่น่ารักเหมือนตุ๊กตาลายครามให้เร็วที่สุด!”

ตอนที่จี้เฟิงเริ่มออกเดินทางมันเป็นเวลาตีห้า เนื่องจากมันยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เร่งด่วนที่ผู้คนมักจะเดินทางไปทำงานและยังเป็นเส้นทางที่ห่างไกล จึงทำให้ถนนในเวลายังไม่มีรถมากมายนัก

ในเจียงโจว ตราบใดที่คุณคิดจะเดินทาง สิ่งแรกที่คุณจะต้องคิดถึงก่อนสิ่งอื่นใดเลยนั่นก็คือการขนส่ง!

ถ้าคุณไม่ได้นั่งเครื่องบิน คุณจะต้องวางแผนก่อนออกเดินทางให้ดีก่อนว่าควรจะออกเดินทางกี่โมงและใช้เส้นทางไหนอย่างไร เพราะถ้าหากคุณไม่คิดถึงสิ่งเหล่านี้ คุณจะต้องพบกับรถจำนวนมากที่ติดยาวเป็นกิโลและจะเสียเวลาไปเปล่าๆโดยที่คุณไม่สามารถทำอะไรได้

การวางแผนการเดินทางถือได้ว่าเป็นคุณสมบัติที่ต้องมีหากคุณต้องการจะอยู่ในเจียงโจว

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้จี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ มันเป็นเพราะเหตุนี้จึงทำให้เขาตื่นแต่เช้าและซื้อขนมปังสองสามชิ้นและน้ำเต้าหู้มาแก้วหนึ่งจากร้านขายอาหารในซอยเล็กๆไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย และกินขณะขับรถ

เนื่องจากเขายังไม่มีบัตรอาหารของมหาวิทยาลัย มันจึงทำให้เขาไม่สามารถซื้ออาหารในโรงอาหารได้แต่จะพูดให้ถูกเลยคือเขาไม่สามารถซื้ออาหารจากร้านค้าใดๆในมหาวิทยาลัยได้เลยเพราะบัตรรับประทานอาหารนี้มีลักษณะเป็น “ออลอินวัน” ตราบใดที่คุณถือบัตรนี้คุณก็สามารถใช้แทนเงินสดได้ทุกที่ในมหาวิทยาลัยซึ่งสะดวกมาก

อย่างไรก็ตามความสะดวกที่ว่านี้มันกลับทำให้นักศึกษาใหม่อย่างจี้เฟิงไม่สะดวกอย่างมาก ดังนั้นเมื่อเขาจะทานอาหารในมหาวิทยาลัยเขาจะต้องไปกับเซียวหยูซวนทุกครั้ง หรืออย่างเช่นวันนี้ถ้าเขาจะหาอะไรกินด้วยตัวเอง เขาก็จะต้องไปซื้ออาหารจากร้านค้าหรือแผงอาหารข้างนอกมหาวิทยาลัยเท่านั้น

เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่เขาได้รับประทานอาหารร่วมกันกับเซียวหยูซวนมันก็ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาทันที

เซียวหยูซวนและถงเล่ยเมื่อเทียบกันแล้วหญิงสาวทั้งสองมีลักษณะที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ถงเล่ยน่ารักสดใสอ่อนเยาว์และสวยงามเหมือนกับนางฟ้าตัวน้อยๆบนสวรรค์ซึ่งมันทำให้ผู้คนต่างอดไม่ได้ที่จะหลงรักหรือเอ็นดูเธอ

และแม้ว่าร่องรอยแห่งความสดใสอ่อนเยาว์ของเซียวหยูซวนจะจางหายไปมาก แต่เธอก็มีเสน่ห์ที่น่าค้นหาความสวยแบบผู้ใหญ่ที่เซ็กซี่น่าหลงใหล โดยเฉพาะดวงตาที่ดูเหมือนน้ำในฤดูใบไม้ร่วงของเธอมันสามารถสะกดผู้คนให้ตกตะลึงและฉุดกระชากหัวใจของผู้ชายได้อย่างไม่ทันตั้งตัว

หากได้เป็นคู่รักกับใครซักคนในสองสาวนี้คงจะเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ นับประสาอะไรกับการที่จะได้มีทั้งสองคนพร้อมๆกัน คงจะเป็นความสุขที่ยากจะจินตนาการ

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะเกาหัวเล็กน้อยกับการจัดการปัญหาของถงเล่ยและเซียวหยูซวน มันเป็นเรื่องที่ยากเกินไป

และสิ่งที่ยากไปกว่านั้นคือเซียวหยูซวนนั้นเป็นอาจารย์ในแผนกภาษาต่างประเทศ!

ความจริงแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เหนือการคาดเดาของจี้เฟิง มันจะเป็นอะไรไปได้อีกเพราะเซียวหยูซวนเคยเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษที่โรงเรียนมัธยมปลายหมางซือ ดังนั้นมันจึงไม่แปลกหากเธอจะมาเป็นอาจารย์แผนกภาษาต่างประเทศในสหพันธ์มหาวิทยาลัย!

และปัญหาที่ว่านั่นก็คือถงเล่ยก็เรียนอยู่แผนกภาษาต่างประเทศ!

“ฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองสาวคงจะไม่ได้เจอกัน ไม่เช่นนั้นชีวิตฉันก็คงจะ...” ใบหน้าของจี้เฟิงปรากฏรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว

ด้วยเหตุนี้จี้เฟิงจึงตัดสินใจที่จะยังไม่บอกถงเล่ยเกี่ยวกับเรื่องของเซียวหยูซวนในตอนนี้ สำหรับแผนการในอนาคตเขาคงต้องปล่อยให้มันเป็นไปทีละขั้นทีละตอนตามธรรมชาติ และยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีความสัมพันธ์ใดที่สำคัญระหว่างเขาและเซียวหยูซวน

…จบบทที่ 169~❤️

จบบทที่ บทที่ 169 กำลังภายใน

คัดลอกลิงก์แล้ว