เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 164 หญิงสาวแปลกหน้ากับชุดบิกินี่

บทที่ 164 หญิงสาวแปลกหน้ากับชุดบิกินี่

บทที่ 164 หญิงสาวแปลกหน้ากับชุดบิกินี่


บทที่ 164 หญิงสาวแปลกหน้ากับชุดบิกินี่

“เฮ้อ~”

จี้เฟิงหาว เขาลุกขึ้นยืนและขยับตัวเล็กน้อย

“พี่สาวหยูซวน คุณอาศัยอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้คุณไม่กลัวตอนกลางคืนเหรอ?” จี้เฟิงถามอย่างไม่เป็นทางการ

“ใครบอกเธอว่าฉันอยู่คนเดียว มีผู้หญิงอีกคนที่อาศัยอยู่กับฉันที่นี่เธอเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สหพันธ์มหาวิทยาลัยนี่แหละและเธอก็สวยมากด้วย!” เซียวหยูซวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“แต่ผมว่าพี่สาวหยูซวนสวยกว่า” จี้เฟิงพูดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“เด็กบ้า!” เซียวหยูซวนหน้าแดงและเธอก็อดไม่ได้ที่จะหลบตาจี้เฟิง

จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อยเขาเดินกลับมาในห้องและมองไปรอบๆห้อง

“เอ๋?” สายตาของจี้เฟิงไปหยุดตรงราวตากผ้าที่ระเบียงด้านนอกและเขาก็ชะงัก เขาพบว่าเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ที่ราวตรงระเบียงมีชุดชั้นในผู้หญิงและมันเป็นชุดชั้นในตัวเล็กที่มีเพียงแถบผ้าชิ้นเล็กๆเท่านั้น

มันคือชุดชั้นในแบบเซ็กซี่!

คำๆนี้ปรากฏขึ้นในความคิดของจี้เฟิงทันที เขาอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองที่เซียวหยูซวนด้วยความประหลาดใจ และได้แต่พูดกับตัวเองในใจว่า เซียวหยูซวนนั้นเหมาะกับชุดชั้นในแบบนี้จริงๆ

เพียงแค่เขาจินตนาการรูปร่างของเซียวหยูซวนที่อยู่ในชุดชั้นในเซ็กซี่มันก็ทำให้หัวใจของจี้เฟิงร้อนรุ่มขึ้นมาทันที แม้กระทั่งร่างกายของเขาก็มีปฏิกิริยาตอบสนองเช่นกัน

“ว้าย!”

เมื่อเซียวหยูซวนหันมาเห็นและพบว่าตอนนี้สายตาของจี้เฟิงกำลังมองไปที่ไหน เธอก็กรีดร้องอย่างเขินอาย

“เด็กบ้า อย่ามองนะ!” เซียวหยูซวนรีบลุกขึ้นยืนและไปดึงผ้าม่านตรงหน้าต่างระเบียงปิดอย่างรวดเร็ว เมื่อแสงเพียงอย่างเดียวที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างถูกปิดด้วยผ้าม่าน ทั้งห้องก็จมสู่ความมืดทันที มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของเซียวหยูซวนที่ยังคงส่งเสียง

ทันใดนั้นบรรยากาศภายในห้องก็ดูคลุมเครือเล็กน้อย เมื่อจี้เฟิงเห็นปฏิกิริยาของเซียวหยูซวน เขาก็แน่ใจว่าเสื้อผ้าและชุดชั้นในที่ตากอยู่ตรงระเบียงตัวนี้ต้องเป็นของเธอ ไม่น่าใช่ของเพื่อนร่วมที่พักของเธออย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเซียวหยูซวนจะไม่ออกอาการเขินอายขนาดนี้

อันที่จริงการคาดเดาของจี้เฟิงนั้นค่อนข้างถูกต้อง เสื้อผ้าและชุดชั้นในเหล่านั้นเป็นของเซียวหยูซวน แต่มีอีกอย่างที่จี้เฟิงไม่รู้นั่นคือ โดยปกติแล้วเซียวหยูซวนจะเป็นคนขี้อายมากกับการ เลือกใส่เสื้อผ้าและชุดชั้นในที่ดูเซ็กซี่เหล่านี้ แต่ผู้หญิงที่อาศัยอยู่ร่วมบ้านพักเดียวกันกับเธอ ไม่ได้เป็นเพียงผู้ร่วมอาศัยแต่เป็นเพื่อนของเธอด้วย เธอเป็นผู้หญิงที่หัวสมัยใหม่และชอบความตื่นเต้น ด้วยการยุยงของเธอจึงทำให้เซียวหยูซวนลองซื้อชุดชั้นในที่ดูยั่วยวนเหล่านั้น

แม้ว่าเธอจะตัดสินใจซื้อแต่เธอก็ยังเขินอายอยู่ดี ดังนั้นเมื่อตอนที่เซียวหยูซวนซื้อเสื้อผ้าเหล่านี้เธอจึงใช้วิธีโทรไปที่ร้านค้าโดยตรงไม่ได้เข้าไปเลือกซื้อในร้าน

เวลาที่เธออยู่ในห้องนอน บางครั้งหลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จ เธอจะลองหยิบชุดชั้นในเซ็กซี่เหล่านี้เพื่อมาลอง เธอได้สัมผัสกับความรู้สึก ที่แตกต่างไปจากชีวิตเดิมๆก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามเธอไม่เคยสวมใส่มันออกไปข้างนอกจริงๆเลย แม้ว่าจะมีเสื้อผ้าชั้นนอกปกปิดอยู่ก็ตาม แต่เธอยังคงรู้สึกอายที่จะต้องสวมใส่มันออกไปข้างนอกอยู่ดี

แต่ตอนนี้จี้เฟิงได้เห็นแล้วว่าชุดชั้นในพวกนี้ทำให้เซียวหยูซวนเขินอายมากแค่ไหน

“ลืมทุกสิ่งที่เธอเห็นในวันนี้ให้หมด!” ในห้องที่มีเพียงแสงสลัว ดวงตาที่เป็นประกายของจี้เฟิงส่องแสงแวววาว มันทำให้หัวใจของเซียวหยูซวนกระวนกระวายเล็กน้อยและเธอก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิจี้เฟิงด้วยเสียงที่ดัง อย่างไรก็ตามเธอไม่รู้สึกว่าเธอนั้นหยาบคายเกินไป

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ “พี่สาวหยูซวน ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำตามคำขอไม่ได้ โดยปกติแล้วผมไม่ใช่คนที่มีข้อดีอะไร แต่ถ้าเป็นเรื่องความทรงจำผมคงช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะสิ่งที่ผมได้เห็นไปแล้วผมไม่เคยลืม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่...”

เขายังพูดไม่ทันจบก็ถูกเซียวหยูซวนพูดขัดจังหวะ “เจ้าเด็กบ้า เธอยังจะพูดอย่างนี้อีกเหรอ!”

เซียวหยูซวนกระทืบเท้าด้วยความโกรธ แต่เธอก็รู้สึกอับอายมากเช่นกัน

จี้เฟิงยิ้ม “พี่สาวหยูซวน ผมไม่อยากเป็นคนโกหก แต่ผมไม่ใช่คนขี้ลืม”

จี้เฟิงจะลืมภาพที่หายากเช่นนี้ได้อย่างไร

เมื่อนึกถึงเรือนร่างที่มีเสน่ห์ของเซียวหยูซวนในชุดชั้นในเร้าอารมณ์นั้น จี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะหายใจหอบถี่ขึ้นเล็กน้อย

เมื่อเซียวหยูซวนรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของจี้เฟิง ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำ แม้ว่าแสงไฟจะสลัวแต่ก็เห็นได้ชัด หัวใจของเธอเต้นแรงมากขึ้น ตอนนี้เธอแทบจะไม่กล้ามองไปทางที่จี้เฟิงอยู่

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก!”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น และทั้งสองคนก็สะดุ้งพร้อมกันราวกับว่าพวกเขากำลังทำความผิดอะไรอยู่

เซียวหยูซวนรีบลุกขึ้นยืนและพูดด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน “จี้เฟิงเธอนั่งลงดีๆ ฉันจะไปเปิดประตู ฉันคิดว่าเพื่อนฉันน่าจะกลับมาแล้ว ดังนั้นห้ามพูดจาอะไรไร้สาระเด็ดขาด!”

“อ่า..”

จี้เฟิงตกตะลึงเขาพยักหน้าและนั่งลงตามคำสั่งของเซียวหยูซวนทันที สายตาของเขากวาดไปทั่วห้อง และหยุดมองไปที่ผ้าม่านที่ยาวตั้งแต่เพดานจรดพื้นห้อง ซึ่งตอนนี้มันถูกลากมาปิดหน้าต่างของระเบียงอย่างมิดชิด แล้วยังมีผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ในห้องกันสองต่อสองอีก... เกรงว่าไม่ว่าใครที่บังเอิญมาเห็นฉากนี้เข้าจะต้องคิดไปถึงเรื่องนั้นอย่างแน่นอน

แต่ตอนนี้แม้ว่าจี้เฟิงอยากจะลุกขึ้นไปเปิดผ้าม่าน แต่ก็ดูเหมือนจะสายเกินไปเพราะเซียวหยูซวนได้เปิดประตูแล้ว และมีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา

ในขณะที่เดินเข้ามานั้นปากของเธอก็บ่นพึมพำ “โอ๊ย อากาศร้อนแบบนี้มันทำให้ฉันตายได้เลยนะเนี่ย อยากจะรู้นักว่ามีแต่ที่เจียงโจวหรือเปล่าที่ร้อนขนาดนี้!”

เสียงของหญิงสาวคนนี้เป็นเสียงคมชัดและไพเราะ ทันใดนั้นก็มีประโยคหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของจี้เฟิง “เสียงของเธอช่างเหมือนกับลูกปัดขนาดเล็กตกลงบนแผ่นหยก!”

แค่ฟังเสียงก็รู้ได้เลยว่าหญิงสาวคนนี้ต้องสวยมากอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามมีสิ่งที่ทำให้จี้เฟิงต้องตกตะลึงในเวลาต่อมาคือหญิงสาวเหมือนจะมองไม่เห็นเขาเลย เธอเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นและถอดเสื้อออกทันที เหลือเพียงเสื้อชั้นในตัวเล็กและทันทีที่ถอดเสื้อเสร็จเธอก็ถอดกางเกงขาสั้น ที่สวมอยู่บนร่างกายส่วนล่างของเธออีกชิ้นและทันใดนั้นเธอก็เหลือเพียงบิกินี่

“เอ้ย! เสี่ยวหลิง!” เซียวหยูซวนตกใจและรีบตะโกน “รีบเข้าไปในห้องเดี๋ยวนี้เลย!”

“อะไรอ่ะ ทำไมต้องให้ฉันเข้าไปในห้อง!” หญิงสาวที่ชื่อเสี่ยวหลิงส่ายหัวเธอพูดพร้อมกับยิ้มน้อยๆ “หยูซวนเธอจะหัวโบราณเกินไปแล้ว ทีผู้ชายยังใส่แค่กางเกงตัวเดียวอยู่บ้านได้เลย เวลาอากาศร้อนแบบนี้ผู้หญิงอย่างเราต้องใส่ทั้งชุดชั้นในทั้งชุดนอกอีก นี่อยู่บ้านแท้ๆทำไมถึงจะใส่แต่ชุดชั้นในอยู่บ้านในวันที่อากาศร้อนบ้างไม่ได้ แบบนี้ก็เสียเปรียบแย่น่ะสิ!”

“คือ.. มันเป็นเพราะ..” เซียวหยูซวนพูดตะกุกตะกัก ไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายตรงไหนดี

เสี่ยวหลิงหัวเราะคิกคัก “หยูซวน เธอได้ใส่ชุดชั้นในเซ็กซี่ที่ฉันบอกให้เธอซื้อรึเปล่า หืม? เธอปิดม่านทำไมเนี่ย? เธอทำอะไรอยู่ก่อนฉันกลับมา...”

หลังจากคำพูดของเธอหยุดลงกลางคัน ดวงตาคู่สวยของเสี่ยวหลิงก็เบิกกว้างขึ้นพร้อมกับจ้องมองร่างที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและทันใดนั้นเธอก็กรีดร้อง “ว้ายยยย!”

จู่ๆก็เหมือนมีลมกระโชก เสี่ยวหลิงพุ่งเข้าห้องนอนของเธอทันที เธอปิดประตูดังปังและกรีดร้องลั่นอยู่ในห้อง “ให้ตายเถอะ! หยูซวนทำไมถึงมีคนอื่นอยู่ในบ้านเรา? เขาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง?”

เซียวหยูซวนทั้งตลกทั้งอาย เธอจ้องมองไปที่จี้เฟิงที่เวลานี้ก็ตกตะลึงอยู่เช่นกันจากนั้นเธอก็รีบวิ่งไปที่ประตูห้องของเสี่ยวหลิง

“ก๊อก ก๊อก!” เซียวหยูซวนเคาะประตูแล้วพูดว่า “เสี่ยวหลิงนี่ฉันเอง”

ประตูถูกเปิดออกและเซียวหยูซวนก็เดินเข้าไป

“ปัง!” ประตูถูกปิดลงอีกครั้งอย่างรุนแรง

เมื่อมองไปที่ประตูที่ปิดอยู่ ใบหน้าของจี้เฟิงก็แสดงรอยยิ้มที่อึดอัดใจ แต่ตอนนี้จิตใจของเขาไม่สามารถลืมภาพของผู้หญิงที่ชื่อเสี่ยวหลิงที่ถอดเสื้อผ้าจนเหลือแต่ชุดชั้นในได้ เธอมีขาที่ยาวเรียวและหุ่นที่สมบูรณ์แบบ จี้เฟิงจึงเกิดปฏิกิริยาโดยธรรมชาติของผู้ชาย

และภาพนี้ก็จะไม่มีวันลบออกได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมันก็จะอยู่ในหัวของเขา

“ฟู่~”

จี้เฟิงผ่อนลมหายใจออกช้าๆ แต่มันก็แทบไม่ช่วยให้เขาสงบลงเลย เขามองไปที่น้องชายคนเล็กของเขาที่อยู่ตรงส่วนล่าง เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้มแห้งๆ “ดูเหมือนจะแย่แฮะ!”

ทำไมเขาถึงได้มีปฏิกิริยากับหญิงสาวที่ไม่เคยพบเจอกันมาก่อน?  เขารู้สึกละอายใจต่อถงเล่ยและเซียวหยูซวน แม้ว่าเขาและเซียวหยูซวนจะไม่ได้มีสถานะความสัมพันธ์ที่พูดออกมาอย่างชัดเจน แต่ในใจของเขาก็คิดกับเซียวหยูซวนไม่ต่างจากถงเล่ย

และจี้เฟิงก็รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเซียวหยูซวนมันมีอะไรลึกซึ้งมากกว่าเพื่อนอย่างแน่นอน

ในความเป็นจริงจี้เฟิงไม่รู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ด้วยวัยของเขามันเป็นปกติที่ร่างกายของเขาจะตอบสนองต่อสิ่งเร้า โดยเฉพาะกับการที่เห็นหญิงสาวค่อยๆถอดเสื้อผ้าจนเหลือแต่ชุดชั้นใน แถมเธอยังเป็นหญิงสาวที่สวยและหุ่นดีมากเสียด้วย!

จี้เฟิงมองไปที่ประตูที่เวลานี้ถูกปิดอยู่อีกครั้ง เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้มอย่างขมขื่น ดูเหมือนว่าหญิงสาวที่ชื่อเสี่ยวหลิงจะต้องเกลียดเขามากแน่ๆ ที่จี้เฟิงดันไปเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นอย่างไม่มีเหตุผล

จี้เฟิงนึกถึงคำพูดของเสี่ยวหลิงเมื่อตอนที่เธอเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น จี้เฟิงก็ต้องถอนหายใจอีกครั้ง ช่างเป็นผู้หญิงที่ใจกล้าจริงๆ ถ้าไม่ได้ฟังเนื้อหาที่เธอพูด แล้วฟังแต่เสียง ก็คงจะนึกไม่ออกว่าด้วยน้ำเสียงเช่นนี้เธอสามารถพูดเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไม่แยแสได้อย่างไร

ดูเหมือนจะมีเสียงพูดคุยเบาๆอยู่ในห้องของเสี่ยวหลิง ด้วยพลังหูของจี้เฟิงมันทำให้เขาสามารถได้ยินมันอย่างชัดเจน แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ฟังเสียงในห้องนั้น เช่นเดียวกันกับสายตาของเขาที่สามารถมองทะลุกำแพงเข้าไปได้ เขาไม่คุ้นเคยกับการทำเช่นนั้น

ยิ่งไปกว่านั้นจี้เฟิงไม่ต้องการแอบฟังการสนทนาของคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ แม้จะใช้เพียงส้นเท้าคิดจี้เฟิงก็รู้ได้ว่าหญิงสาวที่ชื่อเสี่ยวหลิงจะต้องอับอายและก่นด่าสาปแช่งเขาอยู่อย่างแน่นอน แล้วทำไมเขาถึงต้องอยากฟังคนอื่นก่นด่าตัวเองด้วย?

ดังนั้นเมื่อจี้เฟิงมองไปที่ประตูที่ปิดอยู่เขาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว หลังจากคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่งจี้เฟิงก็หยิบกระดาษออกมาจากกระเป๋าของเขาแผ่นหนึ่งและเขียนหมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่อาศัยของเขาไว้ให้เซียวหยูซวน แล้วบอกกับเธอว่าก่อนเวลางานวันเกิดของหลี่เว่ยตงจะเริ่มขึ้น เขาจะมารับเธอที่นี่

หากเขายังอยู่ที่นี่จะทำให้สถานการณ์ยิ่งน่าอึดอัด มันจึงเป็นการดีกว่าที่เขาจะจากไป

เมื่อเขาเดินออกจากอะพาร์ตเมนต์ของเซียวหยูซวน จี้เฟิงก็มองไปที่ท้องฟ้า ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาบ่ายโมงครึ่งได้ ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่ร้อนที่สุดของวัน พื้นได้ดูดซับความร้อนมาตลอดทั้งวันและตอนนี้ความร้อนทุกอย่างก็ถูกปล่อยออกมาและมันแทบจะทำให้ผิวของคนไหม้ได้

จี้เฟิงหายใจเข้าลึกๆและคลื่นความร้อนก็ซัดเข้าที่ใบหน้าของเขาทันที ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกาย เขาไม่กลัวความร้อนเพียงเท่านี้อยู่แล้ว เพียงแต่มันทำให้เขารู้สึกอึดอัด

เข้ามองย้อนกลับไปที่อะพาร์ตเมนต์ของเซียวหยูซวนอีกครั้ง เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้มเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้

………

หลังจากนั้นจี้เฟิงก็กลับไปที่หอพักของเขาและเปิดพัดลมที่ส่งเสียงดังมากกว่าแรงลมที่ถูกส่งออกมา เขาถอนหายใจและคิดว่ามาตรฐานที่ปฏิบัติต่อนักเรียนและอาจารย์ช่างแตกต่างกัน อะพาร์ตเมนต์ของเซียวหยูซวนมีเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความร้อนไว้อย่างครบครัน ในฤดูร้อนก็จะเย็นสบาย ในฤดูหนาวก็จะมีเครื่องทำความร้อนอย่างอบอุ่น

อย่างไรก็ตามหอพักของนักศึกษานี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

ที่นี่มีเพียงพัดลมหนึ่งตัวและดูเหมือนว่ามันจะถูกทิ้งไว้โดยนักศึกษาคนก่อนๆ เมื่อเขาหันไปมองพัดลมที่ส่งเสียงหึ่งๆ จี้เฟิงก็สงสัยว่าถ้าเขาไม่ได้เข้าไปในจิตสำนึกของเขาทุกคืนเพื่อรับการฝึกฝนจากสมอง เขาจะสามารถหลับภายใต้เสียงที่ดังแบบนี้ได้ไหม!

หึ!

จี้เฟิงส่ายหัวและกล่าวว่า “มันเปรียบเทียบกันไม่ได้จริงๆ ทางมหาวิทยาลัยให้เงินเดือนและให้การปฏิบัติที่ดีแก่พวกเขา แต่จะมีซักกี่คนที่ทำตัวสมกับคำว่าครู!”

ต้องบอกว่าครูในปัจจุบันเป็นอะไรที่น่าเป็นห่วงจริงๆ ทางสถานศึกษามักจะมีผลิตภัณฑ์บางอย่าง แล้วถ้านักเรียนนักศึกษาคนไหนไม่ซื้อ ครูเหล่านั้นก็จะปฏิบัติตัวสองมาตรฐานอย่างชัดเจน เรื่องอะไรแบบนี้มันมีมานับไม่ถ้วนจริงๆ!

ดังนั้นจี้เฟิงจึงไม่ได้รู้สึกเคารพครูอาจารย์มากนัก เพราะเขารู้สึกว่าคนเหล่านี้ทำงานแลกเงิน และเขาก็เป็นคนที่ให้เงินกับสถานศึกษาเพื่อแลกกับการเรียนรู้สิ่งต่างๆจากพวกเขาเท่านั้น

นี่ก็เหมือนกับการเอาเงินไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตและเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตก็ได้เงินมา และครูเหล่านั้นก็เทียบเท่ากับพนักงานในซูเปอร์มาร์เก็ต ที่เจ้าของจ่ายเงินค่าจ้างให้พวกเขาและก็ปล่อยให้พวกเขาทำหน้าที่ มันก็แค่นั้นแหละ!

จี้เฟิงส่ายหัวเล็กน้อยและโยนความคิดเลอะเทอะเหล่านี้ออกไปจากหัวของเขา เขานอนอยู่บนเตียงเงียบๆโดยมีพัดลมที่ยังคงส่งเสียงดังทำงานอยู่ และทันใดนั้นหญิงสาวที่ชื่อเสี่ยวหลิงก็ปรากฏตัวขึ้นในความคิดของเขา ร่างกายของเธอในชุดชั้นในที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด....

…จบบทที่ 164~❤️

จบบทที่ บทที่ 164 หญิงสาวแปลกหน้ากับชุดบิกินี่

คัดลอกลิงก์แล้ว