เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 126 ผิดคำพูด

บทที่ 126 ผิดคำพูด

บทที่ 126 ผิดคำพูด


บทที่ 126 ผิดคำพูด

“ไอ้จี้เฟิง! ไอ้เด็กเวร ฉันจะไม่ปล่อยแกไปง่ายๆแบบนี้แน่!”

รองผู้บัญชาการหวังสาปแช่งจี้เฟิงด้วยความคับแค้นใจ ในขณะที่เขามองหมีดำที่กำลังถูกผ่าตัดผ่านกระจกในโรงพยาบาลของค่ายทหาร ใบหน้าของเขาก็ขาวซีด เขากัดฟันพูดอย่างยากลำบาก “ไอ้เด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแกกล้าทำร้ายร่างกายคนของฉันขนาดนี้ได้ยังไง!?

รองผู้บัญชาการหวังรู้สึกโกรธมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตอนที่หมอบอกกับเขาในตอนที่ได้เห็นบาดแผลอันสาหัสของหมีดำว่า แม้ว่าหมีดำจะฟื้นตัวได้ ก็ไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตและต่อสู้ได้เหมือนแต่ก่อน

บาดแผลของหมีดำทำให้หมอที่ทำการรักษารู้สึกตกใจมาก คนที่ลงมือทำนั้นโหดร้ายเกินไป

แม้ว่าส่วนที่หมีดำได้รับบาดเจ็บจะไม่ใช่จุดสำคัญที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต แต่ส่วนที่ได้รับบาดเจ็บนั้นคือกระดูกส่วนของแขนกับขาทั้งสองข้างที่แตกเกือบทั้งหมด และถึงแม้ว่าจะได้รับการรักษาจนกระดูกเชื่อมต่อกันใหม่ แต่มันก็จะทำให้หมีดำไม่สามารถกลับไปเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงได้อีก

โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บที่ต้นขาทั้งสองข้าง เป็นจุดที่สาหัสที่สุด กระดูกถูกทำให้หักอย่างรุนแรงจนกระทั่งทะลุกล้ามเนื้อออกมา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก

จากอาการบาดเจ็บทั้งหมดมันก็พอจะทำให้จินตนาการได้ว่าคนที่ลงมือทำนั้นโหดเหี้ยมแค่ไหน

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้รองผู้บัญชาการหวังก็รู้สึกเจ็บปวดในใจ คุณรู้ไหมเขาใช้สิทธิพิเศษในมือเพื่อรับหมีดำที่เป็นนักมวยเถื่อนใต้ดินเข้ามาในกองทัพ ไม่ใช่แค่ชื่นชมในทักษะการต่อสู้ของหมีดำเท่านั้น แต่เป็นเพราะเมื่อเร็วๆนี้ เขตทหารตะวันออกเฉียงใต้กำลังจะมีการแข่งขันครั้งใหญ่ ซึ่งนอกเหนือจากการแข่งขันทักษะทางทหารแล้วยังมีการแข่งขันที่เป็นการต่อสู้เดี่ยวอีกด้วย

หากหมีดำสามารถได้รับการจัดอันดับที่ดี หวังเว่ยจินจะมีเครดิตที่ดีในเรื่องของการฝึกฝนความสามารถด้านการต่อสู้ และแน่นอนเมื่อเขามีผลงานที่ดีมันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง

แต่ตอนนี้ความหวังของเขาถูกทำลายโดยจี้เฟิง หมีดำที่ถูกทำร้ายจนมีสภาพที่น่าสังเวชจนไม่สามารถต่อสู้ได้อีก มันจะไม่ทำให้หวังเว่ยจินเกลียดจี้เฟิงได้อย่างไร!

“หูเถี่ยจวิน หลังจากที่คุณกลับไป คุณไปบอกให้จี้เฟิงและตู้เส้าเฟิง ไอ้เด็กสองคนนั้นเก็บข้าวเก็บของและออกไปจากค่ายทหารทันที!” หวังเว่ยจินกัดฟันพูดอย่างโกรธแค้น

“หัวหน้าหวังคุณจะไล่พวกเขาออกไปงั้นหรือ?!” หูเถี่ยจวินตกใจมาก เขาจำได้ว่าตราบใดที่ตู้เส้าเฟิงและจี้เฟิงสามารถเอาชนะการต่อสู้ได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จะถูกลบล้างออกไปทั้งหมด แล้วทำไมตอนนี้หัวหน้าหวังถึงได้มากลับคำพูด?

“ไล่ออก?”

รองผู้บัญชาการหวังเว่ยจินหัวเราะเยาะและพูดอย่างเคร่งขรึม “คิดว่าฉันจะทำแค่ไล่พวกมันออกไปงั้นเหรอ ไอ้เด็กเวรสองคนนั้นมันกล้าทำร้ายคนขับรถของฉันจนบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ ไม่เพียงแต่ฉันจะไล่พวกมันออกเท่านั้น แต่ฉันจะแจ้งไปที่มหาวิทยาลัยและเรียกร้องให้มีการขับไล่พวกมันออก และหลังจากที่พวกมันถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย ฉันก็จะส่งพวกมันไปยังศาลทหาร!”

“ห๊ะ!”

หูเถี่ยจวินถึงกับผงะ การไปศาลทหารหมายความว่าอย่างไร ทำไมหูเถี่ยจวินถึงจะไม่รู้ เพราะถ้าจี้เฟิงและตู้เส้าเฟิงถูกส่งตัวไปยังศาลทหาร อย่าว่าแต่พวกเขาจะมีโอกาสได้กลับมาเรียนต่อเลย แต่เกรงว่าพวกเขาอาจจะต้องถึงขั้นติดคุก!

“หัวหน้าหวัง ได้โปรดใจเย็นๆก่อน จี้เฟิงและตู้เส้าเฟิง ทั้งคู่ต่างก็เป็นเพียงนักศึกษาถ้าคุณปล่อยให้พวกเขาไปศาลทหารผมเกรงว่าทางมหาวิทยาลัยอาจจะไม่เห็นด้วย” หูเถี่ยจวินกล่าวอย่างระมัดระวัง “ผมคิดว่า เราแค่ให้พวกเขาออกจากค่ายทหารไป แล้วภายในสามวันหลังจากที่พวกเขาออกจากค่ายทหารแล้วเราค่อยแจ้งให้ทางมหาวิทยาลัยทราบอีกครั้ง คุณคิดว่าแบบนี้ดีไหม?”

“ถ้าอย่างนั้นยังมัวยืนทำอะไรอยู่?!” รองผู้บัญชาการหวังตะโกน

“ครับ!”

หูเถี่ยจวินตอบเสียงดังและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว และคิดในใจอย่างขมขื่น “สามวัน.. มันเป็นเวลาที่ยาวนานที่สุดเท่าที่ฉันจะทำเพื่อพวกนายได้แล้ว ฉันหวังว่าพวกนายจะจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นได้ภายในสามวัน ถ้าไม่อย่างนั้น.. เฮ้อ...”

หูเถี่ยจวินรู้สึกไม่ดีเลยจริงๆที่ต้องเห็นนักศึกษาที่ยอดเยี่ยมสองคนต้องถูกลงโทษโดยหวังเว่ยจินแบบนี้ แต่ตำแหน่งของเขาต่ำต้อยเกินไป คำพูดของเขาจึงไม่มีน้ำหนักพอที่จะช่วยจี้เฟิงและตู้เส้าเฟิงได้มากกว่านี้ เขาจึงได้แต่แอบถอนหายใจ

………

ที่สนามฝึกของค่ายทหารในเวลานี้ กลับเป็นอีกสถานการณ์หนึ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

เนื่องจากหูเถี่ยจวินออกไปโดยไม่ได้สั่งการอะไรไว้ นักศึกษาเหล่านี้จึงแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และพากันนั่งเล่นอย่างเพลิดเพลินไปกับเวลาพักผ่อนอันหาได้ยากยิ่ง

แต่ในความเป็นจริงสายตาของคนส่วนใหญ่ต่างจับจ้องไปที่จี้เฟิงซึ่งเวลานี้ไปนั่งอยู่ที่แถวหลังกับเพื่อนร่วมห้องของเขา จี้เฟิงที่จัดการกับหมีดำได้อย่างเยือกเย็นและแสดงทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมทำให้นักศึกษาเหล่านี้รู้สึกทึ่งและชื่นชม

เนื่องจากนักศึกษาเหล่านี้อยู่ในวัยคึกคะนอง พวกเขาเต็มไปด้วยจินตนาการและชื่นชอบคนที่แข็งแกร่งราวกับฮีโร่ แล้วในเมื่อคนอย่างจี้เฟิงที่เพิ่งแสดงทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมมาอยู่ตรงหน้าแล้วจะไม่ให้พวกเขาชื่นชอบได้อย่างไร?

จะมีก็แต่เพียงจ้าวไคและฮั่นจงเท่านั้นที่รู้สึกเป็นกังวล

“จี้เฟิงคุณทำให้หมีดำคนของหัวหน้าหวังบาดเจ็บสาหัสขนาดนั้น เขาต้องไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆแน่ คุณต้องระวังตัวให้ดี!” จ้าวไคกระซิบเสียงเบา “ถ้าเป็นไปได้ ก็ยกตำแหน่งหัวหน้าทีมให้หวังเสี่ยวหู่ไป และถึงแม้มันจะทำให้คุณลำบากใจแต่คุณอาจจำเป็นที่จะต้องก้มหัวให้กับหวังเสี่ยวหู่ไปก่อน!”

ฮั่นจงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยและพูดเสริมว่า “จ้าวไคพูดถูก การยอมก้มหัวบ้างบางครั้งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย เพราะทุกคนก็เห็นแล้วว่านายสามารถเอาชนะหมีดำได้อย่างง่ายดาย แต่จริงๆแล้วฉันว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญว่านายจะเอาชนะหมีดำได้จริงหรือเปล่า เพราะอย่างที่พวกเราเห็นหัวหน้าหวังไม่ใช่คนดี หากเขายังติดใจในเรื่องนี้ฉันเกรงว่านายอาจจะต้องพบกับความลำบากในภายหลัง มีคำกล่าวที่ว่า อย่ามัวแต่กลัวของที่ถูกขโมยจนลืมที่จะกลัวโจร”

จี้เฟิงได้แต่นิ่งเงียบเขารู้ดีว่าสิ่งที่จ้าวไคและฮั่นจงพูดเพียงเพราะหวังดีและเป็นห่วงเขา แต่เขาก็มีความคิดของเขาเอง

แม้ว่าการใช้ชีวิต 4 ปีในมหาวิทยาลัยจะเป็นเป้าหมายหนึ่งของจี้เฟิง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องยอมรับมันทุกอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความโกรธที่ทำให้เขาอึดอัดจนหายใจแทบไม่ออกแบบนี้ มันไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องมายอมทนทุกข์ทรมานกับเรื่องแบบนี้!

“เลิกพูดเรื่องนี้ไปได้เลย ไม่ว่าจะหวังไหนถ้าพวกเขาต้องการมาหาเรื่องจี้เฟิง ก็ให้พวกเขามาเคลียร์กับฉันนี่!” ตู้เส้าเฟิงกัดฟันของเขาและอดไม่ได้ที่จะสาปแช่ง “ให้ตายเหอะ ฉันไม่เคยพบเคยเจอคนแบบนี้ ฉันเกลียดมัน!”

“เหล่าตู้! นายนี่มัน...”  ฮั่นจงยิ้มอย่างขมขื่น นิสัยของตู้เส้าเฟิงตรงไปตรงมาเกินไป ด้วยนิสัยแบบนี้อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะอยู่ในสังคมที่ต้องรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหางบ้าง แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่กำลังโกรธของตู้เส้าเฟิง เขาก็เลือกที่จะยังไม่พูดอะไรออกไปในตอนนี้!

“ถึงแม้เหล่าตู้จะพูดแบบนี้ก็ตาม แต่คุณคิดว่าคนอย่างหัวหน้าหวังจะใช้เหตุผลในการตัดสินอย่างยุติธรรมงั้นหรือ?” จ้าวไคส่ายหัวและกล่าวว่า “จี้เฟิง ผมว่าเรามาหาวิธีแก้ไขเรื่องนี้กันก่อนดีกว่า ผมคิดว่าเราควรที่จะแจ้งเรื่องนี้ไปทางมหาวิทยาลัยก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้หัวหน้าหวังส่งเรื่องที่อาจจะไม่เป็นความจริงไป คุณคิดว่าไง?”

จี้เฟิงส่ายหัวและพูดว่า “ไม่จำเป็น รอให้ครูฝึกหูกลับมา แล้วรอดูว่าเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป หวังเว่ยจินกล้าที่จะผิดคำพูดไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ฉันจะทำให้เขาต้องรู้สึกเสียใจอย่างแน่นอน!”

จี้เฟิงพูดประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและมีพลัง

ทันใดนั้นจ้าวไคและฮั่นจงก็นึกถึงจางเล่ยขึ้นมาได้ และพวกเขาต่างก็พากันโล่งใจ ด้วยเพื่อนที่ทรงพลังและมีอำนาจที่ยิ่งใหญ่ในเจียงโจวจี้เฟิงก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไป

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้จ้าวไคและฮั่นจงก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขามีมิตรภาพที่ดีกับจี้เฟิงและตู้เส้าเฟิง มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาไม่อยากเห็นจี้เฟิงและตู้เส้าเฟิงต้องตกอยู่ในความโชคร้าย

หลังจากเวลาผ่านไปสิบกว่านาที หูเถี่ยจวินที่เดินอย่างรวดเร็วก็มาถึงค่ายทหารตรงจุดที่พวกจี้เฟิงอยู่

“เฮ้! คุณ! นักศึกษาจี้เฟิง!” เมื่อหูเถี่ยจวินมองไปที่จี้เฟิงที่กำลังพูดคุยกับเพื่อนๆของเขาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “จี้เฟิง คุณกำลังจะมีปัญหาแล้วล่ะ!”

จี้เฟิงเลิกคิ้วและถามขึ้น “ครูฝึกหูพูดว่าอะไรนะครับ?”

“หมีดำ คนขับรถของหัวหน้าหวังเว่ยจินน่ะ เขาเป็นคนที่หัวหน้าหวังโปรดปรานมากที่สุด แล้วคุณคิดว่าเขาจะปล่อยคุณไปง่ายๆทั้งๆที่คุณจัดการกับคนโปรดของเขาขนาดนั้นงั้นหรือ?” หูเถี่ยจวินส่ายหัวและถอนหายใจเบาๆ

“ครูฝึกหู ไอ้หัวหน้าหวังนั่นมันได้บอกหรือเปล่าว่ามันจะจัดการกับพวกเรายังไง?” ตู้เส้าเฟิงถาม

หูเถี่ยจวินพูดซ้ำสิ่งที่หวังเว่ยจินพูดพร้อมกับส่ายหัวและถอนหายใจ “สามวัน! ผมช่วยขอเวลาให้มากที่สุดได้เพียงแค่สามวันเท่านั้น  ถ้านานกว่านี้ผมเกรงว่าหัวหน้าหวังจะไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน จี้เฟิง ตู้เส้าเฟิง ในขณะที่พวกคุณสองคนอยู่ที่นี่ ภายในสามวันนี้ต้องพยายามหาวิธีจัดการเรื่องนี้ให้ได้ และผมจะช่วยพวกคุณหาวิธีที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณกับหัวหน้าหวังดีขึ้นเพื่อดูว่ามันพอจะทำให้หัวหน้าหวังเปลี่ยนใจในเรื่องนี้ได้หรือไม่!”

เมื่อรู้ว่าหูเถี่ยจวินได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือ จี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้า “ครูฝึกหู ขอบคุณมากครับ!”

“เฮ้อ.. ไม่ต้องขอบคุณหรอก ยังไงเรื่องนี้มันก็อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของผม ถ้าผมไม่ให้นักศึกษาตู้เส้าเฟิงมาเป็นหัวหน้าทีม และปล่อยให้หวังเสี่ยวหู่ได้รับหน้าที่นี้ไปตั้งแต่แรก เรื่องนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น!”

หูเถี่ยจวินอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หมีดำคนนี้เป็นถึงนักสู้ที่เก่งกาจและเคยต่อสู้ที่เวทีมวยใต้ดินจนได้รับแชมป์มาแล้ว เขาเป็นนักสู้ที่มีมูลค่าสูงในตลาดมืด  ไม่ว่ายังไงหัวหน้าหวังก็ไม่ควรปล่อยให้นักศึกษาต้องมาสู้กับคนแบบนี้!”

จี้เฟิงรู้สึกเอะใจ เรื่องนี้มันแปลกๆ เขาจึงรีบถามทันที “ครูฝึกหู ที่คุณบอกผมเมื่อครู่เรื่องหมีดำเป็นนักมวยเถื่อนใต้ดิน เขาเคยต่อสู้มาก่อนที่จะเข้าร่วมกองทัพหรือหลังจากที่เข้าร่วมกองทัพ?”

หูเถี่ยจวินชะงักไปเล็กน้อย เขาเกิดความสงสัยว่าทำไมจู่ๆจี้เฟิงถึงถามเรื่องนี้ “เขาเป็นนักสู้ เป็นนักมวยเถื่อนอยู่ที่สนามมวยใต้ดินอยู่ก่อนแล้ว ก่อนที่จะได้มาเข้าร่วมในกองทัพ ว่ากันว่าเขาเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงโด่งดังในสนามมวยใต้ดินในเจียงโจว แต่หลังจากนั้นเขาก็สมัครเข้ากองทัพและกลายเป็นคนขับรถของหัวหน้าหวังได้ยังไงผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ทันใดนั้นก็ปรากฏร้อยยิ้มเยาะอยู่บนใบหน้าของจี้เฟิง หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความสุข เดิมทีเขายังคิดอยู่ว่าจะจัดการหวังเว่ยจินคนนี้อย่างไรดี แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหมีดำเคยเป็นนักมวยเถื่อนใต้ดินมาก่อน มันเหมือนกับอยากจะนอนแล้วมีคนเอาหมอนมาให้ยังไงยังงั้น (สำนวนจีนอีกแล้วจ้า~)

“ครูฝึก ผมต้องขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับความช่วยเหลือในครั้งนี้!” จี้เฟิงยิ้ม จากนั้นเขาก็หันหน้าไปทางซ้ายและหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมาและกดโทรออก

หลังจากที่คุยโทรศัพท์เขาก็หันกลับมาอีกครั้งและพูดว่า “ครูฝึกหู ตอนนี้หวังเว่ยจินอยู่ที่ไหน?”

“โรงพยาบาล... คุณคงไม่ได้จะไปหาเขาเพื่อถามหาเหตุผลในตอนนี้หรอกใช่มั้ย?” หูเถี่ยจวินผงะ “คุณไปตอนนี้ผมเกรงว่านอกจากมันจะไม่สามารถช่วยอะไรได้แล้วแต่มันจะยิ่งทำให้เรื่องราวมันแย่ลงไปกว่าเดิม ผมว่าตอนนี้คุณต้องใจเย็นๆก่อน!”

จี้เฟิงยิ้มเขาส่ายหัวและพูดว่า “ทำไมผมต้องไปถามหาเหตุผลกับเขา? มันเป็นเรื่องที่เหนื่อยเปล่าที่จะพูดถึงเหตุผลกับคนที่ไม่มีเหตุผล!”

“ถ้าอย่างนั้นคุณจะถามทำไมว่าเขาอยู่ที่ไหน..?” หูเถี่ยจวินรู้สึกสับสน

จี้เฟิงยิ้มและพูดว่า “ถ้าคุณไปเดี๋ยวคุณก็รู้”

ตู้เส้าเฟิงและอีกสองคนที่อยู่ข้างๆเขาต่างก็พากันเดาเรื่องนี้จากสีหน้าของจี้เฟิง พวกเขาคิดว่าจี้เฟิงคงพบอะไรสักอย่างที่จะทำให้รองผู้บัญชาการหวังเลิกติดตามเรื่องนี้อีกต่อไป

แต่ไม่มีใครคิดว่าสิ่งที่จี้เฟิงต้องการไม่ใช่แค่จะไม่ให้หวังเว่ยจินเลิกยุ่งกับเรื่องนี้เท่านั้น

“จี้เฟิง! ผมจะไปกับคุณด้วย!” จ้าวไคกล่าว

“นายไปถามครูฝึกหูก่อนดีกว่า ว่าเขาจะให้ไปหรือเปล่า!” จี้เฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม

หูเถี่ยจวินลังเลเล็กน้อยแต่ไม่ใช่เพราะว่าเขากลัวที่จะติดร่างแหในเรื่องนี้ไปด้วย แต่เป็นเพราะเขากังวลว่าถ้าเด็กหนุ่มเหล่านี้หุนหันพลันแล่นทำอะไรลงไปโดยไม่ยั้งคิด หัวหน้าหวังอาจจะลงโทษจ้าวไคและฮั่นจงไปด้วย

“ครูฝึกหู ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราจะตามจี้เฟิงไปอย่างเงียบๆโดยที่ไม่พูดอะไร” จ้าวไคดูเหมือนจะรู้ว่าหูเถี่ยจวินจะเป็นกังวลเกี่ยวกับพวกเขา เขาจึงอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น

“อืม.. ถ้าคุณว่าอย่างนั้นคุณจะไปด้วยกันก็ได้ แต่ขอให้รับปากผมอย่างหนึ่งว่า อย่าทำอะไรหุนหันพลันแล่น!” หูเถี่ยจวินพูดอย่างจริงจัง

Rrrrr…

ในขณะนี้เสียงโทรศัพท์มือถือของจี้เฟิงก็ดังขึ้น เขาเดินห่างออกไปเล็กน้อยและกดรับโทรศัพท์ทันที

หลังจากนั้นไม่นานจี้เฟิงก็กลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม “โอเค ตอนนี้พวกเราไปหาหวังเว่ยจินกันเถอะ!”

หูเถี่ยจวินมีสีหน้างุนงง แต่เขาก็ไม่สามารถถามอะไรได้มากเขาจึงทำได้แค่รีบไปโรงพยาบาลของค่ายทหารกับพวกจี้เฟิง

…จบบทที่ 126~❤️

จบบทที่ บทที่ 126 ผิดคำพูด

คัดลอกลิงก์แล้ว