- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 170 ลัมโบร์ก็ลัมโบร์เถอะ!
บทที่ 170 ลัมโบร์ก็ลัมโบร์เถอะ!
บทที่ 170 ลัมโบร์ก็ลัมโบร์เถอะ!
บทที่ 170 ลัมโบร์ก็ลัมโบร์เถอะ!
รถออดี้กำลังแล่นไปบนถนน ดวงอาทิตย์ค่อยๆโผล่พ้นขอบฟ้า ส่งผลให้อากาศภายในรถร้อนขึ้นเล็กน้อย แต่จี้เฟิงไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ เขาเลือกที่จะลดหน้าตาลงจากนั้นก็ใช้มือซ้ายหยิบบุหรี่ออกมา
โดยปกติแล้วจี้เฟิงไม่ได้สูบบุหรี่ แต่ตอนนี้เป็นเพราะเรื่องของเซียวหยูซวนและถงเล่ยมันทำให้เขารู้สึกเครียด เขาเลยอดไม่ได้ที่จะซื้อมันติดมาด้วย
ในขณะนี้มีเสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ดังแว่วมาแต่ไกล แม้จะเป็นเสียงที่ต่ำแต่ก็ทรงพลัง มันทำให้จี้เฟิงจินตนาการถึงยานพาหนะชนิดนี้ได้ทันที และถ้าเขาเดาไม่ผิดมันน่าจะเป็นเสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ต ยิ่งไปกว่านั้นเครื่องยนต์ของรถสปอร์คันนี้ก็ไม่เลวเลยแม้ว่ามันจะแย่กว่ารถสปอร์ตจำลองที่เขาเคยขับในระบบฝึกสายลับมากก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะจี้เฟิงก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะพบรถที่สามารถเทียบได้กับรถจำลองในระบบฝึกบนท้องถนนแห่งนี้
จี้เฟิงย่นคิ้วเล็กน้อยในขณะที่เขาฟังเสียงของรถสปอร์ตที่เหมือนกับว่ามันกำลังเร่งความเร็วมาทางนี้
“เช้าๆแบบนี้ยังจะมีพวกบ้าๆอยู่อีกหรือนี่?” จี้เฟิงเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าและเห็นดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างเขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเล็กน้อย เขาชะลอรถออดี้ของเขาและขับชิดข้างทางและวิ่งไปยังเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด “นึกไม่ออกจริงๆว่าจะมีคนบ้าที่ไหนขับรถเร็วขนาดนี้ในวันที่อากาศร้อนจัดแบบนี้ หากยางและมอเตอร์ทนต่อความเร็วของรถที่เกินกำหนดไม่ได้ มันจะทำให้รถเกิดปัญหา... และเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตอย่างแน่นอน”
จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้มอย่างอ่อนใจ เหนื่อยกับคนที่ใช้รถใช้ถนนอย่างสิ้นคิดจริงๆ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะหลีกทางให้รถคันดังกล่าวแซงไปก่อน
เสียงคำรามของเครื่องยนต์จากด้านหลังดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่จู่ๆคิ้วของจี้เฟิงก็ขมวดแน่นขึ้น “เห้ย! มันเป็นไปได้ยังไง?”
จากสายตาที่สามารถมองได้จากระยะไกลของจี้เฟิง เหมือนเขาจะมองเห็นโค้งหักศอกในอีกประมาณสี่ถึงห้ากิโลเมตรข้างหน้า จี้เฟิงตกใจมาก เขากลับมามองที่ระบบนำทางในรถทันที “จริงด้วย ข้างหน้ามีโค้งหักศอก!”
และสิ่งที่ทำให้จี้เฟิงถึงกับชักสีหน้ามากที่สุดก็คือ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ทางด้านหลังที่ดังใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้นด้วย!
มันเป็นเสียงเครื่องยนต์ที่ขับขี่มาด้วยความเร็วมากกว่าหนึ่งคันแน่นอน!
จี้เฟิงเพ่งสายตามองไปที่กระจกมองหลังทันที แล้วก็เป็นอย่างที่คิด ที่ถนนด้านหลังห่างไปประมาณสองหรือสามกิโลเมตรมียานพาหนะขับตีคู่กันมาเป็นสองแถว และทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นรถสปอร์ต เสียงเครื่องยนต์ที่คำรามดังกระหึ่มกำลังวิ่งตรงมาทางจี้เฟิง จากการนับคร่าวๆดูเหมือนจะมีรถสปอร์ตมากถึงยี่สิบสามสิบคัน และทุกคันก็วิ่งมาอย่างบ้าคลั่งโดยไม่มีทีท่าจะชะลอความเร็วลงเลย
“ไอ้พวกเวร!”
จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะก่นด่า ทางข้างหน้าของถนนสายนี้เป็นเส้นทางที่มีภูเขาลูกเล็กๆ จึงทำให้ถนนค่อนข้างคดเคี้ยวและแคบ ด้วยเส้นทางแบบนี้แต่กลับมีรถยี่สิบถึงสามสิบคันแข่งกัน? มันไม่ต่างจากรนหาที่ตายไม่ใช่หรือ?
“อย่ามาพาคนอื่นไปตายด้วยสิโว้ย ไอ้พวกสิ้นคิด!” จี้เฟิงส่ายหัวด้วยความหงุดหงิด รถยี่สิบสามสิบคันเหล่านี้กำลังขับแข่งกันมาด้วยความเร็ว มองจากสภาพถนนสายนี้ในปัจจุบัน มีทางเดียวคือจี้เฟิงต้องรีบขับไปหาทางแยกให้ได้ก่อนที่พวกนั้นจะมาถึง และจอดหลบอยู่ตรงนั้น ไม่เช่นนั้นพวกนั้นจะต้องขับมาชนเขาอย่างแน่นอน
เพียงแค่รีบไปให้ถึงทางแยกและจอดรอจนกว่ารถของคนพวกนั้นจะขับผ่านไป
“แม่งเอ้ย! ไอ้กลุ่มนี่มันไปอยู่ที่ไหนกันมาเมื่อคืน หรือยังคงเมาค้างกันอยู่? ถึงได้พากันมาแข่งรถแต่เช้าแบบนี้?” มีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนหน้าผากของจี้เฟิงด้วยความหงุดหงิด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคนิคการขับรถเพื่อแข่งมันแตกต่างจากการขับรถในชีวิตประจำวัน
ในระบบฝึกสุดยอดสายลับที่จี้เฟิงได้ฝึกฝนการขับขี่ยานพาหนะชนิดต่างๆ ถือเป็นทักษะอีกอย่างหนึ่งของจี้เฟิง ดังนั้นเพียงแค่เขามองสภาพถนนและความเร็วของรถสปอร์ตด้านหลัง เขาก็รู้ได้ทันทีว่ากลุ่มนี้ไม่น่าจะมีนักแข่งรถมืออาชีพ
แต่จี้เฟิงกลับยิ้มเมื่อรู้เช่นนี้ หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญการแข่งรถอยู่ในกลุ่มนั้นจริง นั่นก็หมายความว่าเมื่อรถกำลังเร่งขึ้นสู่ความเร็วสูงสุด ผู้ขับขี่อาจจะเสียการควบคุมจนอาจจะหลุดโค้งจนชนเข้ากับข้างทางหรืออาจจะพลิกคว่ำไปเอง
ไม่รู้ว่ากลุ่มคนเหล่านั้นแค่ชอบความท้าทายหรือแค่อยากหาเรื่องตายกันแน่!
จี้เฟิงสาปแช่งอยู่ในใจ จากนั้นเขาก็จิ้มไปที่หน้าจอที่เป็นระบบนำทางของรถอย่างรวดเร็วและดูเส้นทางรวมถึงสภาพของถนนข้างหน้าอย่างละเอียด เมื่อเขาเห็นทางแยกบนถนนห่างจากจุดที่เขาอยู่ออกไปประมาณ 25 กิโลเมตร ตาของเขาก็สว่างขึ้น
“สบายล่ะทีนี้!” จี้เฟิงถอนหายใจอย่างโล่งอก มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นอีกครั้งบนใบหน้าของเขา “ในเมื่อพวกนายกล้าแข่งรถกันบนถนนสาธารณะอย่างไร้จิตสำนึก ภายใน 25 กิโลเมตรนี้มันจะทำให้พวกนายได้เรียนรู้ว่าการแข่งรถที่แท้จริงมันเป็นยังไง และฉันก็จะทำให้พวกนายไม่กล้าที่จะแข่งรถอีกต่อไป!”
“เอี๊ยดด—!”
จี้เฟิงเหยียบเบรกแล้วจอดรถที่ข้างทางรอกลุ่มคนข้างหลัง
เลือดอุ่นๆในร่างกายของจี้เฟิงเริ่มเดือดพล่าน ความรู้สึกนี้จะปรากฏก็ต่อเมื่อเขาได้รับการฝึกฝนในระบบการฝึกสุดยอดสายลับเท่านั้น มันเป็นความสุขที่จะได้ไล่ตามความเร็ว จี้เฟิงรู้สึกได้ถึงอะดรีนาลีนที่กำลังพลุ่งพล่าน
“บรึ้มมม~!!”
รถสปอร์ตที่อยู่ข้างหลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มันใกล้จนถึงระยะที่ทำให้จี้เฟิงสามารถมองเห็นเงารางๆของคนที่อยู่ในรถสปอร์ตผ่านกระจกมองหลังได้
คนในรถสปอร์ตที่อยู่ด้านหน้าดูเหมือนจะเห็นรถ Audi ของจี้เฟิงที่จอดอยู่ข้างทางแล้ว แต่ยังเหลือระยะทางอีกไกล
“ปี๊น ปี๊น~!”
เสียงแตรรถจากกลุ่มรถด้านหลังดังขึ้นเพื่อบอกให้จี้เฟิงหลีกทางไป
อย่างไรก็ตามจี้เฟิงไม่ได้คิดที่จะหลีกทางให้อยู่แล้ว เขายังคงหยุดรถอยู่ที่เดิมเพื่อรอให้กลุ่มรถด้านหลังตามทัน
“บรึ้ม~~!”
เมื่อรถสปอร์ตยี่สิบกว่าคันขับเข้ามาใกล้มากขึ้น จี้เฟิงก็สตาร์ทรถออดี้ของเขา
มือของเขาค่อยๆหมุนพวงมาลัย และรถก็เคลื่อนที่ออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่ไม่มากนัก ในตอนนี้รถสปอร์ตด้านหลังอยู่ห่างจากเขาไม่เกินสามร้อยเมตรแล้ว
“ไอ้รถคันข้างหน้ามันทำอะไรของมัน!” ผู้ชายผมสีทองในรถสปอร์ตคันหนึ่งอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นเมื่อเห็นรถออดี้ที่ขับด้วยความเร็วกลางๆแต่กลับแกว่งไปแกว่งมาอยู่ด้านหน้ากลุ่มรถของพวกเขา เหมือนตั้งใจจะโชว์ให้พวกเขาเห็น
คนอื่นๆได้ยินเสียงที่มาจาก อุปกรณ์อินเตอร์คอม ก็พูดตามขึ้นมา “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? ไม่กลัวตายหรือยังไง?”
“แซงมันไปเลย!” ชายคนหนึ่งตะโกนจากนั้นก็เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วต่อไป เสียงเครื่องยนต์คำรามดังกระหึ่มและพุ่งตรงมาทางรถออดี้ของจี้เฟิงด้วยความเร็ว
จี้เฟิงมองไปที่กระจกมองหลังและอดไม่ได้ที่จะยิ้ม และเพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย
จี้เฟิงขับรถด้วยท่าทีสบายๆ และไม่ว่าเสียงเครื่องยนต์ของกลุ่มรถสปอร์ตด้านหลังจะดังแค่ไหน ก็ไม่มีคันใดสามารถขับแซงจี้เฟิงไปได้เลย ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาจะสามารถขับไล่ชนจี้เฟิงได้หรือไม่ เพราะจี้เฟิงคงไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน
“ฟ้าวว~~!”
รถออดี้ของจี้เฟิงขับโยกซ้ายขวาอยู่ข้างหน้าของรถสปอร์ตกลุ่มนั้น จี้เฟิงต้องการให้รถข้างหลังต้องชะลอความเร็วลงอย่างไม่เต็มใจ และเขาก็ไม่ยอมปล่อยให้แซงจนทำให้เจ้าของรถสปอร์ตเหล่านั้นหงุดหงิด
“โกรธแล้วเหรอ? คิกคิก” จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย เขาเหยียบคันเร่งต่อไปและค่อยๆเร่งความเร็วมากขึ้น
ในขณะนี้ทั้งรถออดี้ของจี้เฟิงและรถสปอร์ตยี่สิบกว่าคันที่อยู่ด้านหลังต่างเร่งความเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามหลังจากที่ผ่านไปประมาณห้าหกกิโลเมตร รถออดี้ของจี้เฟิงกลับทิ้งห่างรถสปอร์ตเหล่านั้นมากขึ้นเรื่อยๆ
“แม่งเอ๊ย ไอ้รถคันข้างหน้ามันไปทำอะไรมาวะ ทำไมมันถึงได้เร็วกว่าลัมโบร์กินีของกูได้!”
“มันเป็นรถออดี้จริงๆหรือเปล่า? รถออดี้ จะเร็วขนาดนี้ได้ยังไง?”
ด้วยคุณภาพของเครื่องยนต์และอัตราการเร่งความเร็วของรถสปอร์ตนั้นดีมาก แต่พวกเขาก็ยังตามออดี้ของจี้เฟิงไม่ทัน แถมยังทิ้งระยะที่ห่างไกลมากขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้เจ้าของรถสปอร์ตเหล่านี้ต่างพากันหงุดหงิด
“ทุกคนด้านหน้าอีกประมาณห้ากิโลเมตรจะเป็นมีทางโค้งใหญ่ โปรดระวังด้วย!” เสียงที่ไพเราะและใสกิ๊งดังมาจากอุปกรณ์อินเตอร์คอมของทุกคน ซึ่งมันทำให้ทุกคนรู้สึกสดชื่นทันทีเมื่อได้ยิน
ในรถเฟอร์รารี่สีแดงที่อยู่ตรงกลาง หญิงสาวสวยที่มีเสน่ห์กำลังขับรถอย่างตั้งใจและมองไปที่รถออดี้ตรงหน้าพร้อมกับความสงสัยที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของเธอ
ออดี้คันนั้นดูเหมือนเธอจะเคยเห็นมันที่ไหน เธอเพิ่มความเร็วขึ้นทันทีจนเกือบจะถึงขีดจำกัด จากนั้นเธอก็มองเห็นป้ายทะเบียนอย่างชัดเจนและจดจำมันไว้
ถ้าจี้เฟิงได้เห็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์คนนี้เขาจะต้องตกใจ ความงามนี้ไม่ใช่ใครอื่น เธอคือเสี่ยวหลิงเพื่อนร่วมบ้านของเซียวหยูซวนที่เขาเคยเห็น...!
อย่างไรก็ตามจี้เฟิงยังไม่สามารถมองเห็นคนที่อยู่ในรถเฟอร์รารี่สีแดงได้ในตอนนี้ เขายังคงเหยียบคันเร่งและเพิ่มความเร็วอย่างบ้าคลั่ง
“รถคันข้างหน้าเขาคิดจะทำอะไร มันใกล้จะถึงโค้งหักศอกแต่เขากลับเร่งความเร็วเพิ่มขึ้น?” เสียงพูดด้วยความตกใจดังขึ้นจากรถคันหนึ่ง
ไม่ใช่ว่าคุณจะเร่งความเร็วเมื่อเจอโค้งไม่ได้ แต่การจะเข้าโค้งแบบนั้นต้องเป็นถนนของสนามแข่งเท่านั้น แต่กับถนนธรรมดาแบบนี้จะเร่งไม่ได้เลยเพราะมันจะอันตรายมาก!
และคนที่ขับรถออดี้คันข้างหน้านี้จะต้องรู้เรื่องนี้อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเขาคงจะไม่มีความสามารถในการขับรถได้เร็วขนาดนี้ มีใครเคยเห็นบ้างว่ารถธรรมดาที่ไหนจะสามารถวิ่งแซงรถสปอร์ตที่วิ่งเต็มอัตราได้? แถมในกลุ่มของรถสปอร์ตยังมีนักแข่งรถสมัครเล่นอยู่ด้วย!
ดังนั้นเจ้าของรถสปอร์ตเหล่านี้จึงเชื่อว่าคนที่ขับรถออดี้คันข้างหน้านั้นอาจจะเป็นบ้าไปแล้ว เพราะต่อให้คนที่เป็นนักแข่งระดับโลกอยู่ที่นี่ตอนนี้ก็เกรงว่าเขาคงจะไม่กล้าทำแบบนี้ด้วยซ้ำ! ในเมื่อต้องเจอทางโค้งที่ไม่ใช่แค่โค้งเดียวแถมยังเป็นโค้งหักศอกแบบนี้ นอกจากเขาจะไม่ชะลอความเร็วแล้วแต่ยังคงเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นไปอีก นี่ไม่ใช่การเข้าโค้งที่ดีเลย!
“เอาไงดี?” คนคนหนึ่งถามขึ้น
“ขับตามไป! แล้วมาดูกันว่าเจ้าของรถออดี้ คันนี้มีความสามารถจริงๆหรือแค่อวดเก่ง!” เสี่ยวหลิงตอบหลังจากที่นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“โอเค! ไปกันเลย!” ทุกคนตะโกนและเหยียบคันเร่งตรงไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น
ในไม่ช้าคนเหล่านี้ก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่า รถออดี้สีดำยังคงเข้าโค้งได้อย่างสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นทางโค้กหักศอกหรือโค้งเล็กๆหลายๆโค้ง โดยไม่มีการแตะเบรกเลย หนำซ้ำมันกลับยังวิ่งด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา
“.....!” เจ้าของรถสปอร์ตกลุ่มนั้นไม่มีปฏิกิริยาใดๆจนกระทั่งมองเห็นรถออดี้สีดำคันเล็กๆอยู่ที่ปลายถนน
“บ้าหน่า! มันเป็นไปได้ยังไง?”
“คนที่ทำได้แบบนั้นเขายังเป็นมนุษย์อยู่รึเปล่า?!”
“คนที่ขับออดี้คันนั้นอาจจะเป็นนักแข่งรถระดับประเทศ?!”
เสี่ยวหลิงจอดรถ เธอยืนมองท้ายรถออดี้ที่เพิ่งหายไปจากปลายสุดของถนน เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “เหมือนว่าฉันจะเคยเห็นรถออดี้คันนั้นที่ไหนมาก่อนแฮะ?”
เธอยืนคิดอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คำตอบ เธออดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเล็กน้อย “ยังไงก็ตามฉันได้จดเลขทะเบียนของรถคันนี้ไว้แล้ว เมื่อกลับไปฉันต้องไปตรวจสอบดูซักหน่อยว่าเขาเป็นใครกันแน่ ทักษะการแข่งรถของคนคนนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ!”
“พี่เสี่ยวหลิงคนที่ขับรถออดี้คันเมื่อกี้โคตรสุดยอดเลย!” ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ เดินลงมาและพูดด้วยใบหน้าที่ตกใจ “พี่เสี่ยวหลิงถ้าเราสามารถชวนคนคนนี้เข้าทีมของเราได้ ในเดือนหน้าชัยชนะต้องเป็นของเราแน่นอน!”
“ไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง” เสี่ยวหลิงส่ายหัวเล็กน้อย “ไปกันเถอะมันสายแล้ว”
เมื่อทุกคนกลับขึ้นรถ เสียงคำรามของรถสปอร์ตยี่สิบกว่าคันดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง และรถสปอร์ตเหล่านี้ก็หายไปเมื่อสิ้นสุดถนน…
…จบบทที่ 170~❤️