เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 166 จูบแรก?

บทที่ 166 จูบแรก?

บทที่ 166 จูบแรก?


บทที่ 166 จูบแรก?

“ผู้ชายคนนี้น่ารำคาญจริงๆ!” เยี่ยนซืออดไม่ได้ที่จะบ่นหลังจากที่เหอตงออกจากห้องไป

“ฮ่าฮ่า~!” หลี่เว่ยตงหัวเราะและพูดว่า “แม้ว่าจะไม่ชอบนิสัยใครยังไงก็ตาม แต่ถ้าเรารู้จักใช้เขาให้เป็น มันก็จะเกิดประโยชน์กับตัวเราเอง เหมือนอย่างเหอตงคนนี้ถ้าฉันไม่ได้เขา ฉันคงไม่ได้ข้อมูลบริษัทของเซียวหยูซวนมาอย่างถูกต้องครบถ้วนจนจัดการกับกิจการของตระกูลเธอได้รวดเร็วแบบนี้หรอก และแน่นอนว่าเพราะเรื่องนี้ เซียวหยูซวนจึงต้องมาหาฉันที่นี่อย่างเชื่อฟังในงานวันเกิดของฉันไงล่ะ!”

เซียวหยูซวนอีกแล้ว! ความอิจฉาริษยาฉายชัดอยู่ในแววตาของเยี่ยนซือ แต่แล้วเธอก็กลับมาเป็นปกติภายในพริบตา ในขณะเดียวกันเธอก็คิดที่จะขัดขวางเซียวหยูซวนเพื่อไม่ให้เธอกลายมาเป็นผู้หญิงของหลี่เว่ยตง ไม่เช่นนั้นเธอคงกลายเป็นหมาหัวเน่าและไม่เหลือสถานะใดๆอีก เพราะตอนนี้เยี่ยนซือยังคงเป็นที่โปรดปรานอันดับหนึ่งของหลี่เว่ยตง

แม้ว่าหลี่เว่ยตงจะมีคู่หมั้นอยู่แล้วและคู่หมั้นของเขาก็เป็นผู้หญิงที่สวยมาก แต่ดูเหมือนว่าคู่หมั้นสาวสวยจะไม่ชอบเขา และภูมิหลังของเธอก็ไม่ธรรมดาเลย เพราะแม้แต่หลี่เว่ยตงยังไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม เขาทำได้เพียงแค่รออย่างเงียบๆ หลี่เว่ยตงเชื่อว่าตราบใดที่เขาได้แต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น เธอก็จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงเขาต่อไปได้อีก มันเป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น!

ดังนั้นโดยปกติแล้ว หลี่เว่ยตงจึงชอบผู้หญิงอย่างเยี่ยนซือที่ออดอ้อนและรู้งาน

เยี่ยนซือเชื่อว่าถ้าเซียวหยูซวนกลายมาเป็นผู้หญิงของหลี่เว่ยตง ด้วยความชอบของหลี่เว่ยตงที่มีต่อเซียวหยูซวน ตัวเธอเองจะไม่มีสถานะใดๆอีกต่อไป หรืออย่างน้อยเธอก็ไม่ได้เชิดหน้าชูตาเหมือนทุกวันนี้อย่างแน่นอน

“ฉันต้องทำให้เธอรู้ว่าคนที่มาทีหลังควรจะอยู่ตรงไหน!” เยี่ยนซือคิดอยู่ในใจอย่างลับๆ

……...

ในที่สุดจี้เฟิงก็ขับรถมาถึงหลินจิงคลับเฮ้าส์ภายใต้การบอกทางของเซียวหยูซวน

ตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่ม ดังนั้นท้องฟ้าจึงเริ่มมืดลงและไฟสองข้างทางก็สว่างขึ้นรวมถึงไฟของอาคารต่างๆก็ทยอยสว่างขึ้นด้วยเช่นกัน

หลินจิงคลับเฮ้าส์ตั้งอยู่แถวชานเมืองของเจียงโจว แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลไปสักหน่อย แต่มันก็ดูงดงามภายใต้แสงไฟของยามค่ำคืน

ในความเป็นจริงจี้เฟิงยังรู้ด้วยว่าสถานที่อย่างคลับเฮ้าส์ไม่เหมือนกับสถานที่สำหรับคนทั่วไปที่จะไปใช้บริการอย่างร้านอาหาร และคนที่สามารถเปิดคลับเฮ้าส์ได้อย่างน้อยต้องเป็นคนที่มีเส้นสายที่ดีมาก และไม่ว่าธุรกิจของคลับเฮ้าส์จะดีหรือไม่ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนทั่วไป แต่มันขึ้นอยู่กับเส้นสายของเจ้าของคลับเฮ้าส์

ซึ่งกิจการของหลินจิงคลับเฮ้าส์นั้นดีมาก ซึ่งดูได้จากจำนวนรถที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถ

มันเป็นที่จอดรถขนาดใหญ่และมีรถจอดอยู่หลายร้อยคัน ซึ่งแค่นี้ก็เพียงพอที่จะบอกได้ว่าหลินจิงคลับเฮ้าส์แห่งนี้มีลูกค้ามากมายขนาดไหน

ภายใต้การดูแลของเด็กรถ จี้เฟิงจอดรถและลงมาพร้อมกับเซียวหยูซวน

“โอ้! กิจการของคลับเฮ้าส์แห่งนี้ดูท่าจะรุ่งเรืองน่าดูสินะ?” จี้เฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เซียวหยูซวนเม้มริมฝีปากของเธอเล็กน้อยและกล่าวว่า “มีคนจำนวนไม่น้อยที่อยากจะผูกมิตรกับเฒ่าหลี่พ่อของหลี่เว่ยตง ไม่เช่นนั้นคงจะไม่มีใครมาที่คลับเฮ้าส์ของเขามากมายขนาดนี้หรอก!”

จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย อันที่จริง สถานที่เรียกว่าคลับเกือบทั้งหมดแทบจะมีรูปแบบคล้ายๆกัน แน่นอนว่าสถานที่เหล่านี้อาจถูกเรียกว่าคลับ แต่ความจริงแล้วในแง่ของสิ่งอำนวยความสะดวกหรือขนาดของสถานที่แทบจะไม่อยู่ในมาตรฐาน

ครั้งหนึ่งจี้เฟิงเคยเห็นคลับแห่งหนึ่งในหมางซือ มันถูกเรียกว่าคลับ แต่จริงๆแล้วมันคือร้านอาหาร ดูเหมือนว่าร้านอาหารหลายๆร้านมักจะเรียกตัวเองว่าคลับ แต่แท้จริงแล้วมันเป็นแค่การตกแต่งภายนอกเท่านั้น

“จี้เฟิงฉันว่าบางทีนายน่าจะกลับไปตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่า แม้ว่าเรื่องของฉันมันจะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่นายยังกลับตัวทันนะ” เธอคิดว่าอย่างน้อยตัวเองน่าจะไม่มีอันตรายถึงชีวิตแต่กับจี้เฟิงนั้นแตกต่างกัน เซียวหยูซวนยังคงกังวลว่าหลี่เว่ยตงจะทำร้ายจี้เฟิง เธอจึงอดไม่ได้ที่จะพูดให้จี้เฟิงเปลี่ยนใจอีกครั้ง

จี้เฟิงยิ้มและกล่าวว่า “พี่สาวหยูซวนไม่ต้องเป็นห่วง ผมไม่เป็นไรหรอก และคุณก็ต้องไม่เป็นไรเช่นกัน!”

ไม่ว่าอย่างไรเซียวหยูซวนก็ไม่อาจวางใจในเรื่องนี้ได้ แต่เมื่อเห็นว่าเขายังคงแสดงความมั่นใจไม่เปลี่ยนแปลงเธอก็ไม่สามารถพูดอะไรได้อีก เธอแอบทำใจไว้แล้วว่าถ้าหลี่เว่ยตงคิดที่จะทำร้ายจี้เฟิงจริงๆ เธอจะสู้กับเขาจนถึงที่สุด ไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะไม่ยอมให้ถูกทำร้ายเพียงฝ่ายเดียว ถ้าจะตายก็ต้องตายไปด้วยกัน!

แม้ว่าเขาและเธอจะมางานวันเกิดของหลี่เว่ยตงแต่จี้เฟิงและเซียวหยูซวนไม่ได้แต่งตัวเป็นทางการนัก พวกเขาแต่งตัวสบายๆ เพราะจี้เฟิงไม่ได้มาเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงวันเกิดอย่างยินดี ถ้าพูดให้ถูกคือเขามาเพื่อสร้างปัญหา

ทันทีที่เขาออกจากที่จอดรถ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น จี้เฟิงหยิบมันออกมาแล้วพบว่ามันเป็นเสียงแจ้งเตือนของข้อความ

“ฮ่าฮ่า!” จู่ๆจี้เฟิงก็หัวเราะ “พี่สาวหยูซวน วันนี้พวกเรามีบอดี้การ์ดด้วยล่ะ”

“บอดี้การ์ดอะไร?” เซียวหยูซวนถามอย่างสงสัย

จี้เฟิงยิ้ม “เดี๋ยวถึงเวลาคุณก็รู้เอง”

ทั้งสองคนเดินมาที่คลับ และมีชายหนุ่มสองคนดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นพนักงานที่คอยต้อนรับและทักทายแขก เมื่อพวกเขาเห็นเซียวหยูซวนชายหนุ่มทั้งสองก็มีท่าทีเปลี่ยนไปดวงตาเบิกกว้างและดูตื่นเต้นเล็กน้อยแต่เมื่อพวกเขาเห็นจี้เฟิงที่อยู่กับเซียวหยูซวนคิ้วของพวกเขาก็ย่นทันที

“จะทำไงดีล่ะทีนี้ เซียวหยูซวนกับเด็กหนุ่มจริงๆด้วย” หนึ่งในนั้นถามขึ้น

“จะอะไรอีกล่ะ ก็ทำตามที่คุณชายหลี่สั่งไว้ว่าถ้าเซียวหยูซวนมาพร้อมกับใครซักคน ให้ถามไปเลยว่าเขาชื่อจี้เฟิงหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ทำให้เขาอับอายแล้วโยนเขาออกไป” ชายหนุ่มอีกคนพูด

“โอเค ตามนั้น!”

คิ้วของจี้เฟิงขมวดเล็กน้อยเมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างชายหนุ่มสองคนที่ซุบซิบกัน เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะอยู่ในใจ “คิดจะทำให้ฉันอับอายแล้วโยนฉันออกไปงั้นเหรอ อวดดีจริงๆ!”

แม้เขาจะคิดเช่นนี้แต่ภายนอกของเขาไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆออกมาเลย จี้เฟิงยังคงตรงไปที่คลับกับเซียวหยูซวนด้วยใบหน้าที่สงบนิ่ง เขาคิดอยู่พักหนึ่งจากนั้นก็จับมือของเซียวหยูซวนมาวางไว้ที่แขนของเขาและยิ้ม “พี่สาวหยูซวน เรามาที่นี่เพื่อมาหาข้อมูล เราก็ควรทำมันอย่างละเอียดรอบคอบ เราก็แค่เดินเข้าไปทั้งแบบนี้ผมอยากจะเห็นว่าหลี่เว่ยตงจะมีปัญญาทำอะไรเราได้บ้าง!”

เซียวหยูซวนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ “นายนี่มันร้ายจริงๆ!”

“ผู้ชายไม่ร้าย ผู้หญิงไม่รัก!” ใบหน้าของจี้เฟิงมีเพียงรอยยิ้มแต่เขาไม่ได้พูดประโยคที่คิดอยู่นี้ออกมา

เมื่อเขาและเธอเดินมาถึงประตู ชายหนุ่มทั้งสองก็ก้าวออกมาทันที และเหมือนกับว่าชายหนุ่มทั้งสองต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ๆพวกเขาก็รู้สึกชาที่หัวเข่าจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็ล้มลงอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยท่าคุกเข่าต่อหน้าจี้เฟิงและเซียวหยูซวน!

เซียวหยูซวนตกใจและหันไปมองหน้าจี้เฟิงที่ตอนนี้มีรอยยิ้มจางๆอยู่บนใบหน้าของเขา “แหม ผมคงต้องบอกว่าตระกูลหลี่นี่สุดยอดจริงๆ แม้แต่การต้อนรับแขกก็ยังทำอย่างยิ่งใหญ่  ฮ่าฮ่า~!”

เสียงที่จี้เฟิงพูดนั้นดังมาก มันจึงทำให้ผู้คนที่อยู่รอบๆที่มาร่วมงานฉลองวันเกิดของหลี่เว่ยตงได้ยินและหันมามอง

พวกเขาพูดคุยกันทันทีและยิ่งซุบซิบพูดคุยกันมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเห็น จี้เฟิงและเซียวหยูซวน มันทำให้พวกเขาบางคนถึงกับตกตะลึง

จี้เฟิงดูดีมากด้วยรูปร่างกำยำแข็งแรงดูสมส่วนมันทำให้เขาดูหล่อเหลามาก ในขณะที่เซียวหยูซวนนั้นก็สวยงามทั้งรูปร่างและหน้าตา เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าดึงดูดใจ และเมื่อพวกเขาทั้งสองยืนเคียงข้างกัน มันจึงเสริมบารมีทวีความมีสง่าราศีมากขึ้นไปอีก

ฉันไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มคนนี้มาจากตระกูลไหน แต่เขาสามารถทำให้พนักงานต้อนรับสองคนนั้นถึงกับคุกเข่าต้อนรับเขาได้! คนรอบข้างแอบคิดในใจและในขณะเดียวกันพวกเขาก็วางแผนไว้ในใจว่าถ้ามีโอกาสพวกเขาจะต้องทำความรู้จักกับชายหนุ่มคนนี้ให้ได้

คุณต้องรู้ว่าการทักทายแขกเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งที่จะเป็นหน้าเป็นตาให้กับหลี่เว่ยตง และเมื่อพนักงานต้อนรับถึงกับคุกเข่าให้จี้เฟิง จึงเหมือนเป็นการอธิบายที่มาของจี้เฟิงไปโดยปริยายว่าเขาต้องไม่ใช่คนธรรมดา

ในเวลานี้ชายหนุ่มทั้งสองที่คุกเข่าลงรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าพวกเขาคุกเข่าลงได้อย่างไร!

และถึงแม้ว่าพวกเขาอยากจะลุกขึ้น แต่ก็ไม่สามารถลุกขึ้นได้ เพราะหัวเข่าของพวกเขานั้นชา จึงไม่มีแรงเพียงพอที่จะลุกขึ้นได้ พวกเขาจึงทำได้เพียงคุกเข่าอยู่แบบนั้นด้วยใบหน้าที่แดงก่ำจากความอับอาย

จี้เฟิงหัวเราะเขาจับมือเล็กๆของเซียวหยูซวนอีกครั้งแล้วเดินเข้าไปในคลับเฮ้าส์โดยไม่หันไปมองที่พนักงานต้อนรับทั้งสองคนอีก

ภาพที่ทุกคนในงานเห็นในตอนนี้คือ ภายใต้แสงสีที่สวยงามยามค่ำคืน มีชายหนุ่มที่หล่อเหลาและหญิงสาวแสนสวยที่มีเสน่ห์เดินเคียงคู่กันมา พร้อมกับมีฉากหลังเป็นชายหนุ่มสองคนคุกเข่าต้อนรับเขาและเธอด้วยความยินดีและเคารพนบนอบ

“เกิดอะไรขึ้นกับสองคนนั้น!”  เซียวหยูซวนมองไปที่จี้เฟิงอย่างครุ่นคิด เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่มีดีแค่ความสวยแต่เธอยังฉลาดอีกด้วย เธอจึงไม่คิดว่าพนักงานต้อนรับสองคนนั้นจะต้อนรับเธอและจี้เฟิงด้วยการคุกเข่า เพราะเห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างผิดปกติ

จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย “มันเป็นแค่กลอุบายเล็กๆน้อยๆ ผมไม่ได้บอกไปก่อนหน้านี้แล้วเหรอว่าเรามาที่นี่เพื่อมาหาข้อมูลจับผิดหลี่เว่ยตง เราต้องมองหามันอย่างละเอียด ผมก็แค่ทำให้เขารู้ว่า อย่ามาใช้ลูกไม้คนใหญ่คนโตบ้าอำนาจกับเรา!”

“คิกคิก~!” เซียวหยูซวนหัวเราะเบาๆให้กับความคิดนี้ของจี้เฟิง “ถ้าอย่างนั้นทำไมความโชคร้ายถึงต้องไปตกกับพนักงานสองคนนั้นด้วยล่ะ? เขาเป็นแค่พนักงานต้อนรับ นายก็ไม่น่าทำให้เขาต้องลำบากไปด้วย”

จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อยให้เซียวหยูซวน แต่เขาได้แต่ยิ้มเยาะอยู่ภายในใจ เขารู้ดีว่าชายหนุ่มสองคนนั้นไม่ใช่พนักงานต้อนรับธรรมดา เพราะพวกเขาตั้งใจที่จะดูถูกจี้เฟิงก่อนที่จะจับเขาโยนออกนอกคลับไป

อย่างไรก็ตาม เขาไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ให้เซียวหยูซวนรู้  จี้เฟิงพาเซียวหยูซวนเข้าไปด้านในคลับเฮ้าส์

งานวันเกิดของหลี่เว่ยตงจัดขึ้นที่ห้องจัดเลี้ยงชั้นสอง จี้เฟิงและเซียวหยูซวนเดินตรงขึ้นบันไดไปโดยไม่ได้ใช้ลิฟต์

ในเวลานี้หลี่เว่ยตงอยู่ในห้องจัดเลี้ยงอันหรูหราบนชั้นสาม เขากดวางสายโทรศัพท์ด้วยใบหน้าบึ้งตึง

“พี่เว่ยตงมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?” เยี่ยนซือที่นั่งกอดหลี่เว่ยตงอยู่ถามขึ้น เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปหลังจากที่วางสายไป

“ฮึ่ม!” หลี่เว่ยตงตะคอกเสียงดัง “ฉันบอกให้พวกมันสองตัวจัดการกับจี้เฟิง แต่นอกจากมันจะไม่ได้ทำอะไรเลย มันยังไปคุกเข่าให้เขาอีก!”

“พี่เว่ยตงพี่ใจเย็นๆก่อน พวกเขาจะไม่เชื่อฟังคำสั่งของพี่เว่ยตงได้ยังไง ฉันว่ามันอาจจะมีความผิดพลาดอะไรบางอย่างเกิดขึ้น” เยี่ยนซือพูดพร้อมกับกะพริบตาที่กลมโตของเธอ

เธอรู้ดีว่าหากผู้หญิงคนหนึ่งต้องการที่จะคว้าหัวใจของผู้ชาย เธออาจจะน่ารักน่าเอ็นดูเมื่อเธอยังเป็นสาวแรกรุ่น แต่เธอไม่สามารถทำแบบนั้นได้ตลอดไปเมื่อเธออายุมากขึ้น เธอจึงใช้วิธีที่เป็นเพื่อนคู่คิดให้กับหลี่เว่ยตงแทน เพื่อที่เธอจะได้มีประโยชน์และเขาจะได้ไม่ละทิ้งเธอไปง่ายๆ

“สองคนนั้นยังไม่ลุกขึ้นมาเลย!” ในห้องจัดเลี้ยงของหลินจิงคลับเฮ้าส์ เซียวหยูซวนที่จับแขนของจี้เฟิงอยู่ก็เดินไปด้วยกันอย่างสนิทสนมราวกับคู่รักที่แสนหวาน เซียวหยูซวนโน้มตัวไปข้างหูของจี้เฟิงและกระซิบถามเขาด้วยริมฝีปากสีแดง “บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่านายทำอะไรกับพนักงานสองคนนั้นจนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่ลุกขึ้นเลย หรือนายเป็นพ่อมดแล้วใช้เวทมนตร์ได้?!”

“มันจะมีเวทมนตร์ได้ยังไง? มันแค่ทักษะการต่อสู้อย่างหนึ่ง...” จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อยเขาหันหน้าไปและพูดขึ้น แต่ในขณะที่เขาหันหน้าไปนั้นปากของเขาก็ไปโดนกับริมฝีปากสีแดงของเซียวหยูซวนและเขาก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่หอมหวานของเธอ

ทันใดนั้นทั้งสองถึงกับหยุดชะงักและตัวแข็งทื่อ ใบหน้าที่สวยงามของเซียวหยูซวนแดงก่ำด้วยความเขินอาย แต่เป็นความอายที่ไม่มีความโกรธอยู่เลยในแววตาของเธอ แต่จี้เฟิงไม่ทันได้สังเกตเห็น

“แค่ก~!” บทสนทนาและเสียงไอของใครบางคนดังขึ้น และมันก็เป็นเสียงที่ปลุกพวกเขาทั้งสองคนที่ตกอยู่ในภวังค์ให้ตื่นขึ้นและผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว หัวใจของพวกเขาเต้นรัวอย่างไม่เป็นส่ำ

จี้เฟิงมองไปทางเซียวหยูซวนและพบว่าตอนนี้เธอนั้นหันหลังให้กับเขาไปแล้ว

มันเป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเขินอาย ตอนนี้ติ่งหูกลมสวยของเซียวหยูซวนกลายเป็นสีแดงระเรื่อ

โชคดีที่แสงไฟนั้นไม่สว่างมาก และไม่มีใครให้ความสนใจหรือทันสังเกตกิริยาของพวกเขาทั้งสองคน

จี้เฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็คิดได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงอุบัติเหตุและในฐานะผู้ชายเขาควรต้องเริ่มคลี่คลายสถานการณ์ก่อน

ดังนั้นจี้เฟิงจึงเดินไปจับมือเล็กๆของเซียวหยูซวนและวางไว้ที่แขนของเขาเหมือนเดิมและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “พี่สาวหยูซวน คุณฉวยโอกาสกับผม!”

“ไปตายซะเด็กบ้า!” แม้เซียวหยูซวนจะอายมาก แต่เธอก็หัวเราะทันทีเมื่อได้ยินจี้เฟิงพูด เด็กบ้าคนนี้ร้ายมากจริงๆ และนี่ก็เป็นจูบแรกของเธอ แม้ว่าเธอจะเคยคบหากับเหอตง แต่มากสุดก็เป็นเพียงแค่การจับมือ แม้ว่าเหอตงพยายามจะทำขั้นตอนต่อไป แต่เซียวหยูซวนก็ไม่เคยปล่อยให้เขาทำได้สำเร็จ แต่ตอนนี้เธอกลับถูกจี้เฟิงฉกฉวยจูบแรกของเธอไป แล้วจะไม่ให้เธอเขินได้อย่างไร?

แต่เธอก็รู้เช่นกันว่า สิ่งที่จี้เฟิงพูดเป็นการพูดเล่นเท่านั้น เขาแค่อยากแก้ไขสถานการณ์ไม่ให้อึดอัดและไม่อยากทำให้เธอต้องลำบากใจหรือประหม่า

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้เธอจึงคิดว่าจี้เฟิงเป็นผู้ชายที่น่ารัก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ไม่มีความโกรธอยู่ในดวงตาที่เหมือนน้ำในฤดูใบไม้ร่วงคู่นี้ของเธอ จึงมีเพียงแค่ความเขินอายที่ปนไปด้วยความหวานซึ้งอยู่ในแววตาของเธอ

เมื่อเห็นว่าในที่สุดเซียวหยูซวนก็หัวเราะออกมา จี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารู้ว่าเหตุการณ์ที่พาให้รู้สึกเขินอายได้ผ่านไปแล้ว แต่ไม่ว่าเหตุการณ์นี้จะผ่านไปอย่างไร ความรู้สึกเหล่านี้มันก็ยังคงอยู่ในใจของพวกเขาทั้งสองคน

…จบบทที่ 166~❤️

จบบทที่ บทที่ 166 จูบแรก?

คัดลอกลิงก์แล้ว