เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 168 ช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

บทที่ 168 ช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

บทที่ 168 ช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน


บทที่ 168  ช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

หลี่เว่ยตงเหลือบมองไปที่จี้เฟิงที่ทำใบหน้าเฉยเมยแต่มีแสงเย็นฉายชัดอยู่ในดวงตาของเขา

เขาจะต้องรีบแก้ไขเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด แม้ว่าเขาและจี้ช่าวเหลยจะเป็นเพื่อนกัน แต่เขาก็ไม่อาจทำให้จี้ช่าวเหลยต้องขุ่นเคืองใจได้ เพราะฐานะของเขาและจี้ช่าวเหลยนั้นแตกต่างกันมากเกินไป และพวกเขาต่างก็รู้จักนิสัยของกันและกันเป็นอย่างดีและรู้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรถึงจะไม่ข้ามเส้นของกันและกัน

รู้หรือไม่ว่าถึงแม้พ่อของหลี่เว่ยตงและพ่อของจี้ช่าวเหลยจะต่อสู้กันเองบ้างบางครั้ง แต่ก็อยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาบ้านเมือง แต่ถ้ามันไม่สามารถทำให้บ้านเมืองดีขึ้นได้ การต่อสู้ที่น่าเบื่อนี้ก็ไร้ประโยชน์

ด้วยเหตุที่เป็นทางการเช่นนี้เอง ในอดีตหากมีความขัดแย้งกันระหว่างหลี่เว่ยตงและจี้ช่าวเหลย  ตราบใดที่ไม่ล้ำเส้นระหว่างกันและกัน พวกเขาก็สามารถนั่งลงและหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างสงบ

ในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงจะไม่มีการแทรกแซงกันจนทำให้เกิดความขุ่นเคืองใจ ท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้ก็เป็นเพียงแค่เรื่องระหว่างเด็กๆ

แต่เมื่อหลี่เว่ยตงต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่คาดคิดอย่างกะทันหันมันก็ทำให้เขารู้สึกสับสนเล็กน้อย

เขาไม่รู้ว่าจี้เฟิงเป็นคนอารมณ์แบบไหนและไม่รู้ว่าสิ่งที่สำคัญกับจี้เฟิงนั้นคือเรื่องอะไร แต่ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้จี้เฟิงนั้นดูเป็นห่วงเซียวหยูซวนมาก และตอนนี้เขาก็เห็นเซียวหยูซวนยืนเกาะแขนจี้เฟิงอย่างสนิทสนม มันเหมือนกับมีแสงสว่างเล็กๆอยู่ในใจเขา

ที่จี้เฟิงมาที่นี่ในวันนี้ น่าจะไม่พ้นเรื่องของเซียวหยูซวน! แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นเรื่องนี้อาจจะยากกว่าที่คิด

หลี่เว่ยตงไม่กล้าทำอะไรหุนหันพลันแล่นอีก เพราะเขาไม่รู้ว่าจี้เฟิงนั้นมีความสำคัญต่อตระกูลจี้มากแค่ไหน หากเขาล้ำเส้นไปโดยไม่รู้ตัวจนทำให้เกิดปัญหาระหว่างตระกูล จี้เฟิงอาจจะระดมพลังทั้งตระกูลเพื่อจัดการกับเขาก็เป็นได้ และเมื่อถึงเวลานั้นอย่าหวังว่าพ่อของเขาจะช่วยเขาได้ แต่เกรงว่าแม้กระทั่งคุณปู่ของเขาก็อาจจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย

ท่าทีของหลี่เว่ยตงเปลี่ยนไปแทบจะทันที เขานิ่งคิดวิธีแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามตอนนี้เหอตงและผู้กำกับอ้วนดำทำหน้าราวกับว่าท้องฟ้าได้ถล่มลงมา

“จบแล้ว! ชีวิตฉันมันจบแล้ว! ฉันทำเรื่องโง่ๆแบบนี้ลงไปได้ยังไง ทำไมถึงได้ไปยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่งแบบนี้!” ผู้กำกับอ้วนมองไปที่ชายหนุ่มที่มีรูปคิ้วคล้ายกับจี้ช่าวเหลยที่เวลานี้มีใบหน้าที่เย็นชา “โอ๊ย! เมื่อกี้ผีอะไรมันเข้าสิงฉันให้ไปจับกุมเด็กหนุ่มที่เปรียบเสมือนเจ้าชายในอนาคตแบบนี้?!”

แม้ว่าเครื่องปรับอากาศในคลับเฮ้าส์จะเปิดอยู่ในอุณหภูมิที่ทำให้รู้สึกเย็นสบาย แต่เพราะความตกใจและความกลัวในใจของผู้กำกับอ้วนจึงทำให้เขามีเหงื่อออกท่วมตัวและเสื้อผ้าของเขาก็เปียกชุ่มไปแล้วตอนนี้

เหอตงที่อยู่ข้างๆนั้นรู้สึกกลัวยิ่งกว่า เขาไม่รู้ตัวตนลุงของจี้ช่าวเหลย แต่เขารู้ว่าพ่อของจี้ช่าวเหลยเป็นเลขาธิการของคณะกรรมการพรรคเทศบาลนครเจียงโจว แค่เรื่องนี้เพียงอย่างเดียวมันก็พอจะทำให้เหอตงเดาได้ว่าภูมิหลังของจี้เฟิงจะต้องไม่ธรรมดา!

แต่เขาก็ดันไปมีเรื่องกับคนระดับนั้นอีก!

เหอตงรู้สึกปวดท้องราวกับว่าลำไส้ของเขากำลังบิดตัวเพราะความเครียด เขารู้สึกเสียใจกับการกระทำที่โง่เขลาของตัวเองอย่างที่สุด เขายอมทำเรื่องที่รู้ว่าเซียวหยูซวนจะต้องเกลียดเขาเพื่อทำให้หลี่เว่ยตงพึงพอใจ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าหลี่เว่ยตงจะหวาดกลัวจี้เฟิง นั่นก็หมายความว่าเขากำลังจะซวย!?

เด็กยากจนที่ครอบครัวดำรงชีพด้วยการขายผักกลับกลายเป็นนายน้อยแห่งตระกูลจี้ที่แม้แต่หลี่เว่ยตงยังต้องเกรงใจ เหอตงยังไม่สามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ว่าทำไมหลี่เว่ยตงถึงต้องเกรงกลัวจี้เฟิง?

หลี่เว่ยตงที่มีเส้นสายมากมายและมีอิทธิพลมากเขาไม่ได้ยิ่งใหญ่ที่สุดในเจียงโจวหรอกหรือ? ทำไมถึงมีคนที่เขาจะต้องกลัว ยิ่งไปกว่านั้นคนคนนั้นเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเขาด้วยซ้ำ แต่เขากลับยอมให้เด็กคนนั้นทำตัวหยิ่งผยองใส่?

เหอตงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวแรงๆ ความย้อนแย้งทั้งหมดนี้มันทำให้เขาไม่เข้าใจ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจว่าตราบใดที่หลี่เว่ยตงไม่สามารถทนต่อแรงกดดันของอีกฝ่ายได้ตัวเขาเองนั้นก็จะต้องพบกับความโชคร้ายไปด้วยอย่างแน่นอน

ในขณะนั้นเองจี้เฟิงก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “คุณชายหลี่ใช่มั้ย? ที่วันนี้ผมมาที่นี่เพื่อจะบอกคุณว่า หยูซวนเป็นผู้หญิงของผม คุณไม่ควรบังคับให้เธอต้องทำในสิ่งที่เธอไม่เต็มใจ ไม่เช่นนั้นคุณจะได้รู้ว่าผลที่ตามมามันจะเป็นยังไง!”

หลี่เว่ยตงหน้าซีดทันที ตั้งแต่เขาเติบโตมาไม่เคยมีใครกล้าพูดจาข่มขู่คุกคามเขาโดยตรงขนาดนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อนึกถึงตัวตนของอีกฝ่ายหลี่เว่ยตงทำได้เพียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆและพยายามระงับความโกรธไว้ในใจ แต่เขาก็ไม่สามารถแสดงท่าทีของเขาออกมาได้ง่ายๆ เพราะเขารู้ดีว่าในตอนนี้เขาอยู่ในหลินจิงคลับเฮ้าส์ หากเขาก้มหัวให้กับจี้เฟิงต่อหน้าผู้คนมากมายแล้วต่อจากนี้เขาจะกล้าสู้หน้าผู้คนได้อย่างไร

หากเป็นที่ส่วนตัวเขาก็คงไม่สนใจว่าจะต้องก้มหัวขอโทษอย่างไร แต่ที่รู้ๆต้องไม่ใช่ตอนนี้

สิ่งที่เขาจะต้องรักษาไว้อย่างน้อยๆก็คือศักดิ์ศรี

ตอนนี้ในหัวสมองของหลี่เว่ยตงพยายามคิดหาวิธีอย่างรวดเร็ว เพื่อหวังว่าเขาจะหาเหตุผลที่เหมาะสมที่จะหาข้อตกลงโดยที่จะไม่ทำให้จี้เฟิงต้องขุ่นเคืองใจและในขณะเดียวกันเขาก็ต้องไม่ทำให้ตัวเองต้องรู้สึกเหมือนกับยอมก้มหัวให้จี้เฟิงจนมากเกินไป มิฉะนั้นศักดิ์ศรีและชื่อเสียงในเจียงโจวที่เขาสะสมมาจะลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าถึงเวลานั้นทุกคนต่างก็ต้องรู้ว่าผู้ชายที่มีอำนาจมากกว่าเขาได้มาถึงเจียงโจวแล้ว

เมื่อนึกถึงปัญหาเหล่านี้หลี่เว่ยตงก็เกิดคำถามขึ้นว่าเขาจะใช้วิธีไหนถึงจะดีที่สุด นอกจากนั้นต้องเป็นอะไรที่จี้เฟิงและเซียวหยูซวนยอมรับได้ด้วย

หลี่เว่ยตงตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่พักหนึ่ง เขาพยายามตั้งสติให้มากขึ้น หลี่เว่ยตงผู้ซึ่งผ่านประสบการณ์ใช้ชีวิตในสังคมมาไม่น้อยจะต้องนึกถึงวิธีได้ในไม่ช้า

ในขณะนั้นเองหลี่เว่ยตงก็หันไปเห็นเหอตงที่กำลังหน้าซีดตัวสั่นด้วยความกลัว และแล้วดวงตาของหลี่เว่ยตงก็สว่างขึ้นทันที “ใช่แล้ว! เขาไง!”

หลี่เว่ยตงกระแอมไอเล็กน้อย เขามองไปทางจี้เฟิงและก้าวไปข้างหน้าสองก้าว “นายน้อยจี้ ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่วันนี้คุณมาร่วมงานวันเกิดของฉัน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีความเข้าใจผิดระหว่างเราสองคนและเรื่องนั้นฉันคิดว่ามันเกิดจากเรื่องที่ฉันได้ฟังมาจากเหอตง... ไปพาตัวเขามา!”

ทันใดนั้นหลี่เว่ยตงก็ตะโกนสั่ง และพนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่ข้างหลังเขาก็คว้าเหอตงที่กำลังสั่นไปทั้งตัวและลากเขามาเหมือนกับลากกระสอบมาที่กลางห้อง

“ไม่นะ มันไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน มันเป็นคำสั่งของหลี่... อั่ก!” เหอตงถูกหลี่เว่ยตงเตะเข้าที่ปากก่อนที่เขาจะพูดจบและเขาก็กลืนคำพูดที่เหลือลงไป “ไอ้ชั่วยังกล้าพูดจาใส่ไฟให้ฉันกับนายน้อยจี้มีปัญหากันอีกงั้นเหรอ? มันจะมากเกินไปแล้ว!”

หลังจากที่ก้มหน้าด่าเหอตงเสร็จหลี่เว่ยตงก็เงยหน้าขึ้นและมองไปที่จี้เฟิงที่ตอนนี้มีใบหน้าเรียบเฉย เขาหัวเราะเล็กน้อยและกล่าวว่า “นายน้อยจี้ดูเอาเองก็แล้วกัน เป็นเพราะไอ้คนโกหกคนนี้นี่แหละที่ทำให้วันนี้เราต้องเกิดความเข้าใจผิดกัน ดังนั้นไว้เราหาเวลานัดกันนั่งดื่มและพูดคุยกันดีมั้ย เพราะวันนี้เป็นวันเกิดของฉัน ฉันเลยยังไม่สะดวกเท่าไหร่ นายน้อยจี้คิดเห็นอย่างไร?”

เหอตงที่ตอนนี้ถูกหลี่เว่ยตงเตะเข้าที่ปากอย่างแรงจนไม่รู้ว่ามีฟันร่วงไปแล้วกี่ซี่ แต่ที่รู้ๆคือตอนนี้มีเลือดไหลออกจากปากของเขา เขาไม่รู้จะพูดอะไรจึงได้แต่ตัวสั่นด้วยความกลัวและมองไปที่เซียวหยูซวนอย่างอ้อนวอน

ด้วยรูปลักษณ์ที่น่าสมเพชเช่นนั้น เซียวหยูซวนจึงไม่อาจทนดูได้ เธอจึงทำได้แค่เพียงหันหน้าหนีเธอถอนหายใจและพูดในใจว่า “มันเป็นผลจากการกระทำของคุณเอง!”

จี้เฟิงกล่าวเสียงเย็น “ไม่จำเป็นต้องนัดดื่มอะไรกันอีก ตราบใดที่คุณไม่ฟังข่าวลือจนทำสิ่งที่เลวร้ายกับผู้อื่นเพียงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวก็พอ และนั่นคือทั้งหมดที่ผมต้องการจะพูด ลาก่อน!”

จากนั้นจี้เฟิงก็พาเซียวหยูซวนเดินออกจากคลับเฮ้าส์ โดยทิ้งให้หลี่เว่ยตงยืนหน้าเหวอมองไปที่ด้านหลังของทั้งสองคน แม้ว่าเขาจะโกรธมาก แต่เขาก็ไม่กล้าแสดงออกอย่างชัดเจนจนเกินไป เพราะเขารู้ดีว่า ยังมีจี้ช่าวเหลยอีกคนที่อยู่ข้างๆจี้เฟิง และมันก็ไม่คุ้มค่าเลยที่เขาจะแสดงอะไรออกมาให้ตัวเองต้องตกอยู่ในความเสี่ยง

“เฮ้ย! มัวยืนทำอะไรกันอยู่ มาจับไอ้หมาตัวนี้ไปให้พ้นหน้าพ้นตาฉัน!” หลี่เว่ยตงเหลือบมองเหอตงที่ตอนนี้มีเลือดอยู่เต็มปากของเขาด้วยความรังเกียจและส่งเสียงอย่างเย็นชา

พนักงานรักษาความปลอดภัยหลายคนรีบวิ่งไปจับเหอตงอย่างรวดเร็วและช่วยกันลากเขาออกไป

บรรยากาศคึกคักในห้องจัดเลี้ยงกลับมาราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างไรก็ตามทุกคนในที่นี้ต่างรับรู้แล้วว่านอกจากพี่น้องของจี้ช่าวเหลยที่มีอำนาจมากแล้ว ยังมีลูกชายของจี้เจิ้นหัวอีกคนที่พวกเขาจะต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ ใครก็ตามที่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของจี้ช่าวเหลย พวกเขาจะต้องนึกถึงครอบครัวที่มีอิทธิพลสูงสุดในเจียงโจวที่เพียงแค่นึกถึงก็แทบจะหายใจไม่ออก และมันทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และถอนหายใจออกมาอย่างแรงเมื่อนึกได้ว่าหลี่เว่ยตงกล้าหาญมากแค่ไหน

พวกเขาพอจะรู้ว่า แม้ว่าพ่อของหลี่เว่ยตงจะได้รับการสนับสนุนจากคนใหญ่คนโตมากมาย แต่อย่างไรก็ตาม หากต้องเทียบกับตระกูลจี้แล้ว มันยังห่างไกลพอสมควร แต่หลี่เว่ยตงกล้าที่จะหาเรื่องหลานชายผู้สืบทอดตระกูลจี้ เขาช่างใจกล้ามากจริงๆ!

หลายคนต่างมีแผนอยู่ในใจ หลังจากที่พวกเขากลับบ้านพวกเขาจะต้องตามสืบเรื่องของผู้หญิงที่อยู่ข้างๆชายหนุ่มจี้เฟิงอย่างเงียบๆ หากไม่สามารถเข้าใกล้ด้วยเส้นทางปกติได้ก็ต้องเข้าหาจากทางของผู้หญิงของเขา!

ในเวลานั้นเองผู้คนจำนวนมากเริ่มเดินไปหาจี้ช่าวเหลยพร้อมกับยกแก้วไวน์ขึ้นเพื่อชนแก้วกับเขา และพยายามถามถึงจี้เฟิงอย่างมีจุดมุ่งหมาย จี้ช่าวเหลยแอบหัวเราะเยาะอยู่ในใจ แต่การแสดงออกของเขากลับตอบรับผู้คนเหล่านั้นด้วยความสุภาพ เขาคิดว่าไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องทำให้คนอื่นๆต้องขุ่นเคืองใจ

………

เมื่อเดินออกมาจากคลับเฮ้าส์ เซียวหยูซวนยังคงรู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เธอยังคงจมอยู่กับมัน

“เป็นอะไรหรือเปล่า?” จี้เฟิงมองไปที่ใบหน้าที่สวยงามของเซียวหยูซวนและอดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ตกใจไหม?”

เซียวหยูซวนพยักหน้าอย่างว่างเปล่า หลังจากนั้นเธอก็มองไปที่ดวงตาของจี้เฟิงและถามอย่างจริงจัง “จี้เฟิง นายมาจากตระกูลจี้จริงๆเหรอ?”

“ไม่เพียงแต่เป็นคนของตระกูลจี้ แต่สถานะของผมในตระกูลก็ไม่ใช่เล็กๆ” จี้เฟิงตอบด้วยรอยยิ้ม เมื่อมองไปที่ท่าทางที่น่ารักของเธอเขาก็อดใจไม่ได้ที่จะแตะไปที่ปลายจมูกเล็กๆของเธออย่างแผ่วเบา

ทันใดนั้นทั้งคู่ก็ต่างตกใจและสะดุ้งในเวลาเดียวกัน

“อ๊ะ!”

ใบหน้าที่สวยงามของเซียวหยูซวนแดงขึ้นทันที เธออดไม่ได้ที่จะก้มหน้าลงด้วยความขัดเขิน แต่ก็ไม่ได้พูดหรือคัดค้านอะไรกับการกระทำของจี้เฟิง

ในด้านของจี้เฟิงหลังจากที่เขาเผลอทำแบบนั้นไปเขาก็รู้สึกว่าเขานั้นเผลอทำตามใจตัวเองเกินไป  เซียวหยูซวนไม่ใช่เด็กผู้หญิงธรรมดาเธออาจจะไม่พอใจที่เขาทำกับเธอเหมือนเธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเห็นท่าทีที่แสดงออกมาของเซียวหยูซวนมันก็ทำให้หัวใจของเขาพองโตขึ้นมาทันที มันเห็นได้ชัดว่าเซียวหยูซวนไม่ได้โกรธเขาแล้วนับประสาอะไรกับความไม่พอใจซึ่งนั่นหมายความว่าเธอยอมรับการกระทำนี้

แต่จู่ๆจี้เฟิงก็รู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นสาดใส่อย่างกะทันหัน มันทำให้เขามีสติขึ้นมาทันทีเมื่อคิดได้ว่า สิ่งที่เซียวหยูซวนแสดงออกอาจจะเป็นเพียงแค่ความเกรงใจและเป็นการขอบคุณที่เขานั้นได้ช่วยเหลือเธอ เขาอาจจะแค่คิดไปเองคนเดียวว่าเซียวหยูซวนนั้นยอมรับในตัวเขาแล้ว?

ในขณะนั้นเองเซียวหยูซวนก็ถามเบาๆว่า “จี้เฟิง ทำไมนายถึงได้ดูแลพี่สาวของนายดีขนาดนี้ หรือว่านายอยากจะจีบฉัน?”

จี้เฟิงถอนหายใจอยู่ในใจเขาไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเซียวหยูซวนพัฒนาสถานะขึ้นจากเดิมด้วยเรื่องของการตอบแทนน้ำใจ เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและพูดว่า “พี่สาวหยูซวนผมไม่กล้าพูดอะไรแบบนั้น ผมแค่คิดว่าสิ่งที่ผมทำลงไปนั้นมันดีกับคุณเราเป็นเพื่อนกัน แน่นอนว่าการช่วยเหลือเพื่อนมันเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นพี่สาวหยูซวนไม่ต้องคิดมาก ถ้ามัวแต่ทำหน้าตาบึ้งตึงเดี๋ยวหน้าแก่กันพอดี!”

เซียวหยูซวนเม้มปากของเธอจากนั้นก็หัวเราะเบาๆและพูดว่า “จี้เฟิง.. ขอบคุณนะ!”

จี้เฟิงยิ้มและถามกลับ “ขอบคุณเรื่องอะไร? ถ้าเป็นเรื่องที่ผมช่วยคุณจัดการเรื่องหลี่เว่ยตงนั่นก็ไม่จำเป็น ด้วยเหตุผลที่ผมเพิ่งจะพูดไป”

เซียวหยูซวนยิ้ม “นายก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้!”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ลืมไปซะ อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย!”

จากนั้นเขาก็ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวอย่างรวดเร็วแล้วพูดว่า  “พี่สาวหยูซวน คุณรอผมที่นี่แหละ เดี๋ยวผมจะไปเอารถมารับคุณ!”

เมื่อมองไปที่ด้านหลังของเขาเซียวหยูซวนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มหวาน ด้วยความฉลาดเฉลียวของเธอ เธอเข้าใจดีว่าสิ่งที่จี้เฟิงพูดและแสดงออกนั้นหมายถึงอะไร เขาไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องทดแทนบุญคุณ พูดอีกอย่างก็คือจี้เฟิงต้องการทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอเป็นเรื่องที่บริสุทธิ์

เซียวหยูซวนอดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเอง “น้องชาย เธอคิดว่าพี่สาวคนนี้ไม่อยากพัฒนาความสัมพันธ์กับเธองั้นเหรอ ฉันแค่ไม่กล้าพอ แล้วที่สำคัญเธอนั้นมีถงเล่ยอยู่แล้ว ฉันจะไปสู้กับถงเล่ยได้อย่างไร?”

………

ระหว่างทางกลับจี้เฟิงและเซียวหยูซวนต่างเงียบ ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งคู่ต่างกำลังคิดถึงถงเล่ยอยู่เหมือนกัน และพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจ หากไม่มีถงเล่ยคั่นกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองที่ตอนนี้ต่างก็รู้ใจของกันและกัน มันก็ชัดเจนแล้วว่าผลลัพธ์มันจะออกมาแบบไหน

อย่างไรก็ตามการดำรงอยู่ของถงเล่ยทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะล้ำเส้น ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นการทำผิดต่อถงเล่ยอย่างร้ายแรง

ทันทีที่จี้เฟิงนึกถึงเรื่องนี้ เขาก็บังคับตัวเองให้ปัดเป่าความคิดทั้งหมดที่เขาไม่ควรมีอยู่ในใจทิ้งไป แม้ว่าในตอนนี้เขาจะรู้สึกกับเซียวหยูซวนไม่ต่างจากถงเล่ยเลยก็ตาม แต่เขาก็ต้องให้เกียรติคนที่มาก่อนและยิ่งไปกว่านั้นจี้เฟิงไม่ใช่คนใจร้ายที่ได้คนใหม่แล้วจะลืมคนเก่า

…จบบทที่ 168~❤️

จบบทที่ บทที่ 168 ช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

คัดลอกลิงก์แล้ว