เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 160 บทเรียนของเซียวหยูซวน

บทที่ 160 บทเรียนของเซียวหยูซวน

บทที่ 160 บทเรียนของเซียวหยูซวน


บทที่ 160 บทเรียนของเซียวหยูซวน

จี้เฟิงนั่งอยู่ในรถAudiของเขาและมองไปที่เซียวหยูซวนจากระยะไกล ดูเหมือนว่าเธอกำลังทะเลาะกับเหอตงอยู่ สีหน้าของเธอแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด แต่เหอตงยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า ส่วนผู้ชายอีกสี่คนข้างๆเหอตงมีสีหน้าที่เคร่งขรึม

ครู่ต่อมาเซียวหยูซวนและเหอตงต่างตะโกนโต้เถียงอะไรกันบางอย่าง หลังจากพูดจบเหอตงก็ดึงมือของเซียวหยูซวน แต่เซียวหยูซวนสะบัดทิ้งทันที

เมื่อเห็นดังนั้นคิ้วของจี้เฟิงก็ขมวดเข้าหากัน เหอตงคิดอะไรอยู่ เขาจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ที่หน้าประตูมหาวิทยาลัยอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้จริงๆเหรอ?

แม้จะเป็นเพียงการคาดเดาของจี้เฟิง แต่ก็ไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่าเรื่องเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะคนอย่างเหอตงที่เป็นคนไม่สนกฎเกณฑ์อะไรอยู่แล้ว

เห็นได้จากพฤติกรรมของเหอตงเมื่อตอนที่เขาไปหมางซือ

“ฮึ่ม!” จี้เฟิงเริ่มไม่พอใจ เขาเปิดประตูรถทันทีและรีบเดินตรงไปยังที่ที่เซียวหยูซวนยืนอยู่

“เหอตง ถ้าคุณยังเป็นลูกผู้ชาย คุณก็ไม่ควรทำแบบนี้ ระหว่างเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว!”

จี้เฟิงเดินเข้าไปแม้จะไม่ใกล้มาก แต่ก็ใกล้พอที่จะได้ยินน้ำเสียงแห่งความผิดหวังและความโกรธของเซียวหยูซวน “ตั้งแต่นี้ต่อไปคุณไม่ต้องมาหาฉันอีก เพราะระหว่างเราไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องคุยกันอีก!”

เหอตงยิ้มอย่างชั่วร้ายและกล่าวว่า “หยูซวน คิดให้ดีๆก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป คุณลุงขอร้องให้ผมดูแลคุณให้ดี แต่คุณมาทำตัวแบบนี้ มันทำให้ผมลำบากใจมากจริงๆ และมันก็อาจจะทำให้คุณลุงต้องลำบากไปด้วย”

เซียวหยูซวนขมวดคิ้วด้วยความโกรธ “เหอตง! คุณไม่ต้องเอาพ่อของฉันมาขู่! ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันจบตั้งแต่คุณหักหลังพ่อของฉันแล้ว  ถ้าคุณยังพอมีความเป็นคนอยู่บ้างล่ะก็ เพียงแค่ปล่อยฉันไปและไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก ตอนนี้ฉันต้องไปสอนหนังสือ ฉันไม่อยากจะเสียเวลากับคุณมากไปกว่านี้!”

หลังจากที่เซียวหยูซวนพูดประโยคสุดท้ายจบเธอก็กำลังจะเดินจากไป แต่เหอตงและชายอีกสี่คนก็เข้ามาขวางทางเธอไว้

สีหน้าของเซียวหยูซวนเปลี่ยนไปทันที “เหอตง คุณจะทำอะไร?”

“ก็ไม่มีอะไร! ไม่ต้องห่วงหยูซวน ที่นี่มันประตูมหาลัยผมไม่ทำอะไรคุณในที่โจ่งแจ้งแบบนี้หรอก ผมแค่อยากจะเตือนคุณไว้หน่อยว่าถ้าผมยังพูดไม่จบคุณก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะหันหลังให้ผมแบบนี้ คุณคงไม่ลืมใช่มั้ยว่าบริษัทของพ่อคุณยังต้องการความช่วยเหลือจากบริษัทของผมอยู่ ถ้าคุณมัวแต่ทำตามใจตัวเองแบบนี้คุณไม่กลัวว่าบริษัทของพ่อคุณจะต้องล้มละลายเหรอ?”

เหอตงยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อว่า “แล้วเมื่อถึงเวลานั้น ผมคงไม่ต้องมาคอยเตือนคุณให้เหนื่อยด้วยตัวเองแบบนี้ เพราะคงมีธนาคารหรือหุ้นส่วนของคุณลุงมาเตือนคุณเหมือนกัน แล้วถ้าหากมันเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น ทางออกเพียงทางเดียวของพ่อคุณ ก็คงเหลือแค่ต้องไปกระโดดลงจากตึกเพื่อหนีแล้วล่ะ แล้วจะมาหาว่าผมใจร้ายไม่ได้นะ เพราะทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ!”

“เหอตงคุณอย่าใช้พ่อของฉันเพื่อมาข่มขู่ฉัน!” เซียวหยูซวนพูดด้วยความโกรธ “แม้ว่าครอบครัวของฉันจะต้องอดตายฉันก็จะไม่มีวันยอมรับความช่วยเหลือจากคุณ!”

“หยูซวนคุณอย่าหัวดื้อนักเลย คุณชายหลี่เป็นคนที่มีความสามารถและใจกว้าง ถ้าคุณอยู่กับเขาคุณจะสบายไปตลอดชีวิต โอกาสอยู่ตรงหน้าแท้ๆทำไมคุณถึงไม่รู้ว่าอะไรดีสำหรับคุณ? ที่ผมพูดก็เพราะผมหวังดีกับคุณนะ”

เหอตงพูดอย่างจริงใจ “หยูซวนผมรู้ว่ามันเป็นความผิดของผมเองที่ยกคุณให้คุณชายหลี่โดยที่ไม่ถามคุณก่อน แต่คุณก็ต้องคิดด้วยว่าการได้เป็นผู้จัดการสาขาของหลี่กรุ๊ป สำหรับผมแล้วมันเป็นโอกาสที่หาได้ยากมากจริงๆ ผมทำงานครึ่งชีวิตก็ยังหาเงินได้ไม่เท่ากับเป็นผู้จัดการสาขาของหลี่กรุ๊ปเพียงหนึ่งปีเลย แล้วคิดดูสิถ้าคุณได้อยู่กับคุณชายหลี่ เขาจะหาเงินให้คุณได้มากขนาดไหน แล้วแบบนี้มันไม่ดีตรงไหน?”

“ไสหัวไป!” เซียวหยูซวนโกรธมาก “คุณมันคนหน้าด้านไร้ยางอาย ฉันไม่ต้องการเห็นหน้าชั่วๆของคุณอีก ฉันมันโง่เองที่เคยตาบอดเชื่อใจคนอย่างคุณ!”

เหอตงเลิกใช้ไม้อ่อน เขาพูดด้วยความโกรธ “เซียวหยูซวน! คุณจะไปรู้อะไร ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของคุณคอยดูถูกและผลักไสผมอยู่ตลอดเวลา ผมจะต้องมาตะเกียกตะกายอยู่แบบนี้เหรอ? แล้วตอนนี้คุณก็ยังมาโทษว่าเป็นความผิดของผมอีก? เลิกทำตัวไร้สาระแล้วเอาเรื่องนี้ไปคิดให้ดีๆ คุณชายหลี่ให้เวลาคุณสามวัน หากคุณยังดื้อรั้นไม่ทำตามเงื่อนไขที่เขาเสนอให้ คุณก็เตรียมตัวไปกระโดดตึกตายกับพ่อของคุณได้เลย!”

หลังจากนั้นเหอตงก็ยิ้มอย่างมีชัยและหันหลังเดินจากไป

“อ้อ ผมลืมไป!” เหอตงก้าวไปได้เพียงสองก้าวแต่ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรบางอย่างออกและหันกลับไปมองที่เซียวหยูซวนที่มีใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวและพูดขึ้นว่า “หยูซวน คุณชายหลี่ฝากบอกมาว่าอีกสามวันมันเป็นวันเกิดของเขาพอดีและเขาก็จะจัดงานวันเกิด เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะได้พบกับคุณในวันเกิดของเขา มันจะดีมากถ้าเขาได้คุณเป็นของขวัญวันเกิด!”

“สารเลว!” เซียวหยูซวนตัวสั่น หยดน้ำตาใสๆไหลออกมาจากดวงตาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและความผิดหวังพร้อมกันนั้นเธอก็ก้าวไปข้างหน้าและตบหน้าของเหอตงอย่างแรงด้วยความโกรธ

ด้วยความพยายามของเซียวหยูซวนที่ใส่แรงโดยไม่ยั้ง ทันทีที่เกิดเสียง “เพี๊ยะ!” มันทำให้เหอตงถึงกับหน้าหันและเซไปด้านข้างเล็กน้อย

เหอตงหันหน้าของเขากลับมาและกัดฟันพูดด้วยความโกรธว่า “นังผู้หญิงสารเลว มึงกล้าตบกูงั้นเหรอ?”

“ใช่! ฉันตบแกไอ้ผู้ชายสารเลว!” เซียวหยูซวนตอบอย่างเกรี้ยวกราด

“โอเค! ได้!” เหอตงยิ้มและพูดอย่างเย็นชา “ที่ฉันใจดีกับเธอเป็นเพราะฉันเห็นแก่คุณชายหลี่ ไม่อยากให้ของของเขาต้องเสียหาย แต่ในเมื่อเธอไม่เห็นความใจดีของฉัน ฉันจะให้บทเรียนกับผู้หญิงสารเลวอย่างเธอได้เรียนรู้ว่าเป็นผู้หญิงมันต้องทำตัวให้เชื่องยังไง!”

ทันทีที่สิ้นเสียง เหอตงก็ยกมือขึ้นเพื่อจะตบเซียวหยูซวน

เหอตงเป็นผู้ชายดังนั้นไม่ว่าความเร็วหรือความแข็งแรงเซียวหยูซวนจึงไม่อาจเทียบได้ เมื่อเห็นฝ่ามือที่กำลังจะกระทบเข้ากับใบหน้าของเธออย่างรุนแรง เธอจึงทำได้แค่เพียงหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง

“เพี๊ยะ!” เซียวหยูซวนได้ยินเสียงที่ดังชัดเจนเต็มสองหู แต่เธอไม่รู้สึกเจ็บ มีเพียงกระแสลมเบาๆที่พัดอยู่ตรงหน้าของเธอ เธอลืมตาขึ้นทันทีและเห็นชายหนุ่มร่างกายกำยำที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอและมือของเหอตงก็ถูกชายหนุ่มจับไว้

“เหอตง แกมันไอ้ผู้ชายสารเลวกล้าทำร้ายผู้หญิง!” ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย แต่พละกำลังที่มือของเขานั้นมากขึ้นเรื่อยๆ

“อ๊ะ! แก ไอ้จี้เฟิง ปล่อย!” เหอตงกรีดร้องออกมาขณะที่เขารู้สึกเจ็บที่ข้อมือจนไม่สามารถพูดออกมาได้อย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่าชายหนุ่มร่างกายกำยำคนนี้คือจี้เฟิง

เขายิ้มและมองไปที่เหอตงซึ่งตอนนี้มีใบหน้าที่บิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ทำไมฉันต้องปล่อยแก ในเมื่อแกกล้าทำร้ายหยูซวน”

“อะ ไอ้ จี้เฟิง ถะ ถ้าแกไม่ปล่อย แกจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน!” สีหน้าของเหอตงเริ่มเป็นสีเขียวคล้ำด้วยความเจ็บปวดและตะโกนใส่ผู้ชายสี่คนข้างๆเขา “พวกแกมัวยืนทำอะไรกันอยู่วะ จัดการไอ้เด็กเวรนี่สิโว้ย!”

ทั้งสี่คนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเหอตงตวาดจากนั้นจึงรีบตะโกนออกมา “ปล่อยเดี๋ยวนี้!”

จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย “ถ้าอยากให้ฉันปล่อยเขา มันก็ขึ้นอยู่กับพวกคุณว่าสามารถทำให้ฉันปล่อยเขาได้หรือเปล่า”

“เหอะๆ ไอ้หนูรนหาที่ตายซะแล้ว” ทั้งสี่คนไม่ใช่คนดีอยู่แล้วและเมื่อพวกเขาเห็นว่าจี้เฟิงกำลังท้าทาย ทันใดนั้นพวกเขาทั้งสี่คนก็พุ่งไปทางจี้เฟิงทันที

“จี้เฟิง ระวัง!” เซียวหยูซวนอุทานด้วยความตกใจและเป็นห่วงเมื่อเห็นผู้ชายสี่คนพุ่งเข้าหาจี้เฟิงอย่างเกรี้ยวกราด

“หึ!” จี้เฟิงยิ้มเยาะ ในขณะที่มือข้างหนึ่งของเขายังคงบีบข้อมือของเหอตงไว้ เขาใช้มืออีกข้างที่เหลือกำหมัดและฟาดไปที่ผู้ชายหนึ่งในนั้นอย่างรุนแรง

“ผัวะ!”

“อ๊ากกก!” ผู้ชายคนนั้นกรีดร้อง เขาเซถลาและล้มลงไปกับพื้น

หลังจากนั้นขาที่แข็งแกร่งเหมือนกับเสาเหล็กของจี้เฟิงก็เตะกวาดอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าและผู้ชายอีกสามคนที่เหลือที่ไม่ทันได้ตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นก็ล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรงจนร้องดังลั่น

แม้กระบวนการทั้งหลายเหล่านี้เหมือนจะใช้เวลานาน แต่ความจริงแล้วมันเกิดขึ้นและจบลงภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น

ในขณะนี้ดวงตาของเหอตงและเซียวหยูซวนเบิกกว้างขึ้นเขาและเธอจ้องมองไปที่จี้เฟิง พวกเขาต่างตกตะลึงและเกิดความสงสัยว่าทำไมเด็กหนุ่มคนนี้ถึงได้แข็งแกร่งจนสามารถจัดการกับผู้ชายถึงสี่คนได้โดยที่ผู้ชายเหล่านั้นไม่สามารถจะตอบโต้อะไรได้เลย?!

เซียวหยูซวนมองดูผู้ชายทั้งสี่คนที่ล้มลงไปกองกับพื้น เธอรู้สึกดีใจโดยไม่รู้ตัว จากนั้นเธอก็หันไปจ้องมองเหอตงที่ก่อนหน้านี้พูดจาดูหมิ่นเธอ  เธอคิดอยู่ในใจว่าถ้าหากเธอมีความแข็งแกร่งและฝีมือการต่อสู้อย่างจี้เฟิงบ้าง เธอก็คงจะจัดการเหอตงจนกว่าฟันของเขาจะร่วงออกจากปาก!

แต่ตอนนี้จี้เฟิงได้ทำในสิ่งที่เธออยากทำแต่ไม่สามารถทำได้ไปเรียบร้อยแล้ว ดวงตาคู่สวยที่เปล่งประกายของเซียวหยูซวนมองไปที่จี้เฟิงอย่างลึกซึ้ง

“เหอตง ดูเหมือนว่าเพื่อนของแกจะไม่สามารถช่วยแกได้นะ!” จี้เฟิงหัวเราะ “ถ้าอยากให้ฉันปล่อยแก แกคงต้องคิดหาวิธีอื่นแล้วล่ะ”

เหอตงสั่นไปทั้งตัวด้วยความเจ็บปวด เขาคิดว่าตอนนี้แขนของเขาอาจจะหักไปแล้ว

“จี้เฟิง แกกล้าทำร้ายร่างกายคนอื่นแบบนี้ ไม่กลัวติดคุกหรือไง!” เหอตงตะโกนลั่น “แต่ฉันจะให้โอกาสแก ถ้าแกปล่อยฉันตั้งแต่ตอนนี้และขอโทษฉันซะ ฉันจะไม่ถือสาเอาความ!”

“ฮ่าฮ่า..!” จี้เฟิงส่ายหัวและหัวเราะเยาะ “เหอตงดูเหมือนว่าแกจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์นะ ถ้าฉันกลัวว่าแกจะเอาเรื่อง ฉันคงไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่แรกหรอก ดังนั้นคำขู่ของแกมันไม่ได้ทำให้ฉันหวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย!”

“ฮึ่ม!” เหอตงเจ็บปวดจนมีเหงื่อออกเต็มไปหมด เขากัดฟันและพูดว่า “แกไม่กลัว แต่เซียวหยูซวนไม่แน่ เอาเลย ยิ่งแกทำร้ายฉันให้เจ็บมากเท่าไหร่ ครอบครัวของเธอก็ยิ่งพบกับความฉิบหายมากขึ้นเท่านั้น!”

“ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันก็คงต้องฆ่าแกเดี๋ยวนี้สินะ!” จี้เฟิงพูดอย่างเย็นชาโดยไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย

“จี้เฟิง อย่า!” เมื่อเซียวหยูซวนได้ยินดังนั้นเธอก็ตกใจมากและรีบร้องห้ามจี้เฟิงทันที เพราะถ้าจี้เฟิงฆ่าเหอตงในสถานที่แบบนี้เข้าจริงๆ มันจะเป็นความผิดทางกฎหมายที่รุนแรงมาก เขาอาจมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต “จี้เฟิง! ปล่อยเขาไป ชีวิตของคนหน้าด้านไร้ยางอายคนนี้ไม่คุ้มค่าพอที่จะทำให้มือของเธอต้องแปดเปื้อน!”

“หยูซวน เซียวหยูซวน บอกให้เขาปล่อยผมที” เมื่อเหอตงได้ยินดังนั้น เขาก็ไม่สนอะไรทั้งสิ้น เขารีบขอร้องอ้อนวอน “จี้เฟิง หยูซวนเธอพูดถูกอย่าเอาชีวิตของนายมาแลกกับฉันเลย มันไม่คุ้มกันหรอก ปล่อยฉันไป!”

“ไปให้พ้น!” จี้เฟิงเหวี่ยงข้อมือของเหอตงและเตะไปที่หน้าอกของเขาอย่างแรง เหอตงล้มกลิ้งไม่ต่างจากลูกบอล

ชายทั้งสี่คนพยายามลุกขึ้นเพื่อเข้ามาช่วยเหอตง “ผู้จัดการ คุณโอเคมั้ย?”

เหอตงส่ายหัว ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ข้อมือและหน้าอกทำให้เขาแทบจะยืนไม่อยู่ แม้ว่าผู้ชายทั้งสี่คนจะช่วยพยุงเขาก็ยังลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขาจ้องมองไปที่จี้เฟิงอย่างโกรธแค้นราวกับว่าถ้าเขาละสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียวเขาอาจจะลืมใบหน้าของจี้เฟิง

“ไอ้จี้เฟิง ฉันจะไม่ลืมเรื่องในครั้งนี้อย่างเด็ดขาด แกจะต้องชดใช้กับสิ่งที่แกทำกับฉัน!” เหอตงพูดอย่างโกรธแค้นจากนั้นดวงตาของเขาก็เหลือบมองไปที่เซียวหยูซวนอีกครั้ง “เซียวหยูซวนจำไว้ด้วยเธอมีเวลาอีกแค่สามวัน! ฉันหวังว่าอีกสามวันเธอจะมาร่วมงานวันเกิดของคุณชายหลี่ได้ตรงเวลา ไม่เช่นนั้นบริษัทของพ่อเธอจะต้องล้มละลาย และครอบครัวของเธอก็เตรียมกระโดดตึกตายหนีหนี้ได้เลย!”

“ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!” เซียวหยูซวนมองไปที่เหอตงด้วยความผิดหวังอย่างมาก “ยิ่งไกลเท่าไหร่ยิ่งดี!”

“ฮึ่ม ฉันจะคอยดูว่าเธอจะหยิ่งไปได้อีกนานแค่ไหน!” เหอตงมองจี้เฟิงและเซียวหยูซวนด้วยแววตาอาฆาตอีกครั้งก่อนจะรีบหันหลังเดินจากไป

“ค่อยๆเดินล่ะ ระวังจะล้ม ถนนมันลื่น!” จี้เฟิงตะโกนเสียงดังจากทางด้านหลัง และในขณะเดียวกันเขาก็หยิบทิชชู่ออกมาจากกระเป๋าของเขาแล้วขยำมันเป็นก้อนจนกลายเป็นลูกบอลขนาดเล็กและดีดมันออกไปอย่างรวดเร็วราวกับกระสุน

เหอตงซึ่งกำลังเดินจากไปเขารู้สึกได้ว่าขาของเขาชาและทันใดนั้นขาของเขาก็อ่อนยวบล้มกลิ้งไปข้างหน้าทันที

เนื่องจากการต่อสู้ของจี้เฟิงกับชายทั้งสี่คน ทำให้ตอนนี้มีผู้คนมามุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากมาย และเมื่อในตอนนี้เหอตงที่กำลังจะเดินจากไปเกิดขาอ่อนล้มลงกับพื้นหลังจากคำพูดของจี้เฟิง มันจึงทำให้ผู้คนเหล่านั้นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

“ไอ้พวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน!” เหอตงโกรธมาก เสียงหัวเราะจากผู้คนรอบข้างทำให้ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวอยากจะลุกหนีให้เร็วที่สุดแต่ก็ลุกไม่ขึ้น เขาไม่สามารถออกแรงที่ขาได้จึงได้แต่นั่งอ่อนระทวยอยู่บนพื้น

“มัวรออะไรอยู่ รีบดึงฉันขึ้นไปสิ!” เหอตงตะคอกและมองไปที่ลูกน้องทั้งสี่ของเขาด้วยความโมโห

“ห๊ะ!”  “อ๊ะ”  “ครับ!” ผู้ชายสามสี่คนสะดุ้งและตอบสนองทันที เขารีบดึงเหอตงขึ้นและพยุงเขาไปยังรถที่จอดอยู่ข้างทางและขับออกไปอย่างรวดเร็ว

“พี่สาวหยูซวน เราก็ไปกันเถอะ!” โดยไม่รอคำตอบของเซียวหยูซวน จี้เฟิงก็จับมือเล็กๆที่เนียนนุ่มของเธอและเดินออกไปจากกลุ่มจีนมุง เมื่อคนอื่นๆเห็นว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรที่น่าตื่นเต้นแล้วพวกเขาก็พากันแยกย้ายจากไป

…จบบทที่ 160~❤️

จบบทที่ บทที่ 160 บทเรียนของเซียวหยูซวน

คัดลอกลิงก์แล้ว