เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 157 ทักษะพิเศษ!

บทที่ 157 ทักษะพิเศษ!

บทที่ 157 ทักษะพิเศษ!


บทที่ 157 ทักษะพิเศษ!

ม่านแสงตรงหน้าของจี้เฟิงกำลังฉายภาพเหตุการณ์ที่ชายหนุ่มและชายวัยกลางคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด จี้เฟิงรู้สึกตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของพวกเขาที่เหมือนกับยอดมนุษย์ในภาพยนตร์ และในตอนที่ก้อนหินก้อนหนึ่งถูกทุบด้วยหมัดของพวกเขาแตกกระจายและบินว่อน ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด มันทำให้จี้เฟิงเผลอโยกตัวหลบโดยอัตโนมัติ การต่อสู้ที่ดุเดือดและเหมือนจริงนี้ทำให้จี้เฟิงถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“ฟึ่บ~!”

ม่านแสงหายไป และนั่นทำให้จี้เฟิงไม่ทราบผลการต่อสู้ระหว่างชายหนุ่มและชายวัยกลางคน เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย “สมองหมายเลข 1 คุณกำลังทำอะไรเนี่ย ผมกำลังสนุกเลย ฉากบู๊สุดยอดมากมันสมจริงยิ่งกว่าหนังฮอลลีวูดซะอีก!”

“หนังฮอลลีวูดคืออะไร?”  สมองหมายเลข 1 ถาม

จี้เฟิงโพล่งออกมา “มันคือภาพยนตร์ไง!”

สมองหมายเลข 1 ส่ายหัวทันทีและกล่าวว่า “มาสเตอร์ สิ่งที่ฉายเมื่อสักครู่นี้ไม่ใช่ภาพยนตร์ แต่เป็นข้อมูลภาพเคลื่อนไหวของสมอง ซึ่งเป็นเหตุการณ์จริง”

“ห๊ะ อะไรนะ?!” จี้เฟิงสะดุ้งและอุทานเสียงดัง “สมองหมายเลข 1 คุณจะบอกว่า การต่อสู้อย่างดุเดือดที่ผมเห็นเมื่อกี้นี้ไม่ใช่ภาพยนตร์ แต่เป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ? พูดเป็นเล่นคนที่ไหนจะระเบิดภูเขาได้ด้วยมือเปล่าๆ ไหนจะการกระโดดที่โคตรสูงนั่นอีก ถ้าแบบนั้นก็คงเป็นซุปเปอร์แมนแล้วแหละ!”

สมองหมายเลข 1 พูดว่า “มาสเตอร์นี่คือข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ของคนทั้งสอง คนที่อยู่ในวิดีโอต่างก็เป็นสายลับที่ดีมาก ชายหนุ่มคนนี้คือสายลับของอาณาจักรแกมมา ตามข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในวิดีโอนี้ นี่เป็นฉากที่เขาได้ปฏิบัติการต่อสู้กับสายลับของประเทศที่เป็นศัตรู”

“บ้าไปแล้ว มันจะเป็นไปได้ยังไง”   จี้เฟิงส่ายหัวและพึมพำกับตัวเองอยู่สองสามคำโดยไม่รู้ตัว

แม้ว่าในภาพยนตร์ที่จี้เฟิงเคยดู จะมีปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้เหล่านั้นบินข้ามกำแพง และแสดงทักษะการต่อสู้ชั้นสูง แต่จี้เฟิงก็รู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องสมมติที่อาศัยเทคนิคการถ่ายทำเท่านั้น เขาไม่เคยได้ยินว่าจะมีใครที่มีศิลปะการต่อสู้ระดับสูงเช่นนี้มาก่อน ไม่เช่นนั้นสิ่งที่พวกเขาทำในภาพยนตร์เหล่านั้นหากมีคนทำได้จริง งั้นบนโลกใบนี้จะไม่เต็มไปด้วยภูตผีปีศาจและสัตว์ประหลาดหรอกหรือ?

แต่ตอนนี้คำพูดของสมองหมายเลข 1 ทำให้ความเชื่อที่มีอยู่เดิมของจี้เฟิงต้องสั่นคลอน แม้ว่าสัตว์ประหลาดหรือภูมิผีปีศาจจะไม่มีอยู่จริง แต่ปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้นั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าน่าจะมีอยู่จริง

โดยไม่ต้องพูดถึงว่าเขาที่เป็นเพียงเด็กยากจนผู้น่าสงสาร เมื่อได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มงวดจากระบบฝึกอบรมสายลับระดับสูง ทำให้เขามีความก้าวหน้าอย่างมากในด้านพละกำลังความเร็วและการต่อสู้ซึ่งเหนือกว่าคนธรรมดาไม่รู้กี่เท่า

ดังนั้นแค่เรื่องที่สมองหมายเลข 1 ที่เป็นปัญญาประดิษฐ์มีอยู่จริงก็เป็นเรื่องที่จี้เฟิงไม่สามารถเข้าใจได้

แม้หลายคนจะเคยพูดว่าในจักรวาลนั้นมีมนุษย์ต่างดาวอาศัยอยู่ เพียงแต่มนุษย์บนโลกยังไม่เคยค้นพบ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การสันนิษฐานและไม่มีใครคิดจริงจังกับเรื่องนี้ แต่ตอนนี้สมองที่เป็นสุดยอดปัญญาประดิษฐ์นั้นมีอยู่จริงและมันก็อยู่ในสมองของเขาเองด้วย มันไม่ใช่แค่ความฝันอย่างแน่นอน

ด้วยเหตุผลต่างๆเหล่านี้ ปรมาจารย์แห่งศิลปะการต่อสู้ในตำนานก็อาจจะมีอยู่จริงเช่นกัน

ความคิดที่วุ่นวายเหล่านี้ยังคงวนเวียนอยู่ภายในหัวของจี้เฟิง มันทำให้เขายากที่จะยอมรับไปชั่วขณะ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องจำใจเชื่อ เพราะเรื่องนี้มันทำให้เขาปวดหัวมากจริงๆ

หลังจากนั้นไม่นานจี้เฟิงก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่อยู่สองสามครั้ง ก่อนที่เขาจะพยักหน้าและกล่าวว่า “สมองหมายเลข 1 ตอนนี้ผมเชื่อแล้วว่าสิ่งที่คุณพูดนั้นเป็นความจริง แต่ผมอยากรู้ว่า หลังจากที่ผมเรียนรู้ยิมนาสติกชุดที่สองทั้งหมดแล้วผมสามารถเป็นเหมือนบุคคลในภาพยนตร์นั้นได้หรือไม่... ผมหมายถึงผมพอจะมีโอกาสได้เป็นแบบสองคนนั้นที่ถูกบันทึกเป็นวิดีโอที่คุณฉายให้ผมดูเมื่อสักครู่หรือไม่”

จนถึงตอนนี้ภายในจิตใจลึกๆของจี้เฟิงยังคงแอบเชื่อว่าการต่อสู้อันดุเดือดของทั้งสองคนที่ถูกฉายผ่านม่านแสงนั้นเป็นการแสดงในภาพยนตร์

“จากข้อมูลในทางทฤษฎี ถ้าหากมาสเตอร์ปฏิบัติการเรียนรู้ยิมนาสติกชุดที่สองสำเร็จ มาสเตอร์จะสามารถบรรลุได้ถึงครึ่งหนึ่งของพละกำลังของพวกเขา แล้วถ้าหากมาสเตอร์ปฏิบัติการเรียนรู้ยิมนาสติกชุดที่สามสำเร็จ เกรงว่าความแข็งแกร่งของมาสเตอร์จะต่ำกว่าพวกเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น” สมองหมายเลข 1 ตอบด้วยน้ำเสียงสงบเหมือนเดิม

“ยังจะมียิมนาสติกชุดที่สามอีกงั้นเหรอ?!” จี้เฟิงยิ้มอย่างขมขื่น “สมองหมายเลข 1 คุณช่วยพูดเรื่องสำคัญให้จบภายในครั้งเดียวไม่ได้หรือไงเนี่ย!” จี้เฟิงมองค้อนเล็กน้อยและถามต่อว่า “แล้วถ้าสมมติว่าฉันต้องการเป็นสายลับระดับสูงที่สุดจะต้องฝึกฝนยิมนาสติกทั้งหมดกี่ชุด?”

“ในตอนนี้มีทั้งหมดสี่ชุด แต่การฝึกฝนยิมนาสติกชุดแรกสำเร็จก็เพียงพอที่จะกลายเป็นสายลับที่ยอดเยี่ยม” สมองหมายเลข 1 ตอบ

“แล้วชุดที่สี่ล่ะ” จี้เฟิงถาม

สมองหมายเลข 1 กล่าวว่า “มาสเตอร์ การปฏิบัติการยิมนาสติกชุดที่สี่ยังไม่ใช่ชุดปฏิบัติการที่สมบูรณ์ เพราะในวันที่กาแล็กซีแกมมาถูกทำลายลงผู้แข็งแกร่งแห่งกาแล็กซีได้ศึกษาปฏิบัติการชุดที่สี่จนถึงขั้นตอนที่ห้า แต่อย่างไรก็ตาม ในทางทฤษฎีถ้าการฝึกฝนชุดที่สี่สำเร็จ พลังชีวิตของมาสเตอร์จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากการคำนวณตามเวลาบนโลก มาสเตอร์จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 500 ปี”

“บ้าไปแล้ว!” จี้เฟิงเบิกตากว้างจนดวงตาของเขาแทบจะถลนออกมา มันยิ่งกว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันไร้สาระเสียอีก ใครมันจะมีอายุยืนได้ถึง 500 ปี หากไม่เห็นกับตาเขาก็จะไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด

“เป็นไปได้มั้ยว่า สมองหมายเลข 1 ได้ถูกพัฒนาจากนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องบ้าคลั่งคนหนึ่งในกาแล็กซีแกมมา นั่นจึงทำให้สมองหมายเลข 1 อาจจะบ้าๆบอๆ?”  จี้เฟิงแอบคาดเดาอยู่ในใจ

“โอเค เรื่องอื่นค่อยว่ากัน เอาเป็นว่าเราควรเริ่มฝึกฝนยิมนาสติกชุดที่สองกันเลยก็แล้วกัน” จี้เฟิงส่ายหัวอย่างหมดหนทางและบอกกับสมองหมายเลข 1 ในเวลาเดียวกัน “อ้อ มีอีกเรื่องหนึ่ง ก่อนหน้านี้ที่คุณบอกว่า ถ้าผมเรียนรู้เทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายจนเชี่ยวชาญผมจะสามารถสร้างม่านแสงอย่างที่คุณเพิ่งสร้างขึ้นมาได้?”

“ถูกต้องครับมาสเตอร์” สมองหมายเลข 1 กล่าว

จี้เฟิงกำหมัดอย่างยินดี “เยี่ยมไปเลย!”

ในความเป็นจริงแม้ว่าข้อมูลในวิดีโอเมื่อสักครู่นี้จะทำให้จี้เฟิงรู้สึกตื่นเต้นและทึ่งมากก็ตาม แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่จี้เฟิงให้ความสนใจมากที่สุด นั่นคือม่านแสงที่สามารถฉายข้อมูลที่ถูกบันทึกเป็นวิดีโอเหล่านั้นออกมาได้ ตามที่สมองหมายเลข 1 บอกไว้ก่อนหน้านี้ ม่านแสงที่ฉายออกมานั้นเปรียบเสมือน ‘ทีวี’ ชนิดหนึ่งที่ชาวกาแล็กซีแกมมาต่างใช้กันโดยทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ในตอนที่ม่านแสงฉายภาพข้อมูลการบันทึกวิดีโอจี้เฟิงรู้สึกตกใจมาก ในแง่หนึ่งของความตกใจเกิดขึ้นจากการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างสุดยอดสายลับทั้งสองคนในวิดีโอและในทางกลับกันมันเกิดจากผลของม่านแสง

“โทรทัศน์” ที่ว่านี้มันมีความล้ำหน้ามากกว่าโรงภาพยนตร์ที่หรูหราและล้ำสมัยที่สุดบนดาวโลก การฉายภาพเคลื่อนไหวที่สมจริงยิ่งกว่าภาพยนตร์ 3 มิติที่ดูเหมือนกับว่ามีสิ่งต่างๆเกิดขึ้นรอบตัวเขาจริงๆ อย่างเช่นในตอนที่มีก้อนหินกระเด็นปลิวว่อน มันทำให้จี้เฟิงเผลอหลบโดยไม่รู้ตัวเพราะกลัวว่าหินที่กระเด็นมาจะกระแทกเข้ากับตัวเขา นั่นเป็นเพราะว่าภาพเคลื่อนไหวที่ถูกฉายอยู่นั้นมันดูสมจริงมาก

แม้ว่าจี้เฟิงจะไม่เคยไปโรงหนังเพื่อชมภาพยนตร์ 3 มิติบนโลกมาก่อนและโดยปกติจี้เฟิงจะได้ยินคำว่า 3 มิติทางทีวีหรือในข่าวเท่านั้น แต่จี้เฟิงก็รู้ดีว่าด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันบนโลก ไม่ว่าภาพใดๆก็มักจะมีความผิดเพี้ยนบางอย่าง แต่ม่านแสงที่ถูกสร้างขึ้นโดยสมองหมายเลข 1 นั้นไม่มีข้อบกพร่องในเรื่องนี้อย่างแน่นอน

เพราะเมื่อตอนนี้ม่านแสงนี้ฉายข้อมูลวิดีโอที่บันทึกการต่อสู้ระหว่างผู้ชายทั้งสองคนเอาไว้ จี้เฟิงสามารถมองเห็นรายละเอียดอย่างเส้นผมบนศีรษะของพวกเขาได้อย่างชัดเจน และระดับความสมจริงนั้นมันเป็นเรื่องยากที่จะสามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูด

ดังนั้นความสนใจของจี้เฟิงที่มีต่อม่านแสงนั้นจึงมีมากเกินกว่าความสนใจในสิ่งที่เขาจะต้องปฏิบัติในเวลานี้ แม้สมองหมายเลข 1 จะใช้เรื่องนี้เป็นสิ่งกระตุ้นให้เขาเกิดแรงบันดาลใจก็ตาม

จี้เฟิงยังคงรู้สึกตื่นเต้นเมื่อนึกถึงม่านแสง  เพราะนับตั้งแต่วันที่เขาเริ่มเรียนมัธยมปลายปีสามและได้พบกับสมองหมายเลข 1 จี้เฟิงก็มีความสงสัยอยู่ในใจมาโดยตลอดว่าเขาจะใช้ช่องทางไหนเพื่อมาสร้างธุรกิจเป็นของตัวเองได้ แต่หลังจากคิดแล้วจี้เฟิงก็ยังไม่สามารถมองเห็นถึงวิธีและหนทางที่เหมาะสม

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันของเขามันเป็นเรื่องง่ายที่เขาจะสามารถทำเงินจนร่ำรวยได้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างอาชีพในระยะยาวและมั่นคง อันที่จริงจี้เฟิงก็มีความคิดที่จะเปิดบริษัทอัญมณี หากในกรณีนี้ด้วยความสามารถด้านการมองทะลุของเขามันจะทำให้เขาหมดห่วงเรื่องปัญหาของการหาวัตถุดิบและมันจะช่วยทำให้ธุรกิจของเขาทำเงินและดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น

อย่างไรก็ตามความสนใจของจี้เฟิงไม่ได้อยู่ในด้านนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องจัดการกับแร่หินเหล่านั้นตลอดทั้งวัน จึงทำให้จี้เฟิงไม่ชอบตรงส่วนนี้มากนัก สำหรับเขาในตอนนี้ที่มีเงินมากกว่า 40 ล้านหยวนอยู่ในตัวมันก็เพียงพอแล้วที่จะใช้ชีวิตแบบปกติ แต่ถ้าเขาอยากจะสุขสบายไปตลอดชีวิตและทำให้ทั้งครอบครัวอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมันก็คงจะไม่เพียงพออย่างแน่นอน

ดังนั้นเป้าหมายในปัจจุบันของจี้เฟิงคือการค้นหาอาชีพที่น่าสนใจสำหรับเขาและในขณะเดียวกันมันต้องเป็นอาชีพที่มั่นคง อืม... จี้เฟิงคิดอย่างรอบคอบและมีคำหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเขา มันจะต้องเป็นอะไรที่ ทำให้เขามีความสุขและมันจะต้องประสบความสำเร็จ

ใช่! มันเป็นความรู้สึกของความสำเร็จ

ด้วยเพราะความรู้สึกของความสำเร็จนี้บวกกับความอยากรู้อยากเห็นของเขา จึงทำให้เขามีความสนใจเกี่ยวกับม่านแสงนี้มาก

“มาสเตอร์จะเริ่มการเรียนรู้ยิมนาสติกชุดที่สองในตอนนี้เลยหรือไม่” เสียงของสมองหมายเลข 1 ขัดจังหวะการครุ่นคิดของจี้เฟิง

จี้เฟิงพยักหน้าทันทีและกล่าวว่า “แน่นอน! มันเป็นสิ่งจำเป็นที่ผมจะต้องเรียนรู้!”

จี้เฟิงจำได้ว่า ก่อนหน้านี้สมองหมายเลข 1 บอกว่า ถ้าเขาต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายเขาจะต้องเริ่มเรียนรู้การปฏิบัติยิมนาสติกชุดที่สองด้วย  เนื่องจากจี้เฟิงสนใจในม่านแสงนี้มากเขาจึงมีความต้องการเรียนรู้ชุดยิมนาสติกเหล่านี้ไปด้วย

“ครับมาสเตอร์!” สมองหมายเลข 1 พยักหน้า “กรุณารอสักครู่”  ไม่กี่วินาทีต่อมาก็มีม่านแสงปรากฏขึ้นต่อหน้าจี้เฟิงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ม่านแสงไม่ได้ฉายออกมาเป็นภาพวิดีโอ แต่มันกลายเป็นกลุ่มแสงและเริ่มบิดตัวจากนั้นมันค่อยๆขยายขึ้นพร้อมกับเคลื่อนที่เข้ามาใกล้และในที่สุดมันก็กลายเป็นรูปร่างของร่างกายมนุษย์

แต่มันเป็นร่างกายมนุษย์ที่เหมือนกับภาพลวงตาที่ดูโปร่งใส ยิ่งไปกว่านั้นบนร่างกายมนุษย์ลวงตานี้ยังเต็มไปด้วยเส้นและจุดแสงต่างๆตั้งแต่ศีรษะลำตัวแขนและขาต่างเต็มไปด้วยเส้นและจุดแสงดังกล่าว

“มาสเตอร์โปรดทำตามบุรุษแสงนี้เพื่อเริ่มต้นการฝึกฝน” เสียงของสมองหมายเลข 1 ดังขึ้น

จี้เฟิงพยักหน้าและเลิกสนใจว่าทำไมการเคลื่อนไหวยิมนาสติกชุดที่สองของร่างกายมนุษย์โปร่งใสนี้ถึงได้แตกต่างจากการเคลื่อนไหวยิมนาสติกชุดแรก อย่างไรก็ตามเขาแค่ต้องทำตามการเคลื่อนไหวที่ยากลำบากเหล่านั้นอีกครั้ง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขาที่เคยผ่านมันมาแล้ว

ในตอนนี้ร่างกายของมนุษย์โปร่งใสเริ่มนั่งลง เป็นการนั่งโดยให้เท้าอีกข้างวางบนต้นขาของอีกข้างหรือที่เรียกว่านั่งขัดสมาธิ มือทั้งสองข้างวางไว้ที่หน้าตัก... ยังคงเหมือนโยคะ!

จี้เฟิงทำตามร่างโปร่งใสอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะเขาได้ผ่านการฝึกฝนยิมนาสติกชุดแรกอย่างเชี่ยวชาญมาแล้ว ดังนั้นการเคลื่อนไหวของร่างมนุษย์โปร่งใสนี้จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลย

แต่ในไม่ช้าจี้เฟิงก็เริ่มงุนงง เพราะร่างกายมนุษย์โปร่งใสตรงหน้า หลังจากที่นั่งลงและทำท่าขัดสมาธิเช่นนี้แล้วเขาก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนอีกเลย จี้เฟิงเบิกตากว้างและคิดกับตัวเองว่าไม่ใช่ว่าตอนนี้พลังงานของสมองหมายเลข 1 จะอ่อนลงและทำให้ร่างกายมนุษย์โปร่งใสที่เป็นต้นแบบการฝึกนี้ค้างจนหยุดทำงานไปแล้ว?

อย่างไรก็ตามลูกบอลที่เป็นแสงกลมๆมีหน้าคล้ายเด็กของสมองหมายเลข 1 ยังคงลอยวนอยู่รอบๆจี้เฟิง จึงทำให้จี้เฟิงล้มเลิกความคิดนี้ไป และอาจเป็นไปได้ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นในร่างกายมนุษย์โปร่งใสนี้โดยที่เขาไม่ทันได้สังเกตเห็น หรือการปฏิบัติยิมนาสติกชุดที่สองนี้จะเน้นที่การนั่งทำสมาธิ?

จี้เฟิงเชื่อว่าความเป็นไปได้ในอย่างแรกน่าจะมีมากกว่า ดังนั้นเขาจึงสังเกตร่างกายมนุษย์โปร่งใสนี้อย่างไม่กะพริบตา

จี้เฟิงค่อยๆพบว่ามีหมอกจางๆปรากฏขึ้นรอบๆร่างกายมนุษย์โปร่งใส และทันทีหลังจากนั้นก็ดูเหมือนว่าหมอกได้ทะลุเข้าไปในผิวหนังและเข้าสู่ร่างกายของเขา

ร่างกายมนุษย์ลวงตาที่โปร่งใสจะมีผิวหนังได้อย่างไร? จี้เฟิงรู้สึกตลกเล็กน้อยกับความรู้สึกนี้ของเขา แต่เขาก็แน่ใจว่าสิ่งที่เขาเห็นมันทำให้เขารู้สึกเช่นนี้

มันยังเร็วเกินไปที่เขาจะคิดหาคำตอบ จี้เฟิงจึงตัดสินใจที่จะเฝ้าดูต่อไป หมอกจางๆที่เข้าสู่ร่างกายของมนุษย์โปร่งใส่ไปนั้น มันเข้าไปในเส้นที่มีอยู่ตามร่างกายและไหลไปตามเส้นเหล่านั้น

ในตอนนั้นเองจี้เฟิงตระหนักได้ว่าเส้นเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เส้น แต่เป็นเหมือนกับท่อบางๆเช่นเดียวกับสายยาง

หมอกเหล่านั้นไหลไปตามสายยางและค่อยๆรวมตัวเข้าหากันในร่างกายของมนุษย์โปร่งใสและในที่สุดมันก็ไปรวมกันจนกลายเป็นหมอกขนาดเล็กอยู่ที่ท้องส่วนล่างของร่างกายมนุษย์โปร่งใส

“ใครจะไปทำได้วะ!”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะก่นด่าสาปแช่งอยู่ในใจ สมองหมายเลข 1 ไม่ได้กำลังล้อเขาเล่นอยู่ใช่มั้ย? เห็นได้ชัดว่านี่มันเหมือนกับที่เขาเคยเห็นในละครทีวี ที่จะมีปรมาจารย์การต่อสู้นั่งสมาธิรวบรวมลมปราณอะไรแบบนั้น แล้วสุดท้ายพวกเขาก็ธาตุไฟแตก มันจะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นกับเขาใช่มั้ย?

ส่วนหมอกที่เขาเห็นมันไปรวมกลุ่มกันที่ท้องน้อย... กำลังภายใน?

จี้เฟิงรู้สึกงุนงงสับสนมากในตอนนี้ เขาอยากจะเอ่ยปากถามสมองหมายเลข 1 ว่านี่มันเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงของต่างดาวหรือเป็นความลับของศิลปะการต่อสู้ในตำนานกันแน่?

“มาสเตอร์โปรดทำตามบุรุษแสงต่อไปอย่างตั้งใจ!” เมื่อเห็นจี้เฟิงที่กำลังคิดฟุ้งซ่านและกำลังจะอ้าปากถาม สมองหมายเลข 1 ที่อยู่ข้างๆ ก็เตือนเขาทันที

“โอเค..” จี้เฟิงพยายามดึงสติและตั้งสมาธิใหม่อีกครั้ง เขาเรียนรู้สิ่งที่ร่างโปร่งใสทำและพยายามดูดซับหมอกรอบกายของเขา

แต่.. เขาจะหาหมอกพวกนี้ได้จากที่ไหน?

…จบบทที่ 157~❤️

จบบทที่ บทที่ 157 ทักษะพิเศษ!

คัดลอกลิงก์แล้ว