เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 159 พบกันอีกครั้ง

บทที่ 159 พบกันอีกครั้ง

บทที่ 159 พบกันอีกครั้ง


บทที่ 159 พบกันอีกครั้ง

จี้เฟิงนอนลงบนเตียงและตั้งสมาธิเพื่อเข้าสู่จิตใต้สำนึกของเขาอีกครั้ง

“คุณสมอง!” จี้เฟิงตะโกนเรียกในใจ

“มาสเตอร์ มีอะไรให้สมองช่วยหรือเปล่าครับ” เสียงของสมองหมายเลข 1 ดังขึ้น จากนั้นลูกบอลแสงก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าจี้เฟิงทันที มันคือสมองหมายเลข 1

“ยิมนาสติกชุดที่สองที่คุณสอนผมเมื่อคืนนี้ความจริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ ทำไมจู่ๆความแข็งแกร่งของผมถึงได้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลขนาดนั้น ผมเพิ่งจะฝึกไปได้แค่คืนเดียว และแม้แต่โต๊ะหินก็พังลงอย่างง่ายด้วยหมัดเปล่าๆของผม!”

สมองหมายเลข 1 พูดว่า “นี่เป็นเรื่องปกติครับมาสเตอร์ เนื่องจากบนดาวโลกมีแรงโน้มถ่วงค่อนข้างต่ำ ดังนั้นความหนาแน่นของหินจึงน้อยกว่าในกาแล็กซีแกมมาซึ่งส่งผลให้เกิดความแตกต่างกันอย่างมากและนอกจากนี้มาสเตอร์ได้ดูดซับพลังงานจากภายนอกนั่นคือเหตุผลที่ทำให้มาสเตอร์รู้สึกว่ามีพลังเพิ่มมากขึ้น”

“ห๊ะ? คุณกำลังพูดเรื่องอะไรเนี่ย!”

จี้เฟิงชะงักเล็กน้อย เขารู้สึกโกรธและสับสน “คุณเพิ่งบอกว่า เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกต่ำกว่าของกาแล็กซีแกมมา จึงทำให้ความหนาแน่นของหินที่โลกนั้นต่ำกว่าด้วย?”

“ถูกต้องครับมาสเตอร์” สมองหมายเลข 1 ตอบ

“แล้วมนุษย์ล่ะ ความหนาแน่นของเซลล์ในร่างกายมนุษย์เท่ากันหรือเปล่า?” จี้เฟิงถามอีกครั้ง

“ครับมาสเตอร์” สมองหมายเลข 1 กล่าว

“คุณแน่ใจนะ” จี้เฟิงยังคงรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ เนื่องจากสภาพแวดล้อมมีความแตกต่างกันมาก มันจึงเป็นเรื่องแปลกหากมนุษย์ในกาแล็กซีแกมมาจะเหมือนกับมนุษย์บนโลก

“แน่ใจครับมาสเตอร์ สมองอยากให้มาสเตอร์มั่นใจในเรื่องนี้” สมองหมายเลข 1 กล่าว “มีเพียงเรื่องของสภาพแวดล้อมภายนอกที่แตกต่างกัน จึงทำให้มนุษย์ในกาแล็กซีแกมมาและมนุษย์บนดาวโลกได้รับผลกระทบที่แตกต่างกันเมื่อทำการปฏิบัติยิมนาสติกชุดที่สองและชุดต่อๆไป”

“แล้วอะไรคือผลของความแตกต่างพวกนั้น?” จี้เฟิงถามอย่างรีบร้อน

สมองหมายเลข 1 กล่าวว่า “สิ่งที่ได้จากการฝึกชุดยิมนาสติกเหล่านั้นของมนุษย์ในกาแล็กซีแกมมามาสเตอร์ก็ได้เห็นทักษะพิเศษเหล่านั้นในม่านแสงแล้ว ส่วนทักษะพิเศษของมนุษย์บนโลกจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับพัฒนาการของตัวโฮสผู้ฝึกชุดยิมนาสติกเอง”

“อะไรวะเนี่ย!”

จี้เฟิงรู้สึกโกรธมาก เขาไม่คิดว่ารายละเอียดที่สำคัญเช่นนี้สมองหมายเลข 1 จะไม่บอกเขาทั้งหมด แต่ก็ว่าได้ไม่เต็มปากเพราะสิ่งที่สมองหมายเลข 1 บอกนั้นเป็นความจริงทั้งหมด เรื่องที่เขาบอกว่ามนุษย์ของกาแล็กซีแกมมาเหมือนกับมนุษย์บนโลกก็น่าจะเป็นเรื่องจริง เพียงแต่เขาไม่ได้บอกถึงปัจจัยอื่นๆที่ทำให้เกิดความแตกต่างและมันยังเป็นความแตกต่างของสภาพแวดล้อมที่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก! แค่! นั้น! เอง!

หลังจากโกรธอยู่สักพักจี้เฟิงก็ได้แต่ทำใจและยอมรับสภาพ เขาจะโกรธปัญญาประดิษฐ์ไปให้มันได้อะไร?

หลังจากที่จี้เฟิงสงบลงเขาก็ถามต่อ “แล้วจากข้อมูลที่คุณมีพอจะบอกได้หรือไม่ว่าสิ่งแวดล้อมภายนอกของโลกกับกาแล็กซีแกมมาแตกต่างกันมากแค่ไหน แล้วมันจะส่งผลอย่างไรถ้าผมฝึกชุดยิมนาสติกเหล่านี้ไปเรื่อยๆ?”

สมองหมายเลข 1 ส่ายหัวทันทีและกล่าวว่า “มาสเตอร์ ต้องขออภัยด้วยที่ก่อนหน้านี้สมองอธิบายไม่ละเอียด นอกเหนือจากแรงโน้มถ่วงบนดาวโลกมีมากกว่ากาแล็กซีแกมมาแล้ว ก็มีพลังงานจากสิ่งแวดล้อมภายนอกที่หนาแน่นกว่ามากด้วยเช่นกัน แต่มาสเตอร์ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะหลังจากที่มาสเตอร์ฝึกฝนยิมนาสติกชุดแรกอย่างเชี่ยวชาญแล้วไม่เพียงแต่ร่างกายของมาสเตอร์จะแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพละกำลังที่มากขึ้นแล้ว แต่มาสเตอร์ก็ยังไม่เคยได้รับผลข้างเคียงที่ไม่ดีเลยใช่หรือไม่?”

จี้เฟิงอึ้งไปชั่วขณะและหลังจากคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วมันก็เป็นอย่างที่สมองหมายเลข 1 พูดจริงๆ หลังจากที่เขาฝึกยิมนาสติกชุดแรกมันก็ไม่มีผลร้ายใดๆกับเขาเลย แถมทักษะการต่อสู้และพละกำลังของเขาก็เพิ่มขึ้นมาก อย่างน้อยหากเปรียบเทียบเขากับมนุษย์ธรรมดาทั่วไปเขาก็มั่นใจว่าเขานั้นอยู่ในระดับปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้อย่างแน่นอน

“เอ๊ะ! ที่บอกว่าพลังภายนอกหนาแน่นกว่านี่... คุณหมายถึงยังไง?” จี้เฟิงถามอีกครั้ง

สมองหมายเลข 1 กล่าวว่า “มาสเตอร์ จากการตรวจจับของระบบ สมองพบว่าพลังงานที่มีอยู่ในอากาศบนโลกมีมากกว่าดาวเคราะห์ใดๆในกาแล็กซีแกมมา ดังนั้นเมื่อมาสเตอร์ฝึกปฏิบัติการยิมนาสติกชุดที่สอง ชั้นหมอกจากภายนอกคือสิ่งที่ร่างกายมาสเตอร์ดูดซับเข้าไปและกลายเป็นพลังงาน”

จี้เฟิงเริ่มเข้าใจมากขึ้นและถามเพิ่มเติมว่า “งั้นสิ่งที่คุณพูดก็หมายความว่า พลังงานบนโลกนั้นแข็งแกร่งมาก ดังนั้นผลจากการฝึกการเคลื่อนไหวชุดยิมนาสติกจะดีกว่าอยู่ในกาแล็กซีแกมมา และถ้าผมฝึกไปจนถึงขั้นสุดท้ายจนสำเร็จ ผมก็จะแข็งแกร่งกว่าผู้ชายสองคนที่อยู่ในวิดีโอที่คุณฉายให้ผมดูใช่มั้ย?”

“ตามทฤษฎีแล้วเป็นเช่นนั้นครับมาสเตอร์!” สมองหมายเลข 1 ตอบ

“เฮ้อ~” จี้เฟิงรู้สึกโล่งใจ ในที่สุดแล้วดูเหมือนว่าสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไม่น่าจะมีอิทธิพลต่อการฝึกฝนมากนักท่าทางการเคลื่อนไหวเหล่านี้ และผลที่ได้จะแตกต่างกันหรือไม่ก็ต่อเมื่อเขาได้ลองฝึกไปจนถึงขั้นสุดท้าย

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้จี้เฟิงโล่งใจมากที่สุดก็คือเรื่องที่ร่างกายของมนุษย์ในกาแล็กซีแกมมาและร่างกายของมนุษย์บนโลกนั้นเหมือนกัน และไม่ว่าผลของการฝึกจะเป็นอย่างไรตราบใดที่ไม่เกิดเรื่องผิดปกติกับตัวเขามันก็ไม่ใช่ปัญหา

“เดี๋ยวนะ!” จู่ๆจี้เฟิงก็พูดขึ้น “เมื่อผมฝึกฝนท่าทางการเคลื่อนไหวยิมนาสติกชุดที่สอง มันทำให้ร่างกายของผมดูดซับพลังงานจริงๆเหรอ?”

“ใช่แล้วมาสเตอร์!” สมองหมายเลข 1 กล่าว “เมื่อการปฏิบัติการยิมนาสติกชุดที่สองเริ่มต้นขึ้น มาสเตอร์ก็จะสามารถดูดซับและนำพลังงานบนโลกมาใช้ เนื่องจากพลังงานกระแสไฟฟ้าชีวภาพของมาสเตอร์นั้นไม่เพียงพอต่อการพัฒนาร่างกายในขั้นตอนต่อไป”

จี้เฟิงอึ้งไปเล็กน้อย สิ่งที่สมองพูดคงไม่ได้หมายถึง การเข้าฌานอะไรเทือกนั้นหรอกนะ?

“เป็นไปได้มั้ยว่ายิมนาสติกชุดที่สองที่สมองสอนเขาจะเป็นวิธีการเข้าฌานอย่างที่เขาคิดจริงๆ?” จี้เฟิงคิดอยู่ในใจเงียบๆ แต่หลังจากคิดอยู่นานเขาก็ยังคิดไม่ตกและไม่รู้ว่าจะหาเบาะแสเพิ่มเติมได้จากที่ไหน เขาได้แต่ส่ายหัวเพื่อยอมแพ้

“คุณสมอง! เรามาฝึกกันต่อเถอะ!”  เนื่องจากจี้เฟิงแน่ใจว่าจะไม่มีผลร้ายแรงใดๆมันก็ทำให้เขาโล่งใจขึ้นมาก และไม่ว่าการเคลื่อนไหวของยิมนาสติกเหล่านี้จะเป็นเทคนิคลับของศิลปะการต่อสู้ เป็นการเข้าฌานหรือรวบรวมกำลังภายในอะไรก็ตาม ตราบใดที่สิ่งนี้ทำให้เขาสามารถพัฒนาร่างกายและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเขาได้โดยไม่รับผลกระทบมากนักก็เพียงพอแล้ว

จี้เฟิงจมอยู่กับการปฏิบัติการยิมนาสติกชุดที่สองอีกครั้งและความรู้สึกเย็นสดชื่นก็ไหลผ่านไปทั่วร่างกายของเขา...

เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และแล้ว 1 สัปดาห์ก็ผ่านไปทั้งแบบนี้

ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จี้เฟิงหมกมุ่นอยู่กับการเรียนรู้ยิมนาสติกชุดที่สองทุกวัน ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ลืมที่จะเรียนรู้ทักษะเทคโนโลยีสื่อสารและเครือข่าย และเขาก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ทันสังเกตว่าเวลาได้ผ่านไปถึง 1 สัปดาห์แล้ว

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”

และในเช้าของวันที่เจ็ด ประตูห้องของจี้เฟิงก็ถูกเคาะ

จี้เฟิงลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหล เขารีบสวมเสื้อผ้าและเดินไปเปิดประตูห้องทันที

“ครับ...?” จี้เฟิงมองคนที่อยู่นอกประตูอย่างสงสัย เขาเป็นชายชราวัยหกสิบปีเศษ

ชายชราพูดขึ้นว่า “นักศึกษารถ Audi ที่จอดอยู่ชั้นล่างเป็นของเธอหรือเปล่า?”

จี้เฟิงพยักหน้า “ใช่ครับรถผมเอง มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?”

ชายชรากล่าวว่า “ถ้าเป็นรถของนักศึกษา ตามระเบียบของมหาวิทยาลัยแล้วรถของนักศึกษาจะต้องจอดในโรงจอดรถชั้นล่างและจะต้องเสียค่าที่จอดรถเดือนละ 350 หยวน”

จี้เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อตอนที่เขาเดินเล่นไปรอบๆมหาวิทยาลัยก่อนหน้านี้ เขาก็เห็นมีรถเยอะแยะที่จอดตามสถานที่ว่างต่างๆ หรือแม้กระทั่งจอดตามข้างทาง ไม่เห็นจะมีใครเสียค่าจอดรถเลย ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาได้มาจอดในโรงจอดรถหรือเปล่า

เมื่อจี้เฟิงถามสิ่งที่เขาสงสัย ชายชราก็ยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า “รถเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นรถของผู้บริหารและผู้มีอิทธิพลในมหาวิทยาลัย เธอสามารถเปรียบเทียบกับผู้มีอิทธิพลเหล่านั้นได้หรือเปล่าล่ะ?”

จี้เฟิงอึ้งไปเล็กน้อย เขาส่ายหัวและยิ้มให้ชายชรา แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะเปรียบเทียบตัวเองกับผู้มีอิทธิพลเหล่านั้น

“ถ้าอย่างนั้นผมจะจ่ายค่าที่จอดรถได้ที่ไหน?” จี้เฟิงยิ้ม

“มากับฉัน!” ชายชรายิ้มตอบ เห็นได้ชัดว่าที่ชายชราถามถึงการเปรียบเทียบตัวเองของจี้เฟิงกับผู้มีอิทธิพลเป็นเพียงการล้อเล่น

อันที่จริงแล้วชายชราก็ไม่พอใจกับสิทธิพิเศษของผู้มีอิทธิพลและเหล่าผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเช่นนี้อยู่เหมือนกัน แต่เขาไม่ใช่คนที่จะเปลี่ยนเรื่องพวกนี้ได้ เขาทำได้แค่เพียงพูดจาประชดประชันล้อเลียนบ้างเป็นบางครั้งบางคราว

เมื่อจี้เฟิงมาถึงสำนักงานการจัดการของหอพักที่ชั้นล่างจี้เฟิงก็รู้ว่าชายชราคนนี้เป็นเสมียนในสำนักงาน แต่ในความเป็นจริงเขาก็เป็นผู้ดูแลหอพักด้วย

หลังจ่ายค่าที่จอดรถและรับใบเสร็จมาเรียบร้อยแล้ว จี้เฟิงก็ไปที่รถของเขาเพื่อที่จะขับเข้าไปจอดในที่จอดรถ

แต่หลังจากหยุดคิดอะไรเล็กน้อย จี้เฟิงก็เกิดเปลี่ยนใจ ตั้งแต่เขามาที่เจียงโจวเขายังไม่ได้ทำความคุ้นเคยกับสถานที่ต่างๆในเจียงโจวเลย เขาควรใช้โอกาสนี้เพื่อทำความคุ้นเคยกับมันไว้ล่วงหน้า

ในขณะนี้นักศึกษาส่วนใหญ่อยู่ในชั้นเรียนแต่ก็มีนักศึกษาอีกจำนวนมากที่เดินเล่นอยู่ในมหาวิทยาลัย พูดตามตรงบรรยากาศร่มรื่นที่เต็มไปด้วยต้นไม้และทิวทัศน์ที่สวยงามของสหพันธ์มหาวิทยาลัยเจียงโจวนี้มันเป็นสิ่งที่ดีมากเมื่อเทียบกับเมืองที่เต็มไปด้วยมลพิษเช่นนี้ ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็เปรียบได้กับดินแดนบริสุทธิ์ที่หาได้ยาก

ดังนั้นในช่วงต้นของฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศร้อนจัดนี้ นักศึกษาหลายคนจึงนั่งกันอยู่ตามม้านั่งใต้ร่มไม้ พวกเขาต่างเพลิดเพลินกับความเย็นสบายและพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสบายใจ

เมื่อพวกเขาเห็นจี้เฟิงขับรถผ่านไป นักศึกษาบางคนก็ชี้มาทางรถของจี้เฟิงเป็นระยะๆ และหันไปพูดอะไรบางอย่างกับเพื่อนๆในกลุ่มของพวกเขา

จี้เฟิงไม่เคยใส่ใจกับการสนทนาเหล่านี้ และไม่คิดจะใส่ใจด้วย เพราะตั้งแต่เมื่อก่อนถ้าเขามัวแต่ใส่ใจคำพูดของคนอื่น มันคงเป็นเรื่องที่ทำให้เขารำคาญใจไปตลอดทั้งวัน

จี้เฟิงขับรถไปที่ประตูของมหาวิทยาลัยอย่างช้าๆ และในขณะนั้นเองเขาก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย เหมือนกำลังยืนพูดคุยอะไรกันบางอย่าง

และเมื่อจี้เฟิงเพ่งมองอย่างละเอียดก็พบเข้ากับใบหน้าและร่างที่คุ้นเคย มันทำให้ร่างกายของเขาแข็งทื่อและดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้น

เซียวหยูซวน? นั่นคือเซียวหยูซวนจริงๆเหรอ?!

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะจ้องมองไปยังเรือนร่างที่มีเสน่ห์ที่ตอนนี้ถูกรายล้อมไปด้วยผู้ชายหลายคนอีกครั้ง มันคือเธอจริงๆ!

จี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆสองสามครั้งกว่าเขาจะสงบลง จากนั้นคิ้วของเขาก็ขมวดขึ้น เพราะหนึ่งในบรรดาผู้ชายที่อยู่รอบๆเซียวหยูซวนมีเหอตงเป็นหนึ่งในนั้นด้วย เธอทำท่าเหมือนอยากจะหนีไปจากตรงนั้นแต่ถูกรั้งเอาไว้

จี้เฟิงไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการได้พบกับเซียวหยูซวนอีกครั้งจะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เห็นได้ชัดเจนว่าตอนนี้เหอตงและเซียวหยูซวนเหมือนจะมีปัญหาขัดแย้งอะไรกันบางอย่าง แต่จี้เฟิงยังไม่รู้ว่าผู้ชายอีกสามสี่คนที่อยู่ข้างๆเหอตงเป็นใคร

จี้เฟิงหยุดรถ แต่เขายังไม่ได้ลงจากรถในทันที เขานั่งมองเซียวหยูซวนอยู่ในรถอย่างเงียบๆ

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจี้เฟิงไม่แน่ใจว่าเซียวหยูซวนนั้นต้องการจะพบกับเขาหรือไม่และยิ่งไปกว่านั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เขาจะเข้าไปแทรกแซงเรื่องระหว่างเธอกับเหอตง เพราะตอนนี้เขาและเซียวหยูซวนไม่ได้มีสถานะใดต่อกันพวกเขาไม่ได้เป็นลูกศิษย์กับอาจารย์กันแล้ว

…จบบทที่ 159~❤️

จบบทที่ บทที่ 159 พบกันอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว