- หน้าแรก
- The Ultimate Student สุดยอดนักเรียนสมองอัจฉริยะ
- บทที่ 165 ไปงานวันเกิด
บทที่ 165 ไปงานวันเกิด
บทที่ 165 ไปงานวันเกิด
บทที่ 165 ไปงานวันเกิด
“Rrrrr~~!” เสียงโทรศัพท์มือถือของจี้เฟิงดังขึ้น
จี้เฟิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู มันเป็นเบอร์แปลกที่เขาไม่รู้จัก เขารู้สึกตกใจเล็กน้อย เพราะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้จักเบอร์โทรศัพท์ของเขา
แม้เขาจะยังงงๆอยู่แต่เขาก็ตัดสินใจรับโทรศัพท์ “ครับ จี้เฟิงพูด”
“หนุ่มน้อย สิ่งที่นายเพิ่งเห็นมันดีมากจนลืมไม่ลงเลยใช่มั้ย?!” มีเสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นทันทีที่จี้เฟิงรับสาย “ตอนนี้เสี่ยวหลิงเกลียดนายน่าดูแถมยังพาลโกรธฉันไปด้วยเลย!”
คนที่โทรมาคือเซียวหยูซวน
“อ่า..” หลังจากที่จี้เฟิงอ้ำอึ้งอยู่สองสามวินาทีเขาก็ยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า “พี่สาวหยูซวน เรื่องนี้คุณไม่สามารถตำหนิผมได้ ใครจะรู้ว่าจู่ๆเพื่อนร่วมบ้านพักของคุณจะเข้ามาแล้วถอดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วขนาดนั้น แม้ว่าผมต้องการจะพูดขัดจังหวะแต่มันก็ยังเร็วไม่เท่าเธอ”
“ยังไงก็ตามนายก็ระวังตัวไว้หน่อยแล้วกัน เสี่ยวหลิงเป็นผู้หญิงที่โกรธแรง ถ้าในอนาคตนายได้เจอกับเธออีก นายก็ควรหลีกเลี่ยงเธอให้มากที่สุด ไม่เช่นนั้นนายต้องโดนเธอเล่นงานจนแพ้ราบคาบอย่างแน่นอน!” เซียวหยูซวนเตือนยิ้มๆ “งั้นเดี๋ยวเอาไว้เราค่อยคุยกัน ฉันคุยกับนายมากกว่านี้ไม่ได้ ฉันใช้ข้ออ้างในการออกมาซื้อกับข้าวให้เสี่ยวหลิงแล้วแอบโทรหานาย!”
หลังจากพูดจบเซียวหยูซวนก็วางสายทันที
เมื่อฟังน้ำเสียงที่ดูรีบร้อนจากปลายสาย จี้เฟิงก็ได้แต่พูดไม่ออก เซียวหยูซวนมีมุมแบบนี้เหมือนกันหรือเนี่ย
………
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วและมันก็มาถึงวันเกิดของหลี่เว่ยตง
ในช่วงสามวันที่ผ่านมานี้จี้เฟิงไม่ได้นอนเล่นอยู่เฉยๆ เขาเข้าสู่จิตใต้สำนึกของเขาเพื่อฝึกฝนทักษะทุกวันและในตอนนี้เขาสามารถเคลื่อนไหวยิมนาสติกชุดที่สองได้อย่างง่ายดายแล้ว และมันทำให้เขารู้สึกเหมือนกับมีกระแสน้ำอุ่นไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขาตลอดเวลาแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในช่วงของการฝึกก็ตาม
จี้เฟิงชักสงสัยแล้วว่าหรือในโลกนี้จะมีปรมาจารย์แห่งศิลปะการต่อสู้ที่ใช้กำลังภายในอยู่จริงๆ? ทำไมหมอกที่เขาดูดซับมามันทำให้เขารู้สึกเหมือนมีกระแสน้ำอุ่นวิ่งไปทั่วร่างกาย หรือมันจะเป็นกำลังภายในเหมือนอย่างในละครทีวี?
รู้หรือไม่ว่าจี้เฟิงใช้เวลาเพียงไม่กี่วันในการฝึกฝนการเคลื่อนไหวยิมนาสติกชุดที่สอง แต่เขาพบว่าความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และไม่ใช่แค่นั้นความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน เขาสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าสมรรถภาพทางกายของเขาดีขึ้นกว่าสองสามวันที่ก่อนหน้านี้
เช่นเดียวกับความสามารถในการกระโดด เมื่อตอนที่เขาฝึกฝนยิมนาสติกชุดแรกสำเร็จ เขารู้สึกว่าความสามารถของเขานั้นค่อนข้างดีมากอยู่แล้ว เขาสามารถใช้ทักษะของเขาจัดการกับคนสี่ถึงห้าคนในเวลาเดียวกันได้ หรือแม้แต่หมีดำที่ได้ชื่อว่าเป็นแชมป์ของนักมวยใต้ดินก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
แต่ตอนนี้เขายังรู้สึกถึงการพัฒนาการของร่างกายเขาอย่างก้าวกระโดดมากกว่านั้นซึ่งทำให้เขาประหลาดใจมาก
จี้เฟิงเคยแอบลองทดสอบความสามารถในการกระโดดของเขาที่ทางเดินของหอพัก เขากระโดดด้วยพลังทั้งหมดของเขาและมันก็สูงกว่า 5 เมตร!
ผลลัพธ์นี้ทำให้จี้เฟิงถึงกับสะดุ้งตกใจและมีเหงื่อเย็นๆผุดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ!
ตั้งแต่นั้นมาจี้เฟิงจึงเริ่มเชื่อแล้วว่าปรมาจารย์การต่อสู้ที่มักใช้กำลังภายในที่เขาเคยเห็นในละครทีวีอาจมีอยู่จริง!
“เฮ้! หนุ่มน้อยมัวคิดอะไรอยู่!” จี้เฟิงที่ตอนนี้นั่งอยู่ในรถAudiที่จอดอยู่ใต้อะพาร์ตเมนต์ของเซียวหยูซวนถึงกับสะดุ้งตกใจ เมื่อจู่ๆประตูรถก็ถูกเปิดออกและคำทักทายของเซียวหยูซวนก็ดังขึ้นพร้อมกับที่เธอก้าวเข้ามานั่งในรถตรงที่นั่งข้างๆคนขับ
จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย “ผมกำลังคิดเรื่องเสื้อผ้าที่ตากอยู่ตรงระเบียงที่ผมเห็นเมื่อสองสามวันก่อน”
“เด็กบ้านี่ อย่าพูดถึงมันอีกได้มั้ย!” เซียวหยูซวนหน้าแดงทันทีและพูดด้วยความโกรธ
“ฮ่าฮ่า~!” จี้เฟิงหัวเราะ “โอเคๆ ไม่พูดแล้ว เราไปกันเถอะ”
ทันทีที่เขาเหยียบคันเร่งรถAudiก็ออกตัวไปอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้ไม่มีใครทันสังเกตเห็นที่ระเบียงอะพาร์ตเมนต์ของเซียวหยูซวน มีร่างที่สวยงามยืนอยู่และจ้องมองไปยังรถAudiของจี้เฟิงที่กำลังเคลื่อนที่จากไป ร่างสวยนั้นย่นจมูกที่น่ารักของเธอและส่งเสียงฮึ่มในลำคออย่างโกรธแค้น “ไอ้เด็กตัวเหม็น ฉวยโอกาสกับฉันยังไม่พอ ตอนนี้ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เซียวหยูซวน! ผู้ชายของเธอเอาเปรียบฉันและเธอก็ยังไปทำดีกับเขาอีก หึหึ!”
………
จี้เฟิงและเซียวหยูซวนที่กำลังนั่งรถออกไปไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังโกรธจนแทบจะเป็นบ้าเพราะพวกเขาทั้งสองคน
“จี้เฟิงถ้านายจะเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ” เซียวหยูซวนที่ยังคงไม่สบายใจและทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นจี้เฟิงกระโดดเข้ากองไฟ เธอไม่อยากให้จี้เฟิงต้องมาซวยเพราะมีเธอเป็นต้นเหตุ เมื่อนึกถึงวิธีที่หลี่เว่ยตงจะจัดการกับจี้เฟิงเธอก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
จี้เฟิงยิ้มตอบและกล่าวว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง ผมไม่ตกอยู่ในอันตรายง่ายๆหรอก”
เมื่อเห็นท่าทางที่มั่นใจของจี้เฟิง เซียวหยูซวนก็ทำได้แค่เพียงส่ายหัวและถอนหายใจและไม่คิดที่จะคัดค้านความตั้งใจของเขาอีก
“พี่สาวหยูซวน หลี่เว่ยตงจัดงานวันเกิดของเขาที่ไหนเหรอ?” จี้เฟิงถามด้วยรอยยิ้ม “ผมไม่คุ้นเคยกับถนนในเจียงโจว ช่วยบอกทางผมด้วยนะ”
เซียวหยูซวนมองเขาด้วยสายตาลึกซึ้งราวกับว่าจี้เฟิงค่อยๆเข้าไปอยู่ในหัวใจของเธอมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว มีรังสีแห่งความอ่อนโยนในดวงตาที่สวยงามของเธอ “จี้เฟิง นายบอกฉันได้ไหมว่าทำไมนายถึงช่วยฉันแบบนี้?”
จี้เฟิงยิ้ม “แน่นอน ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่ผมไม่ใช่คนประเภทที่จะปล่อยให้เพื่อนเผชิญกับปัญหาในขณะที่ตัวเองนั่งอยู่เฉยๆ!”
“เพื่อน?” เซียวหยูซวนชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็รีบพูดทันที “อ้อ ใช่! เพื่อน!”
“แล้วในเมื่อนายก็รู้แล้วว่าหลี่เว่ยตงมีอิทธิพลมากแค่ไหน ทำไมถึงยังจะไปอีก?” เซียวหยูซวนถามเสียงเบา
“ผมไม่มีอะไรต้องกลัวเขา!” จี้เฟิงยิ้มมั่นใจ “ถึงแม้ว่าผมอาจจะไม่มีความสามารถพอที่จะจัดการกับเขา แต่อย่างน้อยผมก็จะปกป้องคุณจากอันตรายให้ได้มากที่สุด ตราบเท่าที่คุณอยู่กับผม คุณจะปลอดภัย!”
ด้วยประโยคนี้มันทำให้หัวใจของเซียวหยูซวนสั่นไหวเล็กน้อย
ดวงตาที่สวยงามของเธอเปล่งประกายแวววาว แต่เธอก็รีบหันหน้าหนีก่อนที่จี้เฟิงจะทันเห็น
สถานที่ที่หลี่เว่ยตงจัดงานเลี้ยงวันเกิดของเขาเป็นโรงแรมที่อยู่ในเจียงโจวชื่อว่า เดลแกรนด์โฮเทล ซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่มีชื่อเสียงและมีสาขาหลายสิบแห่งทั่วประเทศจีน และมีสองสาขาอยู่ในเจียงโจว
แม้ว่าโรงแรมที่หลี่เว่ยตงตั้งใจจะใช้จัดงานวันเกิดครั้งนี้อาจจะไม่สามารถกล่าวได้ว่าหรูหราที่สุด แต่ก็เป็นที่รู้จักมากที่สุด
เดิมทีเขาวางแผนไว้เช่นนี้ แต่เพื่อแสดงให้เซียวหยูซวนเห็นถึงความแข็งแกร่งในอิทธิพลของเขา เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนสถานที่จัดงานวันเกิด
เพราะในเจียงโจวคนที่กล้าจะเปลี่ยนสถานที่จัดงานวันเกิดนั้นมีไม่มาก
………
“Rrrrrrr~~!”
เสียงโทรศัพท์ของเซียวหยูซวนดังขึ้น และเมื่อเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับใบหน้าของเธอก็แสดงความรังเกียจทันที “ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันไปแน่!” หลังจากวางสาย เซียวหยูซวนก็หันหน้าไปทางจี้เฟิงแล้วพูดว่า “ไปที่หลินจิงคลับเฮาส์ หลี่เว่ยตงจัดงานวันเกิดที่นั่น”
“หลินจิงคลับเฮ้าส์?” จี้เฟิงส่ายหัวและยิ้ม “หยูซวน ผมเพิ่งจะบอกไปว่าผมไม่คุ้นกับถนนในเจียงโจว...”
“ฉันจะบอกทางให้” เซียวหยูซวนพูดเบาๆ เสียงของเธอนุ่มนวลราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิพัดมา ทำให้จี้เฟิงรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก อย่างไรก็ตามจี้เฟิงค่อนข้างแปลกใจเพราะเขารู้สึกว่าเซียวหยูซวนดูเหมือนจะแตกต่างไปจากเมื่อก่อนอยู่เล็กน้อย
หลินจิงคลับเฮ้าส์
หลี่เว่ยตงนั่งอยู่ในห้องจัดเลี้ยงสุดหรูบนชั้นสามพร้อมกับถือแก้วไวน์อยู่ในมือ เขาบรรจงจิบไวน์แดงและลิ้มรสมันอย่างช้าๆ
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย ข้างๆเขามีสาวสวยสองคนสวมชุดกี่เพ้า แต่ตอนนี้ใบหน้าของพวกเธอแสดงให้เห็นถึงความประหม่าเล็กน้อย นั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้ผู้จัดการคลับเฮ้าส์แห่งนี้ได้บอกกับพวกเธอไว้ก่อนแล้วว่า วันนี้พวกเธอต้องคอยบริการรับใช้ชายหนุ่มคนนี้ให้ดี เพราะอันที่จริงแล้วเขาคือเจ้านายตัวจริงของที่นี่
มันเป็นความใฝ่ฝันที่ยิ่งใหญ่สำหรับสาวๆทุกคนที่ทำงานในหลินจิงคลับเฮ้าส์แห่งนี้ที่อยากจะไต่เต้าไปสู่ตำแหน่งหัวหน้า เพราะพวกเธอรู้ดีว่าที่หลินจิงคลับเฮ้าส์นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด แม้แต่คนใหญ่คนโตหลายคนที่เป็นลูกค้าประจำของที่นี่ยังต้องพูดจาให้เกียรติกับผู้จัดการของหลินจิงคลับเฮ้าส์
แค่ความยิ่งใหญ่ดังกล่าวก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่าชายหนุ่มคนนี้มีอิทธิพลมากขนาดไหน
ดังนั้นสองสาวที่สวมชุดกี่เพ้าจึงมองไปที่ดวงตาของหลี่เว่ยตงด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยม พวกเธอรู้ดีว่าตราบใดที่หลี่เว่ยตงตกหลุมรักหรือถูกใจพวกเธอ ชีวิตนี้ก็ไม่จำเป็นต้องคอยกังวลเรื่องความเป็นอยู่และเสื้อผ้าอีกต่อไป แม้ว่าพวกเธอจะยินดีที่จะถูกเลี้ยงไว้เป็นคนรักลับๆ แต่ถ้าได้เป็นคนรักอย่างเปิดเผยมันจะดีกว่ามาก
มือขาวเรียวของหญิงสาวทั้งสองนวดไหล่ของหลี่เว่ยตงเบาๆ หวังว่าจะทำให้หลี่เว่ยตงพึงพอใจ
ถ้าเป็นเวลาปกติหลี่เว่ยตงจะไม่สามารถทนต่อความสวยงามข้างกายได้เช่นนี้ เขาคงจะสนองความต้องการของพวกเธอทันทีที่นี่ และเขาก็เคยทำแบบนั้นมาหลายครั้งแล้ว
แต่วันนี้เขากลับไม่สนใจเรื่องพวกนี้ แม้ว่าหน้าตาและรูปร่างของหญิงสาวสองคนข้างๆเขาจะสวยงาม แต่เขานั้นมีเป้าหมายที่ดีกว่าในวันนี้ นั่นก็คือเซียวหยูซวน!
เมื่อเทียบกับเซียวหยูซวนแล้ว ผู้หญิงสองคนนี้ช่างเหมือนอยู่กันคนละโลก ถ้าเปรียบเซียวหยูซวนเหมือนไข่มุกที่แวววาวผู้หญิงสองคนนี้จะถือว่าเป็นเพียงก้อนหินบนชายหาดที่ไม่มีใครชายตาแล
โดยเฉพาะเสน่ห์ที่เย้ายวนและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดของเซียวหยูซวน มันเป็นอะไรที่ทำให้หลี่เว่ยตงรู้สึกหลงใหลและใฝ่หามาก เขาอยากได้เซียวหยูซวนตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ไม่มีโอกาส แต่ตอนนี้ด้วยความช่วยเหลือของผู้ชายเจ้าเล่ห์เหอตง วันนี้จึงเป็นวันที่เขาจะได้เซียวหยูซวนมาครอบครอง มันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก
หลี่เว่ยตงใจเย็นมาก เขาไม่กลัวเลยว่าเซียวหยูซวนจะหนีไป เพราะเขารู้ว่าเซียวหยูซวนเป็นผู้หญิงที่กตัญญูมาก ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องเฝ้าติดตามเธอเลย เขาแค่พุ่งเป้าไปที่ครอบครัวของเธอก็เพียงพอแล้ว
หลี่เว่ยตงเชื่อว่าเซียวหยูซวนจะไม่มีวันทิ้งครอบครัวของเธอและหนีไปคนเดียว ยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าพวกเขาคิดจะหนีไปจริงๆ พวกเขาจะหนีไปไหนได้?!
หลี่เว่ยตงยิ้มชั่วร้าย ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้หนีออกจากประเทศจีน พวกเขาก็ไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือของหลี่เว่ยตง!
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก!” ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามา!” หลี่เว่ยตงกล่าวเบาๆ
ประตูถูกเปิดออก และผู้หญิงหน้าตาสะสวยมีเสน่ห์ที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบเปิดเผยให้เห็นเรือนร่างบางส่วนก็เดินเข้ามา รองเท้าส้นสูงของเธอเหยียบย่ำลงบนพรหมนุ่มๆของห้องจัดเลี้ยง ท่าเดินของเธอช่างดูเย้ายวนน่าหลงใหล
เมื่อผู้หญิงคนนั้นเห็นหลี่เว่ยตง ดวงตาของเธอก็แสดงความยินดี เธอเดินเข้าไปเกาะแขนของหลี่เว่ยตงและพูดว่า “พี่ตง~ วันนี้เป็นวันเกิดของพี่ ลองทายสิว่า ฉันเตรียมอะไรไว้เป็นของขวัญวันเกิดให้กับพี่?”
“โอ้~! มันเป็นของขวัญแบบไหนล่ะ?” หลี่เว่ยตงถามด้วยรอยยิ้มกริ่ม และในขณะเดียวกันก็มีบางอย่างที่ทำให้รู้ว่าพวกเขาต่างมีความปรารถนาซึ่งกันและกัน มือของหลี่เว่ยตงโอบไปที่เอวของหญิงสาวพร้อมกับลูบขึ้นลูบลงเบาๆ
“แหมพี่ตง ของขวัญที่ดีที่สุดจากเยี่ยนซือ ก็ต้องเป็นตัวเยี่ยนซือเองไงล่ะ!” หญิงสาวนามว่าเยี่ยนซือกระซิบเบาๆที่ข้างหูของหลี่เว่ยตงและในขณะเดียวกันเธอก็เลียที่ใบหูของเขา ความหมายที่ยั่วยวนก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ทันใดนั้นร่างกายของหลี่เว่ยตงก็ร้อนรุ่ม เขาหัวเราะและตบบั้นท้ายอันอวบอิ่มของเยี่ยนซือสองครั้งด้วยมือใหญ่ๆของเขา “เด็กดีคืนนี้ไปรอฉันที่ห้องชั้นบนก่อนนะ ไว้ฉันจะขึ้นไปหาเธอ”
“แล้วพี่ตงจะมาหาฉันได้ยังไง ฉันได้ยินมาว่าวันนี้พี่ตงจะไปหาผู้หญิงคนอื่นไม่ใช่เหรอ?” เยี่ยนซือถามเหมือนไม่ได้ใส่ใจ แต่จริงๆแล้วภายในใจของเธอนั้นโกรธมาก เธอเคยได้ยินมาว่าหลี่เว่ยตงต้องการผู้หญิงคนนี้มานานแล้วและเขาก็ดูจะชื่นชอบเธอมากทีเดียว เยี่ยนซือจึงคิดว่าถ้าเธอปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นตกเป็นของหลี่เว่ยตงเข้าจริงๆ เธอคงจะไม่เป็นที่โปรดปรานเหมือนเดิม เพราะก่อนหน้านี้เยี่ยนซือนั้นเป็นผู้หญิงที่หลี่เว่ยตงชื่นชอบมากที่สุด
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่เว่ยตงหายไปทันทีและกล่าวว่า “เรื่องบางเรื่องไม่ต้องรู้ก็ได้ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไม่ว่าฉันจะมีผู้หญิงอีกกี่คน ฉันก็มีที่ว่างให้กับเธอเสมอ”
“พี่ตง พี่ก็รู้ว่าฉันชอบพี่มากขนาดไหน พอรู้ว่าพี่ชอบคนอื่นฉันก็อดไม่ได้ที่จะหึงจะหวง!” เยี่ยนซือพูดด้วยเสียงออดอ้อนพลางนั่งบนตักของหลี่เว่ยตง
“ฮ่าฮ่า~ ฉันรู้จักเธอดีหน่า” หลี่เว่ยตงเชยคางกลมมนของเยี่ยนซือ “เยี่ยนซือ ฉันจำได้ว่ารถของเธอขับมาครึ่งปีแล้วใช่มั้ย วันไหนว่างๆก็ไปที่โชว์รูมรถซักที่แล้วเลือกรถที่ชอบไว้ซักคัน ฉันจะส่งคนไปจ่ายเงินให้เธอทีหลัง”
เยี่ยนซือดีใจมาก “พี่ตง พี่น่ารักที่สุดเลย!”
หลี่เว่ยตงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แต่ผู้หญิงสองคนในชุดกี่เพ้าข้างๆเขาต่างสาปแช่งเยี่ยนซืออยู่ในใจ
เดิมทีเยี่ยนซือก็เป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ในคลับแห่งนี้เช่นเดียวกันกับพวกเธอ แต่เนื่องจากหลี่เว่ยตงถูกใจเธอ จากนกกระจอกตอนนี้เธอเลยกลายร่างเป็นนกฟีนิกส์ และถึงกับมองว่าตัวเองเป็นพนักงานต้อนรับในคลับนี้ และเธอก็เอาแต่เรียกใช้คนอื่นแทบตลอดทั้งวัน
อย่างไรก็ตามพวกเธอก็ไม่กล้าขัดขืนแม้แต่น้อย เพราะระบบการจัดการกับผู้หญิงที่ไม่เชื่อฟังในหลินจิงคลับเฮ้าส์นั้นไม่ง่ายเหมือนกับการไล่ออกแต่เป็นการทุบตีทำร้ายร่างกายจากอันธพาลที่คอยดูแลหลินจิงคลับเฮ้าส์ แค่ได้ยินว่าพวกเธอจะโดนอะไรบ้างมันก็มากพอที่จะทำให้ผู้หญิงอย่างพวกเธอต้องฝันร้าย
นอกจากนี้สาวๆที่ทำงานอยู่ที่นี่ต่างมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือพวกเธออยากจะร่ำรวย ดังนั้นเมื่อพวกเธอได้มาทำงานที่นี่แล้วพวกเธอจะไม่ยอมจากไปอย่างง่ายๆ พวกเธอจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ และหวังว่าซักวันจะได้รับการเลี้ยงดูจากหลี่เว่ยตงหรือคนอื่นๆที่เป็นใหญ่คนโตที่มาที่หลินจิงคลับเฮ้าส์แห่งนี้ และเมื่อวันนั้นมาถึงก็จะเป็นวันที่พวกเธอจะได้ทะยานสู่ท้องฟ้าจริงๆ
“ก๊อก ก๊อก!”
ในขณะนี้ประตูห้องจัดเลี้ยงได้ถูกเคาะอีกครั้ง
คิ้วของหลี่เว่ยตงขมวดเล็กน้อย “เข้ามา!”
เมื่อสิ้นเสียงของหลี่เว่ยตง ก็มีชายคนหนึ่งโผล่หัวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มประจบประแจงบนใบหน้าของเขา เขาคือเหอตง!
“คุณชายหลี่ ผมจัดการตามคำสั่งของคุณ และเมื่อครู่ผมได้โทรหาเซียวหยูซวนเรียบร้อยแล้วและเธอบอกว่าเธอจะมาอย่างแน่นอน!” เหอตงยิ้ม
“ดีๆ คุณทำได้ดีมาก! ผมจะไม่ลืม!” หลี่เว่ยตงพยักหน้าและยิ้ม
ทันใดนั้นเหอตงรู้สึกเหมือนโชคกำลังจะเข้าข้าง เขารู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นได้เขาจึงพูดขึ้นอย่างรีบร้อน “ขอบคุณคุณชายหลี่มากที่มอบความไว้วางใจและให้โอกาสนี้กับผม ผมจะทำให้เรื่องนี้มันง่ายขึ้นอย่างแน่นอน เพียงแต่...”
“เพียงแต่อะไร!” ไม่ทันที่หลี่เว่ยตงจะได้พูด แต่คนที่พูดขึ้นมาก่อนคือผู้หญิงที่มีเสน่ห์ที่นั่งอยู่บนตักของเขา
เยี่ยนซือเป็นคนใจร้อนมาก โดยเฉพาะเมื่อครู่นี้เธอกำลังคุยอยู่กับหลี่เว่ยตง แต่จู่ๆชายที่เหมือนกับสุนัขที่พร้อมจะเลียแข้งเลียขาคนนี้ก็เดินเข้ามาขัดจังหวะ ซึ่งมันทำให้เธอหงุดหงิด
“เยี่ยนซือพูดถูก แค่อะไร? คุณมีอะไรก็พูดมาได้เลย อย่ามัวแต่ลังเล!” หลี่เว่ยตงพูดกับเหอตงพร้อมกับลูบไปที่สะโพกกลมกลึงของเยี่ยนซือ
“คนบ้า!” เยี่ยนซือที่นั่งบนตักของหลี่เว่ยตงบิดเอวด้วยท่าทีเขินอายเล็กน้อย แต่ใบหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์
โคตรแจ่มเลย~!
เหอตงมองไปที่เยี่ยนซือและอดไม่ได้ที่จะอุทานในใจพร้อมกับกลืนน้ำลายของเขาอย่างลับๆ แน่นอนว่าเขาไม่กล้าแสดงอาการอะไรออกมา เขารีบดึงสติและพูดด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมว่า “คุณชายหลี่ ตอนที่เซียวหยูซวนรับโทรศัพท์ ผมได้ยินเสียงผู้ชาย และผู้ชายคนนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นจี้เฟิงที่เคยตามจีบเซียวหยูซวนที่หมางซือมาก่อน”
“จี้เฟิง?!” หลี่เว่ยตงขมวดคิ้ว “เขามาจากตระกูลจี้?!”
“ไม่มีทางแน่นอนครับ!” เหอตงรีบส่ายหัวทันทีและกล่าวว่า “คุณชายหลี่ เท่าที่ผมทราบมา จี้เฟิงคนนี้เป็นเพียงเด็กยากจนที่เติบโตมาในย่านชนบทอย่างหมางซือ ครอบครัวของเขามีอาชีพขายผัก แต่เซียวหยูซวนเธอเคยเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมปลายหมางซือเป็นเวลาหลายเดือน และดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ผมจึงกลัวว่าเขาจะตามเธอมาที่นี่ในวันนี้ด้วย คุณชายหลี่คุณควรเตรียมการรับมือบางอย่างเอาไว้จะดีกว่านะครับ!”
“จะต้องเตรียมการอะไร?!” ใบหน้าของหลี่เว่ยตงดุดันขึ้นมาทันที “ในเมื่อมันไม่ได้มาจากตระกูลจี้ ก็รอให้มันเข้ามา และเมื่อมันได้พบกับความอับอาย ก็แค่ให้คนของฉันโยนมันออกไป!”
“คุณชายหลี่พูดถูก!” เหอตงพยักหน้าทันทีและรีบถอยออกมาอย่างรวดเร็ว
…จบบทที่ 165~❤️