เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 156 ยิมนาสติกชุดที่สอง…?!

บทที่ 156 ยิมนาสติกชุดที่สอง…?!

บทที่ 156 ยิมนาสติกชุดที่สอง…?!


บทที่ 156 ยิมนาสติกชุดที่สอง...?!

“ในฐานะสายลับที่ดีจำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและจะต้องเชี่ยวชาญเทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายขั้นพื้นฐาน มาสเตอร์ในตอนนี้ยังไม่ได้เป็นสายลับที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและมาสเตอร์ยังต้องเรียนรู้ต่อไป!” จี้เฟิงมองไปที่ชื่อของทักษะนั้นและมันก็ทำให้เขารู้สึกงุนงง จนกระทั่งสมองหมายเลข 1 ได้อธิบายและเตือนเขา

“ก็จริงของคุณ!” จี้เฟิงพยักหน้า หลังจากหลายเดือนของการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธและเครื่องจักรกลที่เขาได้เรียนรู้มาก่อนหน้านี้แม้จะเหลือสาขาแยกย่อยอีกเล็กน้อยแต่เขาก็ได้เรียนรู้เกือบจะทั้งหมดแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นเราก็มาเรียนรู้กันต่อเถอะ แต่ว่าผมจะเรียนรู้ยังไงดีในเมื่อผมไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ แล้วระหว่างการสื่อสารกับทักษะเครือข่ายเราควรจะเรียนรู้เรื่องไหนก่อนดี?”

สมองหมายเลข 1 กล่าวว่า “เนื่องจากมาสเตอร์ไม่เคยสัมผัสกับความรู้นี้มาก่อน สมองขอแนะนำว่ามาสเตอร์ควรเริ่มจากการวางแผนการเรียนรู้โดยให้เรียงจากความรู้ขั้นพื้นฐานที่สุด”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะจ้องมองไปที่สมองหมายเลข 1 เขาเพิ่งจะบอกอยู่ว่าเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เลยแล้วยังจะให้เขาวางแผนอะไรได้อีก?

“มาสเตอร์ มีวิธีเกี่ยวกับการวางแผนการเรียนรู้อยู่ในระบบ มาสเตอร์ต้องการจะใช้ข้อมูลนี้ในการอ้างอิงและจัดทำขึ้นหรือไม่” สมองพูดขึ้นเหมือนจะรู้ว่าจี้เฟิงกำลังคิดอะไรอยู่

เมื่อมองไปที่ท่าทางที่ดูระมัดระวังของสมอง จี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้ม เขาคิดอยู่ในใจว่าแม้ว่าก้อนแสงที่มีรูปร่างเหมือนกับเด็กชายนี้จะเป็นเพียงโปรแกรมที่ถูกตั้งขึ้นมาอย่างชาญฉลาด แต่ก็ไม่ได้ปราศจากความรู้สึกของมนุษย์อย่างแน่นอน หรือบางทีอาจจะเป็นโปรแกรมมานุษยวิทยาประเภทหนึ่งก็เป็นได้ นี่สินะที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์!

“ผมให้คุณช่วยผมตัดสินใจเลือกแผนการเรียนที่เหมาะสมกับผมและเป็นความรู้พื้นฐานที่ครอบคลุมด้วยระยะเวลาที่สั้นที่สุด” จี้เฟิงไม่ได้วางแผนที่จะไปไกลมากนัก เขาจึงเลือกที่จะเรียนรู้จากเรื่องพื้นฐานที่สุดก่อนตามที่สมองแนะนำ เช่นเดียวกันกับเมื่อตอนที่เขาเรียนรู้เรื่องอาวุธและเครื่องจักรกล เมื่อถึงเวลาที่ต้องเรียนรู้ขั้นสูงมันจะช่วยให้เขาผ่านพ้นไปโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตามหากเขาต้องเรียนรู้ทั้งหมด นอกจากสมองจะต้องใช้พลังงานอย่างมากแล้วบางทีอาจจะทำให้ความสามารถในการเรียนรู้ช้าลงหรืออาจถึงขั้นเรียนรู้ไม่ได้ด้วยซ้ำ

อันที่จริงสิ่งที่จี้เฟิงสนใจอยู่ในตอนนี้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเครือข่าย นั่นเป็นเพราะเขามักจะเคยได้ยินมาว่า แฮกเกอร์คนดังในตำนาน ที่อยู่ในสถานที่ห่างไกลใช้เพียงแค่คอมพิวเตอร์และสายสัญญาณโทรศัพท์ก็เพียงพอที่จะทำลายไฟร์วอลล์ของผู้อื่นและสอดแนมความลับของผู้อื่นได้

แม้ว่าโดยนิสัยส่วนตัวของจี้เฟิงจะไม่ใช่คนที่ชอบสอดแนมความลับของผู้อื่น แต่ตามที่สมองหมายเลข 1 บอก สิ่งนี้เป็นวิธีการหาข้อมูลที่ชาญฉลาดและยังเป็นวิธีที่รวดเร็ว หากจี้เฟิงต้องการก้าวเข้าสู่การเป็นสายลับที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเขาจึงต้องเรียนรู้ทักษะนี้

จนถึงตอนนี้ จี้เฟิงยังไม่แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเองจากการที่เขาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆจะนำเขาไปสู่หนทางแบบใด แต่เมื่อเขาลองมองย้อนกลับไป เขาก็ค้นพบว่าสิ่งที่เขาได้เลือกจนมาถึงปัจจุบัน มันทำให้เขามีความรู้และประสบความสำเร็จในสิ่งที่คนอื่นได้แต่ใฝ่ฝัน!

ประสิทธิภาพของสมองยังคงทำงานได้อย่างดีเช่นเคย หลังจากได้รับคำสั่งของจี้เฟิงเพียงไม่กี่นาที สมองหมายเลข 1 ก็พูดว่า “มาสเตอร์ สมองได้ทำแผนการเรียนรู้เสร็จเรียบร้อยแล้วมาสเตอร์โปรดตรวจสอบ”

จากนั้นก็มีข้อความที่อัดแน่นปรากฏต่อหน้าของจี้เฟิง

รายการแรกคือการเรียนรู้พื้นฐานของเทคโนโลยีเครือข่ายและการสื่อสาร รายการที่สองคือความเชี่ยวชาญเบื้องต้น...

จี้เฟิงมองดูแผนการเรียนรู้ที่อัดแน่นไปด้วยตัวอักษร เขาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้ม มันเยอะจนละลานตามากจริงๆ ชีวิตในวันข้างหน้าเขาคงยุ่งอยู่กับสิ่งเหล่านี้อีกครั้ง จี้เฟิงไม่ได้เป็นกังวลเกี่ยวกับการเรียนที่น่าเบื่อ เพราะผลงานที่ผ่านมาของสมองหมายเลข 1 ได้พิสูจน์แล้วว่า ปัญญาประดิษฐ์แสนฉลาดนี้จะไม่มีวันปล่อยให้เขาได้เรียนด้วยความเบื่อหน่ายอย่างแน่นอน ทุกทักษะหรือเทคโนโลยีใหม่ๆที่เขาต้องเรียนรู้ สมองหมายเลข 1 จะช่วยให้เขาสามารถเข้าใจในทฤษฎีและเข้าถึงการปฏิบัติได้อย่างดีเยี่ยม

ยกตัวอย่างเช่นเมื่อตอนที่จี้เฟิงเริ่มเรียนหมากรุกและบิลเลียด ระบบฝึกอบรมได้สร้างโค้ชเพื่อใช้ในการฝึกฝนจี้เฟิงโดยตรง

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อถึงตอนที่เรียนรู้ทักษะการต่อสู้ ปรมาจารย์ผู้สอนมีความเหมือนจริงมากจนยากที่จะแยกแยะว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงหรือเป็นเพียงภาพจำลอง แม้แต่จี้เฟิงเองในตอนฝึกยังลืมไปแล้วว่าปรมาจารย์ผู้ฝึกสอนเป็นเพียงแค่ร่างเสมือนที่ถูกสร้างขึ้นไม่ใช่คนจริงๆ

แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่แท้จริงของจี้เฟิงด้วย เนื่องจากในระบบฝึกอบรมสายลับระดับสูงนั้นเป็นจริงราวกับว่าคุณได้ไปอีกโลกหนึ่ง

จี้เฟิงอ่านแผนการเรียนเหล่านี้อย่างละเอียดและในที่สุดเขาก็พยักหน้าและพูดว่า “โอเค! แค่ทำตามแผนนี้สินะ งั้นเรามาเริ่มเรียนกันเลยเถอะ!”

“ยังไม่ได้ครับมาสเตอร์!” จี้เฟิงรู้สึกแปลกใจที่สมองหมายเลข 1 ไม่เห็นด้วยในทันทีกับเขา

“ก่อนที่มาสเตอร์จะเริ่มต้นทำการเรียนรู้ทักษะตามแผนการศึกษานี้ มาสเตอร์จะต้องวางรากฐานก่อน!”

“คุณหมายถึงอะไร?” จี้เฟิงรู้สึกงุนงง

“มาสเตอร์ได้เรียนรู้ชุดยิมนาสติกท่าแรกไปแล้ว ตอนนี้ได้เวลาเรียนรู้ยิมนาสติกชุดที่สองแล้ว!” สมองหมายเลข 1 กล่าว

จี้เฟิงเคยเข้าใจว่าเขาได้สำเร็จการฝึกยิมนาสติกทั้งหมดอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นแม้ว่าในระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาเขาจะไม่ได้เข้าสู่ระบบฝึกอบรมเลย แต่ทักษะของเขาก็ไม่ได้ด้อยลง เป็นเพราะยิมนาสติกชุดแรกที่เขาฝึกทำให้ร่างกายของเขามีความคงที่ และมีกระแสไฟฟ้าชีวภาพถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติทุกคืนเพื่อทำการกระตุ้นร่างกายให้เซลล์ทุกเซลล์เต็มไปด้วยพลัง

แล้วมันมียิมนาสติกชุดที่สองมาได้ยังไง?

จี้เฟิงถามข้อสงสัยนี้ทันที “สมองหมายเลข 1 ก่อนหน้านี้คุณเคยบอกไม่ใช่เหรอว่าถ้าฝึกฝนยิมนาสติกชุดนี้แล้วจะมีคุณสมบัติพื้นฐานที่เหมาะสมสำหรับการเป็นสุดยอดสายลับ แล้วทำไมจู่ๆถึงมียิมนาสติกชุดที่สองโผล่มาได้?”

“ครับมาสเตอร์!”

สมองหมายเลข 1 กล่าวว่า “แม้ว่าทักษะของมาสเตอร์ในปัจจุบันจะทำให้มีคุณสมบัติสายลับขั้นพื้นฐานแล้ว แต่การเรียนรู้เทคโนโลยีเครือข่ายและการสื่อสารจะทำให้มาสเตอร์มีคุณสมบัติที่เหมาะสมยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามระบบของสมองเป็นระบบฝึกอบรมสายลับระดับสูง ไม่ใช่ระบบฝึกสายลับขั้นพื้นฐาน กล่าวคือสายลับที่ได้มาตรฐานไม่ใช่เป้าหมายของสมองแต่เป็นเพียงแค่ทางผ่านเท่านั้น เป้าหมายสูงสุดของสมองคือการทำให้มาสเตอร์เปรียบได้กับสุดยอดสายลับระดับสูง!”

“โอ้ มาย ก๊อด!”

จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาดังๆ เขารู้สึกเหมือนถูกสมองหมายเลข 1 หลอกให้ฝึกอย่างนักและคิดว่าเขาได้มาถึงเป้าหมายแล้ว เพราะทักษะและความรู้ต่างๆในปัจจุบันของเขามันทำให้เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเขานั้นแข็งแกร่งเพียงพอแล้ว

“มาสเตอร์ ตามข้อมูลร่างกายในปัจจุบันของมนุษย์เมื่อเปรียบเทียบกับมาสเตอร์ในเวลานี้แล้ว มาสเตอร์ถือได้ว่าเป็นระดับปรมาจารย์อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับสุดยอดสายลับระดับสูงแล้วมาสเตอร์ยังคงเรียกได้ว่าล้าหลังอยู่มาก!” สมองหมายเลข 1 กล่าวเสียงเรียบแต่ทำให้จี้เฟิงรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก

มุมปากของจี้เฟิงกระตุกสองสามที เขาสงสัยว่าข้อมูลร่างกายมนุษย์ที่สมองหมายเลข 1 เก็บรวบรวมมานั้น หมายถึงคนธรรมดาที่อยู่รอบๆตัวเขาด้วยหรือไม่? แล้วถ้าเขายังไม่สามารถถูกเรียกได้ว่าเป็นปรมาจารย์เมื่อเปรียบเทียบกับคนธรรมดาทั่วๆไปแล้วการฝึกฝนสุดโหดที่เขาทุ่มเทตลอดระยะเวลาผ่านมามันจะไม่เท่ากับไร้ประโยชน์งั้นหรือ?

สิ่งที่จี้เฟิงสนใจจริงๆคือคำว่าสุดยอดสายลับที่สมองหมายเลข 1 กล่าวถึง

เขาจึงถามว่า “สุดยอดสายลับของกาแล็กซีแกมมานั้นเก่งขนาดไหน?”

สมองหมายเลข 1 ตอบว่า “สุดยอดสายลับที่แท้จริงจะสามารถใช้กระแสไฟฟ้าชีวภาพเพื่อทำลายหินภูเขาได้ด้วยหมัดเดียวและพุ่งขึ้นไปในอากาศได้ไกลกว่า 30 เมตรอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า”

“แบบนั้นไม่น่าจะเรียกว่ามนุษย์แล้วล่ะนะ...” จี้เฟิงได้แต่ทำหน้าเหวออยู่ครู่หนึ่งในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกสงสัยอยู่เล็กน้อย “เป็นไปได้มั้ยว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในกาแล็กซีแกมมาจะไม่ใช่มนุษย์แบบมนุษย์บนโลก แต่เป็นเหมือนพวกสัตว์ประหลาดบางชนิด..”

แต่โดยปกติแล้วมนุษย์ต่างดาวก็ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอยู่แล้ว! จี้เฟิงกำลังคิดอยู่ว่าคนที่สามารถต่อยหินก้อนใหญ่ให้แตกได้ด้วยหมัดเดียวก็น่าจะมีแต่ในภาพยนตร์เท่านั้น ส่วนเรื่องที่บอกว่าพุ่งขึ้นไปในอากาศได้ 30 เมตร.. มันแทบจะเรียกว่าบินได้แล้วไม่ใช่เหรอ?!

“มาสเตอร์ครับมนุษย์ที่กาแล็กซีแกมมานั้นมีโครงสร้างร่างกายเหมือนกับมนุษย์โลกที่มาสเตอร์เป็นอยู่ มีข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือมนุษย์ในกาแล็กซีแกมมาเรียนรู้ที่จะควบคุมกระแสไฟฟ้าชีวภาพตั้งแต่แรกเกิด ดังนั้นมนุษย์ในกาแล็กซีแกมมาจึงมีการพัฒนาร่างกายที่ไกลเกินกว่ามนุษย์บนโลกมาก” สมองหมายเลข 1 อธิบายเสริม

จี้เฟิงรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง “แล้วทำไมมนุษย์บนโลกถึงควบคุมกระแสไฟฟ้าชีวภาพไม่ได้? แล้วผมจะสามารถควบคุมกระแสไฟฟ้าชีวภาพได้หรือเปล่า?”

กระแสไฟฟ้าชีวภาพเป็นสิ่งที่ดีมากอย่างแท้จริง มันช่วยให้ดวงตาของจี้เฟิงสามารถมองทะลุได้เมื่อต้องการ เสริมสร้างพลังให้กับแขนและขา ให้มีหมัดที่รุนแรงแข็งแกร่งและช่วยให้การวิ่งมีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างมาก แต่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ด้วยการที่จี้เฟิงตั้งสมาธิในจิตใจและสมอง จนเกิดการกระตุ้นของพลังงานกระแสไฟฟ้าชีวภาพ

ส่วนเรื่องการควบคุมกระแสไฟฟ้าชีวภาพในร่างกายของเขานั้น เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพลังของกระแสไฟฟ้าชีวภาพนั้นอยู่ที่ไหน เมื่อสมองหมายเลข 1 เปิดใช้งานกระแสไฟฟ้าชีวภาพเขาถึงจะสัมผัสได้ถึงพลังงานความร้อนที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย แต่ถ้าในเวลาปกติเขาจะไม่รู้สึกถึงพลังงานเหล่านั้น

“ตราบใดที่มาสเตอร์เรียนรู้ท่วงท่าของยิมนาสติกชุดที่สอง มาสเตอร์ก็จะสามารถควบคุมพลังงานไฟฟ้าชีวภาพได้อย่างอิสระ” สมองหมายเลข 1 อธิบาย “สาเหตุที่มาสเตอร์ไม่สามารถรู้สึกถึงพลังงานไฟฟ้าชีวภาพได้ในปัจจุบันเนื่องจากมาสเตอร์อ่อนแอเกินไปและยังไม่ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับเทคนิคการควบคุมพลังงานชีวภาพในปัจจุบัน”

ยิ่งจี้เฟิงได้ฟังเขาก็ยิ่งรู้สึกสับสนและอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “แล้วทำไมไม่บอกมาเลยว่า ถ้าผมได้เรียนรู้ยิมนาสติกชุดที่สองแล้วผมจะสามารถไปได้ถึงระดับไหน!”

ไม่ว่าจะเป็นยิมนาสติกสุดโหดที่สมองหมายเลข 1 บอกว่าเป็นยิมนาสติกเพื่อสุขภาพ เขาก็ทำสำเร็จมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่ายิมนาสติกชุดที่สองนี้เขาก็จะทำสำเร็จได้เช่นเดียวกัน

สมองหมายเลข 1 กล่าวว่า “เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความประทับใจให้กับมาสเตอร์ ได้โปรดดูวิดีโอต่อไปนี้”

จากนั้นก็มีม่านแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าของจี้เฟิง  บนม่านแสงมีภาพปรากฏขึ้นซึ่งดูสมจริงมาก

จี้เฟิงถึงกับอึ้ง “มันคือภาพยนตร์ 3 มิติเหรอ?”

สมองหมายเลข 1 กล่าวทันที “นี่ไม่ใช่ภาพยนตร์ 3 มิติธรรมดา แต่เป็นเทคโนโลยี 3 มิติเสมือนจริงที่ล้ำหน้ากว่าเทคโนโลยี 3 มิติบนโลก และเป็นอุปกรณ์ฉายภาพของคนทั่วไปในกาแล็กซีแกมมา”

“คุณกำลังจะบอกว่า ในกาแล็กซีแกมมาพวกเขามีทีวีแบบนี้อยู่ในบ้านของคนทั่วไปงั้นเหรอ?” จี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและชื่นชม “เทคโนโลยีนี้น่าทึ่งจริงๆ”

ไม่มีสิ่งอื่นใดนอกจากม่านแสงที่ฉายภาพออกมา แต่มันคือโทรทัศน์ธรรมดาทั่วไปของชาวกาแล็กซีแกมมา ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีบนโลกถึงจะมีเทคโนโลยีที่กาแล็กซีแกมมามีอยู่ในทุกครัวเรือนแบบนี้..

“ถ้ามาสเตอร์เรียนรู้เทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่าย มาสเตอร์ก็จะสามารถสร้างม่านแสง 3 มิติเสมือนจริงแบบนี้ได้เช่นกัน!” สมองหมายเลข 1 กล่าว

ทันใดนั้นดวงตาของจี้เฟิงก็สว่างขึ้น มันเป็นเรื่องที่ดีอย่างแน่นอน เมื่อเขาได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้เขาจะสามารถสร้างทีวีจอเบาแบบนี้ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งดีกว่าทีวีขนาดใหญ่มาก

ในตอนนี้ภาพในม่านแสงค่อยๆเปลี่ยนไป จี้เฟิงเลิกคิดฟุ้งซ่านและตั้งใจดูภาพที่ปรากฏขึ้นบนม่านแสง

เป็นสถานที่รกร้างว่างเปล่าแห่งหนึ่ง มีเพียงบรรยากาศที่เงียบสงัดอยู่โดยรอบ เช่นเดียวกับภาพของดาวเคราะห์ต่างๆที่จี้เฟิงมักจะเห็นในทีวี ที่มีพื้นดินเป็นหลุมและไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิต

จากนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา ด้านหน้าของเขามีภูเขาลูกเล็กๆ และบนยอดเขานั้นมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนอยู่

ทั้งสองพูดคุยกันอยู่สองสามคำ ถึงแม้จี้เฟิงจะได้ยินบทสนทนาเหล่านั้นทั้งหมดแต่เขาไม่สามารถเข้าใจได้แม้แต่คำเดียวแต่นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะในช่วงเวลาต่อมาจี้เฟิงก็ได้เห็นสิ่งที่ทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น

ในเวลาต่อมาเขาเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ที่เชิงเขาดูเหมือนจะโกรธ เขาชกไปที่ภูเขาอย่างรุนแรงเหมือนกับขีปนาวุธที่ตกลงบนภูเขาทำให้พื้นดินและภูเขาลูกนั้นสั่นสะเทือน!

ในเวลาเดียวกันชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่บนภูเขาก็กระโดดขึ้นไปกลางอากาศสูงหลายร้อยเมตร!

…จบบทที่ 156~❤️

จบบทที่ บทที่ 156 ยิมนาสติกชุดที่สอง…?!

คัดลอกลิงก์แล้ว